วันนี้มีหนังกลางแปลงมาฉายเพื่อแลกข้าวเปลือกหรือข้าวสารจากคนในหมู่บ้าน น้ำฝนจึงคิดว่าเดี๋ยวไปชวนเอมอรไปดูหนังด้วยกัน
“แม่อวนอรอยู่บ่อ” (แม่อวนอรอยู่มั้ยคะ) น้ำฝนเพื่อนของเอมอรเอ่ยถามแม่อวน
น้ำฝนเป็เพื่อนรักของเอมอรั้แ่สมัยตอนเรียนหนังสือด้วยกันจนกระทั่งโตเป็สาวมาจนถึงทุกวันนี้ เคยปีนต้นไม้และท้าต่อยผู้ชายมาด้วยกัน
“แมนหยังล่ะอีหล้า มันอยู่เทิงเฮียนพุ่นแล้ว” (มีอะไรล่ะนังหนู มันอยู่บนบ้านนู่นแหละ)
“อร!” เสียงน้ำฝนะโเรียกเอมอร เธอกำลังนั่งดูยายเจียนหมากจีบพลูเพราะยายของเธอกินหมากจนฟันดำไปหมด เอมอรชะเง้อหน้าไปมองแล้วก็ขานรับ
“คะ”
“มาเคอะมาคะหยังอยู่นี่ ไปเบิ่งหนังนำเฮาบ่อนิ่” (มาเคอะมาคะอะไร ไปดูหนังด้วยกันกับเรามั้ยเนี่ย) เอมอรนั่งทำหน้างง คิ้วเรียวสวยเคลื่อนเข้าหากันจนเกือบจะชิด
น้ำฝนเป็คนตัวเล็กแต่ผิวคล้ำกว่าเอมอรมากเป็คนพูดจาโผงผาง และดูทะมัดทะแมงคล้ายกับผู้ชาย
“เอ๋าอีนี่แหม จำฮอดหมู่บ่อได้บาดนี่” (เอ๋าอรอะ จำแม้กระทั่งเพื่อนไม่ได้เลยทีนี้) น้ำฝนพูดออกมาน้ำเสียงปนขบขันได้ยินแต่ชาวบ้านเล่าขานไม่คิดว่าเพื่อนจะเป็หนักขนาดนี้
‘โอ้! อยู่มาเกือบสองเดือนพึ่งจะรู้ว่ามีเพื่อนกับเขาด้วย’
“ใครอะยาย?”
“กะอีฝนหมู่มึงนั่นเด้” (ก็ไอ้ฝนเพื่อนมึงนั่นไง)
“เหมิดกันบาดนิ่ สมงสมองไปเหมิด แม่อวนมันคือเป็จั่งสี้ มันแมนหมู่ข่อยบ่อนิ่” (หมดกันเลยทีนี้ สมงสมองไปหมด แม่อวนทำไมมันเป็แบบนี้ มันใช่เพื่อนหนูมั้ยเนี่ย) น้ำฝนเริ่มทำสีหน้าไม่ไว้ใจเพื่อนรัก
“ฮ่าๆ แมน เป็หยังมันสิบ่แมนเดี๋ยวนิ่” (ฮ่าๆ ใช่ ทำไมมันจะไม่ใช่ล่ะ) ยายแพงหัวเราะร่วนขำท่าทางหน้าตาของน้ำฝนพร้อมเอ่ยขึ้นเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับเธอ
“เอ๋า แมนกะแมน สรุปโตสิไปเบิ่งหนังนำเฮาบ่อนิ่” (เอ๋า ใช่ก็ใช่ สรุปเธอจะไปดูหนังกับเรามั้ยเนี่ย)
“เดี๋ยวถามแม่กับพ่อก่อนนะ”
“บู๊ย… มาซ่างว่า คือสิมาเป็เด็กดีทั้งเทือ” (อื้อหือ…ขนาดนั้นเลย ทำไมถึงทำตัวเป็เด็กดีทั้งที) ปกติเอมอรเป็คนดื้ออยากทำอะไรก็ทำ อยากไปไหนต้องได้ไป ครั้งนี้จึงทำให้น้ำฝนประหลาดใจ แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยถามพ่ออาคมก็ะโขึ้นมาก่อน
