ตอนที่ 19 ลูกศิษย์น่ารักมาก (2)
“พ่อสอนเจ้าว่าอย่างไร เวลากินอาหารต้องใช้ตะเกียบ ใช้มือหยิบไม่ได้”ระหว่างที่จ้าวไคฝูพูด ก็ยื่นตะเกียบไปให้จ้าวเสียวเป่า
จ้าวเสียวเป่ารับตะเกียบมาแล้วนั่งลงตรงข้ามหลินเฉิน
อาหารเช้าในวันนี้นับว่าอุดมสมบูรณ์มาก หมั่นโถวชามใหญ่โจ๊กผักป่าอีกหนึ่งหม้อ ทั้งยังมีผักดองเคียงอีกหนึ่งจานเล็ก
ผักดองจานนี้ดูเหมือนจะเริ่มดองตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว ดองได้เข้าเนื้อดีมากไม่เค็มเกินไม่อ่อนเกิน กินคู่กับโจ๊กแบบนี้เข้ากันดีสุดๆ
“พี่ชายเทพเซียน ข้าหยิบหมั่นโถว...ให้ท่านนะ”จ้าวเสียวเป่าคีบหมั่นโถวขึ้นมาหนึ่งลูก เตรียมจะส่งให้หลินเฉิน
คงเพราะเขายังเล็กเกินไป เลยจับตะเกียบไม่มั่นคงเท่าไรคีบมาได้ครึ่งทาง หมั่นโถวก็หล่นจ๋อมลงในชามฉือม่อ
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบลงอย่างน่าประหลาดหลินเฉินได้สติก่อนเป็นคนแรก ไม่รู้ว่าเขาไปเอาผ้ามาจากไหน ค่อยๆบรรจงเช็ดหน้าให้ฉือม่อ
“อาจารย์ ข้าทำเองก็ได้ขอรับ” ฉือม่ออยากเช็ดเองมากกว่า
“อย่าขยับ” หลินเฉินปฏิเสธคำขอของฉือม่อ เขาค่อยๆเช็ดใบหน้าที่เปื้อนโจ๊กให้อีกฝ่ายจนสะอาดอย่างระมัดระวัง
หลังจากมั่นใจว่าเช็ดสะอาดดีแล้วเขาถึงค่อยโล่งอกโชคดีที่โจ๊กนั่นไม่ได้ร้อนมาก ปล่อยให้อุณหภูมิลดลงแล้วถึงค่อยยกมาตั้งโต๊ะไม่งั้นใบหน้าหล่อเหลาของฉือม่อได้เสียโฉมแน่แบบนี้หลินเฉินจะไปร้องไห้ระบายกับใคร
ผู้แต่งนิยายได้เขียนอธิบายใบหน้าของฉือม่อเอาไว้อย่างละเอียดว่าขอเพียงฝ่ายตรงข้ามเป็นเพศหญิงไม่ว่าจะเป็นเด็กสาวอายุสิบหกไปจนถึงหญิงชราอายุแปดสิบ ก็ไม่มีใครต้านทานใบหน้าอันหล่อเหลาของฉือม่อได้สักคนหากเกิดอะไรขึ้นกับใบหน้าฉือม่อ ย่อมส่งผลกระทบต่อการสะสมฮาเร็มในอนาคตของเขาเช่นนั้นก็เท่ากับหลินเฉินสร้างบาปกรรมอันใหญ่หลวงเลยละ
อมิตาพุทธ สาธุ...สาธุ
ขณะที่ทางด้านหนึ่ง จ้าวไคฝูกำลังสั่งสอนจ้าวเสียวเป่า เด็กน้อยร้องไห้น้ำตาตกดูแล้วน่าสงสารไม่เบา
หลังจากยึกยักอยู่พักหนึ่ง เขาก็ค่อยๆเดินก้มศีรษะเข้ามาหาฉือม่อ ดูไม่ค่อยร่าเริงนักจ้าวไคฝูที่อยู่ด้านหลังก็คอยส่งสัญญาณให้จ้าวเสียวเป่าอยู่ตลอดเด็กน้อยถึงได้ค่อยๆ เอ่ยปาก “ท่านพี่ฉือ...ข้าขอโทษ”
