บทที่ 24 แรงยังโอเคอยู่ไหม
“อย่ามองฉันแบบนั้นสิ ระเบียงสูง 42 ชั้น ถ้าคุณกลัวความสูงจริง ๆ ก็คงยืนไม่ไหวหรอก”
เยี่ยชิงหวนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย จ้องมองชายตรงหน้าเขม็ง
ภายนอก ตระกูลเส้าดูเหมือนจะรักใคร่กลมเกลียวกัน แต่ความจริงแล้วเื้ัมีเื่ราวซับซ้อนและคดเคี้ยวมากมาย และเส้าอี้เจิ่นคนนี้ก็ไม่ได้อ่อนแอและไร้ความสามารถอย่างที่เห็นจากภายนอกเลย
ครู่หนึ่ง เสียงหัวเราะดังขึ้นในศาลา
เส้าอี้เจิ่นดึงมือที่วางบนตัวเยี่ยชิงหวนกลับ แล้วนั่งลงอย่างไม่ใส่ใจ “ก่อนหน้านี้ ทำไมฉันถึงไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเธอฉลาดขนาดนี้ แค่ติดคุกมาครั้งเดียว การเปลี่ยนแปลงของเธอมันมากเกินไปแล้วนะ”
“เดินทางไปยมโลกมาแล้ว ถ้ายังไม่ฉลาดขึ้นอีกหน่อย แล้วจะกลับมารอให้คนอื่นใช้เป็เครื่องมืออีกหรือไง” เยี่ยชิงหวนตอบอย่างฉับไว สีหน้าแน่วแน่และเปิดเผย จนเส้าอี้เจิ่นมองไม่เห็นปัญหาใด ๆ เลย
เขาขมวดคิ้ว กำลังจะถามอะไรบางอย่าง แต่แล้วเสียงข้อความก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
เยี่ยชิงหวนก้มลงมองโทรศัพท์มือถือ พอเงยหน้าขึ้น สายตาก็ดูซับซ้อนขึ้นมาหน่อย
“โทษทีนะน้องสาม ฉันยังมีธุระอยู่อีกนิด ไม่ได้อยู่คุยเล่นกับนายแล้ว ไปก่อนนะ”
เส้าอี้เจิ่นมองท่าทางสง่างามและเหมาะสมของเธอในตอนนี้ ในใจยิ่งสงสัย ก่อนหน้านี้เขาสามารถจับเธอมาสอบถามได้ตามใจชอบ แต่จากการเผชิญหน้ากันสองสามครั้งล่าสุด เกรงว่าจะไม่ง่ายอย่างนั้นแล้ว
หลังจากอ่านเนื้อหาข้อความเสร็จ เยี่ยชิงหวนก็กลับไปที่ห้องนอนและเปิดคอมพิวเตอร์ค้นหาข่าวแบบเรียลไทม์
เสียง “แต๊ก!” ดังขึ้นเมื่อกดปุ่มบนแป้นพิมพ์ หลังจากกดปุ่ม Enter หน้าจอก็ปรากฏข่าวเด่นประจำวันนี้ที่มีหัวข้อเป็ตัวอักษรสีแดงจำนวนมาก
‘ภาพลักษณ์คนรักของรองประธานกลุ่มลู่พังทลาย เื้ัการตามหาคู่หมั้นกลับแต่งงานกับเพื่อนสนิทของเธอ’
‘คลิปงานแต่งงานของ ลู่เจิ้งหลิง รองประธานบริษัทผู้มีความรักลึกซึ้งที่ตามหาภรรยา ถูกเปิดเผยแล้ว’
“……”
เมื่อเปิดหน้าเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม คอมเมนต์ของบรรดาเน็ตไอดอลด้านล่างนั้นช่างน่าทึ่งยิ่งนัก
‘ทั้งนอกใจและหน้าไหว้หลังหลอก ผู้ชายคนนี้ช่างน่ารังเกียจเหลือเกิน ต่อไปนี้จะไม่ซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้องกับลู่กรุ๊ปอีกเด็ดขาด’
‘ศพของคู่หมั้นยังไม่เย็นดี เขาก็แต่งงานกับเพื่อนสนิทของคู่หมั้นแล้ว? เคยเห็นคนไร้ยางอายมาก่อน แต่ไม่เคยเห็นใครไร้ยางอายขนาดนี้’
‘ได้ยินมาว่าผู้หญิงคนนั้นท้องแล้ว ดูหน้าตาก็รู้ว่าเป็มือที่สามชัด ๆ’
‘ตอนที่ฉันกำลังกินข้าวและดูข่าวอยู่ ฉันอ้วกจริง ๆ’
“……”
เยี่ยชิงหวน มองดูฉากที่ถูกชี้นิ้วด่าทออย่างเ็า หางตาของเธอกวาดผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่งยังคงค้างอยู่ที่หน้าจอข้อความสั้นเมื่อครู่
‘ข่าวออกไปแล้ว กระแสตอบรับถล่มทลาย ไว้ร่วมงานกันใหม่นะพี่!’
