เคร้งๆๆๆๆ
หรงเยว่ซีที่กำลังนั่งกินขนมบัวหิมะจ้องมองไปยังหรงฮุ่ยจวิน พี่ชายของตัวเองที่กำลังฝึกดาบกับสหายอย่างท่านแม่ทัพไป๋เทียนอี้ ด้วยดวงตาเปล่งประกายชอบใจ
เฮ้อ หนุ่มๆ ในสมัยโบราณนี่ถูกตาต้องใจเขามาก แค่มองหุ่นที่กำยำไปด้วยมัดกล้ามอันสวยงามนี้ เขาสามารถกินข้าวเพิ่มได้อีกสามชามด้วยซ้ำ!
"ซีเอ๋อร์ ไม่ว่าเ้าจะชอบฝึกการต่อสู้มากเพียงไหน แต่แม่ก็ยอมให้เ้าฝึกไม่ได้จริงๆ ลูก ตอนนี้เ้าอายุจะสิบแปดปีแล้ว แต่ยังไม่มีชายใดส่งเทียบหมั้นหมายมาให้เ้า แม่เสียใจยิ่งนัก"
ลู่ซือฟางมองบุตรเกอของนางที่จ้องมองไปยังลานฝึกซ้อมการสู้ด้วยสายตามุ่งมั่น ก็เอ่ยย้ำกับบุตรนางอีกครั้งด้วยน้ำเสียงกังวลใจ ว่าอีกฝ่ายจะนึกอยากวิ่งเข้าไปในลาน เพื่อขอฝึกซ้อมด้วยอย่างที่ผ่านมา
"ท่านแม่ ข้าไม่ขัดคำสั่งของท่านแม่แน่นอนขอรับ ข้าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการฝึกฝนร่างกายอีกต่อไปแล้ว ท่านแม่ไม่ต้องกังวล ส่วนเื่ออกเรือนของข้า คงได้แต่หวังพึ่งโชคชะตาเท่านั้น ใครจะมาสนใจเกออัปลักษณ์เช่นข้ากัน"
"โถ่ ลูกรักของแม่ เ้าอย่าตัดพ้อตัวเองเช่นนี้ ใบหน้าของเ้านั้นงดงามยิ่ง ถอดแบบมาจากแม่และพ่อของเ้าเชียวนะ จะอัปลักษณ์น่าเกลียดได้อย่างไร เพียงแต่ เอ่อ เพียงแต่ร่างกายของเ้าสูงใหญ่เกินไปนิดหน่อยเท่านั้น เ้าอย่าพึ่งถอดใจสิลูก"
ลู่ซือฟางลูบใบหน้ารูปงามของบุตร แล้วร่ำไห้ซับน้ำตาด้วยความสงสารบุตรรักจับใจ เสียงหวานอึกอักเล็กน้อยยามเอ่ยถึงรูปร่างของบุตรเกอของนาง
"แม่กับพ่อเ้าให้สัญญาว่าจะหาบุรุษที่คู่ควรกับเ้ามาให้ได้ เ้าอย่าคิดมากเลยนะซีเอ๋อร์ของแม่"
หรงเยว่ซีลอบถอนหายใจ
ข้าว่าคงที่คิดมากที่สุดตอนนี้คือท่านนะขอรับท่านแม่
หรงเยว่ซีใช้มือใหญ่ของตัวเองลูบปลอบแผ่นหลังบางของท่านแม่ที่ยังคงสะอื้นอยู่ ก่อนจะประคองอีกฝ่ายออกจากศาลานั่งเล่นไปส่งที่เรือนใหญ่ ให้ท่านแม่ได้พักผ่อน
หรงเยว่ซีเดินกลับเรือนของเขาพร้อมกับบ่าวตัวน้อยที่สูงเพียงแค่แผ่นอกอย่างเสี่ยวเว่ย
เมื่อเข้ามาถึงห้องแล้วเขาก็โบกมือให้เสี่ยวเว่ยไปจัดการงานอื่นๆ ในเรือนไม่ต้องคอยตามเฝ้า เพราะเขาจะนอนพักผ่อน
ทันทีที่ซุกตัวลงกับผ้าห่มได้หรงเยว่ซีก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ยกสองมือที่วางอยู่ขึ้นมาสำรวจ ฝ่ามือหนาที่มีความหยาบกร้านเนื่องจากเข้าร่วมฝึกต่อสู้ั้แ่เด็ก ไหนจะเส้นเืที่พาดผ่านบนหลังมืออย่างเซ็กซี่ ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งแรง รวมถึงกล้ามหน้าท้อง ไม่ต่างจากทหารกล้าผู้หนึ่ง...
