58 - เทศกาลดอกไม้ (อีกครั้ง)
กลางค่ำกลางคืนดึกดื่นเวลาประมาณตี 3เอลล์ขอตัวกลับไปที่รังของตัวเองไม่บอกไม่กล่าว แต่ทิ้งกระดาษเอาไว้บนโต๊ะในห้องครัวจนพริสทีนตื่นมาเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำขนมจึงหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่าน
ซึ่งมันเขียนเอาไว้เพียงว่า ‘จะกลับมาให้ทันงาน’
ก็ได้แต่หวังไว้ว่าจะกลับมาทันจริงๆ...
“ที่หายไปนี่ฉันว่าไปง้อคุณภรรยาแน่เลยว่ามั้ยไนกี?”
› ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ:หรือบางทีอาจจะไปพูดคุยตามที่ราชันย์ไลแคนกล่าวไว้เมื่อวานก็เป็นได้
“อืมมม ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน”
เอาเข้าจริงเธอฟังแค่บางประโยคเท่านั้นนอกจากนั้นคือแสร้งเหม่อลอยมองเพดานและนึกอยากจะหนีไปจากตรงนั้นและนึกขอบคุณชิอินะกับอายาโกะที่มาตามให้ไปช่วยดูชุดสำหรับการแสดงวันนี้
ไม่งั้นคงได้นั่งฟังจนค่ำเป็นแน่
เมื่อนึกแล้วก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้
› ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: แล้วท่านจะทำขนมอะไรเหรอคะ
“เยลลี่กับพานนาคอตต้าน่ะ คืองี้ ครึ่งบนเป็นเจลลี่ครึ่งล่างเป็นพานนาคอตต้าอะไรงี้น่ะ”
› ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: เข้าใจแล้วค่ะ
พริสทีนก็ยิ้มรับระหว่างเตรียมของเสร็จก็ต้องเตรียมข้าวเช้า ให้เดฟไกส์ที่ยังนอนอยู่ และเคออสที่พาวาเนสซ่ามาพักตั้งแต่เมื่อคืนไหนๆวันนี้ก็เป็นวันชมดอกไม้ทั้งทีพริสทีนเลยตั้งใจจะทำอาหารที่เหมาะกับการชมดอกไม้ใจจริงก็อยากทำข้าวกล่อง แต่ก็ได้ยินมาว่าในงานรอบนี้มีร้านอาหารจากต่างถิ่นมาขอเปิดซุ้มขายด้วย
ดังนั้นไม่มีข้าวกล่องมื้อกลางวันเพราะทานเป็นมื้อเช้าไปเลย
พริสทีนแอบเหม่อลอยเล็กน้อยขณะปั้นอินาริซูชิ พลางนึกย้อนกลับไปช่วงแรกที่มาอยู่ที่นี่จนวันนี้ทำอาหารไปหลายต่อหลายเมนู เขียนหนังสืออาหารจนตอนนี้หยุดเขียนไปเป็นที่เรียบร้อย อาหารเดี๋ยวนี้ไม่ว่าที่ไหนๆเองก็มีจุดเด่นของมันสำหรับโลกใบใหม่ที่ยังสำรวจไม่หมด
สิ่งที่เธอเขียนก็แค่ช่วยเรียกให้อาหารในยุคก่อนกลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้งเท่านั้นเอง
เพราะงั้นเลยไม่ได้รับเงินสำหรับค่าเขียนสูตรอาหารสักแดงเดียวก็ในเมื่อเธอไม่ใช่คนคิดค้นเสียหน่อย จริงไหม?
“หอมเหมือนเดิมเลยนะคะ”
“อ้าว ตื่นแล้วเหรอคะคุณเนส”
“เ-น-ส ค่ะ”
โห... ย้ำคำซะ...
“อ อะแฮ่ม... ตื่นแล้วเหรอคะเนส”
วาเนสซ่าพยักหน้าเล็กน้อย “ให้ข้าช่วยนะคะ”
“รบกวนด้วยนะคะ”
เจ้าหล่อนเดินมายืนอยู่ข้างๆพริสทีน ยังไงก็มีทักษะทำอาหารในระดับหนึ่งทั้งเพื่อดูแลน้องๆตอนเด็กและ...
