เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต

    เดินทางอีกครั้ง

    เย่หยุนซีใช้เวลาอยู่กับบุตรและภรรยาอีกไปอีก 3 วัน ก่อนที่ตัวเขาและเซี่ยอวี่ซีผู้ติดตามจะออกเดินทางไปยังแดนพฤกษชาติโดยมีหยุนเยี่ยเฉินกระชากมิติไปส่ง ณ บริเวณชายป่า

     

    ซึ่งทันทีที่ได้ออกมา บุรุษหนุ่มก็พลันบิดขี้เกียจเล็กน้อยเพื่อเป็นการยืดเส้นยืดสาย จากนั้นสวมใส่หน้ากากสวรรค์เร้นปลอมแปลงกายเป็นเด็กชายตัวน้อยอายุประมาณ 10 ปี ที่ค่อนข้างดูไร้เดียงสา

     

    "ฝู่ ไปกันเถอะ พี่สาวคนสวย นับจากนี้ไปข้ามีนามว่า 'หยุน' หมู่เมฆที่ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้าอย่างอิสระ"

     

    "คิกคิก ช่างเข้าใจปลอมตัวเสียจริงนะเจ้าคะ" เซี่ยอวี่ซีป้องปากหัวเราะ ก่อนจะสบัดชายอาภรณ์พริ้วไสว ก่อเกิดเป็นเรือใบไม้ลำเล็กๆ เรียบง่าย ไม่สะดุดตา

     

    "เชิญ นายน้อยเจ้าค่ะ" สรรพนามที่เรียกขานพลันเปลี่ยนไปตามสถานการณ์

     

    ต่อมาไม่นาน ทั้งสองก็ก้าวเท้าขึ้นเรือใบไม้ลำนั้นพุ่งทะยานไปยังทิศใต้ของแดนเซียนอันกว้างใหญ่

     

    แต่หลังจากเดินทางได้เพียง 1000 ลี้ พวกเขาได้ก็พบเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

     

    ผู้ฝึกตนระดับจักรพรรดิจำนวน 13 คนกำลังเผชิญกับชะตากรรมอันน่าอดสู เพราะถูกไล่ล่าโดยสัตว์อสูรมังกรนภาระดับมหาจักรพรรดิขั้น 3

     

    "จะให้ทำการช่วยเหลือหรือไม่เจ้าคะ?" ซีอวี่ซีเอ่ยถามเพื่อขอความคิดเห็นจากผู้เป็นนาย

     

    บุรุษหนุ่มในคราบเด็กชายเผยรอยยิ้มบาง ก่อนจะถามกลับ "แล้วข้าจะได้อะไรจากการช่วยเหลือในครั้งนี้กันล่ะ?"

     

    คนงามหัวเราะคิกคัก "ได้แน่นอนเจ้าค่ะ เพราะพวกเขาน่าจะเป็นคนของราชวงศ์หลงแห่งเมืองมังกรบรรพกาล"

     

    "โอ่ว อดีตราชวงศ์ผู้ยิ่งใหญ่อันดับ 1 ซึ่งบัดนี้กำลังกลายเป็นราชวงศ์ที่แสนจะตกต่ำนั่นน่ะหรือ? มันน่าสนใจตรงไหนกัน?" เด็กชายเอ่ยถามอีกครั้ง

     

    เซี่ยอวี่ซีเมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงเริ่มเอ่ยปากอธิบายในทันที "นายน้อย ที่ราชวงศ์หลงตกต่ำถึงเพียงนี้ ก็เพราะถูกราชวงศ์โจวใช้ทักษะแปลกประหลาดช่วงชิงต้นกำเนิดจิตอสูรมังกรบรรพกาลไป แต่ที่พวกเขายังไม่ล่มสลาย เป็นเพราะภายในเมืองมังกรบรรพกาลมีขุมพลังที่เก่าแก่และโบราณคอยปกปักรักษา"

     

    "หือ ขุมพลังโบราณงั้นหรือ?" เด็กน้อย'หยุน'เริ่มเกิดความสนใจขึ้นมา ถึงขนาดป้องกันการโจมตีจากราชวงศ์โจวได้ เห็นได้ชัดว่าพลังนี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน แถมจิตอสูรมังกรบรรพกาลอะไรนั่นก็น่าสนใจมากในความคิดของเขา

     

    "เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ควรค่าให้ลงมือหรือเปล่า" คนงามกล่าวถามหลังจากเล่าเรื่องทุกอย่าง

     

    "อืม.........เอาเป็นว่า ข้าขอรอดูสถานการณ์อีกหน่อยก็แล้วกัน ถ้าหากพวกเขาไม่ไหวจริงๆ ท่านค่อยลงมือ ตกลงไหม" เด็กน้อยหยุนตัดสินใจ เขาอยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะทำเช่นไรเมื่อตกอยู่ในสภาวะสิ้นหวัง

     

    "รับทราบแล้วเจ้าคะ" โฉมสะคราญตอบรับคำสั่งจากผู้เป็นนายแต่โดยดี

     

    ซึ่งในขณะเดียวกันนี้! ทางฝั่งของคนจากราชวงศ์หลงก็ได้ตกอยู่ในสภาวะวิกฤติอย่างที่หยุนคาดหมาย พวกเขาเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรร้ายทั้งๆที่พลังปราณกำลังจะหมดในไม่ช้า

     

    "พวกเจ้าคุ้มกันองค์หญิงและคุณชายฟางหนีไป ที่เหลือตามข้ามา!!"