“ไม่เป็นไรๆ” ฉือม่อไม่ได้คิดอะไรมากแค่เช็ดหน้าให้สะอาดก็เรียบร้อยแล้วเขาแค่ไม่รู้ว่าทำไมอาจารย์ถึงได้ลนลานเยี่ยงนี้
หลังจากสะสางธุระเสร็จแล้วเขาก็กลับมานั่งที่โต๊ะอาหารตามเดิม จ้าวเสียวเป่าก้มหน้ากินโจ๊กนั่งอยู่ด้านข้างอย่างเชื่อฟัง ไม่ทำเรื่องอื่นใดอีก จากนั้นก็มีเสียงกึกก้องดังขึ้นด้านนอกจู่ๆ ฝนก็ตกลงมาห่าใหญ่
ฝนตกหนักมากจนได้ยินเสียงลมพัดรุนแรงจ้าวไคฝูปล่อยม่านที่ทำขึ้นจากหญ้าสานลง เสียงฝนกับเสียงฟ้าผ่าจึงถูกปิดกั้นเขาเก็บจานชามเรียบร้อยแล้วมองหลินเฉินที่มีสีหน้าท่าทางนิ่งสงบใจเย็นมาตลอดก่อนเอ่ยถามอย่างอดไม่ไหว
“ท่านเซียนหลิน ท่านพอจะรับมือกับเรื่องนี้ไหวหรือไม่ขอรับ”คำถามนี้ทั้งเอ่ยถามอย่างระแวดระวังและแฝงไปด้วยความคาดหวัง
หลินเฉินเบนสายตาจากเสื้อผ้าของฉือม่อแล้วตอบอย่างไม่ใส่ใจ“พรุ่งนี้ย่อมเห็นผล”
‘ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า’ หลินเฉินจ้องรอยสกปรกนั้นอยู่นานพลางคิด อีกอย่างเสื้อผ้าบนตัวฉือม่อก็ถึงเวลาควรเปลี่ยนแล้วเช่นกัน
ในเมื่อท่านเซียนหลินพูดขนาดนี้แล้ว ก็แสดงว่าอีกฝ่ายรับมือได้จ้าวไคฝูจึงวางใจ
หลินเฉินบอกจ้าวไคฝู จากนั้นก็พาฉือม่อกลับเข้าไปในห้องอีกฝ่ายแปลกใจมากว่าอาจารย์เรียกเขามาแบบนี้มีธุระอะไรกันแน่ใครจะไปนึกว่าประโยคแรกที่หลินเฉินพูดจะเป็น “ถอดเสื้อผ้าออก”
ครั้งนี้ฉือม่อไม่ปริปากแต่ก็ยังถอดเสื้อผ้าออกตามคำสั่งของอาจารย์อย่างเชื่อฟัง
“ในแหวนกักเก็บน่าจะมีเสื้อผ้าอยู่เจ้าหามาเปลี่ยนสักชุดแล้วกัน” หลินเฉินเอ่ยเสียงเรียบแล้วเดินออกจากห้องไปปล่อยให้ฉือม่ออยู่ในห้องเพียงลำพัง
ผ่านไปสักพัก ฉือม่อก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วเดินออกมาเขาสวมเสื้อสีขาวเรียบง่าย ในมือถือเสื้อผ้าที่สกปรกไว้หลังกายพลางเหลือบมองหลินเฉินที่กำลังดื่มชาอยู่จากนั้นก็เอ่ยถามจ้าวไคฝูว่าพอมีกะละมังให้เขาใช้ซักเสื้อผ้าหรือไม่
ตั้งแต่ตอนที่20 เป็นต้นไป ติดตามต่อได้ที่ https://www.readawrite.com/a/270f92ed871ddcac593159d4b48f26a8