เรื่องสั้นทรมานพันธนาการ BDSM (รวม)

    นักฝึกทาส (คำขอจากเด็กสาว) 5 (การมัดเชือกตามร่างกาย ฉีดนมเข้าไปในกายอุดด้วยบัตปลั๊ก)

    “ออกไปเดินเล่นกันเหรอคะ? ”

    เด็กสาวทวนข้อแม้ที่ผมเอ่ยไปก่อนหน้านี้ ใบหน้าของเธอเวลาสงสัยก็น่ารักเหมือนกันแฮะ ผมพยักหน้าให้กับคำถามของเธอก่อนจะพูดต่อ

    “ถ้าเธอไปเดินเล่นกับฉันข้างนอก ฉันจะยอมให้เธอเสร็จก็ได้”

    พอผมพูดไปแบบนั้น เด็กสาวก็เหมือนจะตกลงทันที เธอพยักหน้ารับก่อนจะตอบกลับมา

    “ได้ค่ะ ได้ออกไปเดินเล่นกับเจ้านาย ใส่ปลอกคอสุนัขแล้วคลานไปตามพื้นสินะคะ”

    พอผมได้ยินแบบนั้นผมก็กระตุกยิ้มทันที ทางด้านเด็กสาวก็รีบปิดปากตัวเองราวกับเธอจะรู้ว่า ผมจะลงโทษเธอทุกอย่าง แต่ไม่ใช่อย่างที่เธอต้องการแน่นอน เพราะงั้น การที่เธอบอกความต้องการของเธอออกมาแบบนั้น ก็ทำให้ผมเปลี่ยนความคิดทันที

    แต่จะว่าไป เด็กสาวคนนี้ก็แอบเดาความคิดผมได้เหมือนกัน นับว่าเธอร้ายกาจเหมือนกันแฮะ แต่ช่างเถอะ ตัวผมมีแผนสำรองเอาไว้อยู่แล้ว เพราะงั้นผมจึงส่ายหน้าแล้วตอบกลับไป

    “ไม่ เราจะได้เดินเที่ยวห้างกันหน่อย”

    เด็กสาวขมวดคิ้วให้กับคำตอบของผม ก่อนจะพยักหน้าอ๋อเหมือนคิดอะไรบางอย่างออก

    “เข้าใจแล้วค่ะ เดินกับเจ้านาย ขณะที่รีโมตไข่สั่นอยู่ที่เจ้านาย เจ้านายจะแกล้งเปิดปิดทาสคนนี้เท่าไรก็ได้ แล้วพอถึงจุดจุดหนึ่ง ก็จะปล่อยให้ทาสเสร็จต่อหน้าผู้คนสินะคะ”

    ผมพยักหน้าให้กับคำตอบของเธอ แต่มีบางอย่างผิดไปอยู่

    “เธอเดาเกือบถูกนะ เอาเถอะ ยังไงก็ไปอาบน้ำได้แล้ว เดี๋ยวเราจะมาเตรียมตัวกัน”

    พอผมออกคำสั่ง เด็กสาวก็พยักหน้าแล้วเดินเข้าไปอาบน้ำอย่างว่าง่าย เธอเป็นทาสตั้งแต่ยังไม่ได้ฝึกทาสด้วยซ้ำ เพราะงั้นการจะฝึกเธอให้เป็นทาส มันต้องยิ่งกว่านั้น ต้องทำทุกอย่างตรงข้ามกับเธอ ความต้องการของทาสไม่ใช่สิ่งที่เจ้านายอย่างผมต้องใส่ใจเลยแม้แต่น้อย กลับกันต่างหาก ตัวเธอต้องเป็นฝ่ายที่รับการทรมานและการลงโทษจากผมได้ทุกอย่าง ไม่ว่าเธอจะต้องการหรือไม่ก็ตาม

    นี่ล่ะถึงจะเรียกว่าทาสของจริง ไม่ใช่การจำลองสถานการณ์เหมือนการเล่นทาสตามโรงแรมหรืออะไรพวกนั้น

    เด็กสาวยังคงอาบน้ำอยู่ ระหว่างนั้นมาเรียก็ไปทำอาหารมาให้ผมทาน เธอยังคงอยู่ในชุดสาวใช้สีขา่วดำกระโปรงมีระบายให้ความรู้สึกเหมือนกับเจ้าหญิงเล็กน้อย ตามแขนและต้นขาของเธอยังมีรอยแส้อยู่ นั้นทำให้ผมส่งมือไปลูบไล้ต้นขาของเธอและเอ่ยถาม