เพื่อเตรียมเป็นเจ้าสาว...
“ได้ยินมาจากเคออส... ว่าถ้างานเทศกาลจบท่านจะเดินทางต่อเหรอคะ...” ถามขณะตีไข่เตรียมทำไข่ม้วน
“อื้อ ยังไงก็ต้องทำภารกิจให้จบซะจะได้กลับมาอยู่ที่นี่ถาวรซักทีล่ะนะ”
“....จะเป็นปีอีกไหมคะ?”
“อืม.. นั่นสิ เรื่องนี้คิดว่าไม่นะ ถ้า...ไม่ติดปัญหาอะไร”
“ปัญหา?”
“อื้อ เท่าที่ได้ยินจากไลรอน เหมือนว่าจะมีปัญหาเล็กน้อยดูเหมือนว่าเส้นทางสำหรับบุคคลปกติหรือพวกต่างเผ่าที่ไม่ใช่นางเงือกจะมีบางอย่างขวางอยู่จนไม่สามารถลงไปที่แอตแลนติสได้แต่พวกนางเงือกนายเงือกสามารถขึ้นลงได้ตามปกติ ส่วนอีกที่ยังไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนแต่คิดว่าน่าจะอยู่ในเขตปีศาจน่ะ จะว่าไป... คุ— เนสเองก็เป็นปีศาจพอจะรู้อะไรรึเปล่า?”
“ไม่ค่ะ ข้าไม่เคยไปแดนปีศาจมาก่อน...”
“งั้นเหรอ... อ่ะ ขอโทษนะ...”
เจ้าหล่อนพึ่งนึกขึ้นได้ว่าวาเนสซ่าถึงจะเป็นเผ่าปีศาจก็อาศัยอยู่ที่นี่ อยู่แต่ในเมืองอควอเทีย
และไม่เคยเห็นหน้าบิดาตนเอง...
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะท่านพริสทีน... ท่านไม่ได้ตั้งใจจะพูดนี่คะข้าไม่ถืออะไรหรอกค่ะ...”
สาวผมเงินยิ้มน้อยๆ ก่อนจะลงมือจัดวางอาหารใส่จาน โดยไนกีนั้นสัมผัสได้ว่ามีคนแอบมองแต่ก็ไม่ได้พูดเตือนนายตนเองเพราะรู้ว่าสายตานั้นไม่ได้จ้องมองมาเพื่อจับผิด
และสายตานั่นก็มาจากสองหนุ่มที่อยู่ในบ้านนั่นเอง
เคออสกับเดฟไกส์แทบจะจับมือเห็นด้วยกับภาพตรงหน้าว่าที่ภรรยา(?)ทั้งสองยืนพูดคุยทำอาหารด้วยกันเป็นภาพที่ค่อนข้าง...ซาบซึ้ง(?)
ตอนนี้ราชันย์มังกรดำยอมรับให้เดฟไกส์เป็นว่าที่พี่เขยเป็นที่เรียบร้อย
ส่วนราชันย์มังกรตนอื่น....
คงต้องพยายามกันสักนิด โดยเฉพาะเอลล์ที่ปฏิเสธแล้วปฏิเสธอีกว่าไม่ยอมรับง่ายๆ
บางทีไลแคนหนุ่มก็แอบสงสัย...
‘ท่านไม่คิดว่านางจะไปสนใจชายคนอื่นเลยรึไง...ยอมรับข้าแบบนี้หากนางปฏิเสธข้า ไม่ใช่จะหน้าแตกเอาหรอกรึ...?’
เขาถามเคออสขณะกลับมาที่นี่วันแรกและเคออสก็ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ...
‘แล้วเจ้าคิดว่าท่านพี่สนใจคนอื่นนอกจากเจ้ารึ...เท่าที่ข้าเห็น...มีแต่จะสนใจเรื่อง BL เสียมากกว่า...’
ตอนแรกเดฟไกส์ก็งงว่า BL คืออะไรแต่เมื่อรู้ความหมายเขาก็ทำหน้าราบเรียบตาม...
‘ก็เป็นดั่งที่ท่านกล่าว....’
.
.
.