นี่เขามาอยู่ในร่างเกอแน่เหรอ ถ้าไม่เห็นว่ามีปานแดงรูปดอกเหมยกุ้ยอยู่เหนือหน้าอก เขาคงคิดว่าเขาเข้ามาอยู่ในร่างบุรุษกำยำผู้หนึ่งไม่ใช้บุรุษที่สามารถตั้งครรภ์ได้อย่างเกอที่ปรากฏในนิยายหลายพันเื่ แน่นอนว่าหรงเยว่ซีที่เป็นักเขียนนิยายก็ได้ลองเขียนแนวนี้เหมือนกัน รวมถึงแนว ABO เขาก็ได้เขียนอยู่หลายเื่
ตอนนี้หรงเยว่ซีทะลุมิติมาอยู่ในโลกหนึ่งที่มีสามเพศ บุรุษ สตรี และเกอ
ทะลุมาอยู่ในร่างของเกอที่มีชื่อเดียวกันกับเขาเลย หรงเยว่ซีบุตรเกอของตระกูลหรง ตระกูลของแม่ทัพที่ปกป้องอารักขาแคว้นซีฉินในเขตตะวันตก
ตอนแรก หรงเยว่ซีที่ลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้ก็แทบสติแตก มองซ้ายมองขวารอบตัวเหมือนคนบ้า หลังจากนั้นความทรงจำมากมายของหรงเยว่ซีคนเดิมก็วาบเข้ามาในหัว ความทรงจำั้แ่หรงเยว่ซีจำความได้จนถึงวันสุดท้ายที่เ้าตัวนอนหลับไป และเป็เขาที่เข้ามาแทนที่
หรงเยว่ซีไม่รู้ว่าิญญาเ้าของร่างเดิมไปไหน แต่จากประสบการณ์ที่อ่านนิยายแนวทะลุมิติมากว่าพันเื่ ก็คิดว่าน่าจะมีอยู่สองสาเหตุ ไม่อีกฝ่ายจากไปดื้อ ๆ ก็เสียชีวิตไม่รู้ตัว โดยมีิญญาของเขาเข้ามาแทนที่
พอคิดถึงการตายของเขาบ้าง นึกแล้วก็รู้สึกผิดและอับอายกับตัวเองมากที่มัวแต่อ่านนิยายจนลืมวันลืมคืน อย่าว่าแต่ไม่หาข้าวกินเลย เขาน่าจะไม่ได้อาบน้ำอาทิตย์กว่าด้วยซ้ำ ทำเพียงแค่เข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวเฉย ๆ
จากความทรงจำล่าสุดเหมือนจะเป็ลมหัวฟาดพื้นจากนั้้นภาพก็ดับไปเลย...
สภาพศพที่คนเข้ามาเห็นต้องอนาถมากแน่ๆ ขอย้อนเวลากลับไปอาบน้ำล้างความซกมกก่อนได้รึเปล่านะ
ไม่อยากจะคิดเลยว่านักข่าวจะเขียนข่าวของเขาว่ายัง ไหนจะคอมพิวเตอร์ของเขาที่เก็บหนังxxไว้เป็ร้อยเื่อีก หวังว่าจะไม่มีใครเปิดเผยมัน
เพราะเขาไม่อยากมีสมญานามว่านักเขียนชื่อดังที่หมกมุ่นในกาม!
