เส้นทางจักรพรรดินี

    บทที่ 44 300

    บทที่44 300

     

              “ขอข้าคิดดูก่อน”

              ด้วยคำพูดและน้ำเสียงของดราโกเนียสที่มันส่งออกมามารีนฟังแล้วก็ได้แต่อมยิ้มเพียงเล็กน้อย แต่กลับไม่ได้กล่าววาจาโน้มน้าวใจของอีกฝ่ายเพิ่มเข้าไปอีกเนื่องจากคำกล่าวออกมานี้ เมื่อออกจากปากมังกร ตัวตนซึ่งมีความหยิ่งในศักดิ์ศรีสูงล้ำก็นับได้ว่าเป็นสัญญาณที่ดี ซึ่งสื่อความหมายไปในทำนองที่ว่า ตัวดราโกเนียสเอง...ก็เริ่มเกิดความหวั่นไหวต่อข้อเสนอของตนอยู่บ้างแล้ว

              “ตามใจเจ้า”มารีนกล่าวเพียงสั้น ๆ

              จากนั้นมารีนจึงหันมาเอ่ยกับหญิงสาวว่า“ดวงธาตุราชามังกรอมตะ ที่ข้าให้เจ้าไป เวลานี้เจ้าเพียงเก็บมันเอาไว้ในกล่องอย่างนั้นก่อนอย่าได้เปิดมันออกมาจนกว่าตัวเจ้าจะพร้อม เพราะว่านั่น จะทำให้เผ่าพันธุ์มังกรสัมผัสถึงไอพลังของดวงธาตุดวงนี้ได้และจะทำให้พวกมันสามารถตามร่องรอยของดวงธาตุมาจนถึงตัวเจ้าได้...”

              “อีกอย่างถึงเจ้าจะเรียกใช้งานดวงธาตุในตอนนี้ ตัวเจ้าก็ไม่สามารถทำอะไรกับมันได้ เพราะระดับของเจ้ายังต่ำเกินไปเจ้ายังไม่สามารถทนทานต่อพลังที่อยู่ในดวงธาตุได้ ดังนั้นรอให้เจ้ามีความแข็งแกร่งถึงระดับ500 ก่อน เจ้าจึงค่อยเปิดใช้งานมัน เจ้าเข้าใจหรือไม่?” มารีนกล่าวอธิบายและแนะนำเพิ่มเติมแก่หญิงสาวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

              “จะ...เจ้าค่ะคุณป้า”มีนตอบอย่างขัดเขิน เมื่อรู้ถึงศักดิ์ฐานะอันสูงส่งของหญิงสูงวัยคนนี้

              “เจ้าคงสงสัยว่าดวงธาตุนี้มีไว้ทำอะไร? คำตอบก็คือ สำหรับบุคคลอื่น มันมีไว้เพื่อรับเอาพลังมังกรอันเป็นแก่นพลังของมังกรตัวนั้นๆ เข้ามาในร่างกายหรือก็คือ มันเป็นทั้งพลังงานและทักษะทั้งหมดของมังกรเจ้าของดวงธาตุนั่นเองโดยทั่วไปแล้วมังกรตัวหนึ่งจะมีดวงธาตุได้เพียง 1 ดวงเท่านั้น และการที่สิ่งมีชีวิตอื่นต้องการที่จะรับดวงธาตุมังกรเข้ามาในร่างกายเพื่อให้ได้รับทักษะและพลังของเผ่าพันธุ์มังกรนั้น ชั่วชีวิตก็จะสามารถทำได้เพียงครั้งเดียวด้วยเหมือนกันแม้ว่าในครั้งต่อไปคนผู้นั้น จะมีโอกาสได้รับดวงธาตุมังกรดวงใหม่ที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิมมาอีกก็ตามแต่คนผู้นั้นก็จะได้รับแค่เพียงพลังงานที่อัดแน่นอยู่ภายในดวงธาตุเท่านั้นส่วนสายพันธุ์และทักษะฯ จะไม่เปลี่ยนแปลงไปจากสายพันธุ์มังกรเดิมที่ตัวเองมีอยู่...”

            “ดังนั้นใครก็ตามที่อยู่นอกเหนือไปจากเผ่าพันธุ์มังกร(ยกเว้นเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตชั้นสูง) เมื่อได้ครอบครองดวงธาตุมังกรฯ มันผู้นั้นก็จะได้รับสิทธิ์ในเปลี่ยนเผ่าพันธุ์เป็น‘เผ่าพันธุ์มังกร’ และจะได้รับทักษะทั้งหมดของเผ่าพันธุ์ที่มีอยู่ในดวงธาตุนั้นเพียงแต่ระดับความแข็งแกร่งและโครงสร้างพื้นฐานของร่างกายของคนผู้นั้น จะถูกลดระดับให้ไปเริ่มต้นนับ1 ใหม่ ซึ่งวิธีการนี้เรียกว่า ‘การจุติมังกร’ ซึ่งหลังจากผ่านกระบวนการจุติแล้ว การเพิ่มขึ้นของค่าสถานะ จะเป็นการเพิ่มตามระบบค่าสถานะพิเศษของเผ่าพันธุ์มังกรโดยจะเน้นค่าความแข็งแกร่งของร่างกายเป็นหลัก ส่วนค่าอื่น ๆ จะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ที่ได้รับมา”

            “แม้พวกเจ้าจะเป็นมนุษย์ผู้ที่ได้รับพรจากองค์เทพีฯ ซึ่งได้รับอภิสิทธิ์สามารถเปลี่ยนเผ่าพันธุ์ได้ตามใจชอบนั้นแต่มีอยู่ 3 เผ่าพันธุ์เท่านั้น หลังจากพวกเจ้าได้เข้าร่วมแล้ว จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้อีกตลอดชีวิตนั่นก็คือ เผ่าพันธุ์เทพ เผ่าพันธุ์มาร และเผ่าพันธุ์มังกร”