เมื่อครอบครัว(?)ทานอาหารเสร็จแล้วเดฟไกส์กับเคออสก็ช่วยพริสทีนคนของไปที่ซุ้มของตนเองจุดเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง เมื่อก้าวออกมานอกบ้าน กลีบดอกไม้สีชมพูปลิวว่อนไปทั่วบริเวณจนเรียกได้ว่าวันนี้เป็นเทศกาลดอกไม้ที่สวยงามที่สุดในรอบหลายปีก็ว่าได้
“พริสทีน~” สเตลล่าโบกไม้โบกมืออยู่หน้าบ้านตนเอง
เนื่องจากพื้นที่สำหรับเปิดร้านของสเตลล่ากลายเป็นโรงเตี๊ยมไปแล้วจึงจำต้องมาเปิดหน้าบ้านตนเองทว่าเธอก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ดูเหมือนว่ารอบนี้ของที่ขายจะเปลี่ยนไป
ไลรอนเองก็กำลังจัดร้านอยู่ข้างๆโดยมีมาริอาช่วย พอองค์หญิงเงือกเห็นก็โบกมือกระโดดโหยงเหยงขวักมือเรียกไม่หยุด
“ดูสิๆ นี่ของที่ข้าจะนำมาขายล่ะ...” มาริอายืดอกผายมือไปยังซุ้มตัวเองลาพิสเองก็ทำแบบมาริอาเช่นกัน
สาวผมเงินแอบชะงัก “น นี่เอามาจากแอตแลนติสเหรอคะ?”
“อื้อ ใช่แล้วล่ะ.. ของแท้เลยนะ!”
หากเป็นสมัยก่อนลาพิสจะขายปลาส่วนสเตลล่าจะขายพวกผักและผลไม้หายากในบริเวณอาณาเขตต้องห้ามตลอดจนตอนนี้...
สเตลล่าเปลี่ยนมาขายพวกเครื่องประดับจากดอกไม้ใบหญ้าหายากในอาณาเขตต้องห้ามในขณะที่ลูเธียนแบ่งพื้นที่ขายพวกของไม้แกะสลักของขึ้นชื่อของพวกดาร์คเอลฟ์เนื่องด้วยความประณีตและรายละเอียดที่ซับซ้อน
แน่นอน มันไม่ใช่ไม้แกะสลักตั้งประดับเพียงอย่างเดียว
“นี่มัน...”
“สมเป็นท่...เจ้า” ลูเธียนเกือบหลุดเรียก ‘ท่าน’ออกมา แต่ดีที่ยั้งไว้ทัน “นั่นเป็นไม้แกะสลักทำนายทายทักในรักน่ะ”
“เดฟเคยเห็นมาก่อนเหรอ”
“ก็บ่อยพอควร” เขาตอบพริสทีน
ที่หมู่บ้านลับแลคู่รักดาร์คเอลฟ์กับเอลฟ์มักจะแกะสลักเจ้าไม้นี่เพื่อใช้ทำนายทายทักในรักโดยการหยดเลือดของคนสองคนลงไป หากเข้ากันไม้แกะสลักจะคงทน หากไม่...มันก็จะแตกหักเป็นสองเสี่ยง
ส่วนฝั่งไลรอน ลาพิสและมาริอานั้นเป็นพวกข้าวของเครื่องใช้ที่มีขายเฉพาะอาณาจักรแอตแลนติสเท่านั้นอย่างพวกเปลือกหอย ปะการัง ต่างๆนานา
ถึงจะเปลี่ยนของที่ตั้งบนซุ้ม ก็ยังจัดโต๊ะข้างๆวางตะกร้าผักปลา และเนื้อที่ล่าได้แค่ในเฉพาะเขตต้องห้ามของหมู่บ้านเหมือนเช่นเคย
พริสทีนเองก็เดินไปจัดซุ้มของตัวเองบ้าง แน่นอนว่าใช้เวทย์ตกแต่งป้ายและซุ้มของตนเองโดยไม่ลืมติดชื่อสินค้าที่จะขายในรอบนี้ [ซากุระพานนาคอตต้า]
เมนูไม่เคยเห็นเลยทำให้พวกเพื่อนๆเริ่มเข้ามาไต่ถามด้วยความสนใจเหมือนในอดีตไม่มีผิด
พวกแขกที่มาพักโรงเตี้ยมก่อนหน้าเองก็ดูตื่นเต้นไม่น้อยทั้งสินค้าจากเขตต้องห้ามรอบหมู่บ้านเคตลินน์ ของหายากจากอาณาจักรแอตแลนติสของประดิษฐ์ของเผ่าไลท์และดาร์คเอลฟ์ อีกทั้งยังมีร้านอาหารจากในเมืองอควอเทียมาเปิดขายแขกทุกคนเฝ้ารอว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลางาน พวกตนจะรีบปรี่ลงไปทันที
จนกระทั่งเสียงฮือฮาจากแขกบางส่วนเรียกความสนใจให้หันไปมองรถม้าชั้นสูงที่มีตราของราชวงศ์!!