    “ยังเจ็บอยู่ไหม มาเรีย”

    มาเรียส่งเสียงครวญครางออกมาเล็กน้อย แต่ผมมั่นใจเลยว่า ที่มาของเสียงนั่นคือ

    “ยังเจ็บอยู่นิดหน่อยค่ะเจ้านาย แต่ว่า มีความสุขมากกว่า ยิ่งเวลาเจ้านายมาสัมผัสตัวฉันแบบนี้ มันเหมือนปลุกอารมณ์ฉันยังไงก็ไม่รู้ อย่างไรก็ตามแต่ นี่เป็นอาหารเช้าค่ะเจ้านาย เห็นว่าเจ้านายจะออกไปข้างนอก เพราะงั้นก็เลยทำแซนวิสเผื่อเอาไว้เป็นมื้อกลางวันให้ด้วย”

    ผมพยักหน้ารับ ทางด้านมาเรียแสดงสีหน้าเหมือนแอบน้อยใจเล็กน้อย ซึ่งผมก็เข้าใจอารมณ์ของเธอ ก็นะ ผมอยู่กับเธอมาหลายปีแล้วนี่

    “กลัวว่าจะต้องเหงาเฝ้าบ้านอยู่คนเดียวสินะ”

    ผมเอ่ยถามไปและเหมือนผมจะเดาความคิดของมาเรียถูก สีหน้าที่เธอแสดงออกมาช่างชัดเจน อ่านง่ายราวกับหน้าปกหนังสือที่สรุปนื้อหาทุกอย่างเอาไว้แล้ว เธอพยักหน้ายอมรับก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงน้อยใจ

    “นับเป็นเวลาหลายวันแล้วค่ะ ที่เจ้านายฝึกทาสคนอื่น เวลาพาไปฝึกทาสข้างนอกก็มัดฉันทิ้งไว้แล้วให้ทรมานอยู่คนเดียว แถมยังออกคำสั่งที่แทบจะเป็นไปไม่ได้อย่างการ ถ้าเจ้านายกลับมาต้องเห็นบ้านสะอาด แต่ตัวฉันถูกมัดอยู่นะคะ ฉันต้องพยายามแก้มัดขนาดไหนกว่าจะหลุดออกมาได้กัน”

    ผมฟังคำพูดของมาเรียที่แฝงความน้อยใจเอาไว้ แต่ผมว่านั่นไม่ใช่ประเด็นหลักที่เธอสนใจ ผมเลยพูด

    “สรุปก็คือเหงาสินะ อยากออกไปข้างนอกด้วยกัน”

    พอผมพูดดักออกไปแบบนั้น มาเรียก็เลิกตาขึ้น ก่อนจะส่ายหน้าแล้วก้มหัวขอโทษ การก้มโค้งของเธอราวกับผู้หญิงที่ได้รับการฝึกมารยาทมาอย่างดี จริงสิ ก่อนหน้าที่มาเรียจะอยู่กับผม เธอไปเป็นทาสสาวให้กับตระกูลเศรษฐีนี่นะ บางทีเธออาจจะได้รับการฝึกมารยาทมาจากตอนนั้นก็ได้

    “ไม่ค่ะเจ้านาย ทาสคนนี้ไม่มีสิอ้อนวอนขออะไรทั้งนั้น”

    มาเรียยังงปฏิบัติตัวสมกับเป็นทาสเหมือนเดิม แต่ผมก็พูดขึ้น

    “แต่ไม่ว่ายังไงก็อยากไปด้วยสินะ”

    พอถามไปแบบนั้น คำตอบของมาเรียก็คือ

    “….”

