"ความคั่งแค้น"
"ถวิลหา"
"โลภโมโทสัน"
"สับสน"
"!!!ขยาย" เมื่อเสียงคำว่าขยายของต้าเจิงแผดดัง เสียงเพรียกหวีดหวิดแห่งความตายก็ดังออกมาจากแท่งเสาโครงกระดูก มันทั้งหลายสั่นระริก ก่อนพวกมันจะกุมมืออย่างสั่นกลัว เบ้าดวงตาที่กลมโบ๋ของพวกมันคล้ายมีเนื้อแดงเลือดช่ำๆ เลื้อยคลานออกมา
มองดีๆ เนื้อสีแดงเลือดช่ำๆ พวกนั้นมันก่อรูปดูคล้ายใบหน้ามนุษย์ พวกมันเมื่อปรากฏออกมาจากเบ้าดวงตาของกะโหลก พวกมันก็อ้าปากกว้างและแผดเสียงของปีศาจออกมา
!!!อ๊าาาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
'มารดาเอ็งเถอะมาจนได้' ร่างของเซี่ยซีหานชะงักงันไปครู่หนึ่ง ทั่วร่างผิวหนังของเขาคล้ายเป็นระลอกคลื่น อานุภาพคลื่นเสียงเพรียกหวีดหวิดแห่งความตายนี้มันช่างบัดซบสิ้นดี
กายเนื้อทั่วร่างของเซี่ยซีหานโลหิตหลั่งซึมออกจากทวารทั้งเจ็ด แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่อันตรายที่สุด
นั่นเพราะห้วงจิตของเซี่ยซีหานคล้ายแตกร้าวจากเสียงเพรียกนี้ และนี่คือความน่ากลัวที่แท้จริงของเสียงเพรียกแห่งความตายจากแท่งเสาโครงกระดูกบ้าๆ นี่
สิ่งที่เป็นโชคดีเล็กๆ ไม่สิ มันควรเรียกว่า 'การเตรียมตัวที่ดี'
จิตที่ละเอียดของเซี่ยซีหาน จากเดิมที่คล้ายเป็นเม็ดทรายเล็กๆ ที่ค่อยๆ ถูกปล่อยโยนลงพื้นทีละเม็ดอย่างช้าๆ
เม็ดทรายเล็กๆ ที่แทนความนึกคิดเหล่านี้ของเซี่ยซีหาน อยู่ๆ เขาก็พบว่า มีเม็ดทรายอื่นที่ไม่ใช่ของเขาเต็มอยู่ในห้วงจิต มันตกลงมาราวกับฝนที่โปรยปราย ทำให้ตัวเขาเซี่ยซีหานยากจะแยกแยะได้ว่า สิ่งใดคือสิ่งที่เขาคิด สิ่งใดคือสิ่งที่เขาไม่ได้คิด
เพราะทุกเสียง ทุกความรู้สึกที่ปรากฏในห้วงจิต มันคล้ายกับว่าเป็นเสียงและความคิดของเขาเอง แต่เซี่ยซีหานกลับรับมือกับปัญหานี้ได้ทันที
"หายใจเข้าลึกๆ กำหนดจิตเป็นอันหนึ่งอันเดียว" เซี่ยซีหานพูดและเขาตอกย้ำความคิดนี้กับตัวเองซ้ำๆ
ก่อนการต่อสู้จะเริ่มขึ้น เคอซวนแนะนำเซี่ยซีหาน เขาเน้นย้ำถึงความสามารถด้านคำสาปที่ใช้เล่นงานจิตใจของเหล่าผู้วิเศษ สิ่งนี้ไร้รูป แต่มันจะนำปัญหาอันยิ่งยวดให้กับนักรบและผู้วิเศษที่อ่านประสบการณ์ได้อย่างแน่นอน
ตอนแรกเซี่ยซีหานไม่กังวลมากนัก เพราะตัวเขาคิดว่าเขาต้องปะทะกับกุ่ยหรานผู้วิเศษแท้จริงมือใหม่เช่นตัวเอง
แต่เมื่อเขาต้องปะทะกับต้าเจิงผู้วิเศษซึ่งเป็นอมนุษย์อาณาจักรวิญญาณ สิ่งนี้มันคนละเรื่องกันไปเลย