“ถ้าอยากรวยอย่างสงบสุขโดยไม่อยากเจอเื่วุ่นวาย ก็อย่าติดต่อฉันอีก นี่เพื่อตัวของคุณเอง”
หลังจากส่งข้อความนี้ เยี่ยชิงหวนก็ลบเนื้อหาการสนทนาทั้งหมด เงยหน้ามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงพิธีแต่งงานของคนทั้งสองคน ดวงตาใสซื่อของเธอไม่อาจซ่อนความรังเกียจได้
ครั้งนี้เป็เพียงการสั่งสอนพวกเขาเล็กน้อยเท่านั้น รอจนกว่าเธอจะสืบความจริงทั้งหมดได้ สิ่งที่เธอ้าคือให้ลู่เจิ้งหลิงและอันจิ่วเยว่ ผีเน่าโลงผุคู่นี้เสื่อมเสียชื่อเสียงและแม้แต่ตระกูลลู่ทั้งหมดจะไม่มีที่ยืนในปักกิ่ง
ยามค่ำคืน หลังจากที่แม่บ้านเตรียมน้ำอาบให้แล้ว ก็ถอยออกไปอย่างรู้กาลเทศะ
เยี่ยชิงหวนนั่งอยู่บนม้านั่งเล็ก ๆ ข้างอ่างอาบน้ำ ขัดหลังให้เส้าอวิ่นเฉิน แขนขาวเรียวยาวทั้งสองข้างที่โผล่ออกมาจากแขนเสื้อคลุมอาบน้ำที่พับขึ้นนั้นทำงานอย่างขยันขันแข็ง เธออารมณ์ดี ถึงขนาดฮัมเพลงเบา ๆ
เส้าอวิ่นเฉินกำลังหลับตาพักผ่อน ได้ยินเสียงฮัมเพลงของเธอยิ่งร่าเริงขึ้นเรื่อย ๆ สีหน้าของเขาก็ค่อย ๆ ยับยู่ยี่ขึ้นมา
“นี่เธอเงียบ ๆ หน่อยไม่ได้หรือไง”
เยี่ยชิงหวนยังคงขัดหลังให้เขาอย่างขะมักเขม้น เธอเอียงหน้ามองเขาแวบหนึ่งแล้วพูดว่า
“คุณไม่ชอบเพลงนี้หรอ งั้นฉันเปลี่ยนเพลงดีกว่า”
หลังจากครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ เธอก็พูดกับตัวเองว่า “คุณเป็ทหาร ต้องไม่ชอบเพลงป๊อปพวกนี้แน่ ๆ เอาเป็เพลงทหารดัง ๆ ให้ฟังดีไหม”
ไม่รอให้เส้าอวิ่นเฉินตอบ เธอก็เริ่มฮัมเพลงอีกครั้ง
“ฉันกับประเทศของฉัน ไม่อาจแยกจากกันได้แม้แต่ชั่วขณะ...”
