ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“องค์หญิงท่านแม่ทัพใหญ่มาขอรับ”เสียงของโม่เฉินที่ดังมาจากนอกประตูเรือนทำให้เธอเม้มปากเบา ๆ อย่างกดดัน
ถึงแม้ว่าเธอจะไม่อยากให้เขาเข้ามาเรือนมากแค่ไหนแต่เธอก็ไม่อาจปฏิเสธเขาได้นั่นก็เพราะเธอได้ชื่อว่าเป็ภรรยาของเขาและฮองเฮาเพิ่งทรงทราบข่าวว่าหลังจากวันเข้าหอเธอกับเฟิงหลงก็ไม่เคยร่วมห้องกันเลย
่หลัง ๆ มาฮองเฮาเลยส่งถงกูกูมาที่จวนบ่อยขึ้นและโน้มน้าวเธอให้เข้าหาเฟิงหลงบ้างหรือแม้กระทั่งเริ่มคิดว่านางจะไปเชิญเฟิงหลงมาเองดังนั้นถ้าเธอยังดึงดันไม่ยอมให้เฟิงหลงมาค้างด้วยเื่มันอาจจะเลยเถิดจนเป็เื่ใหญ่
ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้เธอก็คงต้องใช้แผนสำรองที่คิดเอาไว้...
“องค์หญิงให้ข้าน้อยไปเปิดเลยหรือไม่เ้าค่ะ”
“เ้ารอตรงนี้ก่อน”เธอส่ายหัวแล้วเดินเข้าห้องทำงานของไป
ดวงตากลมโตกวาดตาไปทั่วตู้ยาแล้วดึงลิ้นชักอันหนึ่งออกมาก่อนที่จะหยิบตลับยาอันเล็กสีดำที่ถูกซ่อนไว้ด้านในสุดออกมา
ยาสงบจิต
โชคดีที่เธอเจอสูตรยาสลบในตำราแพทย์โดยบังเอิญก็เลยลองทำดูแต่เธอก็ไม่คิดเลยว่าเธออาจจะได้ใช้มันจริง ๆ
เธอซ่อนมันไว้ในเสื้อก่อนที่จะเดินออกไปนั่งที่โต๊ะน้ำชาในห้องรับแขกแล้วพยักหน้าให้จื้อหลานเปิดประตู
“เชิญ นายท่านเ้าค่ะ”
ทันทีที่เฟิงหลงก้าวเข้ามาในเรือนก็พอว่าองค์หญิงออกมานั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกอยู่ก่อนแล้ว
“เชิญท่านแม่ทัพใหญ่นั่งลงก่อน”
เขาเหลือบมองคนที่พูดกับเขาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งชั่วแวบแล้วเดินเลยเข้าห้องนอนไปโดยไม่สนว่านางจะทำหน้ายังไง
“ท่านแม่ทัพใหญ่!ท่านจะทำอะไร?”
“คืนนี้ข้าจะค้างที่นี่”คำพูดของเขาทำให้องค์หญิงสะดุ้งเล็ก ๆ และเงยหน้าขึ้นมองเขาคล้ายใและตระหนกก่อนที่นางจะพยายามควบคุมสีหน้าให้สงบนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เขาหรี่ตาลงมองท่าทีขององค์หญิงิจูอย่างแปลกใจเพราะนางไม่เหมือนคนที่เขาเคยรู้จัก
องค์หญิงิจูที่เขารู้จักนั้นไม่ใช่คนกลัวคนนางเป็คนที่เอาแต่ใจและค่อนข้างถือยศศักดิ์เป็อย่างมาก
หากมีใครกล้าขัดใจนางนางก็จะสั่งลงโทษโดยไม่สนใจว่าคนนั้นจะเป็ขุนนางระดับสูงหรือบ่าวไพร่มีหลายครั้งที่ขุนนางอับอายจนต้องลาออกไปหรือย้ายเมืองไป
และที่นางกล้าชนกับทุกคนขนาดนี้นั่นก็เพราะว่ามีทั้งฮ่องเต้ ฮองเฮาและไท่จื่อหนุนหลังนางอยู่
นับจากนั้นความร้ายกาจขององค์หญิงิจูนั้นเป็ที่เลื่องลือไปทั่วอาณาจักรจนไม่มีใครกล้าขัดใจองค์หญิงิจูอีกและทุกคนต่างเลือกหลีกเลี่ยงที่จะเกี่ยวข้องกับนาง
แต่หลังจากที่แต่งงานกันองค์หญิงิจูก็เปลี่ยนไปมากจนน่าแปลกใจ
และตลอดเกือบสองเดือนที่ผ่านมาเขาไม่เคยได้ยินข่าวนางอาละวาดหรือสั่งลงโทษบ่าวคนไหนเลยแถมยังปฏิบัติกับนางกำนัลคนสนิทของนางราวกับเพื่อนกันจนบ่าวเอาไปลือกันทั่วจวน
“เอ่อ...งั้นท่านแม่ทัพใหญ่นอนก่อนเลย ข้ายังไม่ง่วง”องค์หญิงิจูทำท่าจะเดินถอยหลังออกไปจากห้องแต่โดนเขาดึงแขนเอาไว้
“ท่านแม่ทัพใหญ่ท่านจะทำอะไร? ปล่อยข้านะ!”องค์หญิงิจูรีบสะบัดมือเขาออกทันทีแถมจ้องเขาตาเขม็ง
แต่ทว่าดวงตาคู่นี้กลับไม่ได้ฉายแววร้ายกาจเฉกเช่นเมื่อก่อน...