              “และดวงธาตุฯที่เจ้าครอบครองอยู่นี้ มันคือ...ทั้งหมดของราชามังกรอมตะ ก่อนที่มันจะสะบั้นเผ่าพันธุ์มังกรด้วยวิธีการพิเศษและลดระดับเผ่าพันธุ์ของตัวเองจนอยู่ระดับชั้นที่ต่ำกว่า”

            “หากเป็นผู้อื่น...เมื่อได้รับดวงธาตุนี้หลังจากเรียกใช้งานหลอมผสานดวงธาตุเข้ากับร่างของตน คนผู้นั้นก็จะได้รับสิทธิ์เปลี่ยนเผ่าพันธุ์เป็น‘เผ่าพันธุ์มังกรอมตะ’ พร้อมกับรับสืบทอดตำแหน่งราชาแห่งเผ่าพันธุ์ของมันรวมทั้งได้รับทักษะทั้งหมดของเผ่าพันธุ์ที่มีอยู่ในดวงธาตุไปครอบครอง หรือจะเรียกให้เข้าใจง่ายๆ ว่า ‘การรับมรดก’ ของมังกรอมตะ...ก็คงจะไม่ผิดนัก”

            “แต่สำหรับเจ้า เมื่อเรียกใช้งานดวงธาตุฯสิ่งที่เจ้าจะได้รับนั่นก็คือ การยกระดับเผ่าพันธุ์จากเดิมกลายเป็น ‘เผ่าพันธุ์มังกรอมตะ’ ซึ่งเจ้าจะได้รับทักษะทั้งหมดของเผ่าพันธุ์มังกรอมตะซึ่งทรงพลังยิ่งกว่าทักษะเดิมที่เจ้ามีอยู่ในตอนนี้และเจ้ายังจะได้รับสืบทอดพลังที่หลงเหลืออยู่ในดวงธาตุทั้งหมดเป็นของเจ้าเองอีกด้วยนอกจากนี้บรรดาสมาชิกร่วมเผ่าพันธุ์ของเจ้า หลังจากที่เจ้ายกระดับเผ่าพันธุ์เรียบร้อยแล้วพวกมันทั้งหมดก็จะถูกยกระดับเผ่าพันธุ์ขึ้นมาด้วยเช่นกัน”

            “สะ...สุดยอด”มีนอุทานออกมา เมื่อได้ยินป้ามารีนอธิบายเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้งานดวงธาตุของราชามังกรอมตะ

            “เพียงแต่...ข้อเสียของมันมีเพียง 2 อย่างเท่านั้น” มารีนกล่าวต่อพร้อมกับยกชูนิ้วขึ้นมา 2 นิ้ว

            “อะ...อะไรหรือเจ้าคะ?”หญิงสาวถามด้วยความรู้สึกหวั่น ๆ เมื่อได้ยินอีกฝ่ายกล่าวคำว่า “ข้อเสีย”

            “ทักษะเผ่าพันธุ์เดิมทั้งหมดของเจ้าและสมาชิกในเผ่าพันธุ์ของเจ้าทุกตัวจะถูกลบล้างและแทนที่ด้วยทักษะใหม่ของเผ่าพันธุ์มังกรอมตะทั้งหมดนั่นก็หมายความว่า พวกเจ้าจะต้องเริ่มพัฒนาทักษะเผ่าพันธุ์ใหม่ตั้งแต่ต้นอีกครั้ง...”

            *0* หลังจากได้ยินว่าตัวเองต้องฝึกฝนทักษะเผ่าพันธุ์ใหม่ตั้งแต่ต้น มีนกลับไม่สามารถส่งเสียงใด ๆออกมาได้ ทำได้เพียงแค่อ้าปากหวอออกมาด้วยความตื่นตะลึงเท่านั้น

            มารีนไม่เพียงไม่สนใจท่าทีของหญิงสาวกลับเผยรอยยิ้มบาง ๆ ออกมา ก่อนจะกล่าวอธิบายต่อ “ข้อเสียของมันอีกประการหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นข้อเสียสำหรับตัวเจ้าโดยเฉพาะก็คือเมื่อเจ้าได้พัฒนาเพิ่มระดับความแข็งแกร่งให้มากขึ้นแล้ว แต้มสถานะที่เจ้าได้รับมา‘6 ส่วน’ จะถูกนำมาเพิ่มให้แก่ค่าความแข็งแกร่งและค่าความอดทนโดยอัตโนมัติอีก ‘4 ส่วน’ ที่เหลือ...ก็ยังพอจะให้เจ้าได้มีอิสระในการจัดสรรค่าสถานะของตัวเองอยู่บ้างแต่มันคงจะลำบากไม่น้อย...สำหรับผู้มีอาชีพสายเวทมนตร์อย่างเจ้า”

            “.....” มีนไร้คำพูดใดจะกล่าวออกมามีเพียงสีหน้าราวกับหมาจ๋อยเท่านั้นที่บ่งบอกถึงอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองในเวลานี้

            “ที่ข้าบอกเจ้าเช่นนี้ก็เพราะว่าข้าต้องการให้เจ้าได้เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ก่อน และหากเจ้ายังยืนยันเลือกเดินอยู่ในเส้นทางสายเวทมนตร์ข้าอยากให้เจ้าพยายามเสาะหาไอเทมที่เสริมคุณสมบัติและค่าสถานะทางเวทมนตร์เอาตุนไว้เยอะๆ เพราะค่าสถานะพื้นฐานของเจ้า หลังจากได้ผสานกับดวงธาตุฯและยกระดับเผ่าพันธุ์ขึ้นมาแล้ว พลังโจมตีทางด้านเวทมนตร์ของเจ้า...คงจะอ่อนโทรมลงอีกมากโขเลยทีเดียวเชียวล่ะ”ป้ามารีนกล่าวเตือนหญิงสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

            “ขอบพระคุณที่เตือนเจ้าค่ะคุณป้า...” มีนกล่าวขอบคุณอย่างนอบน้อม เพราะข้อมูลอันนี้ นับได้ว่าเป็นประโยชน์ในการพัฒนาตัวละครของตนอย่างแท้จริง

            ในขณะที่สองสาวกำลังสนทนากันถึงรายละเอียดปลีกย่อยเกี่ยวกับการใช้งานดวงธาตุฯอยู่นั้น จู่ ๆ กลับมีเสียงจากพนักงานเสิร์ฟดังแทรกขึ้นมา “สเปเชียลดริ้งลาวามาส่งแล้วครับคุณผู้หญิง...”

