เนื้อ-นม-ไข่: ฮาเร็มแวมไพร์สายกาว NC 25+

    นายหญิงไร้หน้า

    ตอนที่ 33

            หลังจากควบอาชาฝ่าความมืดมิดติดต่อกันนานกว่าหกชั่วโมง เซเวียร์และบลัดดี้ก็ได้มาหยุดอยู่เบื้องหน้าปราการพฤกษาที่ดูราวกับหลุดออกมาจากขุมนรก

            มันคือป่าธอร์นเกทในยามรุ่งสาง…ช่วงเวลาที่แสงอาทิตย์พยายามจะชำแรกผ่านม่านหมอกหนาทึบเพื่อขับไล่เงารัตติกาล ทว่าแสงสีทองเหล่านั้นกลับถูกมวลมหาพฤกษาปรสิต ที่พันเกี่ยวหนาแน่นดูดกลืนหายไปจนหมดสิ้น

            หมู่มวลพฤกษาโบราณที่นี่ไร้ซึ่งร่องรอยของสีเขียวขจีให้พบเห็น มีเพียงเถาวัลย์หนามสีเขียวคล้ำ คล้ายเส้นเลือดอสูรเลื้อยรัดตระหวัด จนกลายเป็นกำแพงยักษ์ หนามแต่ละกิ่งยาวเฟื้อยและแหลมคมดุจเขี้ยวสัตว์ร้าย ที่พร้อมจะทิ่มแทงผู้บุกรุกทุกคนที่ย่างกรายเข้าไป

            บรรยากาศโดยรอบเงียบงันและเย็นเยือกจนผิดปกติ มีเพียงกลิ่นสาบสางของยางไม้และซากพืชเน่าเปื่อยที่ลอยมาปะทะจมูก ชวนให้รู้สึกอึดอัดประหนึ่งกำลังถูกผืนป่าจ้องมองด้วยความหิวโหย

            เซเวียร์กระตุ้นสีข้างอาชาทมิฬให้ก้าวเดินตรงเข้าไปในอุโมงค์พฤกษาที่มืดสลัวเบื้องหน้าอย่างไม่รีบร้อน เสียงกีบเท้าของเจ้าม้าสีนิลย่ำลงบนซากพืชที่เน่าเปื่อยดังกรอบแกรบสะท้อนก้องไปทั่วความเงียบ

            ยิ่งลึกเข้าไป บรรยากาศก็ยิ่งอับชื้นและหนาทึบจนแสงตะวันถูกบดบังหายไปสิ้น เถาวัลย์หนามรอบกายขยับไหวราวกับกำลังบีบรัดพื้นที่ให้แคบลงเรื่อยๆ จนอาชาคู่ใจต้องก้าวฝ่าพงหนามที่ขึ้นรกเรื้อจนเกือบมิดหัวเข่า

            นั่นบ่งบอกว่าพวกเขาได้ล่วงล้ำเข้าสู่ใจกลางอาณาเขตของพฤกษาปรสิตอย่างสมบูรณ์แล้ว

            เซเวียร์หยุดอาชาลงครู่หนึ่งก่อนจะเหยียดยิ้มอย่างลำพอง นัยน์ตาสีโลหิตกวาดมองพงหนามที่บิดเบี้ยวตรงหน้าด้วยสายตาดูแคลน ราวกับเขากำลังจ้องมองกองขยะที่ไร้ค่าชิ้นหนึ่ง

            “หึ…ผ่านไปแค่ไม่กี่ทศวรรษ สนามหญ้าหน้าบ้านของข้ามันรกร้างจนดูไม่ได้ถึงขนาดนี้เชียวรึ?”

