[จบ] มรรคาไร้สิ้นสุด เซียนยุทธ์เหนือฟ้า

    บทที่ 41 ผู้คุมกฎลงมือ

    บทที่ 41 ผู้คุมกฎลงมือ 


    บนท้องฟ้าเหนือยอดเขาตี้ ปราณอันทรงพลังสองสายแผ่ซ่านเหนือเวหาราวกับเป็นอำนาจสวรรค์ ทำให้ผู้คนเบื้องล่างต่างหวาดกลัวจนตัวสั่น


    เนื่องจากพวกตี้เทียนทั้งสองอยู่สูงเกินไป ตาเนื้อของเซียวอวิ๋นจึงไม่อาจมองเห็นภาพการต่อสู้ของพวกเขาได้ ได้ยินเพียงเสียงฟ้าร้องน่าสะพรึงกลัวที่ดังก้องอยู่บนขอบฟ้าเท่านั้น


    ในใจเซียวอวิ๋นรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง


    การต่อสู้อันน่าตื่นตาตื่นใจเช่นนี้ กลับไม่ได้เห็นด้วยตาตนเอง ช่างน่าเสียดายจริง ๆ


    แต่ไม่เป็นไร ยังมีอีกหนึ่งศึกที่รอเขาอยู่


    เซียวอวิ๋นมองไปยังหลี่ปู้ฝานที่อยู่ไม่ไกล อดที่ยิ้มเย็นออกมาไม่ได้ ก่อนจะหันไปพูดกับสีชุนอวี่ที่อยู่ข้าง ๆ ว่า "ศิษย์น้องหญิงสี ช่วยใช้กระบี่เหาะพาข้าไปหน่อยสิ ข้าจะไปสั่งสอนหลี่ปู้ฝานสักนิด"


    ผู้อื่นไม่รังแกเรา เราก็ไม่รังแกผู้อื่น!


    เมื่อหลี่ปู้ฝานอุตส่าห์มาหาถึงที่ เซียวอวิ๋นย่อมต้องสนองตอบแทน


    มิเช่นนั้น ต่อไปใคร ๆ ก็จะกล้ามารังแกเขา


    “ได้!” สีชุนอวี่ได้ยินดังนั้น ดวงตางามกะพริบปริบ ก่อนจะพยักหน้าอย่างไม่ลังเลใจ


    ที่จริงแล้ว ในกาลก่อนหลี่ปู้ฝานมักจะมารังควาญนางอยู่บ่อยครั้ง นางก็อยากจะสั่งสอนหลี่ปู้ฝานอยู่แล้ว แต่น่าเสียดายที่พลังไม่ถึงขั้น บัดนี้มีเซียวอวิ๋นลงมือ นางย่อมยินดีช่วยเหลืออย่าง


    แล้วสีชุนอวี่ก็เรียกกระบี่เหาะออกมาเล่มหนึ่ง พาเซียวอวิ๋นเหินขึ้นสู่นภา


    ฟิ้ว!


    เซียวอวิ๋นมิได้เหาะเหินครั้งนี้ครั้งแรก ดังนั้นเขาจึงดูสงบนิ่ง นอกจากนั้นยังมีพลังจิตของสีชุนอวี่คุ้มครองอยู่ เขาจึงไม่กลัวตกเลยสักนิด


    "เซียวอวิ๋น!"


    ไม่ไกลออกไป หลี่ปู้ฝานเห็นเซียวอวิ๋นขี่กระบี่เหาะมา ม่านตาก็พลันหดตัว ผงะตกใจจนรีบหันหลังหนีไป


    เซียวอวิ๋นไล่ตามหลังมาติด ๆ ปากตะโกนเสียงดัง "หลี่ปู้ฝาน เจ้าไม่ใช่บุตรศักดิ์สิทธิ์หรอกหรือ? เหตุใดจึงไม่กล้าสู้กับข้าอย่างเป็นธรรมเล่า?"


    หลี่ปู้ฝานฟังแล้วก็เกือบบาดเจ็บภายใน เจ้าบ้านั่นเรียกว่าต่อสู้อย่างเป็นธรรมได้อย่างไร? อาศัยพลังของระฆังฮุ่นตุ้น ใครเล่าจะเป็นคู่ต่อสู้เจ้าได้!