            “เอ๊ะ!! ข้าไม่ได้....อ้อ ๆ” ป้ากล่าวกับบริกรหนุ่มได้เพียงแค่ครึ่งคำ ก่อนจะพลันนึกออกว่าเหตุใด? พนักงานหนุ่มถึงได้เข้าใจผิด และยกเครื่องดื่มมาส่งให้ตนทั้ง ๆที่ยังไม่ได้สั่ง อีกทั้งมันยังมาพร้อมกันทีเดียวถึง 2 แก้วอีกด้วย...คงเป็นเพราะความเข้าใจผิดของบาร์เทนเดอร์ที่เห็นสัญญาณฯตอนที่ตนยกชู 2 นิ้วเมื่อครู่นี้นี่เอง

            จากนั้นมนุษย์ป้าผู้นี้จึงหัวเราะออกมาแก้เก้อก่อนจะกล่าวกับพนักงานเสิร์ฟอย่างเป็นกันเองว่า “ฮ่า ๆ ๆ ไหน ๆ ก็เอามาแล้ว ก็เอาวางลงเถอะจ้ะพ่อหนุ่ม...ขอบใจนะจ๊ะ”

            ดวงวิญญาณสีฟ้าของดราโกเนียสที่ก่อนหน้านี้ได้ย้ายก้นของตัวเองไปอยู่ตรงเก้าอี้ตัวที่ว่างด้านข้างฯ บัดนี้ ร่างวิญญาณของมันได้ส่องแสงวาบๆ แสดงอาการราวกับว่า อยากกินสเปเชียลดริ้งฯ ตรงหน้าใจแทบขาด

            “เชิญเลยค่ะคุณดราโกเนียส” มีนเอ่ยขึ้นมา หลังจากได้เห็นท่าทางของเจ้าวิญญาณมังกรดวงนี้และได้รับสัญญาณลับจากมารีน

            “ขอบใจ...”ดราโกเนียสกล่าวสั้น ๆ พร้อมกับส่องแสงวูบวาบสั่นไหว คล้ายกับคนที่กำลังตื่นเต้นยินดี

            ของเหลวในแก้ว ซึ่งวางอยู่ตรงหน้าของหญิงสาวเกิดการหมุนวนและบิดเป็นเกลียว ก่อนจะพุ่งตรงเข้าไปในดวงวิญญาณของดราโกเนียสอย่างช้าๆ ดูคล้ายกับว่า มันกำลังดื่มด่ำกับรสชาติของสเปเชียลดริ้งแก้วนี้...อย่างละเมียด

            “อ่าห์...ช่างวิเศษอะไรอย่างนี้นี่สินะ...ข้อดีของพวกมนุษย์ฯ ถึงแม้จะอ่อนแอไร้พลัง แต่อย่างน้อย ๆ พวกมันก็ยังรู้จักหาความสุขสำราญให้แก่ชีวิต...”ดราโกเนียสพึมพำกับตัวเองเบา ๆ แต่หญิงสาวที่เป็นคนฟัง กลับรู้สึกเหมือนถูกกระแนะกระแหนยังไงก็ไม่รู้

            ในขณะที่ปล่อยให้ดวงวิญญาณสีฟ้าดื่มด่ำกับรสชาติของเครื่องดื่มตรงหน้าอย่างมีความสุขหญิงสาวจึงเอ่ยปากเรียกหญิงสูงวัยตรงหน้าอย่างตะกุกตะกัก “อะ...เอ่อ...คุณมารีนคะ”

            “เรียกป้าเหมือนเดิมก็ได้จ้ะหนู...”มารีนตอบคำหญิงสาว

            “เจ้าค่ะ คุณป้า...”มีนรับคำอย่างว่าง่าย ก่อนจะเปิดประเด็นถามในสิ่งที่ยังค้างคาใจออกมาในทันที “คุณป้าคะ?คุณป้ากับยัยป้ามหาภัย ที่พวกผู้เล่นเรียกกัน...ใช่คนเดียวกันจริง ๆ หรือคะ?”

            แม้มีนจะค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นเช่นนั้นแต่ตนก็ยังอยากได้รับคำตอบจากปากของมารีน เพื่อยืนยันสถานะของอีกฝ่ายให้ชัดเจนไปเลย

            “ใช่แล้วล่ะจ้ะอันที่จริง...ตอนนั้นป้าฯ ก็ไม่ได้ตั้งใจมาดักรอหนูหรอก มันเป็นแค่ความบังเอิญเท่านั้นจะว่าไป...ทุกอย่างมันก็เป็นเรื่องของวาสนาน่ะ” ป้ากล่าวออกตัว พร้อมกับดึงผ้าแพรสีน้ำทะเลซึ่งคลุมหน้าเอาไว้ออกไป...

