ลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท

    ตอนที่ 76 แผนที่จากเศษผ้า

            ทั้งสองคนเดินทางมาได้มาได้เกือบหนึ่งอาทิตย์พวกเขาเดินทางมาได้เกือบครึ่งทางแล้วตอนนี้ทั้งคู่เดินทางมาถึงยังเมืองซีซอง ทั้งคู่ตกลงพักที่โรงเตี้ยมในเมืองซีซองแห่งนี้ก่อนที่จะเดินทางต่อในวันรุ่งขึ้น

            เฟยหลงเลือกโรงเตี้ยมที่มีที่พักสำหรับรถม้าเพื่อให้ม้าของพวกเขาได้พักหลังจากเดินทางต่อเนื่องมาหลายวัน ปกติพวกเขาต้องพักค้างแรมกลางป่าเขาแต่เมื่อมาถึงเมืองซีซองพวกเขาตัดสินใจพักผ่อนให้สบายในคืนนี้ก่อนที่จะออกเดินทางกันต่อ

            เมื่อได้โรงเตี้ยมที่พักแล้วเฟยหลงจัดการสั่งสุราอาหารมาเต็มโต๊ะ

            “นี่เจ้าสั่งมาขนาดนี้จะกินกันหมดไหมนี่ เมื่อก่อนข้าต้องกินแค่บะหมี่วันละถ้วยเท่านั้นเจ้าไม่สนใจเก็บเงินเก็บทองบ้างเลยหรืออย่างไร”

            “เมื่อเจ้าฝึกยุทธ์แล้วเจ้าจะรู้เองว่าเงินทองพวกนี้แทบไม่มีค่าใดๆ เลยสิ่งที่พวกเราต้องการสำหรับคนที่ฝึกยุทธ์ หรือฝึกพลังเวทนั้นไม่ใช่เงินทองแต่เป็นทรัพยากร”

            “แต่ทรัพยากรส่วนใหญ่ก็ต้องใช้เงินซื้อไม่ใช่หรือ?”

            “มีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่เหลือพวกเราต้องใช้ความพยายามเอาเอง  โดยเฉพาะสมุนไพรยิ่งสมุนไพรหายากเท่าไหร่ก็ยิ่งราคาแพงบางทีเงินล้านสองล้านเหรียญทองทำได้เพียงแค่ซื้อสมุนไพรได้เพียงต้นเดียวเท่านั้น”

            “อะไรนะเงินตั้งล้านสองล้านซื้อสมุนไพรได้เพียงแค่ต้นเดียวอย่างนั้นหรือ?ข้าอยากเห็นสมุนไพรเช่นนั้นบ้างเจ้าพอมีบ้างไหม”

            “ข้านำมันไปหลอมเป็นโอสถหมดแล้วเอาไว้ข้าเจอแล้วจะบอกเจ้าตอนนี้พวกเรารีบกินกันก่อนดีกว่าเดี๋ยวของกินจะเย็นหมดเสียก่อน”

            “เจ้าหนุ่มข้าไม่มีเงินและไม่ได้ทานข้าวมาหลายวันแล้ว เจ้าพอจะให้ข้านั่งร่วมโต๊ะด้วยได้ไหมข้าดูแล้วของที่เจ้าสั่งมากินสองคนคงไม่หมดอย่างแน่นอน” เสียงหนึ่งดังขึ้นมาหลังจากที่เฟยหลงและฉีเค่อพึ่งจะทานไปได้ไม่นาน

            เฟยหลงและฉีเค่อหันไปมองยังต้นเสียงนั้นเขาพบกับชายชราแต่งตัวสกปรกคนหนึ่ง ฉีเค่อกำลังจะบอกปฏิเสธแต่เฟยหลงกลับเร็วกว่าเขา

            “เชิญท่านผู้อาวุโสหากไม่รังเกียจก็เชิญนั่งดื่มกินกับพวกเราได้เลย”

            “เสี่ยวเอ้อเอาอาหารกับสุรามาเพิ่มให้พวกเราหน่อย”

            “ขอบใจพ่อหนุ่ม”ชายชราคนนั้นลากเก้าอี้มานั่งใกล้ ๆ กับเฟยหลง เฟยหลงไม่มีท่าทีรังเกียจชายชราเลยแม้แต่น้อยเขากลับดูแลชายชราคนนั้นอย่างดีจนฉีเค่อเองยังแปลกใจกับการกระทำของเฟยหลง