ไม่มีระบบที่ให้ทำภารกิจเพื่อกลับไปร่างเดิมด้วยสิ ไม่อย่างนั้น เขาจะรีบทำภารกิจให้เสร็จแล้วกลับไปเขียนสารคดีหลังความตายให้ได้อ่านกัน
สำหรับหรงเยว่ซีแล้ว การตายแล้วมาเกิดใหม่ในที่ที่ไม่รู้จักไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น อาจเป็เพราะเขาได้รับความทรงจำจากเ้าของร่างเดิม รวมถึงอ่านและแต่งนิยายพีเรียดมาเยอะมาก เลยสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว
จะมีก็แต่อาลัยแฟนคลับกับเสียดายนิยายที่ยังไม่ได้อ่านนี่แหละ เพราะญาติของเขาต่างเสียชีวิตไปหมดแล้ว
ขอโทษนะพี่สาวนักอ่านที่รัก แต่นักเขียนคนนี้ได้ตายแล้วเกิดใหม่แล้วล่ะ
นิยายบอยเลิฟของประเทศไทยนี่ยอดเยี่ยมไปเลย มีอิสระสุดๆ พึ่งจะได้อ่านไม่กี่เื่เอง
อืม ทำไมจู่ ๆ ก็มีใบหน้าของฉินมู่หยางโผล่ขึ้นมาในความคิดก็ไม่รู้
ไม่ ๆ อย่าไปคิดถึงผู้ชายตัวเหม็นนั่น แน่นอนว่านี่เป็แค่คำสบถ เพราะเขาจำได้ดีว่ากลิ่นกายของอีกฝ่ายหอมจนชวนเอาน่าซุกขนาดไหน
หรงเยว่ซีสะบัดหัวไล่ใบหน้าและกลิ่นหอมติดจมูกของฉินมู่หยางออกจากความคิดเพื่อกลับมายังปัจจุบัน
ในเมื่อเขาเข้ามาแทนที่หรงเยว่ซีแล้ว เขาก็จะใช้ชีวิตของตัวเองให้ดีแทนอีกฝ่าย แม้จะรู้สึกเสียใจแทนเ้าตัวที่ไม่รู้ไปอยู่ไหน แต่นี่ก็ไม่ใช่ความผิดของเขาเลยสักนิดที่ได้เข้ามาอยู่ในร่างของหรงเยว่ซีคนนี้
แต่สัญญาเลยว่าจะช่วยดูแลครอบครัวของอีกฝ่ายให้เหมือนครอบครัวของตัวเอง
หรงเยว่ซีนอนมองขื่อเพดานอย่างเหม่อลอยเพราะไม่รู้จะทำอะไร เนื่องจากตอนนี้เขาไม่ง่วงเลยสักนิด
นับดูแล้ว ตอนนี้หรงเยว่ซีทะลุมิติมาได้หนึ่งเดือนแล้ว กิจวัตรประจำวันที่ผ่านมาไม่มีอะไรเลย ตื่น กินข้าว เรียนเย็บปักกับท่านแม่ แล้วก็ฝึกดนตรีอย่างกู่ฉิน โชคดีที่ร่างกายของหรงเยว่ซีกับิญญาของเขารวมกันเป็หนึ่ง หรงเยว่ซีจึงไม่ลำบากในการสวมรอยเป็หรงเยว่ซีคนก่อน
แน่นอนว่ารวมถึงการฝึกวรยุทธ์กำลังภายในที่เรียนมาเป็สิบปีพวกนั้นด้วย
ซึ่งเขาที่ใจเสาะไม่มีทางวิ่งลงไปร่วมฝึกกับเหล่าทหารเหมือนหรงเยว่ซีคนเก่าที่ชื่อชอบเื่พวกนี้มาก ไม่อย่างนั้นจะขยันฝึกจนกล้ามเป็มัดขนาดนี้ได้ยังไง
นับว่าดีที่ทะลุมิติมาตอนพ่อแม่ของหรงเยว่ซีสั่งห้ามออกกำลังกายทุกอย่างพอดี เพราะพึ่งนึกขึ้นได้ว่าได้บ่มเพาะบุตรเกอของตัวเองจนร่างกายบึกบึนเสียจนคนทั้งแคว้นบอกว่าเป็เกออัปลักษณ์ไปเสียแล้ว
จากที่จะสอนลูกของตัวเองเพื่อป้องกันตัวให้สมกับที่เกิดเป็ลูกของแม่ทัพ
