ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 73 หินเฮยเย่า

            หินเฮยเย่าคือหินธาตุดินซึ่งเป็นหนึ่งในห้าธาตุ ทอง ไม้ น้ำ ไฟ และดิน

            แต่เนื่องจากภายในดินมีทองผสมผสานอยู่ในระดับหนึ่งในโลกของการสร้างศาสตราวุธจึงเรียกมันว่าเป็นดินทอง

            หินเฮยเย่านี้เหมาะมากสำหรับผู้ฝึกตนที่มีธาตุดินและธาตุทองหินเฮยเย่าขนาดใหญ่เท่าภูเขาเช่นนี้หากควบคุมได้ดีจะสามารถบ่มเพาะผู้บำเพ็ญเพียรขั้นหยวนก่อกำเนิดได้หลายคนเลยทีเดียว

            “เจ้ารอบรู้อย่างที่คิดไว้ข้าดูดซับพลังภายในเหมืองนี้จนทำให้ร่างกายเจ็บป่วย เจ้ามีวิธีช่วยข้าไหม”

            เหลยป้าเทียนกล่าวกับเสิ่นเสวียนด้วยความจริงใจดูจากท่าทีของเสิ่นเสวียนในตอนนี้แล้วเขาเชื่อมั่นยิ่งกว่าเดิมว่าเสิ่นเสวียนมีวิธีรักษา

            “ข้ารักษาได้อยู่แล้วแต่ว่า...”

            เสิ่นเสวียนกล่าวเพียงแค่นี้แล้วเงียบไป

            “แต่อะไร”

            “แต่ท่านต้องแบ่งหินเฮยเย่าให้ข้าส่วนหนึ่ง”

            เสิ่นเสวียนกล่าวกับอีกฝ่ายเสียงเรียบตอนที่เขาเพิ่งเข้ามาถึงเมืองเสียเยว่จิตวิญญาณของเขาสัมผัสได้ถึงไอพลังของหินเฮยเย่าตั้งนานแล้วถ้าต้องไปตามหาราวกับงมเข็มในมหาสมุทรไม่สู้เข้ามาหาจากผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองเสียเยว่ดีกว่า

            หลังจากเข้ามาในตระกูลเหลยแล้วสัมผัสของเขายิ่งชัดเจนขึ้นมากเขาจึงวางแผนซ้อนแผนจนกระทั่งเข้ามาถึงที่นี่ได้

            “คือ...”

            เหลยป้าเทียนครุ่นคิดเล็กน้อยดูเหมือนเขาจะตัดสินใจได้แล้วจึงกล่าวกับเสิ่นเสวียน “หากเจ้ารักษาข้าให้หายได้จริงๆข้ายอมแบ่งให้เจ้าครึ่งหนึ่ง”

            เหลยป้าเทียนกังวลว่าเสิ่นเสวียนจะไม่เชื่อจึงกล่าวอีกว่า

            “ข้าเหลยป้าเทียนกล่าวคำไหนคำนั้น”

            สำหรับเขาแล้วเขาไม่มีทางยอมเสียครึ่งนี้ไปอย่างเด็ดขาดแต่ตอนนี้การรักษาขึ้นอยู่กับเสิ่นเสวียน หลอกเสิ่นเสวียนให้รักษาเขาก่อนขอเพียงรักษาหายแล้ว ด้วยพลังของตนจะทำอย่างไรกับเขาก็ได้ยิ่งไปกว่านั้นเสิ่นเสวียนยังมีศาสตราวิเศษขั้นปฐพีอยู่ในมือ ด้วยฐานะนักสร้างศาสตราวุธของเขาแล้วจะต้องซ่อนของดีเอาไว้อีกมากมายแน่นอน

            “ท่านผู้นำตระกูลเหลยกล่าวเช่นนี้ข้าต้องเชื่ออยู่แล้ว”

            เสิ่นเสวียนยิ้มน้อยๆคนที่ไม่สนใจแม้แต่ความเป็นความตายของลูกชายตนเอง ยังหวังให้เขาเชื่อคำสัญญาอีกน่าขันยิ่งนัก อีกฝ่ายมีอุบายของตนเอง เขาก็มีแผนการเช่นกันในเมื่ออยากเล่นเขาก็พร้อมเล่นด้วยเสมอ

            “รักษาอย่างไร”

            เริ่นเสี้ยวเทียนถามเสิ่นเสวียนวิธีการรักษาเช่นนี้เขาทำไม่ได้อีกทั้งเขาไม่เข้าใจเลยว่าเสิ่นเสวียนจะรักษาได้อย่างไร

            ภายในมิติของผังเมืองซานเหอเสียงของเสิ่นเสวียนดังเข้าไปในหูของเสิ่นเสี่ยวเม่ยและเสิ่นเลี่ยน