            น้ำเสียงของจอมราชันเต็มไปด้วยความถือดี

            “ดูท่าข้าต้องสั่งสอนให้วัชพืชพวกนี้ รู้จักสถานะของตัวเองเสียใหม่แล้วล่ะมั้ง”

            “แหวะ!! ไอ้ป่าสีเขียวๆ นี่มันเหม็นชะมัด!!” เสียงแหลมสูงที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดดังขึ้น

            บลัดดี้ทำหน้าบิดเบี้ยวพลางใช้มือปัดป้องกลิ่นเหม็นเขียวของยางไม้ที่ลอยมาปะทะจมูก เธอไม่ได้สนใจความยิ่งใหญ่หรือความน่ากลัวของปราการหนามตรงหน้าเลยแม้แต่นิดเดียว สิ่งเดียวที่ปีศาจสาวเบอร์เซิร์กเกอร์ผู้นี้สนใจคือ…

            “เซเวียร์!! ข้าหิวแล้ว!! เดินทางมาตั้งหกชั่วโมง ข้าไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยนะ!!”

            เธอหันไปโวยวายใส่แวมไพร์หนุ่ม พร้อมกับยกกำปั้นขึ้นขู่

            “ในป่าบ้าๆ นี่มันมีร้านอาหารไหม? ข้าไม่อยากกินพืชเหม็นๆ พวกนี้…ข้าอยากกินซาบะย่าง เจ้าได้ยินไหม!! ข้าต้องการปลาซาบะย่างเดี๋ยวนี้!!”

            เซเวียร์เลิกคิ้วมองหญิงสาวที่กำลังดิ้นพล่านด้วยความหิวโหย ก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างนึกสนุก

            “ปลาซาบะย่างงั้นรึ? ท่ามกลางดงหนามที่น่ารังเกียจนี่น่ะนะ?”

            เขาหันกลับไปจ้องมอง ลึกเข้าไปในความมืดของป่าธอร์นเกทอีกครั้ง

            “หึ…ถ้าเจ้าจัดการถอนรากถอนโคนไอ้พวกวัชพืชโง่ๆ นี่ได้ ข้าจะยอมหาปลามาปิ้งให้เจ้ากินเป็นการปูนบำเหน็จ…แต่ตอนนี้ หุบปากซะ!!”

            สิ้นคำสบประมาทของราชันแวมไพร์ ราวกับผืนป่าจะรับรู้ได้ถึงความโอหังนั้น มวลพฤกษาที่เคยนิ่งสงบพลันสั่นระริกอย่างบ้าคลั่ง

            เสียงกิ่งไม้เสียดสีกันดังอื้ออึงไปทั่วอาณาเขต ก่อนที่เถาวัลย์หนามนับร้อยเส้นจะดีดตัวออกจากลำต้น เลื้อยตระหวัดพุ่งเข้าหาทั้งคู่ด้วยความเร็วปานอสรพิษฉกเหยื่อ

            “กรี๊ดดด…!!”

            เสียงหวีดร้องแหลมสูงที่ฟังดูคล้ายเสียงไม้หัก ผสมกับเสียงโหยหวนของสตรีดังแทรกผ่านอากาศ มันคือเสียงประกาศศักดาของ ‘นายหญิงไร้หน้า’ ผู้ครอบครองป่าตนใหม่ที่พยายามจะขับไล่ผู้บุกรุกให้จมลงสู่ใต้รากไม้ที่หิวโหย

            ทว่าเป้าหมายที่เธอกำลังโจมตี กลับนิ่งไม่ไหวติง

            เซเวียร์เพียงแค่กอดอกนิ่งๆ ใบหน้าคมสันยังคงประดับด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่ดูแคลนทุกสรรพสิ่ง นัยน์ตาสีโลหิตของเขาวาวโรจน์ขึ้น ในจังหวะเดียวกับที่เถาวัลย์หนามเหล่านั้นพุ่งเข้ามาห่างจากตัวเพียงไม่กี่คืบ

            “จงหมอบลง…ต่อหน้าข้าซะ!!”

            สิ้นกระแสความที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจ ‘รังสีธาตุมืด’ สีดำสนิทที่เข้มข้นจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ก็ระเบิดออกจากร่างของเซเวียร์ดุจคลื่นยักษ์ที่ถาโถม

            เจตจำนงสีดำทมิฬไม่ได้ถูกปลดปล่อยออกมาเพื่อบดขยี้ทางกายภาพ แต่บรรจุไว้ด้วยแรงกดดันวิญญาณที่หนักอึ้งดุจมีขุนเขานับร้อยลูกหล่นทับลงมาในคราวเดียว

            เปรี้ยงงง!!