โชคดีเล็กๆ อย่างหนึ่งคือ เซี่ยซีหานเตรียมแผนรับมือมันไว้ก่อนแล้ว ปัญหาจิตฟุ้งซ่านนั้น สิ่งที่ผู้ถูกเล่นงานต้องกระทำคือ การหาจิตเดิมแท้ของตัวเองให้เจอ และแยกให้ออกว่าจิตใดคือของตัวเรา จิตใดไม่ใช่ของตัวเรา
ดังนั้น ในการต่อสู้ต่อจากนี้ สิ่งที่เซี่ยซีหานจะต้องตัดทิ้งไปโดยสมบูรณ์คือ การใช้สัญชาตญาณ
และเปลี่ยนจิตนักรบของตัวเองทั้งหมดให้เป็นคล้ายดาบปักลงกลางห้วงสำนึกแห่งจิต
จิตที่แน่วแน่นี่คือ คำตอบแห่งการต่อสู้กับคำสาปที่ปั่นป่วนจิตใจ
และตัวเซี่ยซีหานเขาเตรียมพร้อมก่อนที่จะต่อสู้กับต้าเจิงแล้ว
'ไอ้สวะ รอทีบิดาบ้างเถอะ' เซี่ยซีหานหัวเราะคิกคิกในใจ เขาเตรียมแผนเด็ดเล่นงานไอ้อมนุษย์สัตว์ประหลาดตัวนี้แล้ว
...
"เจ้าดูเชื่องช้าลง" ต้าเจิงพูดพร้อมรักษาระยะในการโจมตีเซี่ยซีหาน ที่ตอนนี้เขาเปลี่ยนเป็นการโจมตีระยะไกล
ด้วยหนวดรยางค์สีเลือดดีดแรงประดุจแส้เข้าหาเซี่ยซีหานไม่หยุด เซี่ยซีหานโยกตัวหลบอย่างเงอะงะ เขาดูมีความผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าแฝงความสับสน อารมณ์ของเขาดูเดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย เดี๋ยวบ้าคลั่ง ราวกับว่าตกอยู่ภายใต้การครอบงำของคำสาป
บาดแผลและความบอบช้ำบนร่างของเซี่ยซีหานเพิ่มขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ ขาข้างหนึ่งของเซี่ยซีหานถูกหนวดรยางค์สีเลือดแทงทะลุ
และนั่นก็ทำให้เขาดูบ้าคลั่งและกรีดร้องอย่างสยดสยองขึ้นไปอีก
"!!!งั้นพวกเราก็มาตายด้วยกัน" เสียงเซี่ยซีหานแผดดัง เขาดูคล้ายเสียสติเพราะความเจ็บปวด
ในมือของเซี่ยซีหานราวกับว่า มันถูกบรรจุไปด้วยพลังแห่งความโกรธและอารมณ์ของความเกลียดชัง พลังวิเศษทั่วร่างของเซี่ยซีหานระอุจนแทบจะดูคล้ายไฟลุกทั่วกาย ก่อนที่มันจะไปบรรจบที่จุดเดียวกัน... บนตัวดาบที่กำลังส่องสว่างไปด้วยเปลวเพลิง
ต้าเจิงเห็นเช่นนี้แววตาเขาแฝงความเจ้าเล่ห์และพูดว่า ดีดีดีไม่หยุด เหยื่ออย่างไรก็เป็นเหยื่อ แม้เหยื่อตรงหน้าเขาคล้ายจะดูพิเศษ แต่สุดท้ายมันก็ถูกปั่นหัวจนไร้สติ
ต้าเจิงยื้อการต่อสู้ เพราะเขาต้องการลิดรอนพลังชีวิตและพลังผู้วิเศษของเซี่ยซีหานเพื่อการจับเป็น
ในฐานะผู้วิเศษที่ผ่านการต่อสู้มามากมาย ต้าเจิงรู้ว่ามันคงเป็นการโง่มากๆ ถ้าเขาไปต่อสู้กับคนที่สามารถฆ่าเขาได้อย่างไม่คิดชีวิต