            “อีกเดี๋ยวข้าจะแสดงพลังเล็กน้อยพวกเจ้าช่วยข้าส่งร่างไร้วิญญาณสองร่างนั้นออกมาที จำไว้ว่าต้องทำอย่างเงียบเชียบห้ามแสดงพลังใดๆ ออกมาเด็ดขาด”

            “อื้ม”

            เสิ่นเสี่ยวเม่ยและเสิ่นเลี่ยนที่อยู่ภายในมิติกล่าวรับคำพร้อมกันแม้พวกเขาไม่รู้ว่าเสิ่นเสวียนต้องการทำอะไรแต่พวกเขารู้ว่าเสิ่นเสวียนมีแผนการอย่างแน่นอน

            “เขาโดนพิษมานานแล้วทั้งยังได้รับผลข้างเคียงจากการดูดซับพลังของหินเฮยเย่าอีกด้วยหากต้องการถอนพิษจำเป็นต้องสลายพลังของหินเฮยเย่าออกไปก่อนทำแบบนี้จึงจะรักษาชีวิตเขาไว้ได้”

            “สลาย?เจ้าหมายถึงทำลายพลังยุทธ์ของข้าอย่างนั้นหรือ”

            เมื่อได้ยินคำของเสิ่นเสวียนเหลยป้าเทียนมุมปากกระตุกเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าวิธีนี้เหนือจากที่เขาคาดไว้มากหากต้องสลายพลังยุทธ์ไปจริงๆ อีกฝ่ายคงสังหารเขาได้อย่างง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ

            “ใช่แล้วทำลายพลังยุทธ์จึงจะสามารถถอนพิษออกไปได้มากที่สุด เพื่อยื้อชีวิตของท่านไว้”

            “ไม่ได้หรอกหากไม่มีพลังยุทธ์แล้วข้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่ออะไร ยังมีวิธีอื่นอีกไหม”เหลยป้าเทียนส่ายหัวปฏิเสธวิธีการนี้ทันที

            เรื่องนี้เกี่ยวข้องถึงชีวิตจะรีบร้อนตัดสินใจไม่ได้

            “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ยังมีอีกหนึ่งวิธี”

            เสิ่นเสวียนเพียงเหลือบมองหินเฮยเย่าจากนั้นจึงมองเหลยป้าเทียน เป็นการบอกอีกฝ่ายว่าตนเองไม่ได้สนใจนักเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายสงสัย

            “เจ้าบอกข้ามาได้เลยขอเพียงรักษาพลังของข้าไว้ได้ ไม่ว่าอะไรข้าก็ยินยอม”

            “หาร่างปรสิตเพื่อถ่ายทอดพิษเข้าสู่ร่างปรสิตพลังของท่านอาจได้รับผลกระทบอยู่ช่วงหนึ่ง แล้วจะฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติในภายหลัง”

            “จะได้รับผลกระทบถึงขนาดไหน”

            “พลังจะลดลงไปสามส่วนหากเทียบกับปัจจุบันนี้”

            เสิ่นเสวียนคิดคำนวณแล้วกล่าว

            “ดีข้าเห็นด้วย เพียงแต่ร่างปรสิต...”

            “ร่างปรสิตข้าจะคิดหาวิธีเองแต่ท่านต้องรับปากข้า เมื่อรักษาหายแล้ว หินเฮยเย่าครึ่งหนึ่งต้องเป็นของข้า”เสิ่นเสวียนกล่าวพร้อมกับยิ้มน้อยๆ

            “แน่นอนอยู่แล้วข้ากล่าวคำไหนคำนั้น เมื่อกล่าวไปแล้วไม่มีวันคืนคำ”

            “เป็นอันตกลงเช่นนั้นท่านออกไปเตรียมสิ่งของเหล่านี้มา”

            ระหว่างที่กล่าวเสิ่นเสวียนสะบัดมือออกไป พลันมีกระดาษหนาๆ แผ่นหนึ่งปรากฏขึ้นในมือเขาใช้มือแทนพู่กันเขียนชื่อสมุนไพรส่วนหนึ่งลงไปบนกระดาษ

            หญ้าซวี่มิ่งโคมเตี่ยนหยิน ยาถอนพิษ และวัตถุดิบอีกสิบกว่าอย่างถูกเขียนลงจนเต็มหน้ากระดาษ

            “สิ่งของเหล่านี้ท่านต้องหามาให้ได้ภายในสามวันมิเช่นนั้นพิษในร่างของท่านจะลุกลามจนยับยั้งไม่ได้”

            เสิ่นเสวียนส่งกระดาษให้เหลยป้าเทียน

            เหลยป้าเทียนรับกระดาษแผ่นนั้นมาเขามองเสิ่นเสวียนอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งวัตถุดิบเหล่านี้แต่ละอย่างเขาไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลยแต่ตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกอื่น เขาต้องทุกข์ทรมานกับพิษในร่างอยู่ทุกวันแม้มีโอกาสเพียงเล็กน้อยเขาก็ต้องลองดู