            แรงกดดันจากรังสีธาตุมืดแผ่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง ทำให้อากาศโดยรอบหนักอึ้ง ดุจถูกตะกั่วหลอมละลายเข้าแทนที่ เถาวัลย์หนามที่เคยพุ่งทะยานอย่างดุดันกลับหยุดชะงักงัน ราวกับชนเข้ากับปราการล่องหนที่แข็งแกร่งเกินกว่าจะข้ามผ่าน

            มวลธาตุมืดที่ควบแน่นจนหนักอึ้ง บีบคั้นให้กิ่งก้านเหล่านั้นบิดเบี้ยวเสียดสีกันจนแหลกสลาย พวกมันสั่นระริกด้วยความหวาดหวั่น ก่อนจะถูกแรงกดดันไร้รูปกดให้หมอบราบลงกับผืนดิน ประหนึ่งทาสผู้ขลาดเขลาอย่างแสนอัปยศ

            เสียงกรีดร้องของนายหญิงไร้หน้าแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดผวาในชั่วพริบตา เมื่อเจตจำนงที่แฝงไว้ในร่างแยกพฤกษาถูกคุกคามด้วยอำนาจจิตวิญญาณที่อยู่คนละระดับ

            ร่างไม้เหล่านั้นแหลกละเอียดกลายเป็นเพียงเศษวัสดุที่ถูกบดขยี้ ด้วยน้ำหนักของรังสีอาฆาตที่เข้มข้นจนแทบกลายเป็นตัวตน

            ช่องว่างขนาดใหญ่ถูกเปิดออกท่ามกลางป่าที่เคยหนาทึบ บัดนี้มันไม่เหลือสภาพปราการหนามที่น่าเกรงขามอีกต่อไป แต่มันถูกกดจนเรียบเตียน ไม่ต่างจากพรมเช็ดเท้าที่รอให้เจ้าของบ้านก้าวเดินผ่านไปอย่างสง่างาม

            “หึ…บอกแล้วไง ว่าที่นี่มันก็แค่ สนามหญ้าหน้าบ้านของข้า”

            เซเวียร์ยังคงประทับอยู่บนหลังอาชาทมิฬพลางแค่นยิ้มอย่างโอหัง ในขณะที่บลัดดี้ซึ่งนั่งเปลือยหันแผ่นหลังชนกับเขามาตลอดทางเริ่มขยับตัวอย่างหมดความอดทน

            เธอวาดขาเรียวที่ไร้อาภรณ์ปกปิดข้ามบั้นท้ายม้าอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะทิ้งตัวกระโดดลงมายืนบนพื้นดินดังตุบ

            ทันทีที่เท้าสัมผัสพื้น ปีศาจสาวก็รีบใช้มือปัดป่ายฝุ่นผงและเศษยางไม้เหนียวหนึบ ที่กระเด็นมาเกาะตามผิวเนื้อเนียนละเอียด พลางทำหน้ามุ่ยด้วยความรังเกียจ

            “หนอย!! ไอ้บ้าเซเวียร์!! อย่ามาทำเป็นเก่งถางป่าจนฝุ่นคลุ้งแบบนี้สิ!!”

            บลัดดี้ตะโกนแหวขึ้นมาพลางกระทืบเท้าอย่างขัดใจ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหงุดหงิดถึงขีดสุด

            “หลบไปซะ!! ข้าทนเห็นไอ้พวกกิ่งไม้สับปะรังเคพวกนี้ชูคออยู่ต่อไม่ไหวแล้ว ข้าจะขยี้ให้แหลกคามือเอง!!”