            ไม่นานเสี่ยวเอ้อยกสุราและอาหารมาให้ชายชราดื่มกินอย่างไม่เกรงอกเกรงใจ เพียงไม่นานสุราอาหารหมดทั้งโต๊ะก็ถูกชายชรากินไปจนหมดเฟยหลงจึงสั่งเพิ่มมาอีกจนกระทั่งชายชราอิ่ม

            “ขอบใจพ่อหนุ่มมากข้าเองไม่ได้กินอิ่มแบบนี้มานานแล้ว”

            “ท่านผู้อาวุโสอยู่เพียงลำพังหรือขอรับ”

            “ใช่ข้าเร่ร่อนอยู่ภายในเมืองซีซองแห่งนี้วันไหนมีคนใจดีข้าก็ได้กิน วันไหนไม่เจอคนใจดีเช่นเจ้าข้าก็ทำได้เพียงแค่ทนหิวเท่านั้น”

            เฟยหลงหยิบถุงเงินออกมาให้กับชายชราคนนั้น

            “ท่านผู้อาวุโสท่านรับเงินนี้เอาไว้ใช้ มันคงช่วยท่านได้ไม่มากก็น้อยพวกเราเองก็คงต้องออกเดินทางในวันพรุ่งนี้แล้ว หากท่านไม่มีที่พักคืนนี้ท่านสามารถพักที่โรงเตี้ยมนี้ได้ ข้าจะจ่ายเงินให้ท่านเอง”

            “ขอบใจเจ้ามากพ่อหนุ่ม”ชายชรารับถุงเงินที่เฟยหลงมอบให้เขาเปิดออกดูพบว่าด้านในมีเงินราว ๆหนึ่งหมื่นเหรียญทอง  นั่นทำให้เขาสามารถตั้งต้นชีวิตใหม่ได้เลยทีเดียว”

            ชายชราจ้องมองเฟยหลงและฉีเค่อด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจของเฟยหลงจากนั้นเขาก็หยิบผ้าเก่า ๆ ผืนหนึ่งยื่นให้กับเฟยหลง

            “นี่เป็นของที่ข้าได้มาตั้งแต่เมื่อตอนยังเป็นหนุ่มเจ้าหนุ่มเจ้ามีน้ำใจต่อชายชราคนนี้ ข้ายกให้เจ้าเพราะข้าเองก็คงไม่มีปัญญาหาไปตามหามันแล้ว” เฟยหลงหยิบผ้าเก่า ๆ ผืนนั้นออกมาดูเขาพบว่ามันเป็นแผนที่ แต่ไม่รู้ว่าเป็นแผนที่อะไร

            “ท่านผู้อาวุโสของสิ่งนี้มันคืออะไรหรือขอรับ?” เฟยหลงเอ่ยถามด้วยความสนใจ

            “มันเป็นแผนที่ที่ข้าได้มาจากกลุ่มโจร ข้าเองก็ไม่รู้ว่ามันเป็นแผนที่อะไรอีกอย่างข้าเองก็อ่านหนังสือไม่ออก และอ่านแผนที่นี้ไม่เป็นตอนแรกข้าเองก็คิดจะลองออกไปตามหา ข้าเคยชักชวนเพื่อน ๆ ของข้าออกไปหลายครั้งแต่พวกเขากลับหาว่าข้าบ้า จากนั้นเป็นต้นมาข้าเลยไม่สนใจมันอีกเลยทำได้เพียงแค่เก็บมันเอาไว้กับตัวมาโดยตลอด”

            “ขอบคุณท่านผู้อาวุโสมาก”จากนั้นเฟยหลงจึงได้สั่งเสี่ยวเอ้อให้จัดห้องพักให้กับผู้อาวุโสคนนั้นหลังจากนั้นพวกเขาก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน

            “เฟยหลงเจ้าคิดยังไงถึงได้ดูแลผู้เฒ่าคนนั้นอย่างดีแถมยังให้เงินเขาไปอีก”

            “ไม่มีอะไรมากหรอกข้าเพียงแค่คิดถึงท่านปู่ข้า ตอนนี้ไม่รู้ว่าท่านจะเป็นยังไงบ้างข้าเองยังไม่มีเวลาไปรับท่านมาอยู่ด้วย เมื่อเห็นผู้อาวุโสท่านนั้นข้าเลยอดไม่ได้ที่จะช่วยเหลือผู้อาวุโสท่านนั้นก็เท่านั้นเอง”