            หลังจากที่มารีนหรือป้าฯ ได้ดึงผ้าคลุมหน้าออกไปแล้ว ภาพที่มีนได้เห็นกลับเป็นใบหน้าของหญิงสาวอายุประมาณ30 ต้น ๆ หน้าตาสะสวยเข้ารูป ผมสีบลอนด์ทองดวงตาสีฟ้า ดูงดงามราวกับเทพธิดาในเทพนิยายอีกทั้งโครงหน้าของอีกฝ่ายยังมีส่วนคล้ายกับรูปสลักองค์เทพีที่ตนได้เห็นอยู่ไม่น้อยซึ่งผิดกับรูปลักษณ์ในตอนที่อีกฝ่ายเป็นยัยป้ามหาภัยฯ ในเมืองเริ่มต้นทวีปแห่งน้ำลิบลับ

            เห็นดังนั้นหญิงสาวจึงตกตะลึงในความงดงามของมนุษย์ป้าผู้นี้อยู่พักใหญ่ก่อนจะกล่าวออกมาอย่างสงสัย “สะ...สวยจังเลยค่ะ แต่ดูยังไงก็ไม่คล้ายยัยป้ามหาภัยที่หนูเคยเจอเลยนะคะอีกอย่างคุณมารีนสวยขนาดนี้ หนูไม่กล้าเรียกป้าเลยค่ะ”

            “เรียกป้าฯ น่ะดีแล้วจ้ะถึงจะเห็นแบบนี้ แต่ป้าก็อายุน้อยกว่าอเล็กซ์อาจารย์ของหนูแค่ไม่กี่ล้านปีเองนะ ส่วนร่างของป้าที่หนูเห็นในตอนนั้นป้าใช้ทักษะที่เรียกว่า [วารีพันหน้ามายาแปลงกาย]แปลงโฉมตัวเองให้อยู่ในรูปลักษณ์ที่แตกต่างออกไปได้จ้ะ หากหนูอยากได้...ก็สามารถไปหามาเรียนได้นะเพียงแต่...มันเป็นทักษะลับของเผ่าพันธุ์วารีฯ ป้าบอกใบ้ได้แค่นี้แหละ”มารีนเฉลยความลับของตนให้อีกฝ่ายได้เข้าใจพร้อมกับกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของหญิงสาวไปในตัว

            “ขะ...ค่ะขอบคุณเจ้าค่ะ”

            วันนี้...คงจะเป็นวันที่หญิงสาวตกอยู่ในอาการ“ตะลึง” บ่อยครั้งเสียจน...ไม่รู้จะเรียกว่า บ่อยแค่ไหนแล้ว เพราะในวันนี้ มีนได้รับรู้เรื่องราวเหตุการณ์สำคัญในอดีตต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความเป็นมาเป็นไปของเผ่าพันธุ์ระดับสูง และข้อมูลสำคัญของไอเทมต่างๆ จนแทบไม่อาจจะย่อยสลายข้อมูลที่รับมาทั้งหมดได้ในเวลาอันสั้น ซึ่งตัวมารีนเองก็คงจะรู้ว่าหญิงสาวผู้นี้คงยังไม่พร้อมที่จะรับข้อมูลสำคัญ ๆ มากไปกว่านี้ เมื่อเป็นเช่นนี้ เทพีแห่งท้องทะเลฯจึงเปลี่ยนบทสนทนามาเป็นเรื่องสัพเพเหระ ก่อนที่จะไล่ให้หญิงสาวออกไปเก็บระดับฯ ในช่วงเวลาที่คำอวยพรยังคงแสดงผลอยู่...

            และสุดท้ายก่อนจากกันมีนได้สอบถามถึงช่องทางการติดต่อกับอีกฝ่าย ซึ่งหญิงสาวกลับได้รับคำตอบเพียงแค่ว่า“หากมีวาสนา...ก็คงจะได้พบเจอกันอีก”

            ............

            ในตอนนี้ ระดับของมีนอยู่ที่260 แล้ว เหลือแค่ไม่กี่ระดับมีนก็จะสามารถไปยังวังเจ้าสมุทรฯ เพื่อทำภารกิจของหอกทะเลดาวได้เสียที...

            แต่ทว่า ตัวหญิงสาวกลับคิดว่าตัวเองยังไม่พร้อมที่จะไปเก็บระดับในบริเวณที่มีผู้เล่นจำนวนมาก หรือออกเดินทางไปสำรวจฯเพื่อเปิดแผนที่ใหม่อย่างที่บรรดาผู้เล่นระดับท็อปหรือกิลด์ใหญ่ ๆ มักจะทำกัน ด้วยเหตุนี้มีนจึงได้ตัดสินใจกลับไปล้างบางเมืองใต้ทะเล ซึ่งมีระดับ C-Bอีกสักหลายรอบ และเมื่อระดับของตนถึง 300 แล้ว จึงค่อยบุกวังเจ้าสมุทรฯอันเป็นเป้าหมายหลักต่อไป

            แม้ว่าการเก็บค่าประสบการณ์จากการสังหารสัตว์อสูรในเมืองระดับC-Bนั้น จะให้ค่าประสบการณ์เพียงน้อยนิด เมื่อเทียบกับระดับของตัวเองในเวลานี้อีกทั้งเวลานี้ หญิงสาวยังมีตัวดูดค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้นมาอีก 1 ตัว แต่กระนั้นมีนก็ยังมั่นใจว่าจนกว่า “บัพ” ซึ่งเป็นผลมาจากคำอวยพรของเทพีแห่งท้องทะเลจะหมดลง มันคงจะทำให้ระดับของตนเลื่อนขึ้นไปถึงระดับ300 ได้อย่างฉิวเฉียด แต่ถ้าไม่...อย่างน้อย ๆ มันก็คงจะใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ตนประเมินเอาไว้อยู่บ้าง

            มีนออกเดินทางจากเมืองหิมะด้วยการวาร์ปกลับไปยังเมืองปะการังสีรุ้งของตัวเอง จากนั้นจึงออกจากเมืองปะการังสีรุ้งซึ่งในตอนนี้ ได้กลายเป็นเมืองที่แน่นขนัดไปด้วยผู้คนที่มาเก็บระดับฯ และแสวงหาโชคลาภจากเจ้าบอสหมึกยักษ์กันอย่างล้นหลามไปแล้วและการที่มีผู้เล่นเข้ามาใช้บริการจำนวนมากนี้ มันก็ส่งผลให้เงินในบัญชีของหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของสถานที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้เงินที่ว่า จะถูกหักชำระหนี้สินออกไปแบบอัตโนมัติแล้วแต่มันก็ยังพอมีเหลือให้มีนได้เอามาถลุงเล่นอยู่ไม่น้อย ในเวลานี้จำนวนเหรียญทองที่กองอยู่ในบัญชีธนาคารของผู้เล่นมนตรากลับมีจำนวนกว่า3 ล้านเหรียญทองเข้าไปแล้ว