“สามีภรรยากันจะอยู่ร่วมห้องก็ไม่เห็นจะแปลก”เขามององค์หญิงิจูตาไม่กะพริบ ก่อนที่เขาจะก้าวเข้าหาเธอร่างเล็กเดินถอยหลังจนหลังของนางชนเข้ากับผนังห้อง
อยากรู้นักว่าตอนนี้องค์หญิงิจูกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่?
“อย่าเข้ามานะ!”ใบหน้าหวานที่บัดนี้ซีดเผือดและพยายามดันเขาออกดวงตากลมโตนั้นกลอกไปมาคล้ายหาทางหนี
องค์หญิงิจูในตอนนี้...แทบจะไม่มีเค้าของความร้ายกาจพวกนั้นเลย
อะไร...ทำให้นางเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้กันนะ
“ข้าก็แค่จะทำหน้าที่ของข้า”เขามองคนที่ทำตาขวางใส่เขาแล้วยื่นหน้าไปใกล้จนแทบจะชิดหน้าเธอในขณะที่องค์หญิงิจูก็พยายามแนบตัวเองเข้ากับกำแพงให้มากที่สุด
“และข้าก็ยืนยันว่าข้า...ไม่คิดจะแตะต้องท่าน”เขาขยับตัวถอยออกมาแล้วสบตากับองค์หญิงิจูที่ใบหน้าแดงก่ำสลับเขียวคล้ำจนเขานึกขันในใจ
ดวงตาคู่นั้นจ้องเขาราวกับจะกินเืกินเนื้อแล้วสะบัดหน้าพรืดไปอีกทางก่อนที่นางจะเดินไปที่ห้องนั่งเล่นแล้วขนหมอนอิงหลายใบมาโยนขึ้นบนเตียง
“ท่านจะทำอะไร?”
“เหอะคิดว่าข้าอยากโดนตัวท่านมากนักหรือไง?” องค์หญิงิจูพูดพลางปีนขึ้นไปนอนอีกด้านของเตียงแล้วใช้หมอนพวกนั้นกั้นระหว่างเขากับนางจนเหลือที่ว่างในเขานอนเพียงนิดเดียว
แต่พอเขาจะหยิบหมอนพวกนั้นออกก็โดนนางมองตาขวาง
“ถ้าคิดจะเอาหมอนพวกนี้ออกท่านก็กลับเรือนท่านไปได้เลย”
คำท้าทายขององค์หญิงิจูทำให้เขาตวัดตามองคนตรงหน้าด้วยความไม่ชอบใจและเกือบจะเดินออกไปตามที่นางไล่จริงๆ
แต่ทว่าคำพูดของหมอลู่ที่บอกว่าหากไม่ได้องค์หญิงิจูช่วยบรรเทาอาการให้ก่อนท่านแม่อาจจะเจ็บหนักมากกว่านี้และนั่นก็ทำให้เขาต้องข่มใจเอาไว้
นั่นก็เพราะเขาไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใครและการที่เขายอมมาถึงเรือนนี้ก็เพื่อตอบแทนองค์หญิงิจูให้รอดจากมือถงกูกู
เขากับนางจะได้ไม่มีอะไรติดค้างต่อกันอีก!