ใบหน้าของเส้าอวิ่นเฉิน มืดครึ้มจนแทบจะมีควันดำลอยออกมา เขากัดฟันกรามแล้วพูดว่า “เยี่ยชิงหวน เธอฟังภาษาคนพูดไม่รู้เื่หรือไง ฉันบอกให้เธอเงียบ”
“ไม่ชอบฟังหรอ” เยี่ยชิงหวน เอียงหน้ามองเขา
เส้าอวิ่นเฉินหันหน้ากลับมา จ้องตาเธอด้วยสายตาที่เหมือนจะฆ่าคน พูดอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟันว่า
“ฉัน! ไม่! อยาก! ฟัง!”
เยี่ยชิงหวนสะดุ้งเฮือก พึมพำว่า “ไม่ฟังก็ไม่ฟัง” แล้วก็เงียบปากไป
สายตาของเส้าอวิ่นเฉินเหมือนปืนกล ถูกเขามองแวบเดียวเหมือนจะอายุสั้นลงสิบปี
โชคดีที่วันนี้เธออารมณ์ดี ถึงจะไม่ให้ร้องเพลงแล้ว เธอก็ยังขัดหลังให้เขาอย่างทุ่มเทยิ่งขึ้น
“แรงพอดีไหม”
เส้าอวิ่นเฉินสีหน้าเครียด “ถ้าเธอยังพูดอีกสักคำ คืนนี้ก็ไสหัวไปนอนห้องตัวเองซะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น เยี่ยชิงหวนก็ปิดปากฉับ พลางจ้องมองท้ายทอยของเส้าอวิ่นเฉินอย่างไม่พอใจและไม่เต็มใจ
‘ท่านผู้นี่ควบคุมทั้งฟ้าทั้งดิน แล้วยังจะมาควบคุมคำพูดของคนอื่นอีกหรือ!’
ภายในห้องน้ำเงียบลงทันใด หลังจากนั้น เยี่ยชิงหวนก็ขัดหลังและล้างตัวให้เขาอย่างว่าง่าย ก่อนจะพยุงเขาขึ้นเตียงเพื่อพักผ่อน
เส้าอวิ่นเฉินมีนิสัยชอบอ่านหนังสือก่อนนอน เยี่ยชิงหวนนอนข้าง ๆ เขา แล้วหลับตาลง ใบหน้าผ่อนคลายลง ไม่เหมือนเมื่อวานที่ดูหนักอึ้ง ประกอบกับท่าทางปลื้มปีติเมื่อครู่ในห้องน้ำ ดูเหมือนว่าอารมณ์ของเธอจะดีจริง ๆ
‘เพราะอะไรกันนะ?’
เส้าอวิ่นเฉินนึกถึงข่าวที่ผู้ช่วยคนสนิทเพิ่งบอกเขา
‘เพราะเื่ในงานแต่งงานของลู่เจิ้งหลิงถูกสื่อเปิดเผย ตอนนี้ทุกคนต่างประณามเขาใช่ไหม?’
สายตาของเขาค่อย ๆ เคร่งขรึมลง ก่อนจะถามว่า
“วันนี้เธอดูอารมณ์ดีจังนะ”
เยี่ยชิงหวนยังไม่ทันหลับ พอได้ยินก็ลืมตาขึ้น เห็นเส้าอวิ่นเฉินมองมาที่เธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย มองไม่ออกว่ามีอารมณ์อย่างไร
“ก็ดีอยู่นะ”
“เพราะลู่เจิ้งหลิงเหรอ?”
หัวใจของเยี่ยชิงหวนเต้นตึกตัก สีหน้าของเธอเครียดขึ้นเล็กน้อย เธอไม่คิดว่าเส้าอวิ่นเฉินจะช่างสังเกตขนาดนี้ แค่อารมณ์ของเธอเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย เขาก็สามารถจับต้นตอได้อย่างรวดเร็ว
“ลู่เจิ้งหลิง?” เธอแสร้งทำเป็งุนงง “คุณหมายความว่ายังไงเหรอ?”