            ปีศาจสาวผมสีพีชไม่ได้มีดีแค่ฝีปากที่เก่งกล้า…มือเรียวเล็กกระชับด้ามค้อนยักษ์ขนาดมหึมาเอาไว้แน่น แววตาวาวโรจน์ด้วยรังสีแห่งความคลุ้มคลั่ง

            สัญชาตญาณปีศาจในกายเริ่มทำงาน จมูกเล็กๆ ของเธอขยับฟุดฟิดเพื่อแกะรอยกลิ่นอายเวทมนตร์ที่แฝงเร้นอยู่ภายใต้กลิ่นเหม็นเขียวฉุนกึก

            “เจอตัวแล้ว!! ไอ้หัวโจก!!”

            บลัดดี้พุ่งทะยานออกไปดุจกระสุนปืนใหญ่ โจนทะยานข้ามซากไม้ที่ถูกกดทับ ก่อนจะเหวี่ยงค้อนยักษ์เข้าใส่โคนต้นไม้โบราณต้นหนึ่งที่ดูบิดเบี้ยวและมีรากหนาแน่นที่สุด

            ตึงงง!!

            แรงกระแทกจากค้อนทำให้พื้นดินแยกออก เผยให้เห็นก้อนเนื้อไม้ขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่ใต้รากดิน

            มันมีลักษณะกึ่งพืชกึ่งเนื้อสดสีชมพูคล้ำ กำลังสั่นระริกและเต้นตุบๆ ตามจังหวะหัวใจ และนั่นคือแก่นกลางของนายหญิงไร้หน้าที่เป็นต้นตอของพลังทั้งหมดในป่าแห่งนี้

            “ตายซะ!! ไอ้ก้อนเนื้อไม้เฮงซวย!! หวะ…ฮะๆๆๆๆๆ หวะ…ฮะๆๆๆๆๆ”

            บลัดดี้หัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับระดมทุบค้อนลงไปไม่ยั้งมือ เสียง ตึง!! ตึง!! ตึง!! ดังสนั่นหวั่นไหวจนพื้นดินรอบข้างแตกละเอียด ทุกครั้งที่ค้อนหนักอึ้งกระแทกลงไป แก่นกลางนั้นจะเละเทะจนแทบจะกลายเป็นน้ำปั่นสีเขียวคล้ำ

            ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีต่อมา พลังชีวิตอันเหนียวแน่นของพฤกษาปรสิต กลับทำให้มันงอกเงยและสมานตัวกลับมาเป็นก้อนเนื้อเต้นตุบๆ เหมือนเดิมครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับไม่มีวันตาย

            “อ้าว!! ทำไมไม่ตายล่ะ!!”

            บลัดดี้แยกเขี้ยวคำรามอย่างหัวเสีย พลางง้างค้อนขึ้นอีกรอบด้วยความหงุดหงิดที่เดือดพล่านถึงขีดสุด

            “ไอ้นี่มันกวนประสาทข้าแล้วนะเซเวียร์!!”

            เซเวียร์จ้องมองก้อนเนื้อที่พยายามสมานตัวด้วยสายตาที่เย็นเยียบกว่าเดิม เขาไม่ได้ดูตื่นตระหนกกับพลังการฟื้นฟูของมัน กลับกัน…เขากลับส่งเสียงหัวเราะเยาะหยันออกมาจากลำคอ

            “พอได้แล้วบลัดดี้…เจ้าใช้กำลังกับวัชพืชพวกนี้ไปก็เสียแรงเปล่า”

            เซเวียร์ก้าวเดินลงจากหลังอาชาคู่ใจอย่างช้าๆ ท่วงท่าของเขาสง่างามทว่าคุกคาม

            “ในเมื่อมันอยากจะเติบโตในบ้านของข้านัก ข้าก็จะทำหน้าที่ ‘เจ้าของบ้าน’ ที่ดี…ด้วยการบำรุงรักษามันเสียหน่อย”

            “บำรุงเหรอ? เจ้าจะบ้าหรือไงเซเวียร์!! อย่ามากวนประสาทข้านะ!!” บลัดดี้โวยวาย ค้อนยักษ์ในมือสั่นระริก

