บทที่6: มิวกับการวิจัยของจูน
หลังจากค่ำคืนแรกที่ปลดล็อกความกลัวของมิว จูน ก็เริ่ม "บทเรียน" ขั้นต่อไปทันที เธอไม่ได้้าเพียงแค่เซ็กซ์ แต่เธอ้าศึกษาว่า "ความภักดี" จะสามารถเปลี่ยนสรีระและจิตใจของผู้หญิงคนหนึ่งไปได้ไกลแค่ไหน
ในห้องวิจัยที่ปิดสนิท จูนสั่งให้มิวสวมผ้าปิดตาหน้าสีดำสนิท แสงไฟในห้องถูกปรับเป็สีแดงเข้มสลัว มิวถูกมัดข้อมือไว้กับพนักเตียงอย่างหลวมๆ แต่มั่นคง ความมืดทำให้ประสาทััอื่นของมิวตื่นตัวขึ้นอย่างน่าประหลาด
"มิว... ต่อไปนี้ พี่จะทดลองเื่ ‘ความคาดหวัง’ (Anticipation) เธอจะมองไม่เห็นอะไรเลย แต่เธอต้องบอกพี่ว่า... ััที่พี่มอบให้ มันรสชาติเป็ยังไง" จูนกระซิบพลางลากก้อนน้ำแข็งก้อนเล็กลงไปตามหน้าท้องของมิว
"อ๊ะ! พี่จูน... มันเย็น... มิวสั่นไปหมดแล้วค่ะ" มิวหดหน้าท้องหนีด้วยความใ ความเย็นของน้ำแข็งตัดกับอุณหภูมิร่างกายที่ร้อนระอุ รสััที่คาดเดาไม่ได้ทำให้มิวครางหอบออกมา จูนขยับน้ำแข็งลงไปต่ำเรื่อยๆ จนถึงจุดที่อ่อนไหวที่สุด พร้อมกับใช้มืออีกข้างที่สวมถุงมือยางลูบไล้หน้าอกของรุ่นน้องอย่างรุนแรง
บันทึกการวิจัย: Subject M แสดงสภาวะ Hyper-sensitivity เมื่อถูกตัดการมองเห็น... เสียงลมหายใจมีความถี่เพิ่มขึ้น 40%... การใช้อุณหภูมิที่แตกต่าง (Contrast) กระตุ้นการหลั่งอะดรีนาลีนควบคู่ไปกับความกระสัน
จูนก้มลงใช้ปากจัดการกับส่วนล่างของมิวอย่างหนักหน่วง กลิ่นเหงื่อจางๆ และความชื้นแฉะของมิวคือข้อมูลที่จูนบันทึกไว้อย่างละเอียด เธอใช้ลิ้นตวัดแรงๆ บังคับให้มิวต้องกรีดร้องออกมาภายใต้ความมืด มิวบิดเร้าด้วยความเสียวซ่าน
"พี่จูน... มิวเป็ของพี่... พี่จะทำอะไรกับมิวก็ได้... มิวรักพี่..." มิวพึมพำด้วยสติที่พร่าเลือน ความเ็ปจากการถูกมัดและความเสียวซ่านจากการถูกรุกรานหลอมรวมกันจนเธอกลายเป็ทาสของจูนโดยสมบูรณ์
ตัดสลับไปที่: โรงพยาบาล - โซนใต้ดิน (ห้องดับจิต)
ในเวลาเดียวกันที่ชั้นใต้ดินของโรงพยาบาล แสงไฟนีออนกะพริบส่งเสียงจี่อย่างน่ารำคาญ หมอไหม เดินผ่านประตูเหล็กหนักอึ้งเข้าไปในโซนเก็บศพ กลิ่นฟอร์มาลีนและไอเย็นจัดพุ่งเข้าปะทะหน้า แต่เธอกลับสูดหายใจเข้าอย่างพึงพอใจ