“ดูเหมือนจะมาแล้วล่ะ” ฟีเรเอ่ย ก่อนจะเดินไปที่รถม้านั่น
พวกพริสทีนเองก็ต้องรีบตามไปก้มโค้งยกเว้นแต่เดฟไกส์กับเคออสที่ยังคงยืนอยู่ที่ซุ้มของสาวผมเงิน
ผู้ที่ก้าวลงมาจากรถแม้ว่าชุดจะดูธรรมดาแต่กลับหรูหรามีราคานักกษัตริย์และราชินีแห่งอาณาจักร อีกทั้งองค์ชายเจตต์ซึ่งอุ้มเบียทริซคู่หมั้นของตนอยู่ตอนนี้
“ในฐานะหัวหน้าหมู่บ้านเคตลินน์ ข้าขอแสดงความเคารพต่อพระองค์ขอรับ”
“โอ้ ไม่ต้องเป็นทางการขนาดนั้นหรอก ลุกขึ้นเถอะๆ”
พอได้ยินอย่างนั้นทุกคนต่างก็ลุกขึ้น
“ตายจริง พริสทีนกลับมาแล้วเหรอจ๊ะเนี่ย ดูแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมอีกนะ”
“ไม่หรอกค่ะองค์ราชินี ท่านกล่าวชมเกินไปแล้ว”สาวผมเงินยิ้มรับก่อนโค้งให้เล็กน้อย “ไม่ทราบว่าคุณหนูเบียทริซร่างกายเป็นยังไงบ้างแข็งแรงขึ้นมั้ย?”
“ค่อนข้างมาก แต่ก็ยังไม่เท่าอดีต” เจตต์เอ่ย
“ท่านพริสทีน...” เบียทริซเรียก “ข้าขอบคุณท่านจริงๆที่ทำให้ข้าหลุดจากฝันร้ายนั่นเสียที”
“ด้วยความยินดีค่ะ”
“ถ้ายังไงข้าจะพาไปยังห้องพักที่ท่านจองไว้เชิญทางนี้ครับ” ฟีเรก้าวออกมา เชื้อพระวงศ์ยิ้มรับก่อนตามฟีเรเข้าไปในโรงเตี๊ยม
“นี่ ฟีเรดูเปลี่ยนไปนะ” พริสทีนขยับไปกระซิบกับสเตลล่า
“อื้อๆ เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยล่ะ!”
“หนูว่าเพราะพี่ชิอินะแน่ๆเลยค่ะ”ขนาดโอรีเซียยังร่วมด้วย
“....นี่พวกเจ้าไม่คิดบ้างรึว่าหมอนั่นแค่เป็นผู้ใหญ่ขึ้นน่ะ”ไลรอนแทบกุมขมับ
เรียกเสียงหัวเราะจากสาวๆได้เป็นอย่างดี
“NO.HG000...”
น้ำเสียงราบเรียบนั่นทำให้ทุกคนหยุดชะงัก เสียงหัวเราะหายไปโดยพลันบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะปรากฏตัวขึ้นที่นี่...
“อิริน่า....?”
“เจ้า!!!!!!” ซิลเวอร์แสดงความโกรธออกมาอย่างเห็นได้ชัดควักดาบออกมาพุ่งใส่เจ้าหล่อนทันที!!!
“!! คุณซิลเวอร์ หยุ—!!!”