    หลี่ปู้ฝานไม่อยากนอนอยู่บนเตียงอีกครึ่งปี ดังนั้นเขาจึงหนีอย่างรวดเร็ว


    เซียวอวิ๋นไล่ตามไม่ลดละ ตะโกนเสียงดังไปพลาง "หลี่ปู้ฝานเจ้าบุตรศักดิ์สิทธิ์ไร้ค่า แค่ผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายาอย่างข้ายังไม่กล้าสู้ เจ้ายังมีคุณสมบัติอันใดจะเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราแห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้น? หากข้าเป็นเจ้า ก็คงกระโดดลงรูสุขาตายเสียให้จบ ๆ ไปแล้ว"


    เสียงของเซียวอวิ๋นดังมาก ศิษย์ทั้งหลายบนยอดเขารอบข้างต่างได้ยินถ้วนหน้า


    ทันใดนั้น เงาร่างมากมายก็เหินขึ้นมาบนอากาศ มองมายังที่นี่


    หลี่ปู้ฝานเห็นเช่นนั้นก็โกรธจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เพราะเขาเห็นสีหน้าเยาะเย้ยและสมน้ำหน้าจากใบหน้าของผู้คนมากมาย


    ตัวเขาเป็นถึงบุตรศักดิ์สิทธิ์ กลับถูกศิษย์ธรรมดาไล่ล่า อีกทั้งอีกฝ่ายยังเป็นเพียงผู้ฝึกตนต่ำต้อยในขอบเขตหลอมกายา นี่เป็นความอัปยศอดสูอย่างที่สุดโดยแท้


    "อ๊า..."


    หลี่ปู้ฝานไม่อาจทนต่อความอัปยศนี้ได้แล้ว เขาคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว หันกลับไปจู่โจมเซียวอวิ๋นโดยไม่สนใจแล้วว่าจะต้านทานระฆังฮุ่นตุ้นของเซียวอวิ๋นได้หรือไม่


    "เซียวอวิ๋น ข้าจะฆ่าเจ้า!" หลี่ปู้ฝานคำรามเสียงต่ำ ดวงตาทั้งสองแดงฉาน ใบหน้าบิดเบี้ยวเหยเก แสดงให้เห็นถึงความโกรธแค้นที่พุ่งขึ้นถึงขีดสุด


    คูหาสวรรค์เจ็ดแห่งปรากฏขึ้นเบื้องหลังของเขา ปลดปล่อยพลังอันน่าสะพรึงกลัว


    "เหนี่ยวนำฮุ่นตุ้น!"


    เซียวอวิ๋นตกใจ รีบร่ายอาคมเพื่อยืมพลังของระฆังฮุ่นตุ้น


    ทันใดนั้น ปราณฟ้าดินรอบข้างก็รวนเรดุจแม่น้ำใหญ่หลายสาย ไหลบ่ามารวมกันที่เซียวอวิ๋น ผนวกกันเป็นระฆังสีทองขนาดใหญ่ แผ่อานุภาพศาสตราจักรพรรดิอันไพศาลไร้ขอบเขต


    ตึ้ง... เซียวอวิ๋นเร่งพลังระฆังฮุ่นตุ้น พุ่งชนเข้าใส่หลี่ปู้ฝานที่กำลังบุกเข้ามา


    หลี่ปู้ฝานผงะ รีบหลบหลีก แต่พลังของระฆังฮุ่นตุ้นนั้นน่าสะพรึงกลัวเกินไป เพียงแค่แรงกระแทกที่กวาดผ่าน ก็ทำให้เขากระอักเลือดกระเด็นแล้ว


    "พรวด!"


    หลี่ปู้ฝานชะงักกลางอากาศ เขาเช็ดเลือดที่มุมปาก จ้องมองเซียวอวิ๋นด้วยสีหน้าเดือดดาล แผดเสียงอย่างกราดเกรี้ยว "อาศัยระฆังฮุ่นตุ้นช่วย จะนับว่าเป็นความสามารถอันใด มีฝีมือจริงก็มาต่อสู้กันอย่างยุติธรรมสิ!"


    "ต่อสู้อย่างยุติธรรมรึ?"


    เซียวอวิ๋นมองดูหลี่ปู้ฝานด้วยสีหน้าดูแคลน แล้วเอ่ยด้วยเสียงเย้ยหยัน "เจ้าเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตคูหาสวรรค์ ส่วนข้าอยู่ขอบเขตหลอมกายา เจ้าให้ข้าต่อสู้กับเจ้าอย่างยุติธรรม คิดว่าทุกคนสมองเสื่อมเหมือนเจ้าหรือไร?"