    ความเงียบ เงียบกริบ ไมม่ตอบอะไรกลับมา ก็เหมือนเป็นการบอกว่าใช่ แต่ผมไม่ชอบการกระทำของเธอเลย จึงพูดออกไปว่า

    “มาเรีย ทาสต้องตอบทุกคำถามของเจ้านายนะ”

    พอบอกออกไปแบบนั้น มาเรียก็แสดงท่าทีตกใจ แล้วก้มหัวขอโทษผมอีกครั้ง ทุกครั้งที่เสื้อผ้าของเธอขยับไหว กระโปรงสะบัดไปมามันช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน ไก่งามเพราะขนสินะ หรือว่ามันงามเพราะมาเรียกันแน่

    “ขอโทษค่ะเจ้านาย ทาสคนนี้ยอมรับค่ะว่าอยากออกไปไหนมาไหนกับเจ้านายบ้าง แต่ด้วยสภาพความเป็นทาสก็ไม่อาจร้องขอ เพราะงั้น ขอโทษด้วยค่ะ”

    เป็นครั้งที่เท่าไรแล้วนะที่มาเรียเอ่ยขอโทษผม เธอมักจะเกรงใจผมอยู่เสมอ และยอมรับการลงโทษของผมทุกอย่าง ช่างเป็นทาสที่เชื่องจนผมรู้สึกเอ็นดู บางที ถ้าเกิดผมต้องเลือกใครสักคนเป็นคู่ชีวิตก็อาจจะเป็นเธอก็ได้มั้ง…

    หึ ล้อเล่นน่า คิดไปไหนไกลกัน ทาสก็คือทาสวันยังค่ำ ต่อให้ผมมีเซ็กกับเธอจนเธอท้องแล้วเธอคลอดลูกออกมา เด็กคนนั้นก็เป็นลูกของผม แต่ว่า เธอจะมีศักิ์เหนือกว่าแม่ของตัวเอง ต้องดูแลลูกของตัวเองราวกับเป็นเจ้านายอีกคน

    แต่ว่านั่นมันก็เป็นเรื่องอนาคตอันไกลล่ะนะ แทนที่จะกังวลสับสน หรือหวาดกลัวต่อวันพรุ่งนี้ สู้มีความสุขกับวันนี้เสียดีกว่า

    ผมสูดหายใจออกมาครั้งหนึ่งก่อนจะลูบหัวมาเรียด้วยความเอ็นดู

    “ก็ได้ ครั้งนี้เธอไปด้วยกันก็ได้ ยังไงก็ต้องให้เธอไปช่วยด้วยนี่นะ”

    พอบอกไปแบบนั้น มาเรียก็แสดงสีหน้าสงสัยออกมาทันที

    “ช่วยเหรอคะ”

    ผมพยักหน้าให้กับคำถามนั้น แต่ก็ปิดเป็นความลับเอาไว้

    “ส่วนเรื่องที่จะให้ช่วยอะไรค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน”

    มาเรียก้มหัวรับ ราวกับรับคำสั่งจากเจ้านายเหนือหัว

    “รับทราบค่ะ เจ้านาย”

    จากนั้น ผมก็รอจนกระทั่งเด็กสาวอาบน้ำเสร็จ สมกับเป็นผู้หญิงจริงๆ ใช้เวลาอาบน้ำครึ่งชั่วโมงจนกระทั่งถึงหนึ่งชั่วโมง คงเป็นความผิดพลาดของเธอเองที่ไม่จำกัดเวลาการอาบน้ำของเธอ คราวหน้าของคิดให้ดีกว่านี้แล้ว

    แต่อย่างน้อยเธอก็ใส่ปลอกคอกับเข็มขัดพรหมจรรย์เอาไว้ นั่นหมายความว่าตลอดเวลาการอาบน้ำของเธอ อุปกรณ์ทั้งสองอย่างทำให้เธอตระหนักในความเป็นทาสเสมอ ยิ่งเป็นเข็มขัดพรหมจรรย์ที่ปิดอวัยวะเพศเธอเอาไว้แล้ว การทำความสะอาดส่วนลับของเธอยิ่งลำบาก

    อ๋อใช่ ลืมไปสนิทเลย ผมติดเทปกาวอย่างหนาเอาไว้ด้วยนี่นะ มันไม่มีทางออกด้วยการเปียกน้ำ เพราะงั้น มันคงสร้างความรำคาญให้เธอพอสมควร

    ดูจากสีหน้าของเธอตอนที่เธอเดินออกมาแล้ว ผมก็พอจะเดาอารมณ์ของเธอได้ล่ะนะ แต่เหมือนเธอจะตระหนักรู้ในความเป็นทาสแล้ว จึงได้กล่าวออกมาโดยเมินข้ามความลำบากเล็กน้อยออกไป

    “เตรียมตัวเสร็จแล้วค่ะเจ้านาย ว่าแต่เราจะออกไปที่ไหนกันคะ”