     

    ประกาศเสียงดังก้องทั่วทั้งผืนป่า ชายวัยกลางคนในชุดเกราะสีทองและชายหนุ่มอีก 8 คนระเบิดพลังเฮือกสุดท้ายของตนเองออกมา หมายจะถ่วงเวลาให้ผู้เป็นนายหนีไปจากที่นี่

     

    "ไม่! ไม่นะ! ไม่! อย่าทำแบบนี้!!" ผู้เป็นองค์หญิงถึงกับหน้าซีด น้ำตารินไหล

     

    นางพยายามจะวิ่งเข้าไปช่วยเหลือเหล่าองครักษ์ทั้งหลาย แต่กลับถูกชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาจับแขนห้ามปราม

     

    "องค์หญิงรีบหนีกันเถอะ เจ้าพวกนั้นคงรั้งมังกรนภาได้ไม่นาน" คุณชายฟางกล่าวเสียงสั่น เห็นได้ชัดว่ามันหวาดกลัวมากในเวลานี้

     

    "หึ! เจ้าคนขี้ขลาด อยากจะหนีก็หนีไปคนเดียวสิ! ข้าจะสู้ตายร่วมกับท่านลุงของข้า!!"

     

    หลังสิ้นสุดวาจา องค์หญิงคนงามแห่งราชวงศ์หลงก็สะบัดมือของคุณชายฟางทิ้งอย่างไม่ใยดี ก่อนที่นางและองครักษ์อีก 2 คนจะพุ่งทะยานเข้าไปสมทบ เพื่อช่วยผู้เป็นลุงรบกับมังกรนภาซึ่งกำลังแผดเสียงคำรามลั่น

     

    "เหอะ มีแต่พวกโง่ทั้งนั้น!" เผยสีหน้าเหยียดหยาม คุณชายฟางหมุนกายบินเว้นระยะห่าง แต่กลับยังไม่จากไปในทันที

     

    "ท่านลุง ข้ามาช่วยแล้ว" ทางฝั่งองค์หญิงปลดปล่อยพลังเฮือกสุดท้ายที่ตนมี จิตอสูรอสรพิษเกล็ดสีทองทว่ามีปีกปรากฏขึ้นเบื้องหลังของนาง มันคือมังกรบรรพกาล มังกรบรรพกาลที่ขาดต้นกำเนิดดั่งเดิมไป

     

    "องค์หญิง ไฉนถึงยังอยู่ได้" หัวหน้าองครักษ์ที่กำลังต้านทานลมหายใจมังกรตะโกนอย่างยากลำบาก

     

    "ข้ามาช่วยท่านลุงไงล่ะ ถ้าจะตายก็ขอตายด้วยกันที่นี่" องค์หญิงหลงเซียนจีกล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น ฝ่ามืออันเรียวงามผสานกันเป็นรูปแบบต่างๆ จิตอสูรอสรพิษเกล็ดสีทองอ้าปากปลดปล่อยลำแสงสีทองอร่ามตรงไปยังส่วนลำตัวของเป้าหมาย ส่งผลให้มันเซถลาไปเล็กน้อยก่อนจะขู่คำราม

     

    "ตูม"

     

    "โฮก!"

     

    มังกรนภาเริ่มเกิดอาการคุ้มคลั่ง มันสยายปีกกว้าง ทั่งทั้งบริเวณถูกปกคลุมไปด้วยลมพายุหมุนลูกใหญ่ในพริบตา

     

    "นะ นี่มันทักษะเขตแดน! บ้าน่า!! มังกรนภาระดับมหาจักรพรรดิจะมีเขตแดนได้อย่างไรกัน!!" องครักษ์ทั้งหลายหน้าซีดเผือดเมื่อหันมองรอบด้าน

     

    "ยังไม่ถึงระดับเซียน แต่กลับใช้เขตแดนได้งั้นหรือ ดูเหมือนสวรรค์อยากให้พวกเราตายจริงๆ" องค์หญิงหลงเซียนจีเผยรอยยิ้มขมขื่น หลับตายอมรับชะตากรรม

     

    แต่ยังไม่ทันที่คมมีดวายุเหล่านั้นจะต้องตัวนาง จู่ๆพื้นดินก็พลันแยกออกพร้อมกับเถาวัลย์ปราณสีเขียวมรกตที่พุ่งเข้าไปโอบล้อมรัดพันธนาการมังกรนภาเอาไว้

     

    "ครื่นๆๆๆ"

     

    "โฮกๆๆๆ"

     

    มังกรนภาพยายามดิ้นรนแต่ก็ไม่เป็นผลแต่อย่างใด พลังชีวิตภายในร่างกายถูกดูดกลืนอย่างบ้าคลั่งและกระจายให้กับเหล่าพืนพรรณทั่วทั้งพื้นที่

     

    "หือ! มีคนมาช่วยพวกเรางั้นหรือ!!" องค์หญิงหลงเซียนจีและเหล่าองครักษ์อุทานออกมา นัยน์แววตาเกิดประกายแห่งความหวัง

     

    "เปรี้ยงๆๆ"

     

    "พวกท่านไม่เป็นอะไรกระมัง"

     

    เขตแดนพายุหมุนอัตรธานหายไป เผยให้เห็นจิตอสูรมังกรไม้สีเขียวขจีที่ด้านบนศีรษะมีโฉมสะคราญยืนนิ่งราวกับนางพญา ถึงแม้จะมีผ้าบางๆปกปิดใบหน้า แต่ทว่าก็มิอาจบดบังความงดงามและเย้ายวนของนางได้

     

    "ขะ ขอบคุณท่านหญิงที่ให้การช่วยเหลือเจ้าค่ะ" องค์หญิงหลงเซียนจีและเหล่าองครักษ์ไม่รอช้ารีบโค้งศีรษะผสานมือคาราวะอย่างนอบน้อมในทันที

    คล้ายกับเรื่องเทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต ที่คุณอ่าน