โดยพื้นฐานต้าเจิงเป็นอมนุษย์ที่ถือกำเนิดจากการเป็นผู้วิเศษ ดังนั้นเขาจึงระแวดระวังในการต่อสู้มากกว่านักรบเป็นเท่าตัวอยู่แล้ว
เขาจะไม่เอาตัวเองไปเสี่ยง หากพบว่ามีแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียวที่เขาจะตาย
สำหรับต้าเจิง... หากเซี่ยซีหานพลังโอน่าหมดตัวเมื่อไหร่ นั่นจะเป็นเวลาที่เขาจะจับตัวเซี่ยซีหานสักที
ร่างเซี่ยซีหานพุ่งเข้ามาที่ร่างปีศาจศักดิ์สิทธิ์ของต้าเจิง ร่างตรงหน้านี้ดูคล้ายร่างจริงมาก แต่ตัวจริงของต้าเจิงกับหลอมละลายเป็นเงาสีเลือดแนบไปกับพื้นดิน ดวงตาของมันมองเซี่ยซีหานที่กำลังพุ่งเข้าไปโจมตีร่างปลอมของตัวเองด้วยความสะใจ
แต่ในขณะนั้นเองอยู่ๆ ดาบที่วาดวงคล้ายกำลังจะมุ่งเข้าไปฟาดฟันต้าเจิงร่างปลอมนั้น เซี่ยซีหานที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศเขาพลิกตัวกลับ ด้านหลังตัวเขามีน้ำแข็งก่อรูปในอากาศ
ดวงตาของเซี่ยซีหานจดจ้องไปที่เงาสีแดงมืด ที่อยู่เบื้องล่างที่แผ่หลาขนาดใหญ่
ทั้งสองสบตากัน
"!คิดว่าบิดาจริงๆ แล้วถูกปั่นหัวจริงๆ งั้นเหรอ ไอ้โง่! บิดาก็แค่แกล้งเนียนเท่านั้น" เสียงของเซี่ยซีหานแผดดัง เขาใช้น้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ก่อรูปที่กลางอากาศเป็นที่หยั่งเท้า จากนั้นดีดตัวพุ่งเข้าหาเงาของต้าเจิงอย่างรวดเร็ว
"ท่าไม่ดีแล้ว" ต้าเจิงพูดด้วยความหวาดกลัว นั่นเพราะดาบที่เปล่งแสงในมือของเซี่ยซีหานนั้น มีพลังวิเศษที่บริสุทธิ์จำนวนมาก มันมากจนแม้แต่ต้าเจิงที่เป็นอมนุษย์ยังต้องหวาดกลัว
ดาบเปลวเพลิงสีทองสว่างจ้า ตอนนี้มันเปลี่ยนค่ำคืนให้สว่างจ้าปรากฏดุจรุ่งอรุณฉาย เซี่ยซีหานตวัดดาบ
เส้นตัดสีทองอร่ามปรากฏที่พื้นดิน
เสียงกรีดร้องของต้าเจิงแผดดัง ร่างอมนุษย์ของมันดีดดิ้นอย่างถึงที่สุด อัคคีที่ปรากฏพร้อมพลังแห่งรุ่งอรุณ กำลังกัดกินกายอมตะอมนุษย์ของตัวมันอย่างถึงที่สุด
"จบแล้ว จบแล้วสินะ ข้าชนะ" เซี่ยซีหานพูดอย่างเหน็ดเหนื่อยและดีใจ สองมือเขากำแน่นชูขึ้นท้องฟ้า ก่อนเขาจะจ้องมองเปลวไฟสีทองด้วยความรู้สึกล้นเอ่อ เป็นอีกครั้งที่ตัวเขารู้สึกว่า เขาได้ต่อสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งที่ตัวเองยากจะชนะได้ แต่สุดท้ายตัวเขาก็ทำได้
แต่บทสรุปมันจะเป็นเช่นนี้จริงๆ หรือ
!ฉึก