"คุณหมอไหม... มีเคสด่วนเหรอครับ?" พนักงานเวรเปลหนุ่ม วัยยี่สิบต้นๆ ถามด้วยความประสงสัย เขาดูซูบซีดและอ่อนแรงจากการเข้ากะดึก
หมอไหมไม่ตอบ แต่เธอเดินเข้าไปหาเขาช้าๆ แววตาหลังกรอบแว่นสะท้อนความกระหาย "ไม่มีเคสด่วนหรอก... แต่ฉันมี ‘งานวิจัย’ ส่วนตัวที่อยากให้เธอช่วย"
หมอไหมผลักพนักงานหนุ่มลงบนโต๊ะสแตนเลสที่ใช้สำหรับวางร่างผู้ล่วงลับ ความเย็นของโลหะทำเอาชายหนุ่มสะดุ้ง หมอไหมสวมถุงมือยางสีขาวสะอาด เสียงยางรัดข้อมือดัง เปรี้ยะ เหมือนทุกครั้ง เธอเริ่มปลดเข็มขัดของเขาอย่างไร้จรรยาบรรณ
"หมอครับ... ที่นี่มัน... ห้องดับจิตนะหมอ..." เขาพยายามท้วง แต่หมอไหมกลับใช้มือที่สวมถุงมือบีบกรามเขาไว้แน่น
"เงียบซะ... คนตายพูดไม่ได้ และเธอก็ต้องทำตัวให้เหมือนคนตายที่สุด... ปล่อยให้ฉันทำตามใจชอบ"
หมอไหมจัดการจู่โจมชายหนุ่มอย่างป่าเถื่อนท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงเครื่องทำความเย็น เธอใช้ความรู้ทางกายวิภาคกดจุดที่ทำให้เขาเกิดอารมณ์อย่างรุนแรงสลับกับความเ็ป การมีเซ็กซ์ท่ามกลางกลิ่นความตายและสารเคมีคือสิ่งที่ทำให้หมอไหมรู้สึกถึงอำนาจเหนือชีวิตและิญญา
ตัดสลับกลับมาที่ : ห้องจูน
ภายในห้องนอนที่ปิดตายของจูน กลิ่นอโรม่ารสหวานเอียนถูกกลบด้วยกลิ่นอับของชุดยูนิฟอร์มที่เพิ่งก้าวเข้ามาใหม่ มิว นอนอยู่บนเตียงในสภาพที่ดวงตาถูกพันธนาการด้วยผ้าไหมสีดำสนิท ข้อมือทั้งสองข้างถูกมัดไว้กับพนักเตียงด้วยริบบิ้นสีแดงที่ดูสวยงามแต่แข็งแรง ร่างกายของมิวสั่นสะท้านเหมือนลูกนกที่กำลังจะถูกปลิดชีพ
"พี่จูน... พี่จูนยังอยู่ตรงนี้ใช่ไหมคะ?" มิวถามด้วยเสียงสั่นเครือ ความมืดทำให้ความกลัวในใจขยายตัวเกินขีดจำกัด
"พี่อยู่ตรงนี้มิว... พี่จะคอยบันทึกทุกก้าวที่มิวเติบโต" จูนกระซิบพลางลูบแก้มมิวเบาๆ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้ สมพงษ์ รปภ. ร่างกำยำที่ยืนหอบหายใจด้วยความเงี่ยนอยู่ข้างเตียง
สมพงษ์ไม่ได้พูดอะไร เขาควัก ค.. ที่ใหญ่และดำคล้ำออกมา มันส่งกลิ่นบุหรี่และกลิ่นเหม็นอับของเหงื่อที่หมักหมมอยู่ในกางเกงสแล็คมาทั้งวัน จูนคว้าหัวของมิวให้แหงนขึ้น แล้วสมพงษ์ก็กระแทกแท่งเอ็นนั่นเข้าสู่ปากของมิวรวดเดียวจนสุดโคน!