“ฟ้าวไปฟ้าวมา อย่าพากันอยู่เดิกเด้อ” (รีบไปรีบกลับ อย่าพากันอยู่ดึกนะ) พ่ออาคมเอ่ยขึ้นมาเอมอรจึงยิ้มออกมาอย่างดีใจ ครั้งแรกที่จะได้ไปดูหนังเธออยากรู้ว่าหน้าตามันจะเป็ยังไง
น้ำฝนหอบเสื่อมาด้วยแล้วทั้งสองก็เดินตรงไปยังศาลากลางหมู่บ้านด้วยกัน ผ่านไปสักพักกันก็เดินเข้ามาถามแม่อวน
“แม่…อรอยู่บ่อ” (แม่…อรอยู่หรือเปล่า) กันถามแม่อวนหลังจากที่เอมอรพึ่งเดินออกไปหน้าปากซอยเข้าบ้านไม่ถึงห้านาที
“มันไปเบิ่งหนังแล้วแหมหล้า” (มันไปดูหนังแล้วล่ะหนุ่ม)
“ไปกับไผ?” (ไปกับใคร)
“กับอีฝนหมู่มันนั่นล่ะ” (กับไอ้ฝนเพื่อนมันนั่นแหละ)
“โอ๋ จั่งสั้นเบาะ ลูกไปก่อนเด้อสะ” (อ๋อ อย่างงั้นเหรอ ลูกไปก่อนนะถ้าอย่างงั้น) พูดจบกันก็เดินตามเอมอรไปที่ศาลากลางหมู่บ้าน พอกันออกมาถึงถนนกลางหมู่บ้านสายตาก็เหลือบไปเห็นสองสาวกำลังหาที่ปูเสื่ออยู่ไกลๆ แล้วยังมีหนุ่มบ้านอื่นเข้ามาเดินวนเวียนอยู่ใกล้ๆ
น้ำฝนกับเอมอรหาที่ปูเสื่ออยู่บริเวณกลางถนนลูกรังต่อจากชาวบ้านที่มาจับจองที่นั่งกันก่อนแล้ว ระยะห่างไม่ใกล้ไม่ไกลจากหน้าจอเท่าไหร่
“ซือหยังน้อผู้สาว มะซางผู้งามแท้ข่อยคือบ่อเคยเห็นหน้าเ้าจักเทือ บ้านเ้าอยู่ไส” (ชื่ออะไรเหรอน้องสาว ทำไมสวยจังผมทำไมไม่เคยเห็นหน้าคุณมาก่อน บ้านคุณอยู่ที่ไหน) เอมอรก้มหน้าก้มตาไม่ยอมคุยด้วย จนทั้งสองปู่เสื่อเสร็จชายหนุ่มจึงเดินเข้ามาใกล้อีก น้ำฝนเลยสลับที่กับเอมอรเพื่อมากั้นกลางไว้
“เ้ามาเว้ากับข่อยนิ่ ข่อยบ่อมีผู้บ่าว หมู่ข่อยลาวมีผู้บ่าวแล้วอย่าไปคุยกับลาวเถาะ” (คุณมาคุยกับฉันเนี่ยฉันไม่มีแฟน เพื่อนฉันเขามีแฟนแล้วอย่าไปคุยกับเขาเลย) น้ำฝนบอกกับชายแปลกหน้าคนนั้น
“อยู่ไสล่ะผู้บ่าวคือบ่อเห็นมานำ ถ้ามีกะมานำแล้วตั้วผู้สาวงามปานนิ่ เ้าอย่ามาตั๋วข่อย” (อยู่ไหนล่ะแฟนทำไมไม่เห็นมาด้วย ถ้ามีก็ต้องมาด้วยแล้วดิแฟนสวยขนาดนี้ คุณไม่ต้องมาหลอกผม)
ทั้งน้ำฝนทั้งเอมอรเริ่มใจคอไม่ดีกลัวว่าหนุ่มคนนี้จะมาตอแยเพราะดูแล้วเหมือนดื่มเหล้ามาด้วย ทันใดนั้นกันที่รีบสาวเท้าตามมาทีหลังก็เดินเข้ามานั่งข้างเอมอรพอดี รู้สึกขวางหูขวางตาชายหนุ่มคนนั้นจนแทบอยากจะวิ่งเข้าไปต่อยหน้าแต่ก็พยายามข่มอารมณ์ไว้