    เธอเอ่ยถาม แต่ผมก็ยืนขึ้นแล้วยักไหล่ก่อนจะบอกว่า

    “เรื่องนั้นเธอไม่ต้องรู้หรอก อย่างแรกที่เธอควรทำตอนนี้คือ ถอดเสื้อผ้าซะ”

    พอบอกไปแบบนั้น เธอก็ขมวดคิ้ว

    “ถอดเสื้อผ้าเหรอคะ หรือว่า เจ้านายมีชุดพิเศษที่เตรียมไว้ให้ทาสคนนี้”

    เธอถามกลับมา แต่ผมก็เดินตรงไปเพื่อจะตบหน้าเธอทีหนึ่ง ทาสไม่ควรมีคำถามกับเจ้านาย แต่ว่าผมก็ต้องหยุดมือเอาไว้ เมื่อผมแอบเห็นรอยยิ้มตรงมุมปากของเธอ

    อีกแล้วสินะ พยายามยั่วโมโหเพื่อให้ผมลงโทษ ทาสตัวน้อย สาวน้อย เด็กสาว ยัยนี่ หัวใสกว่าที่คิด ผมถอนหายใจออกมาก่อนจะออกคำสั่งเดิมอีกครั้ง

    “ถอดเสื้อผ้าออก”

    เธอแอบเดาะลิ้มไม่พอใจเล็กน้อยกับการที่ผมไม่ยอมไปตบหน้าเธอ นั่นทำให้ผมส่งเสียงดุออกมาระหว่างที่เธอกำลังถอดเสื้อผ้า

    “เมื่อกี้เธอเดาะลิ้นสินะ”

    พอถามไปแบบนั้น เธอก็พยักหน้ารับก่อนจะขานรับ

    “ค่ะ”

    ผมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่มักจะใช้ฝึกทาสเสมอ

    “เป็นแค่ทาสมาเดาะลิ้นแบบนี้ คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน”

    พอเอ่ยออกไปแบบนั้น เธอก็แอบลอบยิ้ม ก่อนจะก้มหัวขอโทษผม แต่การกระทำของเธอต่างกับมาเรียอย่างสิ้นเชิง ของมาเรียเป็นการขอโทษที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกผิด แต่ของเด็กสาวคนนี้เป็นการขอโทษที่ดูราวกับเป็นการท้าทาย ราวกับจะพูดออกมาว่า เอาสิ ลงโทษฉันสิ

    แต่ผมก็รู้ทันในความคิดของเด็กสาว แต่ไม่ต้องห่วง

    “ฉันมีบทลงโทษให้เธอแน่ กับการเดาะลิ้นของเธอเมื่อกี้ แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ”

    ผมหันไปพยักหน้ากับมาเรียเพื่อให้เธอเตรียมอุปกรณ์บางอย่าง ระหว่างนั้น เด็กสาวก็ถอดเสื้อผ้าเรียบร้อยอยู่ในร่างกายอันเปลือยเปล่า รูปร่างของเธอโค้งเว้า หน้าอกกลมกลึง ถ้าเธอเป็นรูปปั้นคงเอาไปตั้งงานในศิลปะได้เลยล่ะมั้ง

    ถ้างั้น แปลว่าที่เธออายุมากกว่า 18 เป็นเรื่องจริงสินะ

    ว่ากันตามตรง ผมกังวลเรื่องนี้มาตลอด ถึงผมจะมีงานที่ลักพาตัวคนอื่นมาทรมานเปลี่ยนเธอให้กลายเป็นทาส แต่กับเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ผมก็อยากจะงดเว้นไว้

    ไม่รู้สิ เรียกว่าเป็นจรรยาบรรณ หรือความดื้อรั้นของผมดีล่ะ

    หลังจากเธอถอดเสื้อผ้าเสร็จ ผมก็หยิบเส้นเชือกสีแดงไปมัดตามร่างกายของเธอ เป็นเงื่อนเชือกแบบญี่ปุ่นที่มีการผสมเทคนิคส่วนตัวของผมไปเล็กน้อย โดยพื้นฐานก็คือ เส้นเชือกพวกนี้เป็นเส้นเดียวกันหมดด เพราะงั้น เวลาเธอเคลื่อนไหว เส้นเชือกพวกนี้ก็จะขยับด้วย เหมือนกับมีงูรัดร่างกายอยู่ตลอดเวลา