เฟิงหลงหรี่ตามองคนที่นอนกินพื้นที่เกือบเต็มเตียงแล้วดันหมอนและคนข้างในให้ชิดไปอีกด้านจนเหลือพื้นที่เกือบครึ่งเตียง
“ท่านแม่ทัพใหญ่ท่านทำอะไรของท่านเนี่ย? บ้าหรือเปล่า?” เสียงโวยวายของนางดังขึ้น ทั้งยังพยายามดันเขาให้ออกไปจากเตียง
เขาจ้องตาคนที่ยังโวยวายไม่หยุดและยังคงไล่เขาออกจากห้อง
“ถ้าท่านยังไม่หยุดโวยวายข้าจะทวงรางวัลที่ข้าควรได้ ท่านก็รู้มิใช่หรือว่าหน้าที่ขององค์หญิงหรงซีคืออะไร”
สิ้นคำขู่ของเขาทำให้องค์ิจูหุบปากฉับและหยุดดันหมอนทันทีแต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังไม่วายจ้องเขาอย่างเอาเื่
นางดูแตกต่างจากองค์หญิงิจูก่อนแต่งงานมากจริงๆ
เขาหยิบหมอนที่หล่นไปบนพื้นแล้วโยนใส่องค์หญิงิจูโดยที่ไม่สนใจว่านางจะทำหน้ายังไงก่อนที่เขาจะนั่งลงบนเตียงอีกด้าน
องค์หญิงิจูยังคงนั่งจ้องเขาอย่างไม่พอใจอยู่ชั่วครู่แล้วล้มตัวลงนอนอย่างหงุดหงิด
แต่ทว่าดูเหมือนว่านางจะกะระยะผิดไปสักหน่อยหัวของนางจึงกระแทกเข้ากับหัวเตียงเสียงดังลั่น
ปัก!
“โอ๊ย!”
เขาเหลือบมองคนที่นอนลูบหัวปอยๆ แล้วส่ายหัว ก่อนที่จะเอนตัวลงนอนและหลับตาคล้ายไม่อยากสนใจนางอีก
แต่ทว่าเสียงบ่นพึมพำเบา ๆอย่างหงุดหงิดขององค์หญิงิจูยังคงดังอย่างต่อเนื่องแถมยังขยุกขยิกจนเขาชักรำคาญ
แม้ว่าเขาจะจับใจความไม่ได้ว่านางพูดว่าอะไรแต่จากน้ำเสียงที่ใช้...เขาก็พอจะเดาได้ไม่ยากว่านางคงไม่ได้ชมเขาแน่ ๆ
เวลาผ่านไปพักใหญ่กว่าเสียงของนางจะเงียบลงเขาเหลือบมองคนที่หลับไปแล้วทบทวนนิสัยของนางที่เปลี่ยนไปอย่างละเอียด
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังหาสาเหตุที่ทำให้นางเปลี่ยนไปไม่ได้เลย...
เขาเงยหน้ามองเพดานเตียงที่แกะสลักเป็ลายดอกโบตั๋นแล้วครุ่นคิดไปต่างๆ นานาแต่ทว่ากลิ่นหอมดอกจือจื่อฮวาที่ลอยอบอวลอยู่ในห้องกลับทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด
และแล้วความง่วงที่เขาไม่ได้ััมานานั้แ่หลังออกรบได้สามปีก็ถาโถมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัวและเขาก็เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว...
อากาศเย็นทำให้เธอรู้สึกตัวตื่นขึ้นแล้วเอื้อมมือไปดึงผ้าห่มที่ปลายขาขึ้นมาห่มตัวแต่ทว่าเงาตะคุ่มที่นั่งอยู่อีกด้านของเตียงทำให้เธอตื่นเต็มตาด้วยความใ
เธอเอื้อมมือไปลูบตรงผ้าพันเอวที่มีตลับยาซ่อนอยู่แต่ทว่าร่างสูงใหญ่กลับถอดเสื้อผ้าตัวเองออกจนเหลือเพียงชุดสีขาวด้านใน
และนั้นทำให้เธอเกือบจะกรีดร้องออกมาแต่โดนใครบางคนอุดปากไว้ซะก่อน
“กะ...อุ๊บ!”
“เงียบ!”
*********************************
ไรต์ Talk:
เพื่อน ๆ คิดว่าสองคนนี้จะไปกันรอดไหม?