    กล่าวจบ เซียวอวิ๋นก็เร่งพลังระฆังฮุ่นตุ้นพุ่งเข้าโจมตีหลี่ปู้ฝานอีกครั้ง


    "พอได้แล้ว!" ยามนั้นเอง เสียงตวาดก็ดังก้องมาจากขอบฟ้า ประหนึ่งอัสนีฟาดข้างหู


    วินาทีถัดมา หนึ่งร่างอันแผ่ปราณอหังการก็ปรากฏขึ้นข้างกายหลี่ปู้ฝาน เพียงฝ่ามือเดียวก็ทำลายระฆังฮุ่นตุ้นที่เซียวอวิ๋นควบคุมอยู่จนแตกกระจาย


    เซียวอวิ๋นสะท้านในใจ รีบก้าวถอยทันที ผู้มาปรากฏตัวขึ้นตรงหน้านี้ช่างน่าสะพรึงกลัวนัก เป็นผู้อาวุโสที่เขาไม่อาจต่อกรได้ในยามนี้


    โชคยังดีที่ลุงฝูมาทันเวลา ยืนขวางหน้าเซียวอวิ๋นไว้


    "นายน้อย คนผู้นี้คือผู้คุมกฎ!" ลุงฝูส่งเสียงถ่ายทอดวจีไปหาเซียวอวิ๋นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด


    เซียวอวิ๋นมองไปยังร่างน่าสะพรึงกลัวซึ่งอยู่ตรงข้าม ทว่าใบหน้าของอีกฝ่ายนั้นพร่าเลือน ไม่อาจมองเห็นว่าหน้าตาเป็นเช่นไร


    ผู้คุมกฎจ้องมองเซียวอวิ๋นอย่างเย็นชา เอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "เซียวอวิ๋น เจ้าช่างกล้านัก ถือดีลบหลู่เบื้องสูง บังอาจหมิ่นบุตรศักดิ์สิทธิ์"


    เซียวอวิ๋นหาเกรงกลัวไม่ แค่นเสียงเย็นชาตอบ "สองศิษย์อาจารย์เขาบุกมาถึงที่ จะไม่ให้ข้าลงมือเพื่อป้องกันตัวเองเชียวหรือ?"


    "บังอาจ!" ผู้คุมกฎตวาดใส่เซียวอวิ๋นด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด "เจ้าต้องรู้สถานะตัวเอง เป็นแค่ศิษย์ของผู้อาวุโสสูงสุด ยามพบบุตรศักดิ์สิทธิ์ควรคารวะอย่างนอบน้อม ในเมื่อไม่รู้จักสัมมาคารวะเช่นนี้ ต่อให้แข็งแกร่งขึ้นในภายภาคหน้า ก็คงเป็นเพียงคนอกตัญญู วันนี้ข้าจะทำลายการบำเพ็ญของเจ้า ตัดไฟแต่ต้นลมเสีย"


    สีหน้าเซียวอวิ๋นแปรเปลี่ยนไป


    ลุงฝูซึ่งขวางอยู่ตรงหน้าเซียวอวิ๋นรีบกล่าวว่า "ไต้เท้าผู้คุมกฎ นายน้อยของข้ามีพรสวรรค์เหนือผู้ใด การหลอมกายาฮุ่นตุ้นในอนาคตมิใช่เรื่องยาก หากวันนี้ท่านทำลายเขา แล้วต่อไปสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นของพวกเราจะรุ่งเรืองได้อย่างไร?"


    ผู้คุมกฎแค่นเสียงเย็นชา พูดอย่างดูแคลนว่า "การเรืองอำนาจของสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นเรา จำเป็นต้องฝากความหวังไว้กับเด็กน้อยขอบเขตหลอมกายาสักคนด้วยหรือ? แม้แต่ตี้เทียนที่มีพรสวรรค์ล้ำเลิศในอดีตยังไม่เคยหลอมกายาฮุ่นตุ้นสำเร็จ การจะหลอมกายาฮุ่นตุ้นได้ ข้าว่าพวกเจ้าคงทำได้เพียงฝันนั่นแหละ"


    กล่าวจบ ผู้คุมกฎก็ยกมือขึ้น แรงกดดันอันทรงพลังแผ่ซ่านออกมา ทำให้ร่างของลุงฝูและเซียวอวิ๋นแข็งทื่อไม่อาจขยับเขยื้อน


    สีหน้าของลุงฝูและเซียวอวิ๋นเปลี่ยนไปในทันที


    ขณะนี้พวกเขาแม้แต่จะขยับตัวยังทำไม่ได้ ต่อหน้าผู้คุมกฎผู้นี้ พวกเขาช่างเล็กจ้อยยิ่งนัก ไม่ต่างกับมดปลวกที่ถูกบีบบี้ตามใจชอบ


    "ฮ่า ๆ ๆ เซียวอวิ๋น กล้าลบหลู่บุตรศักดิ์สิทธิ์ ยามนี้รู้ถึงผลลัพธ์แล้วสินะ?" หลี่ปู้ฝานยืนอยู่ข้างผู้คุมกฎ มองดูเซียวอวิ๋นด้วยสีหน้ายินดีในความหายนะ รู้สึกสาใจยิ่งนัก


    เซียวอวิ๋นจ้องมองหลี่ปู้ฝานและผู้คุมกฎที่อยู่ข้าง ๆ ด้วยความแค้น เขาสาบาน หากวันนี้รอดชีวิตไปได้ วันหน้าเขาจะต้องทำลายผู้คุมกฎผู้นี้ให้จงได้


    พลัง ข้าต้องการพลัง!