            ก่อนที่มีนจะออกจากเมืองหิมะมารีนได้อวยพรให้แก่หญิงสาวอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งการอวยพรในครั้งนี้ ก็เป็นอีกครั้งที่ทำให้หญิงสาวต้องตกอยู่ในอาการ“ตะลึง” จนพูดไม่ออกอีกรอบ เนื่องจาก “บัพ” ที่ตนได้ในคราวนี้ กลับเป็นสิ่งที่เรียกว่า“บัพถาวร”

            โดย “บัพ”ประเภทนี้ เป็นบัพที่มีการแสดงผลอยู่ตลอดเวลา เมื่ออยู่ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งบัพที่หญิงสาวได้รับมาเป็นรางวัลพิเศษจากภารกิจของมารีนในครั้งนี้ก็คือ[ความแข็งแกร่งของท้องทะเล] การแสดงผลและเงื่อนไขของบัพอันนี้ก็คือ จะเพิ่มพลังโจมตีและป้องกันให้แก่ผู้เล่นจำนวน 20 เปอร์เซ็นต์จากค่าพลังพื้นฐานของผู้เล่นในขณะนั้นโดยมีเงื่อนไขคือ ผู้เล่นต้องอยู่ในอาณาเขตที่เรียกว่า “ทะเล หรือมหาสมุทร” หรืออยู่ห่างจากทะเลในรัศมีไม่เกิน1 กิโลเมตร...

            ด้วยเหตุนี้ “การล้างบาง”เมืองใต้ทะเลระดับ C-B ในรอบนี้ ทำให้หญิงสาวรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกสบายกว่าเดิมเป็นอย่างยิ่ง แต่กระนั้นการที่มีนรู้สึกเช่นนี้มันก็เกิดมาจากสาเหตุหลายปัจจัย ประการแรกก็เป็นเพราะว่า ระดับของตนสูงขึ้นกว่าตอนก่อนหน้านี้หลายสิบระดับประการที่สอง คือตัวมีนในเวลานี้ มีการแสดงผลของ “บัพ” จำนวนหลายชนิดแสดงผลร่วมกันอยู่ไม่ว่าจะเป็นบัพเพิ่มค่าสถานะจำนวน 3 เท่าจากของรางวัลในส่วนแรก บัพเพิ่มพลังโจมตี/ป้องกันอีก20 เปอร์เซ็นต์จากบัพถาวร และประการสุดท้ายก็เป็นเพราะว่า จอมอาคมสาวผู้นี้ รู้แนวทางการต่อสู้ของสัตว์อสูรและบอสประจำเมืองเหล่านี้ได้หมดแล้วนั่นเอง

            แต่กระนั้นผลของบัพในส่วนแรกก็ได้หมดลงก่อนที่หญิงสาวจะเก็บระดับได้ถึง 300 ตามที่คาดการณ์ไว้อยู่ดี นั่นก็เพราะว่ายิ่งระดับความแข็งแกร่งสูงขึ้นก็ยิ่งต้องใช้ค่าประสบการณ์ในการเลื่อนระดับจำนวนมากขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ มันยังเป็นผลมาจากความแตกต่างทางระดับความแข็งแกร่งของผู้เล่นกับสัตว์อสูรอีกต่างหากยิ่งผู้เล่นมีระดับสูงกว่าสัตว์อสูรที่ตัวเองสังหารมากเท่าไหร่ ค่าประสบการณ์ที่ได้รับจากสัตว์อสูรตัวนั้นก็จะยิ่งน้อยลงไปเท่านั้น

            สุดท้ายแล้ว ก่อนที่การแสดงผลของบัพในส่วนแรกจะหมดลงมีนทำได้แค่เพียงเลื่อนระดับของตัวเองให้มาอยู่ที่ 291 เท่านั้น นอกจากนี้การล้างบางสัตว์อสูรในเมืองระดับ C-B โดยไม่มีบัพที่เพิ่มค่าประสบการณ์คูณ 3 มาให้นั้นความเร็วในการเก็บระดับของมีน...ก็แทบไม่ต่างอะไรกับเต่าคลานมากนัก

            เมื่อเป็นเช่นนี้จึงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่จอมอาคมสาวผู้นี้ จำเป็นต้องร่นเวลาการบุกวังเจ้าสมุทรฯเข้ามาให้เร็วขึ้นกว่าเดิมจากที่เคยวางแผนเอาไว้

            เพียงแต่ความเร็วในการเก็บระดับที่ตัวมีนคิดว่า“เชื่องช้า” นั้น หากเทียบกับผู้เล่นทั่วไปแล้ว ความไวในการเพิ่มระดับของหญิงสาวสมควรจะเรียกว่า “รวดเร็ว” ในระดับที่ปีศาจยังเรียกพี่เสียด้วยซ้ำ ในโลกเสมือนจริงใบนี้ผู้เล่นที่มีระดับความแข็งแกร่งสูงสุดของเกมฯ ยังอยู่ที่ระดับ 272 ส่วนค่าเฉลี่ยระดับความแข็งแกร่งของผู้เล่นทั้งเกม...ยังอยู่แค่ระดับ130 เพียงเท่านั้น

            การที่ผู้เล่นคนหนึ่งจะสามารถสังหาร“สัตว์อสูรทั่วไป” ซึ่งมีระดับสูงกว่าตัวเองเกิน 10 ระดับได้นั้น ในเกมนี้ค่อนข้างจะเป็นเรื่องที่ยากลำบากพอสมควรส่วนการจะสังหาร “สัตว์อสูรชั้นราชา” ที่มีระดับสูงกว่าตนเองถึง 10 ระดับเพียงลำพังนั้น...แทบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

            เนื่องจากในเกมนี้มีระบบที่เรียกว่า “ความต่างชั้น” ของสัตว์อสูรร่วมอยู่ด้วยดังนั้นผู้เล่นส่วนใหญ่จึงนิยมรวมตัวกันเป็นกลุ่มออกล่าสัตว์อสูรเป็นปาร์ตี้ฯหรือกองกำลังเสียมากกว่า ส่วนการล่าบอสนั้น...ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ผู้เล่นแทบจะต้องยกโขยงกันไปเป็นกองทัพเลยทีเดียวจึงจะสามารถสังหารบอสที่เป็นสัตว์อสูรชั้นราชาได้สักตัวหนึ่ง...