            รุ่งเช้าเฟยหลงและฉีเค่อจึงเริ่มต้นออกเดินทางอีกครั้ง  โดยครั้งนี้ฉีเค่อเป็นคนบังคับรถม้าก่อน เฟยหลงเองไม่รู้จะทำอะไรเลยออกมานั่งข้างๆ ฉีเค่อ พวกเขาพูดคุยถึงเรื่องสำนักเทพวายุกันไปตลอดทางจนกระทั่งฉีเค่อเอ่ยถามเฟยหลงถึงเรื่องเศษผ้าเก่า ๆ ที่ชายชราคนนั้นให้มา

            “เฟยหลงเศษผ้าเก่าๆ ที่ชายชราคนนั้นให้เจ้ามา มันเป็นแผนที่อะไรอย่างนั้นหรือ?”

            เฟยหลงหยิบเศษผ้านั้นออกมาเปิดดูเขาพิจารณาอยู่หลายรอบแต่ก็ไม่เข้าใจเพราะเขาไม่รู้จักสถานที่ที่บอกเอาไว้ในแผนที่นั้นแม้แต่ที่เดียวเฟยหลงจึงยื่นเศษผ้านั้นให้กับฉีเค่อ ส่วนเขานั้นต้องสับเปลี่ยนมาบังคับรถม้าแทน

            ฉีเค่อศึกษาแผนที่อยู่ราวๆ ครึ่งชั่วโมงเขาจึงเอ่ยขึ้นมา

            “สถานที่แห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากทิศทางที่เราจะไปแต่ต้องใช้เวลาเดินทางราว  ๆ สามวันพวกเรายังพอมีเวลาก่อนที่สำนักเทพวายุจะเปิดรับสมัครเจ้าสนใจที่จะลองไปสำรวจดูไหม”

            “ก็ดีเหมือนกันไหน ๆ มันก็เป็นทางผ่านของพวกเราลองไปสำรวจดูคงไม่เสียเวลามากนักหรอก ยังไงเสียพวกเราก็ยังมีเวลาเหลืออีกกว่าครึ่งเดือนทางสำนักจึงจะเปิดรับสมัคร”

            เฟยหลงปล่อยให้ฉีเค่อบังคับรถม้าต่อเพราะฉีเค่อเป็นคนที่รู้จักเส้นทางดีกว่าเฟยหลงวันต่อมาพวกเขามาถึงทางแยกเส้นทางหนึ่งเป็นเส้นทางที่พวกเขาจะต้องเดินทางไปยังสำนักเทพวายุส่วนอีกเส้นทางหนึ่งเป็นทางแยกไปตามแผนที่ในเศษผ้าเก่า ๆ 

            “เจ้ามั่นใจนะเฟยหลงว่าจะไปสำรวจที่นั่นจริงๆ ข้าดูแล้วเส้นทางที่พวกเราจะไปดูแล้วมันน่ากลัวยังไงชอบกล”

            หลังจากเดินทางไปได้เพียงครึ่งวันพวกเขาเห็นว่าเส้นทางที่ใช้เดินทางนั้นเริ่มเป็นป่ารกทึบเข้าไปเรื่อย ๆและตลอดเส้นทางเขาไม่พบผู้คนเลยแม้แต่คนเดียวหรือแม้แต่สัตว์เล็กสัตว์น้อยพวกเขาก็ไม่เห็นหรือได้ยินเสียงของมันเลย

            “ไหนๆ ก็มาถึงขนาดนี้แล้วเจ้าจะกลัวอะไรหากมีอันตรายอะไรสัตว์อสูรของข้าต้องแจ้งให้ข้าทราบแล้ว”

            “เจ้าเลี้ยงสัตว์อสูรด้วยอย่างนั้นหรือ?แล้วสัตว์อสูรของเจ้าอยู่ที่ไหนกันละ”

            “เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องกังวลหากไม่มีอันตรายอะไรสัตว์อสูรของข้าน้อยนักที่จะปรากฎให้เห็นเพราะหากเสี่ยวเทียนปรากฎตัวให้พวกเจ้าเห็นคงแตกตื่นกันทั้งเมืองอย่างแน่นอน”

            “แต่ในป่านี้ข้าดูแล้วรู้สึกว่ามันผิดปกตินะปกติพวกเราต้องได้ยินเสียงนก เสียงสัตว์ต่าง ๆ แต่นี่กลับเงียบสนิท เหมือนกับไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอยู่เลย”