    ในโลกหล้าผู้บำเพ็ญ ผู้แข็งแกร่งคือผู้สูงส่ง มีเพียงผู้ครอบครองพลังอันไร้เทียมทานเท่านั้นจึงยิ้มเย้ยฟ้าดิน เป็นที่เคารพนับถือจากสรรพชีวิตได้


    ชั่วขณะนี้ เซียวอวิ๋นเต็มไปด้วยความปรารถนาในพลัง


    "ฮึ!"


    ผู้คุมกฎดูเหมือนจะรู้สึกถึงความเป็นปรปักษ์ในดวงตาของเซียวอวิ๋นได้ เขาแค่นเสียงเย็นชาออกมาก่อนจะยกหัตถ์ใหญ่ยื่นมาทางเซียวอวิ๋น


    ยามนี้ ตี้เทียนกำลังต่อสู้กับตงอวี้ถังอยู่บนท้องฟ้า ไม่มีทางที่จะดูแลสถานการณ์เบื้องล่างได้


    ในชั่วกาลที่เซียวอวิ๋นและลุงฝูกำลังสิ้นหวังนั้นเอง เสียงถอนหายใจเบา ๆ ก็ดังแว่วมาไกล ๆ


    ประเดี๋ยวต่อมา เซียวอวิ๋นก็รู้สึกว่าแรงกดดันรอบตัวปลาสนาการพริบตา ทั้งเขาและลุงฝูก็กลับมาอยู่บนยอดเขาตี้เฉียบพลันด้วย


    ขณะเดียวกัน เบื้องหน้าของเซียวอวิ๋นปรากฏร่างที่คุ้นเคยขึ้นผู้หนึ่ง


    เขาก็คือประมุขศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นนั่นเอง


    เมื่อเซียวอวิ๋นเห็นประมุขศักดิ์สิทธิ์ปรากฏตัวก็ผ่อนหายใจอย่างโล่งอก ดูเหมือนครั้งนี้จะรักษาชีวิตน้อย ๆ ของตนได้แล้ว


    บนท้องนภา ผู้คุมกฎเห็นประมุขศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นช่วยเซียวอวิ๋นหนีไปก็ขมวดคิ้ว เอ่ยเสียงทุ้มว่า "ประมุขศักดิ์สิทธิ์ฝีมือล้ำเลิศ ดูท่าคงก้าวเข้าสู่ขอบเขตปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ไปครึ่งตัวแล้ว น่ายินดียิ่งนัก แต่ถึงจะเป็นประมุขศักดิ์สิทธิ์ก็มิอาจปกป้องศิษย์ที่ไร้สัมมาคารวะเช่นนี้ได้หรอกนะ"


    ประมุขศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นมองไปทางผู้คุมกฎพลางถอนหายใจกล่าวว่า "ตงเสินหวัง นี่เป็นเพียงการกระทบกระทั่งกันของผู้เยาว์ การที่ตงอวี้ถังเข้ามาแทรกแซงก็นับว่ามากพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้เจ้าลงมือเลย ผู้ใหญ่รังแกเด็กเช่นนี้หาใช่วิถีของผู้แข็งแกร่งไม่ มิสู้เห็นแก่หน้าข้า ให้เรื่องนี้จบลงแต่เพียงเท่านี้ดีกว่า"


    ด้านหลัง ลุงฝูได้ยินคำพูดของประมุขศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นก็เปลี่ยนสีหน้าทันควัน เขารีบถ่ายทอดวจีบอกเซียวอวิ๋นว่า "นายน้อย ที่แท้คนผู้นี้ก็คือตงเสินหวัง เขาเป็นพี่ใหญ่ของตงอวี้ถังและเคยเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์อันดับสองของสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นเรา และยังเป็นคู่มือตัวฉกาจที่สุดของนายท่านด้วย"


    เซียวอวิ๋นพลันเข้าใจกระจ่าง มิน่าเล่า ผู้คุมกฎผู้นี้พอปรากฏตัวก็ออกหน้าให้หลี่ปู้ฝานทันที ที่แท้ก็คนบ้านเดียวกันหมดนี่เอง


    บัดซบ เซียวอวิ๋นสบถในใจ เขาสาบานว่าเมื่อภายหน้าแข็งแกร่งขึ้น จะต้องกำราบพวกชั่วช้าเหล่านี้ให้หมด

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] มรรคาไร้สิ้นสุด เซียนยุทธ์เหนือฟ้า ที่คุณอ่าน