            ถึงจะเป็นอย่างนั้นแต่ก็ใช่ว่าในเกมนี้ จะไม่มีผู้เล่นแบบ “ฉายเดี่ยว” หรือที่เรียกกันว่า“โซโลเพลเยอร์” โดยผู้เล่นประเภทเน้นลุยเดี่ยวแบบตัวของหญิงสาว...ในโลก “DoW” กลับมีจำนวนไม่น้อย เพียงแต่ผู้เล่นเหล่านั้น เมื่อเจอสัตว์อสูรชั้นราชาที่มีระดับสูงกว่าตัวเองมากๆ ก็มักจะพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับบอสตัวนั้นเพียงลำพัง แต่จะหาวิธีการอื่นมาใช้เพื่อสังหารบอสตัวนั้นแทนยกตัวอย่างเช่น การจ้างทหารรับจ้าง (NPC)หรือจ้างผู้เล่นด้วยกันเอง มาเป็นตัวช่วยในภารกิจล่าบอสที่ตัวเองหมายตาเอาไว้

            ดังนั้นการที่สาวมีนเก็บระดับเพียงลำพังด้วยวิธีนี้หากผู้เล่นอื่นได้มาเห็น พวกมันต้องเข้าใจว่าหญิงสาวใช้วิธีการเก็บระดับที่ไม่ปกติ (โกง) อย่างแน่นอน เพราะว่าในโลก “DoW” ณ ตอนนี้ ยังไม่มีอาชีพไหนหรือเผ่าพันธุ์ใด มีความแข็งแกร่งและมีทักษะอันทรงพลังเทียบได้กับเผ่าพันธุ์ที่หญิงสาวครอบครองอยู่ในเวลานี้ได้เลย (แต่ในแพชหน้า...ก็ไม่แน่)

            มีนคิดเอาไว้ว่าการบุกวังจ้าวสมุทรในครั้งนี้ ตนจะเก็บระดับและสังหารสัตว์อสูร ซึ่งอาศัยอยู่บริเวณรอบๆ เมือง โดยหลีกเลี่ยงการปะทะบอสใหญ่ประจำเมืองเอาไว้ก่อน เนื่องจากพวกมันมีระดับสูงถึง350 อีกทั้งมันยังมีถึง 5 ตัวด้วยกัน คงไม่ดีแน่...หากว่าตนต้องเผชิญหน้าพวกมันพร้อมๆ กัน

            แต่การสังหารสัตว์อสูรและเก็บระดับในพื้นที่รอบๆ วังจ้าวสมุทร ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะถึงอย่างไรข้อมูลรูปแบบการโจมตีของสัตว์อสูรฯและเงื่อนไขการปรากฏตัวของบอสประจำเมืองทั้ง 5 มีนก็ได้รับรู้มาแล้ว...ผ่านความทรงจำของแอ๊กซอลนั่นเอง

            ส่วนวิธีการที่ตนจะใช้ต่อสู้และสังหารบอสประจำเมืองแต่ละตัวนั้นมีนก็พอจะคิดออกและเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า มันจะประสบความสำเร็จอย่างงดงาม แต่ทว่าหากต้องสู้กับพวกมันทั้ง5 ตัวพร้อมกัน...จอมอาคมสาวคนนี้กลับนึกไม่ออกว่า จะมีหนทางใดในการเอาชนะอีกฝ่ายได้

            สาเหตุที่หญิงสาวคิดว่าตนไม่มีทางจะเอาชนะอีกฝ่ายในการต่อสู้แบบ 5 ต่อ 1 ได้นั้น ไม่ใช่ว่าตนไม่มีข้อมูลการต่อสู้ของพวกมันหรือไม่เคยเอาชนะพวกมันมาก่อน แต่การต่อสู้ในครั้งนั้น...เป็นการต่อสู้ในขณะที่ตัวเองมีค่าสถานะทางร่างกายที่โกงถึงขีดสุดการเอาชนะพวกมันทั้ง 5 ในคราวเดียว จึงไม่ได้รู้สึกว่า มันลำบากยากเย็นเท่าใดนักแต่การที่จะต้องสู้กับพวกมันทั้งหมด โดยที่ตนมีค่าสถานะเพียงเท่านี้...ก็ไม่ต่างอะไรกับการเอาไข่ไปกระทบหิน

            มีนพยายามครุ่นคิดหาวิธีการอันเหมาะสมเพื่อนำมาใช้จัดการกับพวกมัน ซึ่งวิธีการที่หญิงสาวคิดว่า “ดีที่สุด” เท่าที่ตัวเองจะคิดออกในตอนนี้ก็คือ “การจ้างกองทัพ” ซึ่งเป็น NPC มาช่วยรับมือเจ้าบอสทั้ง5

            ถึงแม้ว่าการกระทำเช่นนี้จะช่วยอะไรไม่ได้มาก เพราะทหารรับจ้างของระบบนั้น มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 200เพียงเท่านั้น แถมค่าจ้างยังสูงถึงตัวละ 3,000 เหรียญทองอีกต่างหาก แต่อย่างน้อย...ทหารรับจ้างเหล่านี้ก็คงพอจะช่วยสร้างโอกาส จนทำให้ตนได้มีเวลาเตรียมการอะไรบางอย่าง...