    แต่จุดสำคัญของการมัดเชือกนี้ก็คือ ผมได้ใช้เส้นเชือกมัดเข้าไปในร่องรักของเธอ แน่นอนว่า เวลาเธอเดินไปไหนมาไหนเชือกยอมเสียดสีกับบริเวณนั้น เพียงแค่คิดผมก็รู้สึกเจ็บแสบแทนแล้ว แต่พอเงยหน้ามองเด็กสาว เหมือนเธอจะมีความสุขมากกว่านะ

    และอีกปมหนึ่งที่ผมทำให้เธอเป็นพิเธอ คือเชือกที่รัดใต้อกและฐานหน้าอกของเธอ ทำให้หน้าอกของเธอดูขับเน้นออกมา ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ใสบราดันทรงก็ตาม

    หลังจากจัดเตรียมร่างกายเธอเรียบร้อยแล้ว ผมก็เอ่ยถามเด็กสาว

    “ว่าแต่ เธอชื่ออะไรนะ ยังไม่รู้จักชื่อเธอเลย”

    พอถามไปแบบนั้น เด็กสาวก็ยิ้ม ก่อนจะคุกเข่าต่อหน้าผม

    “ชื่อของฉัน ฉันทิ้งมันไปแล้วค่ะ ต่อไปนี้ ฉันคือทาสของคุณเพราะงั้น ด้วยความเมตตาของเจ้านาย โปรดมอบชื่อให้กับทาสไร้นามคนนี้ด้วยค่ะ”

    การกระทำของเธอแอบถูกใจผมนิดๆ แฮะ แต่ผมก็รู้สึกตงิดใจบางอย่าง เหมือนเธอจะหลบเลี่ยงการบอกชื่อหรือตัวตนของผม บางที เธออาจจะอยากใช้ชีวิตต่อไปในฐานะทาส และทิ้งทุกอย่างไว้กับอดีตก็ได้

    “ถ้างั้น ชื่อของเธอคือเรนฟา”

    เธอเงยหน้ามามองผมด้วยความสงสัยเล็กน้อย แต่ผมก็ตอบกลับความสงสัยนั้นไป

    “ก็หน้าเธอออกไปทางจีนนี่นะ เพราะงั้นชื่อจีนๆ ก็ดูเหมาะสมกับเธอแล้ว เธอแม้ฉันจะไม่เข้าใจความหมายของชื่อนี้ก็เถอะ”

    ผมอธิบายไป ทางด้านเด็กสาวก็พยักหน้ารับ

    “รับทราบค่ะ ต่อไปนี้ ทาสตัวนี้ชื่อเรนฟาค่ะ”

    เธอตอบกลับแบบนั้น และในขณะเดียวกัน มาเรียก็ไปหยิบอุปกรณ์มาที่ผมสั่งให้มาเตรียมเอาไว้ เธอเข็นรถเข็นมาพร้อมกับนมกล่องอีกสามสีกล่อง พร้อมกับกระบอกฉีดยาขนาดใหญ่ และบัตปลั๊กสำหรับเอาไว้อุดประตูหลัง

    “เอาล่ะ คุกเข่า ก้มหน้า แล้วแอนสะโพกเธอขึ้นมา”

    ผมออกคำสั่งกับเธอ ซึ่งเธอก็ทำตามอย่างว่าง่าย ผมดึงเชือกที่รัดตรงประตูหลังของเธอออก ก่อนจะใช้กระบอกฉีดดูนมเข้าไปจนเต็มหลอด แล้วใส่เข้าไปในทางรักด้านหลังของเธอ

    “อี๋!”

    เธอร้องออกมา เสียงของเธอช่างน่ารักเหลือเกิน แต่ก็ไม่แปลกที่เธอจะตกใจแบบนั้น ก็นมกล่องที่มาเรียเอามามันอยู่ในตัวเย็นมาก่อน การที่ฉีดของแบบนี้เข้าไป คงทำให้ท้องของเธอเย็นไปหมดอย่างแน่นอน

    “เจ้านายคะ เรนฟาอยากไปเข้าห้องน้ำ”

    มาเรียพูดขึ้นมาพร้อมกับแสดงสีหน้าเหมือนกับคนที่ต้องการไปถ่ายหนัก แต่ผมก็ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบ

    “อั้นเอาไว้”

    พอบอกไปแบบน้น เธอก็แสดงสีหน้าตื่นตกใจทันที

    “อั้นเอาไว้เหรอคะ ไม่ไหวหรอกค่ะ มันจะไหลออกมาแล้ว”