หรงเยว่ซีรู้สึกว่าหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ขึ้นมาทันที
ค่านิยมของที่นี่ เพศเกอจะต้องร่างกายอ้อนแอ้น บอบบางและน่าถนอมเพื่อให้เหล่าบุรุษรู้สึกอยากปกป้องบุปผางามไว้ในอ้อมกอด
หรงเยว่ซีก้มมองร่างกายตัวเองที่นอนอยู่พลางคิดว่า
ตอนนี้เขาน่าจะรวบบุรุษเข้ามาไว้ในอ้อมกอดได้เองเสียมากกว่า
ดูเหมือนว่าหรงเยว่ซีคนเดิมไม่ได้มีความคิดอยากออกเรือนเสียด้วยซ้ำ ซึ่งต่างจากหรงเยว่ซีคนนี้ที่สุด
หัวใจของเขาเต้นแรงราวกับจะทะลุจากอกในยามแรกที่เห็นใบหน้าของท่านแม่ทัพประจำทิศใต้ไป๋เทียนอี้ ซึ่งเป็สหายของพี่ชายของเขา
วันไหนที่เขารู้มาว่าพี่ชายกับสหายท่านนี้มีนัดประลองกำลังก็มักจะเอ่ยชวนท่านแม่มาจิบน้ำชาที่ศาลาเป็ประจำ เพื่อแอบดูหนุ่มหล่อคนนี้
หรงเยว่ซีล่ะชอบมากที่อีกฝ่ายกับพี่ชายขี้ร้อนเลยมักถอดเสื้อ้าออกเผยให้เห็นกล้ามเนื้อ่อกและท้องที่ดูดีเสียยิ่งกว่านายแบบระดับโลกที่หรงเยว่ซีเคยเห็นเสียอีก ยิ่งยามที่เหงื่อไหลซึมผ่านลอนกล้ามหายเข้าไปในกางเกง เขาต้องจิบชาดับกระหายหมดไปเป็กาเสียด้วยซ้ำ
หรงเยว่ซีตั้งมั่นกับตัวเองว่าเขาจะเป็ฮูหยินของตระกูลไป๋ให้ได้
อาจจะใช้เวลานานหน่อย ขอให้กล้ามของตัวเองหดลงอีกนิดละกัน พอกล้ามเนื้อหายไป หรงเยว่ซีก็จะกลายเป็เกอที่รูปร่างสูงโปร่งสะดุดตาแม่ทัพไป๋เอง
เพราะอย่างนั้น่นี้เขาเลยพยายามทำตัวี้เี ไม่ขยับตัวเยอะ
กล้ามเนื้อถูกบ่มเพาะจากการออกกำลังกายและการทานอาหารจำพวกโปรตีนเข่นเนื้อสัตว์และไข่
หรงเยว่ซีจึงคิดวิธีการย้อนกลับเช่นนี้ออกมาได้ เมื่อไม่ออกกำลังกาย กล้ามเนื้อก็จะสลายไปเองเหมือนคนปล่อยตัวนั่นแหละ
เื่ทำตัวี้เีเขาถนัดอยู่แล้ว แค่นอนไหลในแต่ละวัน จะลำบากหน่อยตรงที่ต้องพยายามลดเนื้อสัตว์ในมื้ออาหารแล้วหันมากินผักกับผลไม้แทน
แล้วแม่ครัวกับพ่อครัวในจวนหรงมักทำจานจากเนื้อสัตว์ได้รสเลิศเสียด้วย
กับข้าวสิบอย่าง ก็มีจานเนื้อไปแล้วเจ็ดอย่าง เพราะสามคนในบ้านที่ต้องใช้กำลังเยอะอย่างท่านพ่อ หรงซีฮ่าว เป็แม่ทัพ ต้าเกอ หรงฮุ่ยจวินเป็รองแม่ทัพ และเสี่ยวหาน หรงลู่หาน น้องชายคนสุดท้องที่ตอนนี้อายุเพียงสิบห้าปีก็เข้าร่วมกับกองทัพสังกัดของท่านพ่อเรียบร้อยในตำแหน่งผู้ช่วยรองแม่ทัพของพี่ชายตัวเอง
บ้านที่เป็ทหารก็มักจะสืบตำแหน่งทางทหารต่อกันนี่เป็กันหมดทุกที่เลยรึเปล่า
แต่จากความทรงจำแล้วเหมือนจะใช่
เพราะตระกูลแม่ทัพอีกสามตระกูลก็สืบทอดตำแหน่งแม่ทัพผ่านทางสายเืกันหมด
นอกจากตระกูลหรงดำรงตำแหน่งแม่ทัพเขตตะวันตก