"อั่ก! อื้อออ!" มิวตาเบิกโพลนภายใต้ผ้าปิดตา รสชาติแรกที่ััลิ้นคือความขมฝาดของขี้ไคลและรสเค็มจัดของน้ำเชื้อค้างท่อที่ติดอยู่ที่ปลายหัว คอหอยของมิวขย้อนออกด้วยความสะอิดสะเอียน น้ำตาและน้ำลายไหลเปรอะแก้มขาวนวล
"เลียให้สะอาดอีน้อง! ค.. ระดับหัวหน้า รปภ. มึงไม่มีปัญญาหาแดกได้ง่ายๆ หรอกนะโว้ย!" สมพงษ์สบถพลางกระแทกปากมิวอย่างป่าเถื่อน
บันทึกการวิจัย: Subject M แสดงสภาวะปฏิเสธโดยสัญชาตญาณ (Gag Reflex) ในระดับสูง... แต่เมื่อฉันกระซิบข้างหูว่า ‘ทำเพื่อพี่นะ’ อัตราการขัดขืนลดลง 45%... ความรักถูกใช้เป็กลไกกดทับความขยะแขยงได้อย่างสมบูรณ์
เมื่อมิวเริ่มยอมรับรสชาติที่โสมมนั้น จูนก็สั่งให้สมพงษ์เริ่มบทเรียนขั้นต่อไป สมพงษ์กระชากขามิวถ่างออกกว้างจนเห็น รู ที่ขยิบถี่ด้วยความหวาดกลัว เขาถ่มน้ำลายลงบนรอยแยกนั้นอย่างหยาบๆ แล้วจ่อหัว ค.. มหึมาเข้าที่ปากทาง
"อ๊าาาาาาาาา!!" มิวกรีดร้องลั่นเมื่อสมพงษ์กระแทก แท่งเอ็น เข้าไปในรูของเธอรวดเดียวจนมิดโคน! ความแห้งสากและความใหญ่โตที่ต่างจากนิ้วของจูนลิบลับทำให้มิวรู้สึกเหมือนร่างกายจะฉีกขาด
"ตับ! ตับ! ตับ!" เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องห้อง สมพงษ์ซัดสะโพกเข้าใส่ไม่ยั้ง แรงกระแทกแต่ละครั้งทำเอาตัวมิวไถลไปกับเตียง มิวร้องไห้โฮ ความเ็ปแล่นพล่านไปทั่วท้องน้อย แต่ในความเจ็บนั้น ร่างกายของเธอกลับตอบสนองด้วยการหลั่งน้ำเมือกออกมามากขึ้นเรื่อยๆ
"พี่จูน... อ๊ะ... อื้อออ... มิวเจ็บ... แต่มิว... มิวรักพี่..." มิวพึมพำอย่างคนเสียสติ เธอเริ่มสับสนระหว่างความรุนแรงของสมพงษ์กับความจงรักภักดีที่มีต่อจูน
จูนนั่งจ้องมองการสอดใส่ที่ดิบเถื่อนนั้นอย่างไม่วางตา เธอใช้มือข้างหนึ่งลูบไล้หน้าอกของมิวไปพร้อมๆ กับจังหวะการกระแทกของสมพงษ์ เพื่อทดลองว่าััที่อ่อนโยนของเธอจะช่วยให้มิวทนรับความหยาบโลนของชายตรงหน้าได้นานแค่ไหน
สุดท้าย สมพงษ์ก็คำรามออกมาพร้อมกับฉีดน้ำกามร้อนผ่าวคาวจัดเข้าสู่ร่างกายของมิวจนล้นทะลักออกมาตามโคนขา มิวสลบเหมือดไปในอ้อมกอดของจูนทั้งที่ยังปิดตาอยู่ ร่างกายสั่นกระตุกเป็จังหวะสุดท้ายก่อนจะนิ่งไป
จูนมองดูคราบน้ำกามสีขาวขุ่นที่เปรอะเปื้อนตามตัวมิวด้วยสายตาพอใจ "บทเรียนแรกจบลงแล้วมิว... ยินดีด้วยที่เธอได้กลายเป็ ‘เครื่องมือ’ ที่สมบูรณ์แบบของพี่"
To Be Continued…