            “หุบปาก แล้วดูไว้…นี่คือวิธีปฏิบัติต่อทาสที่บังอาจทำตัวเสมอเจ้านาย”

            เซเวียร์เดินเข้าไปหยุดอยู่เหนือแก่นกลางที่กำลังสั่นระริกของนายหญิงไร้หน้า ดวงเนตรสีเพลิงจ้องลึกลงไปในเนื้อเยื่อที่เต้นตุบๆ นั้น ราวกับจะสื่อสารให้ดวงวิญญาณที่สิงสถิตอยู่ภายในได้รับรู้ถึงความอัปยศที่กำลังจะมาถึง

            จอมราชันผู้หยัดยืนอยู่ในสภาพล่อนจ้อนไม่ได้มีความขัดเขินแม้แต่น้อย เขาปลดปล่อยสายธารแห่งความอัปยศราดรดลงไป…โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองมัน ราวกับเป็นเพียงโถสุขภัณฑ์ที่ไร้ค่าชิ้นหนึ่ง!!

            “อ๊ากกก…!!”

            เสียงกรีดร้องของนายหญิงไร้หน้าดังก้องไปทั่วทั้งพฤกษาจักรวาล แต่มันไม่ใช่เสียงเจ็บปวดจากการถูกทำลายทางกายภาพ ทว่ามันคือความทุกข์ทรมานจากการถูกชำระล้างด้วย ‘ไอสังหาร’ ที่เข้มข้น ซึ่งปนเปื้อนมากับของเสีย…ปัสสาวะที่มีฤทธิ์กัดกร่อนวิญญาณนั้น ทำให้เนื้อไม้เริ่มเน่าเปื่อยและส่งกลิ่นเหม็นไหม้ราวกับโดนกรดสาด

            “หวะ…ฮะๆๆๆๆๆ ความคิดเลิศมาก…ข้าเอาด้วย!!” บลัดดี้ที่เห็นดังนั้นก็ตาเป็นประกาย…หัวเราะร่าอย่างชอบใจ

            เธอไม่ได้มีความกระดากอายในร่างเปลือยเปล่าของตนเลยแม้แต่นิด บลัดดี้ก้าวเดินเข้าไปหยุดหย่งเท้าคร่อมเหนือแก่นกลางเนื้อไม้ที่กำลังดิ้นพล่าน

            ปีศาจสาวผมสีพีชปลดปล่อยสายธารปัสสาวะร้อนระอุราดรดลงไปสมทบกับเซเวียร์ น้ำสีใสที่เปี่ยมไปด้วยไอพลังคลุ้มคลั่งของเบอร์เซิร์กเกอร์นั้นรุนแรงและเปี่ยมด้วยฤทธิ์กัดกร่อน จนทำให้เนื้อเยื่อของพฤกษาปรสิตที่ถูกราดรดเริ่มพองตัวและบิดเบี้ยวเสียรูปทรง ราวกับถูกน้ำกรดเกรดสูงสุดสาดเข้าใส่ซ้ำๆ ในจุดเดียว

            นายหญิงไร้หน้าผู้อยู่เหนือผู้บุกรุกมานับทศวรรษ บัดนี้กลับถูกย่ำยีด้วยสิ่งที่ต่ำต้อยที่สุด ความอัปยศพุ่งขึ้นถึงขีดสุดจนป่าทั้งป่าเริ่มเหี่ยวเฉาลงด้วยความขยะแขยง

            “นี่ยังไม่พอ…ในเมื่อเจ้าอยากเป็นวัชพืชหน้าบ้านข้านัก เจ้าก็ควรได้รับ ‘ปุ๋ย’ ชั้นดี”

            เซเวียร์ผิวปากเรียกอาชาทมิฬคู่ใจ…ม้าสีนิลร่างยักษ์เดินเข้ามาตามคำสั่ง มันสะบัดหางอย่างรู้หน้าที่ ก่อนจะหันบั้นท้ายเข้าหาแก่นกลางที่ใกล้แหลกสลายนั้น แล้วปลดปล่อยของเสียก้อนมหึมาทับถมลงไปบนหัวใจของนายหญิงไร้หน้าจนจมมิดหายไปในกองอาจม

            “โฮกกก...!!”