            แต่ในขณะที่มีนหยุดยืนอยู่หน้าเขตวังเจ้าสมุทรฯและกำลังนึกหาหนทางจ้างนักรบของกองทัพฯ เพื่อมาช่วยต่อสู้กับบอสทั้ง 5 ตัวอยู่นั้นจู่ ๆ กลับได้ยินเสียงของดราโกเนียสดังลอยออกมาจากคลังสมบัติเคลื่อนที่อย่างไม่นึกไม่ฝันนั่นก็เพราะว่า หลายต่อหลายครั้งในช่วงก่อนหน้านี้ มีนเคยพยายามชักชวนดราโกเนียสคุยอยู่ตลอดเวลาแต่กลายเป็นว่า ความพยายามของตนกลับไม่เคยประสบความสำเร็จเลยสักครั้ง

            เพียงแต่เวลานี้...

            “ก็เข้าไปสิ!! เจ้าจะรออะไรอยู่?”

            “อุ๊ย!!” มีนถึงกับสะดุ้ง เมื่อได้ยินเสียงของดราโกเนียส ดังขึ้นแทรกขัดจังหวะการใช้ความคิดของตนเล็กน้อยก่อนจะตอบแบบขอไปที “อะ...เอ่อ...หนูกำลังวางแผนอยู่ค่ะ”

            “เฮอะ!!แผน??”

            “คนอย่างเจ้ามีแผนการอะไรด้วยรึ?เท่าที่ข้าเห็นเจ้าต่อสู้ ก็เห็นจะมีแต่...ใช้กำลังที่เหนือกว่าบดขยี้ศัตรูมาโดยตลอด”ดราโกเนียสเอ่ยปากแซะหญิงสาวเข้าไป 1 ดอก

            “อึก...” มีนถึงกับพูดอะไรไม่ออกเมื่อโดนดอกนี้เข้าไปเพราะมันก็จริงอย่างที่เจ้ามังกรตัวนี้พูดมานั่นแหละ

            จากนั้นมังกรหิมะจึงเปลี่ยนมาเป็นให้คำแนะนำแก่หญิงสาว ด้วยน้ำเสียงราวกับเป็นผู้ทรงภูมิฯ “ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าสัตว์อสูร 5 ตัวนั้น มันเก่งขึ้นมากกว่าเดิมแค่ไหน? แต่จากที่ข้าเห็นในความทรงจำของเจ้าข้าเชื่อมั่นว่า ตัวเจ้าในตอนนี้...คงจะเอาชนะพวกมันทั้งหมดได้อย่างสบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากเจ้าใช้มหาเวทอะไรนั่น...”

            “ข้าว่า...ต่อให้พวกมันมีระดับถึง500 ก็ไม่มีทางรอดไปจากมหาเวทบทนั้นของเจ้าได้แน่นอน”

            “จริงหรือคะ?” ที่มีนถามก็เพราะไม่มั่นใจว่าพลังทำลายของกลไกมหาเวทวงนั้น จะสามารถสังหารเจ้าบอสทั้ง 5 ได้พร้อม ๆ กัน

            “ฮึ่ม!!” ดราโกเนียสคำรามในลำคออย่างขุ่นข้องก่อนจะบอกเฉลยแก่หญิงสาวเกี่ยวกับอานุภาพของกลไกบทมหาเวทที่ตัวมันเคยเห็นในถ้ำหิมะ“ก่อนหน้านี้ข้าเคยคิดว่า ข้า...เป็นพวกที่ไม่เคยมีโชคมาก่อน แต่เมื่อมาลองย้อนคิดดูแล้วข้ากลับรู้สึกว่า วันนั้น...คงเป็นวันที่ข้าโชคดีมากวันหนึ่ง ที่ตัดสินใจยอมแพ้เจ้าเสียก่อนเพราะหากข้าตกหลุมพรางและเข้าไปอยู่ในวงเวทวงนั้นแล้วล่ะก็...ต่อให้มีอีก 10 ชีวิตก็คงจะไม่พอ”

            แม้จะดูไม่ค่อยเหมือนคำชมมากนักแต่หญิงสาวกลับรู้สึกปลาบปลื้มไม่น้อยที่ได้รู้ว่าวงเวทบทนั้นของตนได้รับคำชมเชยจากมังกรชั้นสูงอย่างดราโกเนียส ก่อนจะหวนนึกถึงปัญหาสำคัญของวงเวทฯขึ้นมาได้ประการหนึ่ง “แต่หนู...ใช้เวลาสร้างนานมากเลยนะคะ กลไกมหาเวทวงนั้น”

            “นั่นมันปัญหาของเจ้า”ดราโกเนียสตอบแบบยียวน

            “อึก...”มีนหมดคำจะกล่าว

            “แต่ข้ามีวิธี...”ดราโกเนียสกล่าวกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงอันสุขุม ราวกับตัวมันคือแสงสว่างในค่ำคืนอันมืดมิดของอีกฝ่าย

            “วิธีใดกันหรือเจ้าคะ?”มีนถามอย่างมีความหวัง ด้วยแววตาที่เป็นประกาย

            “แต่เจ้าสัญญากับข้าก่อนว่าหากข้าบอกวิธีเจ้าแล้ว เจ้าจะให้ข้าได้สัมผัสกับรสชาติของเจ้าอะไรเชี่ยว ๆ นั่น...ในทุกครั้งที่เจ้าเข้าเมือง”ดราโกเนียสยื่นข้อเสนอออกมาอย่างรวดเร็ว

            “สเปเชียลดริ้งลาวา หรือเจ้าคะ?”

            “เออนั่นแหละ”

            “ได้เจ้าค่ะหนูสัญญา...”