เพี๊ยะ!!! โครม!!! ไม่ทันที่ดาบจะถึงตัวเจ้าตัวก็โดนมือเล็กตบหน้ากลิ้งกระเด็นออกจากหมู่บ้านไป ทริลล์ที่เป็นน้องชายรวมถึงพวกอดีตโจรก็เตรียมตั้งท่าจะบุกโจมตี....!!
“หยุด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
เสียงคำรามสนั่นของราชันย์มังกรดำทำให้ทุกชีวิตยืนนิ่งไม่ไหวติงดาบในมือต่างหลุดร่วงหล่นลงไปกองกับพื้นทั้งสิ้น ในเมื่อพวกเขาอยู่ที่นี่มาเป็นเดือนย่อมต้องรู้ดีว่าไม่สมควรหาเรื่องกับราชันย์มังกรดำพวกแขกเองก็เริ่มหวาดกลัว เหล่าเชื้อพระวงศ์ก็รีบวิ่งออกมาหลังได้ยินเสียงคำรามนั่น...
พริสทีนเห็นทุกคนนิ่งก็ค่อยโล่งอก จะมีเป็นห่วงตอนนี้ก็....
ดวงตาสีแดงเหลือบมองสาวน้อยหูแมวสีขาวที่นั่งกุมหูกับหัวตัวเองโดยมั่นใจว่าฟีเรก็น่าจะมีสภาพไม่ต่างกัน ส่วนเดฟไกส์...
ดูเหมือนจะไม่เป็นอะไรเพราะใช้เวทย์ป้องกันทัน
สาวผมเงินก้าวออกมายืนประจันหน้ากับอิริน่า
“ทำไมถึงมาที่นี่ล่ะ...?”
“ฉันได้ยินมา จะมีงานเทศกาล ที่นี่”
“แวะมาเที่ยว?”
อิริน่านิ่งเงียบไปสักพักก่อนจะทำในสิ่งที่ทำให้พวกซิลเวอร์ช็อกพอสมควรเมื่อหล่อนคุกเข่าก้มหัวให้พริสทีน
“ฉันมาเพื่อขอบคุณ...”
“อ เอ๋?”
“ตอนนี้ ฉัน เป็นอิสระ และกำลังจะทำการปลุกด็อกเตอร์ จีนส์ ให้กลับมา...”
“ปลุกกลับมา? ได้เหรอ”
“มีกระดูก จากหอคอย... ทำได้ค่ะ...”เธอว่าก่อนจะลุกขึ้น หยิบห่อผ้านั่นออกมา
กระดูกของ Dr.จีนส์คงอยู่ภายในนั้น
“แล้ว...ด็อกเตอร์อีกคนนั่นล่ะ?”
“....ตอนนี้ กำลังโดนจับทดลอง โดยพวกปีศาจกลุ่มหนึ่งอยู่ค่ะฉันเอง ก็ต้องกลับไปดู.... NO.HG000”
“เรียกว่าพริสทีนเถอะนะ”
อิริน่าพยักหน้า “ฉันติดหนี้คุณ... ฉันจะชดใช้คืนให้แน่นอน ที่ฉันมา ก็เพื่อบอกกล่าว...หากท่านมาอาณาจักรปีศาจเมื่อใด... ฉันจะพา ไปยัง ‘อาณาเขตต้องห้าม’ ทันที”
“!! ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีเลยน่ะสิ!”
หล่อนพยักหน้า ก่อนหันไปมองซิลเวอร์ที่ลุกขึ้นยืนอยู่ตรงปากทางเข้าหมู่บ้านเธอก้มโค้งให้ “จะไม่มี คำสาป สีเงิน อีกต่อไป”
ว่าจบหล่อนก็ย่อตัวกระโดดพุ่งขึ้นฟ้าไปยังที่อื่นทันที
“นี่มันหมายความว่ายังไงครับท่านพริสทีน”
“เอาไว้เล่าให้ฟังทีหลังนะ ตอนนี้รีบไปจัดเตรียมงานกันต่อเถอะ”พริสทีนเดินมารักหน้าซิลเวอร์ที่ขึ้นรอยแดงรูปมือ “เพราะมันเป็นเรื่องราวของโฮมุนครุสผู้น่าสงสารคนหนึ่งเท่านั้นเอง”
.
.
.