            เสียงกรีดร้องครั้งสุดท้ายสั่นพร่าและขาดห้วงไป ราวกับดวงวิญญาณของนางพรายไม้ได้แตกสลายลง เพราะไม่อาจทนรับความอัปยศได้อีกต่อไป

            กิ่งก้านหนามที่เคยชูชันกลับอ่อนระทวยและแห้งเหี่ยวลงในพริบตา ปราการพฤกษาที่เคยน่าเกรงขามพังทลายลงกลายเป็นเพียงกองขยะเน่าเหม็นที่ไร้ค่า

            “หึ…ทีนี้สนามหญ้าบ้านข้าก็ดูสะอาดตาขึ้นมาหน่อย” เซเวียร์ผู้หยัดยืนอย่างทรนงเอ่ยขึ้นพลางแสยะยิ้มอย่างผู้ชนะ

            ดวงเนตรสีชาดกวาดมองกองอาจม ที่ทับถมอยู่บนศูนย์รวมเจตจำนงของผืนป่าธอร์นเกทด้วยความสะใจ

            “สะอาดบ้านเจ้าสิ!! เหม็นจะตายชัก!! แถมตัวข้ายังเปื้อนไอ้เศษไม้พวกนี้ไปหมดแล้ว!!”

            บลัดดี้บีบจมูกพลางกระทืบเท้าลงบนพื้นดินที่ชุ่มไปด้วยหยาดเยิ้มของความอัปยศ ผิวเนื้อเนียนละเอียดของเธอสั่นระริกด้วยความหงุดหงิด เมื่อเห็นว่าฝุ่นผงและกลิ่นสาบสางของป่าเน่าๆ เริ่มเกาะกินตามร่างกายของเธอ

            “ทำตามสัญญาเลยนะเซเวียร์!! ข้าช่วยเจ้า ‘รดน้ำพรวนดิน’ จนตัวเปื้อนขนาดนี้แล้ว เพราะฉะนั้น…ปิ้งปลาซาบะให้ข้าเดี๋ยวนี้!!”

            “ใจเย็นหน่อยสิบลัดดี้…ข้าไม่คืนคำแน่”

            เขาเว้นจังหวะพลางมองไปข้างหน้า

            “เอาไว้ให้ถึง ‘บ้าน’ ของข้าก่อนเถอะ ข้าจะสั่งให้ห้องเครื่องเตรียมปลาซาบะชั้นดีมาปิ้งให้เจ้ากินจนพุงกางเลย”

            “รออีกแล้วเรอะ!! เจ้าราชาเก๊!!” บลัดดี้แหกปากโวยวายทันทีที่ได้ยินคำว่ารอ

            เธอถลึงตาประหนึ่งจะกินเลือดกินเนื้อจอมราชันแวมไพร์ ที่เพิ่งตวัดขาขึ้นประทับบนหลังอาชาคู่ใจอย่างทระนง

            “ข้าหิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว!! เจ้าเห็นไหมว่าพยาธิในท้องข้ามันกำลังกรีดร้องเรียกหาโปรตีนจากเนื้อปลา!! ถ้าข้าตายไปเพราะความขี้งกของเจ้า ข้าจะตามไปหลอกหลอนเจ้าทุกชาติไปเลย ไอ้เจ้าคนเฮงซวย!!”