ตระกูลไป๋ของไป๋เทียนอี้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพเขตใต้แล้ว
ยังมีตระกูลลู่ที่เป็ญาติใกล้ชิดกับตระกูลหรงเพราะมารดาของหรงเยว่ซี ท่านแม่ลู่ซือฟางนั้นเป็มีศักดิ์เป็น้าของลู่เฉินซุนที่ดำรงตำแหน่งแม่ทัพประจำเขตเหนือในเวลานี้
สุดท้ายคือตระกูลจางที่เป็แม่ทัพรักษาดินแดนแคว้นซีฉินในเขตตะวันออก คนที่เป็แม่ทัพเวลานี้คือจางิเจ๋อ
ตระกูลจางเหมือนจะมีลำดับสูงกว่าอีกสามตระกูลเพราะสายเืครึ่งหนึ่งฝั่งมารดาของฮ่องเต้คนปัจจุบันมาจากตระกูลจางนั่นเอง
ตระกูลแม่ทัพสี่ตระกูลประจำทั้งสี่ทิศ ฟังแล้วก็ช่างดูอลังการ น่าละก็ขรามที่สุดราวกับว่าแคว้นซีฉินมีาต่างแคว้นอยู่เป็ประจำให้น่าหวั่นเกรง
โดยมีฮ่องเต้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่
ทว่าตอนนี้บ้านเมืองสงบสุขดี ไม่มีกลิ่นอายาหลงเหลืออยู่ั้แ่่สี่ปีก่อนแล้วที่องค์รัชทายาททรงนำทหารทั้งสี่เหล่าทัพกวาดล้างเหล่าศัตรูข้างแคว้นจนศิโรราบเป็หน้ากลองจนได้รับฉายาฮ่องเต้กระหายเืไปเลย
เรียกได้ว่าเพียงชาวบ้านได้ยินชื่อฮ่องเต้ก็แทบจะตัวสั่นกันแล้ว นอกจากวีรกรรมตีแคว้นศัตรูด้านนอกจนพ่าย ก็ยังกวาดล้างศึกในแคว้นของตัวเองเพื่อล้างราชสำนักอีกให้ขาวสะอาดอีกด้วย
ตอนนั้นร่างเดิมพึ่งจะอายุสิบสองปี หากไม่นับว่ายังเด็กแต่ก็ยังเป็เกอจึงไม่ได้รับรู้ข่าวสารอะไรมาก นอกเสียจากว่าเหมือนจะเป็ฮ่องเต้กำจัดไทเฮาที่มีศักดิ์เป็ป้าของตัวเอง เนื่องจากเป็คนวางยาพิษลอบฆ่าน้องสาวซึ่งดำรงตำแหน่งเป็ฮองเฮาของฮ่องเต้คนปัจจุบัน
รวมถึงฮ่องเต้รัชกาลก่อนก็โดนวางยาเช่นกันจากไทเฮาตัวร้ายนี้ด้วย
นึกดูแล้วก็น่าสงสารฮ่องเต้คนนี้เหมือนกันนะ เสียพระมารดาตอนตัวเองอายุแค่แปดปี แล้วยังเสียท่านพ่อไปตอนอายุสิบแปดปีอีก แล้วคนวางแผนร้ายก็ดันเป็ญาติตัวเองเสียอย่างนั้น ทั้งป้าทั้งตาแท้ๆ ของตัวเองเลย
สำหรับหรงเยว่ซีแล้ว เขาคิดว่าฮ่องเต้คนนี้เป็คนมีคุณธรรมผู้หนึ่ง เพราะแยกถูกผิดชัดเจน คนตระกูลจางทำผิดร้ายแรงวางแผงลอบปลงพระชนม์ของทั้งฮ่องเต้และฮองเฮา แต่เ้าตัวไม่ได้ปะาตระกูลจางทั้งตระกูล เลือกลงโทษเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้อง คนบริสุทธิ์ในตระกูลจางเลยยังสามารถมีชีวิตอยู่ในแคว้นซีฉินได้ แถมยังคงรักษาตำแหน่งตระกูลแม่ทัพเอาไว้ได้
ส่วนคนที่เป็เ้าตระกูลและเป็แม่ทัพในตอนนี้คือคือจางิเจ๋อ ผู้เป็น้องชายมารดาเดียวกันของฮองเฮาที่เป็พระมารดาของฮ่องเต้