    เธอทำท่าเหมือนจะค้านคำพูดของผม ผมเลยตอบกลับไป

    “นี่เธอคิดจะขัดคำสั่งฉันเหรอ”

    แต่เรนฟาก็ส่ายหน้า

    “เปล่าค่ะ แต่ว่า ปฏิกิริยาทางร่างกาย เรนฟาไม่สามารถต่อต้านได้ เพราะงั้น”

    ผมส่งเสียงหัวเราะออกมาทางลำคอ

    “เหอะ แค่นี้ก็ไม่ไหวแล้วเหรอ แล้วคิดจะมาเป็นทาสของฉันสินะ ถ้างั้นก็จบมาลงโทษแค่นี้ล่ะ”

    ผมว่าก่อนจะวางกระบอกฉีดยาลงไปกับพื้น ทางด้านเรนฟาพอเห็นแบบนั้น เธอก็แสดงสีหน้าตื่นทันที แล้วพยายามจะลุกมาหาผม แต่ว่า ท้องของเธอที่มีนมฉีดเข้าไปทางประตูหลังคงทำให้เธอขยับร่างกายลำบาก ไม่งั้น สิ่งที่อยู่ข้างในคนจะราดออกมา

    “ขอโทษค่ะเจ้านาย เรนฟาจะน้อมรับการลงโทษทุกอย่าง เพราะงั้น กลับมาลงโทษเรนฟาเถอะนะคะ”

    เธอดูเชื่องเหลือเกินเวลาบอกว่าเธอจะไม่ลงโทษ แต่สำหรับทาสแล้ว คำขอโทษปากเปล่ามันยังไม่พอ

    “ถ้าเธอคุกเข่าขอโทษฉัน ฉันยกโทษให้”

    ผมบอกออกไปแบบนั้น ทางด้านเรนฟาก็กุมท้องตัวเองทันที ใช่ การคุกเข่าจะทำให้หน้าท้องกับต้นขาสัมผัสกัน แล้วนั่นก็เหมือนกับเป็นการดันให้นมที่อยู่ในท้องของเธอไหลออกมา เธอแสดงอาการลังเลเเล็กน้อย จนผมต้องเร่งการตัดสินใจของเธอ ด้วยการแกล้งทำเป็นเดินหนี เธอจึงรีบคุกเข่าอย่างไม่ลังเลจนหน้าผากของเธอกระแทกพื้นดังตุบ!

    “ทาสตัวนี้ผิดไปแล้วค่ะ ได้โปรดกลับมาลงโทษทาสตัวนี้อีกครังด้วยนะคะ! ”

    พอเธออ้อนวอนแบบนั้น ผมก็พยักหน้า หลังจากนั้น ผมก็ทำการฉีดนมเข้าไปในท้องของเธออีกครั้ง จนกระทั่งท้องของเธอป่องออกมาเล็กน้อย เหมือนกับคนท้องแต่ก็ไม่ได้มากนัก เนื่องจากเธอมีหน้าท้องทีแบนราบนี่นะ

    “จ เจ้านาย จะราดออกมาแล้วค่ะ ขอไปเข้าห้องน้ำค่ะ”

    เธออ้อนวอน แต่ผมก็ปฏิเสธ

    “เดี๋ยวฉันจะช่วยเธอเดี๋ยวนี้ล่ะ”

    ผมหันไปรับบัตปลั๊กสีดำที่ได้รับการทาน้ำมันหล่อลื่นจากมาเรียมาเรียบร้อย แล้วค่อยๆ ดันมันเข้าไปจนอุดร่องรักทางด้านหลังของเรนฟาเอาไว้ เธอเงยหน้าขึ้นมาเหมือนกับว่าเธอไม่เคยเล่นกับประตูหลังของตัวเองมาก่อน

    “อ… อึดอัดค่ะเจ้านาย อย่างนี้เรนฟาก็เข้าห้องน้ำไม่ได้สิคะ”

    ผมยักไหล่ตอบรับคำพูดของเธอ

    “ก็ไม่ได้กะให้เธอเข้าห้องน้ำอยู่แล้ว”

    คำพูดนั้นราวกับเป็นฝันร้ายที่มีตัวตน

    “เราจะได้เดินเล่นกันในสภาพนี้ล่ะ”

    คล้ายกับเรื่องเรื่องสั้นทรมานพันธนาการ BDSM (รวม) ที่คุณอ่าน