“คือบ่อถ่าข่อย อุตส่าห์ไปหาฮอดเฮียน” (ทำไมไม่รอผม อุตส่าห์ไปหาถึงบ้าน) กันเอ่ยเสียงเรียบคุยกับเอมอรแต่สายตามองไปยังหนุ่มแปลกหน้าคนนั้นที่ตัวเล็กกว่าเขามาก เมื่อชายหนุ่มคนนั้นเห็นกันที่มองเขาด้วยสายตาแข็งกร้าวจึงรีบลุกจากตรงนั้นโดยเร็ว
“คุณมาได้ยังไงคะ” เอมอรถามน้ำเสียงดีใจ เมื่อครู่เธอนั่งภาวนาอยู่ในใจให้เขามาช่วย แล้วเขาก็โผล่มาพอดี
“กะย่างมาตั้ว” (ก็เดินมาสิ) เขาตอบหน้าตาเฉย ในใจยังรู้สึกหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย ถ้าเขามาไม่ทันชายแปลกหน้าคนนั้นก็คงมานั่งคุยแทะโลมเธออยู่อีกนาน
“อ้ายกันมาทันเวลาพอดีวะ”
“กะบ่อซวนอ้ายเนาะ” (ก็ไม่ชวนพี่ไง)
“ข่อยกะว่าแมนเ้าไปนำหมู่เนาะ พุ่นน่ะเ้าเห็นผู้สาวเก่าเ้าบ่อ” (ฉันก็คิดว่าคุณจะไปกับเพื่อนไง นู่นแน่ะคุณเห็นแฟนเก่าคุณมั้ย) น้ำฝนโบ้ยปากให้กันดูแดงต้อยที่นั่งอยู่ด้านหน้า เอมอรจึงมองตามแต่กันไม่ได้สนใจ กลับหันมาจับจ้องใบหน้าละมุนของว่าที่ภรรยาแทน
“หืย บ่อมีดอกอ้ายเลิกกับเขาแล้ว” (แหม ไม่มีหรอกพี่เลิกกับเขาแล้ว) กันพูดออกมาเพราะเกรงว่าเอมอรจะเข้าใจผิดเพราะตอนนี้เธอหน้านิ่งมากจนไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ในใจ
“บ่อเซีย” (ไม่เชื่อ) ปกติเวลามีงานที่ไหนน้ำฝนไม่เคยเห็นกันมานั่งกับเอมอรสักที มีแต่คอยตามเฝ้าแฟนเก่าอยู่ไม่ห่าง จนมาวันนี้น้ำฝนจึงแปลกใจว่าทั้งสองไปดีกันตอนไหน ได้ยินข่าวว่าไปสู่ขอกันก็จริงแต่ไม่คิดว่าจะไปไหนมาไหนด้วยกัน
“เอ๋า อิหลี” (เอ๋า จริงๆ)
เอมอรนั่งฟังทั้งสองคุยกัน เขาพึ่งรู้ว่ากันมีแฟนแล้ว ไม่นานหนังก็เริ่มฉาย หน้าจอเป็จอขนาดเล็กที่กว้างเพียงไม่กี่เมตรแถมภาพยังเป็ขาวดำ และหนังก็เก่ามากจนเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าดาราในหน้าจอนั้นเป็ใครบ้างแต่ก็นั่งดูจนจบสองเื่
ตอนกลับกันเดินหอบเสื่อให้สองสาวอยู่ห่างๆ จนทั้งสองเลยไปส่งฝนที่บ้านกันจึงเดินกลับมาส่งเอมอรอีกครั้ง
“ม่วนบ่อ?” (สนุกมั้ย)
“ก็ดีกว่าไม่มีอะไรดูค่ะ ฉันขอถามอะไรคุณหน่อยสิ”
“ว่ามาติ๊ล่ะ” (ก็ว่ามาสิ)
“คุณเลิกกับแฟนเก่าทำไม?” กันยังคงเงียบ