            “เลิกบ่นได้แล้วเจ้าบังคับรถม้าให้ดี อย่าให้หลงก็แล้วกันหากหลงอยู่ที่นี่คงเสียเวลาหลายวันแน่กว่าจะหาทางออกเจอ”

            ฉีเค่อก้มหน้าก้มตาบังคับรถม้าต่อเขามองดูแผนที่เป็นระยะ ๆ พอตกกลางคืนพวกเขาต้องค้างแรมในป่าแห่งนั้นเฟยหลงรับอาสาเป็นเวรผลัดแรกโดยให้ฉีเค่อเป็นคนพักผ่อนก่อนคืนแรกผ่านไปไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ เกิดขึ้น ฉีเค่อค่อยอุ่นใจ เขาบังคับรถม้าต่อไปตามเส้นทางบนผืนผ้าชิ้นนั้นด้วยความระมัดระวัง

            ในคืนวันที่สองฉีเค่อเป็นคนเฝ้าเวรผลัดแรกในระหว่างนั้นพลันเกิดเสียงประหลาดดังมาอย่างต่อเนื่องฉีเค่อคิดจะไปปลุกให้เฟยหลงตื่นขึ้นมา เพราะเขาเกรงว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้น ทันใดนั้นพลันมีสัตว์อสูรตัวขนาดกว่าสามเมตรปรากฎตัวขึ้น

            มันบินลงมาจากท้องฟ้าและโฉบลงมายังจุดที่พวกเขาค้างแรมกันฉีเค่อเห็นดังนั้นเขาตกใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อสัตว์อสูรตัวนั้นโฉบลงมาและยืนอยู่ต่อหน้าของฉีเค่อฉีเค่อขาสั่นไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเลยแม้แต่น้อย เขาไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงเรียกเฟยหลง

            สัตว์อสูรตัวนั้นค่อยๆ ก้มหน้าของมันมาใกล้ ๆ กับฉีเค่อฉีเค่อหลับตาลงไม่กล้าแม้แต่จะมองสัตว์อสูรตัวนั้น

            “เสี่ยวเทียนเจ้ามีอะไรอย่างนั้นหรือทำไมมาหาข้าดึก ๆ ดื่น  ๆแบบนี้”เสียงของเฟยหลงดังมาจากด้านหลังของฉีเค่อ

            เสี่ยวเทียนค่อยๆ เดินผ่านฉีเค่อไป มันเอาหัวของมันถูข้าง ๆ ลำตัวของเฟยหลง พร้อมกับสื่อสารกับเฟยหลง

            เสี่ยวเทียนมาที่นี่เพราะตอนนี้มันกำลังจะเลื่อนระดับอีกครั้งครั้งนี้มันจึงได้มาขอเม็ดโอสถจากเฟยหลงเพราะหากมันไม่มีโอสถช่วยโอกาสในการเลื่อนระดับ โอกาสสำเร็จจะมีไม่ถึงครึ่งโอสถที่เฟยหลงหลอมกลั่นนั้นสามารถทำให้มันเลื่อนระดับได้ง่ายขึ้นโอกาสสำเร็จของมันจะมีมากว่าแปดในสิบส่วนดังนั้นมันจึงรีบทะยานมาหาเฟยหลงในยามดึกเช่นนี้ ซึ่งในตอนนี้เสี่ยวเทียนพร้อมที่จะเลื่อนขั้นเป็นสัตว์อสูรจอมพลระดับเจ็ดแล้ว

            ฉีเค่อที่ตอนนี้หายตกตะลึงแล้วเขาค่อยๆ ก้าวเดินมาหาเฟยหลงพร้อมกับจ้องมองไปยังสัตว์อสูรที่สูงกว่าสามเมตรที่อยู่ตรงหน้า

            “เสี่ยวเทียนเจ้าอย่าบอกนะว่าเจ้าสัตว์อสูรที่สูงกว่าสามเมตรตัวนี้เป็นสัตว์อสูรที่เจ้าเลี้ยงเอาไว้”

            “ใช่เสี่ยวเทียนเป็นสัตว์อสูรแต่ข้าก็รักเสี่ยวเทียนเหมือนน้องชายของข้า”เฟยหลงหยิบโอสถให้กับเสี่ยวเทียนสามสี่ขวดก่อนที่เสี่ยวเทียนจะบินจากไปอย่างรวดเร็ว

    คล้ายกับเรื่องลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท ที่คุณอ่าน

    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    873K 2049
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586