ทว่านอกจากความสามารถด้านกองทัพแสนน่าทึ่งที่ประจักษ์ต่อทั่วประชาชนและแคว้นอื่นแล้ว ความสามารถด้านการปกครองก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ฮ่องเต้ทรงปฏิรูปการปกครองของแคว้นให้ทุกกรมขึ้นตรงกับพระองค์รวมถึงมีการตรวจสอบการทุจริตของเหล่าขุนนางอย่างสม่ำเสมอ เรียกได้ว่าไล่กวาดล้างเหล่าขุนนางกังฉินออกจากราชสำนักจนแทบโล่งก็ว่าได้
ไม่เพียงแค่ระบบส่วนกลางเท่านั้นที่ได้รับการดูแล ยังมีอีกหลายราชโองการที่ฮ่องเต้ทรงทำเพื่อพัฒนาคุณภาพของประชาชน เื่เด่น ๆ เลยคือเื่สุขอนามัยของประชาชนที่ก้าวนำแคว้นอื่น เมื่อสามปีที่แล้วเกิดโรคระบาดท้องร่วงกระจายในหลายแคว้น แต่ชาวซีฉินนั้นไม่มีผู้ใดติดโรคระบาดนี้แม้แต่คนเดียว เพราะรากฐานของการให้ความรู้เื่ความสะอาดในการบริโภคของฮ่องเต้ที่เผยแพร่ไปทั้งแคว้นผ่านทางเหล่าขุนนางในแต่ละเมืองและลงลึกในระดับหมู่บ้านห่างไกล
ฮ่องเต้ผู้นี้แม้จะเป็บุคคลที่ชาวซีฉินหวาดกลัวและยำเกรง แต่ก็เทิดทูนและเคารพรักสุดหัวใจเช่นกันเพราะเป็ผู้นำการเปลี่ยนแปลงและวิถีชีวิตที่ดีมาสู่ชาวบ้าน
อย่างกับพล็อตยอดฮิตที่พระเอกทะลุมิติมาเป็ฮ่องเต้ในนิยายหลายๆ เื่บนอินเตอร์เน็ต
นึกเสียดายที่ในความทรงจำของหรงเยว่ซีคนเดิมไม่เคยเจอฮ่องเต้ว่ามีหน้าตาเป็อย่างไร มีเพียงข่าวลือว่าเป็บุรุษที่รูปงามเป็หนึ่งของแคว้นซีฉินเท่านั้นที่หลุดรอดออกมา จะมีเพียงเหล่าขุนนางและแม่ทัพนายกองใกล้ชิดเท่านั้นที่เคยเห็นพระพักตร์ของฮ่องเต้พระองค์นี้
มีเพียงอย่างเดียวที่หรงเยว่ซีไม่ชอบใจก็คือพระนามของฮ่องเต้พระองค์นี้
ซีฉินมู่หยาง
ได้ยินชื่อแล้วก็เห็นหน้าฉินมู่หยาง บรรณาธิการของตัวเองในชีวิตที่แล้วทันที
เวลานี้คงดีใจจนะโโลดเต้นแล้วที่ไม่ต้องมาคอยดูแลนักเขียนอย่างเขาอีก
หรงเยว่ซียกฝ่ามือลูบบริเวณแผ่นอกด้านซ้ายที่รู้สึกวูบโหวง
ช่างเถอะ อย่าไปนึกถึงผู้ชายนิสัยไม่ดีคนนั้นเลย
ตอนนี้เขาคือหรงเยว่ซีบุตรเกอของแม่ทัพตระกูลหรง และเป็ว่าที่ฮูหยินของท่านแม่ทัพไป๋เทียนอี้
เฮ้อ เมื่อไหร่กล้ามแข็งๆ พวกนี้จะยุบเสียที เขาจะได้ดำเนินแผนการจีบสหายของพี่ชายคนนี้
หลังจากอีกฝ่ายและเขาชอบพอกัน เขาก็จะได้ออกเรือนมีสามีเสียที
เพื่อชดเชยชีวิตที่แล้วที่มัวแต่เก็บตัวหมกมุ่นเกี่ยวกับนิยายและดูคลิปxxเพื่อช่วยตัวเองไปวันๆ
เท่านี้ท่านแม่และท่านพ่อก็ไม่ต้องกังวลว่าเขาจะเหี่ยวตายคาจวนหรง เพราะไม่มีผู้ใดอยากตบแต่งด้วยอีกแล้ว!
ฮูหยินไป๋ ฟังกี่ทีก็ช่างไพเราะ และเหมาะกับเขาเสียจริง!!