            “เลิกเห่าหอนเสียที แค่พ้นเขตป่านี่ไป…ก็คือประตูบ้านของข้าแล้ว” น้ำเสียงของเขาราบเรียบทว่าเปี่ยมด้วยอำนาจข่มขวัญอีกครั้ง

            เซเวียร์กระตุกบังเหียนให้อาชาทมิฬก้าวเดินฝ่าซากพงหนามที่บัดนี้หมอบราบเรียบเป็นหน้ากลอง นัยน์ตาสีแดงฉานจ้องมองไปยังม่านหมอกที่เริ่มจางลงเบื้องหน้าอย่างเย็นชา

            บลัดดี้พ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างแรงจนเส้นผมสีพีชกระจาย เธอตวัดสายตาขุ่นขวางใส่แผ่นหลังเปลือยเปล่าของชายหนุ่มเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะแบกค้อนยักษ์ขึ้นบ่าแล้วก้าวเดินตามไปในสภาพล่อนจ้อนไม่ต่างกัน

            ฝ่าเท้าของเธอเหยียบลงบนซากเนื้อไม้ที่เน่าเปื่อยอย่างไม่แยแส แม้ปากจะยังบ่นอุบอิบเรื่องปลาซาบะไม่หยุด แต่สัญชาตญาณปีศาจในร่างก็เริ่มสัมผัสได้ถึงกลิ่นอาย…ของความตายที่หมักหมมมานับศตวรรษ

            มันไม่ใช่กลิ่นเน่าเหม็นเหมือนวัชพืชพวกนี้ แต่เป็นกลิ่นความเย็นเยือกที่แทรกซึมเข้าไปถึงกระดูก กลิ่นของวิญญาณนับพันที่ถูกกักขังอยู่ภายใต้เงามืดเบื้องหน้า

            ตลอดสามวันหลังจากนั้น การเดินทางผ่านทุ่งซากไม้ที่ตายสนิทเป็นไปด้วยความทุลักทุเลและเต็มไปด้วยเสียงก่นด่าของเบอร์เซิร์กเกอร์สาว

            บลัดดี้ยังคงทำหน้าที่เป็นโทรโข่งเคลื่อนที่ เธอโวยวายเรื่องปลาซาบะย่างสลับกับด่าทอความไร้น้ำยาของ ‘ราชาเก๊’ ทุกครั้งที่ท้องส่งเสียงร้องประท้วง

            แต่ทุกครั้งที่ความหิวโหยทำให้บลัดดี้คลุ้มคลั่งจนเกินจะรับมือ เซเวียร์ก็มักจะกำราบเธอด้วย ‘ของสมนาคุณ’ อันร้อนระอุ

            สายธารสีขาวข้นที่ทะลักทลายออกมาจากกายเขา จะเข้าไปเติมเต็มความว่างเปล่าภายในตัวเธอจนล้นปรี่ ปรนเปรอความกระหายทั้งทางกายและจิตวิญญาณให้กลับมาอิ่มเอมได้อย่างน่าประหลาด

            จนในที่สุด…ม่านหมอกหนาทึบที่สิงสถิตอยู่มายาวนานก็เริ่มม้วนตัวถอยร่นไป เมื่อทั้งสองก้าวพ้นจากเขตแดนของป่าเน่าเปื่อยเป็นก้าวสุดท้าย

            ทัศนียภาพเบื้องหน้าก็พลันเปิดกว้างท้าทายสายตา เผยความยิ่งใหญ่ที่ซ่อนอยู่ภายใต้เงามืดจนน่าใจหาย

            ที่ปลายขอบฟ้าซึ่งถูกย้อมด้วยสีเลือดของยามเย็น…ปรากฏยอดเขาทมิฬขนาดมหึมาที่สูงเสียดฟ้า จนยอดของมันแทงทะลุม่านเมฆดำทะมึน

            ขุนเขาที่ตั้งตระหง่านเบื้องหน้าไม่ใช่เพียงโขดหินตามธรรมชาติ ทว่าความลาดชันที่พุ่งตรงขึ้นสู่ฟากฟ้าสลับกับรอยแยกขรุขระแหลมคม ประหนึ่งกับดักปลิดวิญญาณนั้น บ่งบอกชัดเจนว่าที่นี่คือปราการธรรมชาติที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา

    คล้ายกับเรื่องเนื้อ-นม-ไข่: ฮาเร็มแวมไพร์สายกาว NC 25+ ที่คุณอ่าน

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357