ไหล่ซ้ายของเซี่ยซีหานเจ็บแปล๊บ ด้านหลังของตัวเขา เซี่ยซีหานพบว่า มีกริชสีเลือดปักอยู่ บนตัวกริชสีเลือดนั้นมีดวงตาปีศาจหลุกหลิกไปมา ตัวกริชเมื่อปักเข้าเนื้อของเซี่ยซีหาน หนวดรยางค์ปรากฏออกจากกริช ร่างกายของเซี่ยซีหานราวกับว่า เขาถูกดูดพลังทั้งหมดผ่านกริชเล่มนั้น
"อ่อนประสบการณ์เกินไป มั่นใจเร็วเกินไป ลดความระมัดระวังของตัว ทั้งๆ ที่สนามรบของเจ้ายังไม่ได้ยืนยันว่า ศัตรูของเจ้าตายจริงๆ หรือไม่ เด็กน้อยหนอเด็กน้อย"
เข่าข้างหนึ่งของเซี่ยซีหานทรุดตกพื้น เขาหันหลังกลับ และเห็นชายหนุ่มรูปงามที่เปลือยเปล่า ดวงตาของเขามีสองสีซ้ายขวาไม่เหมือนกัน เสื้อผ้าของชายคนนี้ค่อยๆ ลอยออกมาจากเปลวเพลิงสีทอง
เซี่ยซีหานดูตกใจ ใบหน้าเขาเหนื่อยอ่อน และในใจของเซี่ยซีหานเขากดด่าเคอซวน ที่ทำไมเอ็งไม่ปรากฏตัวเสียที
แต่แม้เซี่ยซีหานจะกดด่าเคอซวนในใจ แต่ลึกๆ เขาก็ยอมรับ ครั้งนี้เขาพ่ายแพ้แล้วจริงๆ จริงอย่างที่ไอ้อมนุษย์ดวงตาสองสีนี้พูด เขาประมาทเกินไป
"รู้หรือไม่ ข้ามีวิธีเป็นร้อยวิธีที่จะฆ่าเจ้า และการแสดงออกทั้งหมดของข้าก็เป็นเพียงละครบทหนึ่ง เพื่อให้เจ้าแสดงความสามารถทั้งหมดของเจ้าออกมา เพื่อเร้นพลังทุกหยดในกายเจ้าให้หมดลง น่าเสียดายที่ข้าไม่ชำนาญในเวทย์ค้นวิญญาณ เหล่านักรบที่มีจิตนักรบนั้นน่าเบื่อเสมอสำหรับข้า หากข้ารีดเร้นความทรงจำของเจ้าในสภาวะที่ยอดเยี่ยมที่สุด โดยมีพลังโอน่าเหลืออยู่ในกาย มีโอกาสมากที่ข้าจะไม่ได้รับอะไรเลยจากดวงวิญญาณของเจ้า และข้าไม่รู้ว่าเจ้านั้นเป็นคนจิตใจเข้มแข็งขนาดไหน หากเจ้าเลือกทำลายดวงจิตของตัวเอง สิ่งที่ข้าพยายามทำมาทั้งหมดจะสูญเปล่า"
ในใจของเซี่ยซีหานได้แต่บ่น นี่สินะผู้ชนะ ทำไมพวกแมร่งต้องอารัมภบทยืดยาว จะฆ่าก็ฆ่าสิวะ แต่เซี่ยซีหานก็คิดแบบนี้แค่อึดใจสั้นๆ เพราะต่อมาอีกครู่หนึ่ง เขาก็พบว่านี่ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็ได้ตายช้าอีกนิด
"พี่ชายรูปหล่อ จริงๆ แล้วข้าไม่ใช่คนปากแข็งอะไรเลยนะ ข้าพร้อมที่จะพูดทุกอย่างที่ท่านอยากรู้ ซีหานของสาบานต่อเทพพระเจ้าเลยก็ได้" เซี่ยซีหานยิ้มแล้วพูดด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย
ต้าเจิงหัวเราะก่อนจะพูดตอบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "ข้าไม่เชื่อ..."
"เห่อเห่อ" เซี่ยซีหานหัวเราะเบาๆ อย่างขมคอด้วยเลือดที่ไหลไม่หยุด เพราะเขาใช้พลังวิเศษไปจนหมด และยังมีกริชปีศาจที่ดูดกลืนพลังวิเศษของเขา ขัดขวานการฟื้นตัวจากการใช้พลังโอน่า