เทศกาลดอกไม้ในปีนี้เรียกได้ว่าเป็นอีกปีที่ดีเลยก็ว่าได้ผู้คนต่างก็เดินทางกันมายังหมู่บ้าน แวะซื้อข้าวของกลับไปฝาก ลิ้มชิมรสอาหารที่ไม่เคยลิ้มลองพลางชมต้นซากุระแสนงามบ้างก็ได้แช่บ่อออนเซ็นแบบดั้งเดิมจนทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย
หลังจากอิริน่ากลับไป พวกเซน่อนเองก็มาเยี่ยมเยียนถึงหมู่บ้านอีกครั้งบ้างก็เป็นเพื่อนสมัยเรียนโรงเรียนชนชั้นสูงแวะมาเยี่ยมเยียนหมู่บ้านที่เคยหวังจะแวะมาสักครั้ง
ทุกคนต่างก็แย่งชิงจับจองพื้นที่กันอย่างสนุกสนาน ถ้าหากไม่มีที่นั่งก็สามารถไปนั่งทานร่วมกับคนอื่นตามกฎของการชมดอกไม้ ที่นี่จะไร้ซึ่งการแบ่งแยกชนชั้น
เอลรอนด์กับดาร์ชเองก็ลงทุนเดินทางมาเพื่องานนี้ สำหรับเอลรอนด์ตั้งใจจะมาหาลูกสาวในขณะที่อีกคนหาได้สนใจลูกชายตนเองไม่ และแน่นอนว่าลูกของดาร์ชคนหนึ่งที่ตามตื้อลีลีน่าตลอดตอนอยู่อาณาจักร์เอลฟ์ก็มาเช่นกัน
เนื่องด้วยความวุ่นวาย เดฟไกส์เลยหนีขึ้นไปนั่งดื่มบนหลังคาบ้านของพริสทีนแทนโดยมีเทียร่าซึ่งปลอมตัวมานั่งร่วมด้วยเช่นกัน
และแขกคนสุดท้ายที่มา...
“ท่านพี่~ เคออส~ ข้ากลับมาแล้ว~”
น้ำเสียงเริงร่าของท่านราชันย์มังกรแห่งเปลวเพลิงเรียกให้สาวผมเงินที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำขนมอยู่กับวาเนสซ่าต้องเงยหน้ามองเคออสเองก็มองอย่างหงุดหงิดเช่นกัน
ข้างกายของเอลล์คือสาวผมดำยาวดวงตาสีทองมีเกล็ดสีดำเล็กๆบนแก้มซ้ายขวาและที่แขนในชุดเสื้อคอเต่าเปิดไหล่ และกระโปรงยาวสีขาวอีกทั้งแหวนที่นิ้วนางนั่น...
“ท่านพี่ข้าขอแนะนำ นี่ไดอาน่า ภรรยาข้า”
“ด ไดอาน่าค่ะท ท ท่านพี่!”หล่อนพูดน้ำเสียงตะกุกตะกักแล้วก้มโค้งปะหลกๆ
“ไหนเจ้าบอกว่า...”
“ข้ารู้น่าว่าเจ้าจะพูดอะไรเจ้าน้องชาย กว่าข้าจะเคลียร์กับนางเสร็จก็เมื่อครึ่งชั่วโมงนี่เองนี่รีบบึ่งมาเลยนะเนี่ย! ขอพี่ชายพักหน่อยนะไว้เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง~ เฮ้!!!เจ้าหนูไ— เอ๊ย เจ้าหนูเดฟ!!” เอลล์ตะโกนเรียกโบกไม้โบกมือ ก่อนจะโอบไหล่สาวงามคนนั้นและชูนิ้วโป้งให้
เดฟไกส์ทำหน้าปลาตาก่อนชูนิ้วโป้งตอบ...
เขาก็ไม่คิดหรอกว่าที่บอกไปมั่วๆนั่นจะได้ผลจริง...
กะจะให้ช้ำในตาย แต่ดันไปช่วยให้สมหวังซะงั้น?
ราชันย์ไลแคนสีครามล่ะเครียดจริงๆ....
ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นยามราตรีบ่งบอกถึงช่วงเวลาสำคัญอีกอย่างหนึ่งของงานเทศกาลดอกไม้นี้เซซิลกับเอลเองก็เดินทางมาทันเวลาก่อนจะเริ่มพอดี คบเพลิงซึ่งตั้งอยู่รอบหลานเวทีถูกจุดขึ้นก่อนร่างของหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีในชุดกิโมโนสีเขียวและสีแดงปรากฏขึ้นมาบนเวลา ทั้งคู่ต่างแต่งหน้าทาปากจนงดงามจนแยกไม่ออกว่าใครกันคือบุรุษ
อีกทั้งในครั้งนี้ผู้บรรเลงเพลงไม่ได้มีเพียงลีลีน่าแต่ทั้งเอลรอนด์ สเตลล่า จิน และเมลต่างก็ร่วมบรรเลงด้วยกัน การร่ายรำท่ามกลางกลีบดอกไม้สีชมพูปลิวไปตามแรงลมและเสียงเพลงนั้นยิ่งทำให้การร่ายรำนี้ดูสูงค่าขึ้นกว่าเดิมนัก...
จวบจนบทเพลงจบลง และทำนองเพลงแปรเปลี่ยน เป็นสัญญาณว่าถึงช่วงเวลาสุดท้ายของงานเทศกาลนี้ชายหนุ่มและหญิงสาวทุกคนต่างก็ออกมาเต้นรำ
ชิอินะเมื่อลงจากเวทีเองก็เจอฟีเรยืนรออยู่ ชายหนุ่มยื่นมือไปหาอีกฝ่ายพลางยกยิ้มให้เหมือนทุกทีชิอินะที่เห็นแบบนั้นก็ยิ้มตอบรับ วางมือลงด้วยความเต็มใจ
อายาโกะเองเมื่อลงมาก็พบทามาโมะยืนรออยู่เช่นกัน
“จะไม่เป็นไรเหรอทามาโมะ ออกมาแบบนี้”
‘ตอนนี้ข้าแข็งแกร่งขึ้น... ออกมาอยู่ได้นานขึ้น...’เขายื่นมือไปหาอายาโกะ ‘มาเถอะ’
“อื้อ!!”
ลูเธียนเองก็จับมือสเตลล่าออกมาร่วมเต้นรำด้วยเช่นกันไลรอนไม่ทันจะพูดอะไรก็โดนมาริอาลากออกมา ทิ้งให้ลาพิสกับโอรีเซียยืนหัวเราะคิกคักกันลีลีน่าเองก็ถูกชวน ทว่าเนื่องด้วยเธอผู้บรรเลงเพลงเลยทำให้ดาร์คเอลฟ์หนุ่มจ๋อยไปพอควร ว่าทีสามีของเมลเลยมาร่วมบรรเลงด้วยในเมื่อว่าที่ภรรยาไม่ว่าง...
แล้วเขาจะออกไปเต้นทำไมกันล่ะจริงไหม?
เคออสเองก็พาวาเนสซ่าออกมา เอลล์เองก็พาไดอาน่าออกมาทริลล์เองก็ประคองภรรยาที่ยังคงตั้งท้องมาร่วมด้วย แต่ก็เลือกจุดที่ค่อนข้างห่างไกลผู้คนไม่เช่นนั้นคงเกิดการชนกัน
กษัตริย์กับราชินีก็ไม่ยอมน้อยหน้า ออกมาร่วมเต้นรำด้วยในขณะที่เจตต์นั่งมองโดยมีเบียทริซนั่งอยู่บนตัก
“ไว้เจ้าหายแล้ว... ค่อยไปร่วมด้วยคราวหน้า...”
“เพคะ” หล่อนยิ้ม
ทุกคนต่างสนุกสนานกับการเต้นรำครั้งนี้ และมีหรือที่ไลแคนหนุ่มจะพลาดเขากระโดดลงมาจากหลังคาเดินไปหาพริสทีน ก้มโค้งและยื่นมือให้อย่างนอบน้อม
“มาเถอะ”
พริสทีนเห็นแบบนั้นก็คลี่ยิ้มและวางมือตอบ ก่อนทั้งสองจะก้าวเข้าสู่ฟลอร์เต้นรำท่ามกลางกลีบดอกไม้และเสียงเพลง...
ปีนี้... เป็นเทศกาลดอกไม้ที่สวยงามและงดงามที่สุดจริงๆ...