            “ดีมาก!!” ดราโกเนียสกล่าวยืนยันอีกครั้งอย่างหนักแน่นก่อนจะบอกวิธีการออกมาอย่างช้า ๆ “วิธีการ...ง่ายนิดเดียว เพียงแค่เจ้าสลักกลไกมหาเวทบทนั้นลงบนอะไรสักอย่างทิ้งเอาไว้ก่อน เมื่อต้องการใช้งานฯ เจ้าก็เพียงนำมันออกมาจากมิติคลังสมบัติ...แค่นี้ก็สิ้นเรื่อง”

            “.....”มีนหมดคำที่จะพูดอีกแล้ว หญิงสาวเงียบอึ้งอยู่พักใหญ่ ก่อนจะกล่าวกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนระโหยโรยแรงเพราะคำแนะนำของดราโกเนียสเป็นสิ่งที่อยู่ไกลเกินความสามารถของตนเวลานี้แม้การสลักบทมหาเวทลงไปในวัตถุจะไม่ใช่เรื่องยาก แต่การจะหาวัตถุขนาดใหญ่ ซึ่งเพียงพอที่จะสลักกลไกเวทลงไปอีกทั้งยังต้องบังคับควบคุมวัตถุชิ้นนั้นให้ไปอยู่ในพื้นที่การแสดงผลที่กำหนดฯมันแทบจะไม่มีทางเป็นไปได้สำหรับมีนในตอนนี้ “ของแบบนั้นฯ หนูจะทำได้ยังไงกันคะ?”

            “อ้าว!!เจ้าเป็นนักเวท...เจ้าก็ต้องทำได้สิ”ดราโกเนียสโพล่งออกมาด้วยน้ำเสียงชวนหมั่นไส้

            “เอิ่มหนูไม่รู้จริง ๆ ค่ะ ว่าต้องทำอย่างไร” มีนสารภาพออกไปตามตรง

            “เจ้าคิดว่า? เหตุใดด้ามหอกทะเลดาวถึงได้กลายเป็นเสาค้ำปราสาทไปได้ล่ะ?”ดราโกเนียสย้อนถาม ก่อนจะตั้งคำถามชวนให้นักเวทสาวได้คิด “เจ้าคิดว่า ขนาดของมัน...ใช่เป็นเช่นนั้นมาตั้งแต่ต้นหรือ?”

            “เอ่อ....หนูขอหาข้อมูลก่อนนะเจ้าคะ”หลังจากได้ยินคำถามของอีกฝ่ายมีนก็พอจะนึกอะไรได้บางอย่าง ก่อนจะหยิบเอาตำราเวทมนตร์ของอเล็กซ์ขึ้นมาตรวจสอบในบทที่ว่าด้วย “เวทมนตร์สายมิติ”

            หลังจากที่มีนพลิกหน้าพลิกหลังไปหลายตลบแล้วกลับ “ไม่พบ” ว่ามีบทร่ายเวทฯ ที่มีรูปแบบการใช้งานในประเภทที่ว่านี้อยู่ในตำราเลย

            “ไม่เห็นจะมีในตำราของอาจารย์เลยเจ้าค่ะ”

            “มันก็แน่ล่ะบทเวทนี้...เป็นบทเวทระดับพิเศษ ไม่แปลกหรอกที่อาจารย์ของเจ้าจะไม่เคยเห็น หรือว่าบางทีมันอาจจะเคยเห็นแต่ไม่สามารถเข้าถึงได้ เพราะว่าบทเวทบทนี้ จำเป็นต้องใช้อักขระพิเศษร่วมด้วยซึ่งอักขระที่ว่านั่น...เจ้าก็ได้รับมันมาแล้วไม่ใช่หรือ?”

            “คุณดราโกเนียสหมายความว่าอักขระที่หนูได้มาตอนสำรวจสุสานฯ คืออักขระที่อยู่ในบทร่ายของเวทบทนี้หรือเจ้าคะ?”มีนถามอีกฝ่ายอย่างมีความหวัง

            “ก็อาจจะนะข้าก็ไม่รู้หรอก เรื่องเวทมนตร์สายมิติไม่ใช่ทางถนัดของข้ามันอาจจะเป็นอักขระชุดนี้ หรืออาจจะเป็นอักขระพิเศษชุดอื่น...ข้าก็ไม่อาจรู้ได้”ดราโกเนียสกล่าวตอบด้วยเสียงเรียบ

            “อ้าว ซะงั้นฯ” มีนสบถออกมาอย่างสับสนก่อนจะบ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ “แล้วแบบนี้...มันก็เหมือนไม่มีวิธีอยู่ดีนั่นแหละ...”

            แม้จะเป็นเสียงอันบางเบาในระดับยุงบินแต่เมื่อดราโกเนียสเป็นสัตว์อสูรอัญเชิญฯ ซึ่งมีสายสัมพันธ์ผูกติดอยู่กับตัวของหญิงสาวคำบ่นพึมพำดังกล่าวของมีน จึงไม่สามารถรอดพ้นไปจากการรับรู้ของดราโกเนียสไปได้ก่อนที่มันจะส่งเสียงตวาดออกมาและกล่าวอย่างโอ้อวดกับหญิงสาวว่า  “ใครบอก!! สำหรับผู้อื่นข้าไม่รู้แต่สำหรับมังกรหิมะอย่างข้า แค่นี้...มันเรื่องจิ๊บจ้อย”

            จบคำของดราโกเนียส...น้ำทะเลที่อยู่เบื้องหน้าของหญิงสาวก็จับตัวกันแน่นจนกลายเป็นแผ่นน้ำแข็งกลมขนาดใหญ่ ดูจากขนาดของมันแล้ว น่าจะมีพื้นที่เพียงพอให้จอมอาคมสาวอย่างมีนได้ลงอักขระสลักกลไกวงเวทระดับมหาเวทฯซึ่งเคยสร้างเอาไว้ในถ้ำหิมะ...ได้อย่างเหลือเฟือ

            ............

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางจักรพรรดินี ที่คุณอ่าน

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    173K 135
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405