“คุณโดนบังคับแต่งงานกับฉันใช่มั้ย?” กันคิดอยู่สักพักก่อนจะตอบออกมา
“ตะก่อนหน้านี้อาจสิแมน แต่ตอนนี้ซุอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว” (ก่อนหน้านี้อาจจะใช่ แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว)
“ยังไง?” เอมอรหยุดเดินแล้วพยายามมองหน้าเขาที่กระทบกับแสงดวงจันทร์พอสลัวๆ
“กะซางเถาะจักมื้อหนึ่งเ้าสิฮู้เอง” (ช่างมันเถอะสักวันคุณจะรู้เอง) กันไม่ยอมตอบเพราะกลัวว่าถ้าพูดออกไปแล้วมันคงดูไม่น่าเชื่อถือถ้าเขาจะสารภาพความในใจออกไปตอนนี้
เช้าวันถัดมากันตื่นแต่เช้าแล้วเดินเข้าห้องครัวไปหาแม่ที่กำลังทำกับข้าวอยู่
“แม่”
“หือ แมนหยังล่ะ” (หือ มีอะไรอีกล่ะ)
“เ้าฟ้าวจัดงานแต่งข่อยกับอรได้บ่อ” (แม่รีบจัดงานแต่งงานให้ผมกับอรได้มั้ย) กันถามแม่น้ำเสียงมีความกังวลอยู่ในนั้น
“เอ๋ามึงเป็หยัง สิมาบอกแม่จั่งได๋ อีนางอรมันเป็คนบอกแม่มันแหมว่าขอสามเดือน เดียวนี่กะเกือบสองเดือนแล้วมึงกะอดเอาเปี๋ยง” (เอ๋ามึงเป็อะไร จะมาบอกแม่ได้ยังไง นังหนูอรมันเป็คนบอกแม่มันว่าขอสามเดือนเอง ตอนนี้ก็เกือบสองเดือนแล้วมึงก็อดทนเอาหน่อยสิ) แม่พูดปลอบลูกชายให้ใจเย็นลง
“เ้าไปเว้ากับเพิ่นให้ข่อยได้บ่อ” (แม่ไปพูดกับเขาให้ผมหน่อยได้มั้ย) กันยังไม่ละความพยายาม ในใจมันร้อนรนจนไม่อยากรออีกต่อไป เมื่อคืนนอนคิดถึงภาพชายหนุ่มคนนั้นที่เข้ามาตอแยเอมอรแล้วมันทำให้จิตใจปั่นป่วน
“มึงเป็หยัง ตะกี้บังคับสิเป็สิตายกะบ่อแต่ง บาดนี่สิมาเขี่ยวให้แต่งไวๆ มักเขาหลายซั่นเบาะ” (มึงเป็อะไร แต่ก่อนบังคับจะเป็จะเป็จะตายก็ไม่แต่ง ทีนี้จะมาเร่งให้แต่งเร็วๆ ชอบเขามากเลยเหรอ) แม่ปุ่นมองหน้าลูกชาย จนกันต้องเบนหน้าหนีแล้วหลุบตามองต่ำ
“กะบ่อล้า กะอยากแต่งให้มันแล้วๆ ไป บ่ออยากคาราคาซัง” (ก็ไม่หรอก ก็อยากแต่งให้มันเสร็จๆ ไป ไม่อยากคาราคาซัง) กันตอบแม่ของเขาโดยไม่มองหน้า แม่ปุ่นก็พยายามหมุนคอตามลูกชายเพื่อจับผิด มีหรือคนอย่างแม่ใหญ่ปุ่นจะดูลูกชายตัวเองไม่ออก
“บ่อรับปาก เดี๋ยวสิลองไปคุยกับแม่อวนให้” (ไม่รับปาก เดี๋ยวจะลองไปคุยกับแม่อวนให้)
กันได้ยินแค่นั้นก็แอบอมยิ้มคนเดียวแล้วเดินออกจากห้องครัวทันที