เส้าอวิ่นเฉินมองเธอ สายตากดดันลึกซึ้งขึ้นอีก
“วันนี้งานแต่งงานของตระกูลลู่ถูกนักข่าวเปิดเผยแล้ว”
“หา?” เยี่ยชิงหวนชะงักไปครู่หนึ่ง หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีก็ตาโตขึ้น “งั้นในอินเทอร์เน็ตคงจะปั่นป่วนกันแล้วสินะ?”
เส้าอวิ่นเฉินมองเธอั้แ่ตอนที่ยังงุนงงไม่เข้าใจ จนกระทั่งได้สติกลับมา สังเกตการเปลี่ยนแปลงของสีหน้าทั้งหมดอย่างละเอียด แล้วพูดอย่างเรียบ ๆ ว่า
“ข่าวงานแต่งงานของตระกูลลู่ถูกปิดเป็ความลับอย่างเข้มงวด การที่ถูกเปิดเผยออกมามันดูแปลก ๆ นะ นักข่าวไม่น่าจะมีความสามารถขนาดนั้น”
ใต้ผ้าห่ม เยี่ยชิงหวนกำหมัดแน่นเบา ๆ ตัวเธอเริ่มเหงื่อซึมเล็กน้อย
“เธอมีความเห็นยังไงกับเื่นี้?”
เส้าอวิ่นเฉินถามเธอขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ความเจ็บที่ฝ่ามือบังคับให้เธอต้องตั้งสติกลับมา เื่นี้เธอจัดการได้อย่างเรียบร้อยและรวดเร็ว นักข่าวน้อยคนนั้นก็คงไม่กล้าเสี่ยงที่จะเปิดเผยตัวเองออกมา เพราะกลัวจะไปขัดแย้งกับทั้งตระกูลลู่และตระกูลเส้า
หลังจากคิดเื่นี้ออกแล้ว เธอก็สงบลงจริง ๆ
“ฉันจะมีความเห็นอะไรได้ล่ะ?”
เธอหาวหนึ่งที ทำท่าเหมือนไม่สนใจอะไรทั้งนั้น “ความลับไม่มีในโลก แขกในงานมีตั้งมากมาย ใครจะไปรู้ว่าใครคาบอะไรออกไปบอกนักข่าว เขาไปทำให้คุณปู่ไม่พอใจตอนบ่าย ฉันไม่อยากไปข้องแวะอะไรกับเขาอีกหรอก ต่างคนต่างอยู่จะดีกว่า”
พูดจบเธอก็หาวอีกที หันหลังแล้วหลับตาลง
เห็นเธอทำท่าง่วงนอน ดูเหมือนจะไม่สนใจเื่นี้เลย ความสงสัยในดวงตาของ เส้าอวิ่นเฉินก็ค่อย ๆ จางหายไป หันกลับไปที่หนังสืออีกครั้ง
แต่พอนึกถึงอีกเื่หนึ่งหลังมื้อเย็น
“ในเมื่อเธอรู้จักวางตัวให้เหมาะสมแล้ว ก็ควรจะอยู่ห่าง ๆ เส้าอี้เจิ่น ด้วยนะ”
เยี่ยชิงหวนใเล็กน้อย แต่ไม่ได้หันกลับไป
ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเส้าอวิ่นเฉินไม่ค่อยดีนัก ดังนั้นสิ่งที่เขาพูดเมื่อครู่นี้ไม่น่าจะเกิดจากความหึงหวง แต่ก็ไม่เหมือนว่าจะพูดเพื่อรักษาหน้าของเธอ
เธอรู้สึกราง ๆ ว่าด้วยสติปัญญาของเส้าอวิ่นเฉิน เขาน่าจะรู้ว่ามีเื่ไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับเส้าอี้เจิ่น ประโยคที่เขาพูดเมื่อครู่นี้ แปดเก้าส่วนน่าจะเป็การเตือนเธอ