            ยิ่งไปกว่านั้นแม้อีกฝ่ายจะดูเหมือนอยู่เหนือกว่า แต่จริงๆ แล้วชีวิตของสองคนนั้นยังถือได้ว่าอยู่ในกำมือเขาหากฝ่ายนั้นมีเจตนาร้าย เขาสามารถเอาชีวิตได้ในพริบตา

            “แล้วสามวันนี้เจ้าจะทำอะไร”

            “สามวันนี้ข้าจะหาสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดเพื่อรักษาท่านโปรดรีบไปรีบมา”

            “ได้”

            เหลยป้าเทียนพยักหน้าขังอีกฝ่ายไว้ที่นี่ก็ดี เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น

            จากนั้นร่างของเหลยป้าเทียนก็ค่อยๆจางลง คลื่นพลังมิติปรากฏขึ้นพร้อมกับร่างของเขาที่หายไป

            “สหายเสิ่นที่นี่มีบางอย่างแปลกๆ เหมือนว่าเขาจะติดตั้งค่ายกลไว้”

            หลังจากเหลยป้าเทียนออกไปแล้วเริ่นเสี้ยวเทียนมองไปรอบๆ พลางกล่าวพวกเขาคิดทำอะไรน่าจะอยู่ในสายตาของอีกฝ่ายตลอดเวลา

            “ไม่เป็นไรเดินตามข้ามา!”

            เสิ่นเสวียนกล่าวจากนั้นก็เดินเข้าไปหาภูเขาหินเฮยเย่าลูกนั้น

            เริ่นเสี้ยวเทียนกวาดตามองอย่างระแวดระวังเขาพยักหน้าแล้วเดินไปข้างๆ เสิ่นเสวียน

            ภูเขาลูกนี้ใหญ่มากใหญ่จนเสิ่นเสวียนไม่อยากเชื่อว่ามันคือของจริงมีภูเขาลูกนี้อยู่ทำให้เขามีความคิดอาจหาญขึ้นมา

            ร่างห้าธาตุจำเป็นต้องใช้องค์ประกอบของธาตุทั้งห้าเป็นจำนวนมากหินเฮยเย่านั้นเพียงพอแล้วสำหรับองค์ประกอบธาตุดินก่อนหน้านี้ได้ดูดซับพลังของงูหน้าผีเข้าไปแล้ว นับว่ามันคือองค์ประกอบธาตุน้ำหากพบเจอองค์ประกอบอีกสามธาตุจนครบ แล้วโคจรไปตามวิถีเคล็ดวิชาห้าธาตุเขาจะสามารถดูดซับพลังได้โดยตรงจนทะลวงไปถึงขั้นหยวนก่อกำเนิดได้อย่างแน่นอน

            อีกทั้งความแข็งแกร่งของขั้นหยวนก่อกำเนิดห้าธาตุมีเพียงตัวเขาเองเท่านั้นที่รู้ดีที่สุด

            เสิ่นเสวียนคิดเช่นนี้แล้วยิ้มออกมา

            เขาตัดสินใจแล้วว่าจะทำตามนี้

            ในโลกใหม่แห่งนี้หากต้องการทำบางอย่างที่ยิ่งใหญ่สักหน่อย คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องทำอย่างนี้

            “เฮ้! ตื่นได้แล้ว”

            เสียงของเริ่นเสี้ยวเทียนดังทะลุความคิดของเสิ่นเสวียนทำให้เขาได้สติขึ้นมา

            “มีเรื่องอะไรถึงมีความสุขขนาดนี้”เริ่นเสี้ยวเทียนรู้สึกสงสัยเขาเองก็รู้ว่าหินเฮยเย่าก้อนนี้เป็นของดีแต่ของดีอาจกลายเป็นของที่ทำให้ถึงแก่ชีวิตได้เช่นกันอย่างเช่นเหลยป้าเทียนที่พึ่งพาสิ่งนี้จนติดพิษ

            “ไม่เป็นไรข้าเจอสถานที่ดีๆ สำหรับทำการรักษาแล้ว”

            จากนั้นเสิ่นเสวียนจึงกระทืบเท้าลงไปที่พื้นแล้วร่างของเขาก็พุ่งทะยานขึ้นไปยังรอยเว้าแห่งหนึ่งบนภูเขาหินเฮยเย่า

            เนื่องจากตรงนี้เป็นรอยเว้าลงไปทำให้พลังของหินเฮยเย่าไหลมารวมกันจึงเป็นบริเวณที่มีพลังหนาแน่นที่สุด

            “ปล่อยพวกเขาออกมา”

            เสียงของเสิ่นเสวียนดังขึ้นในหูของเสิ่นเลี่ยนและเสิ่นเสี่ยวเม่ยที่อยู่ภายในมิติของผังเมืองซานเหอ

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน