The Revenge of Dark Guardian [สงครามสวรรค์ออนไลน์]

    ตอนที่ 30 โดนล้อม

                    เมฆครามหมอบลงไปด้านหลังห้องวิจัยก่อนจะคลายทักษะแล้วหยิบเอาเอกสารนั้นมาอย่างรวดเร็วทันใดนั้นอากรีล่าก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแปลกปลอมอีกครั้ง เธอยิงบอลธาตุที่ทรงพลังเข้าใส่โต๊ะของตนเองทำให้เกิดระเบิดอย่างรุนแรงร่างของอากรีล่าเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วมาที่โต๊ะพร้อมกับกวาดตามองหาศัตรูแต่เธอก็ไม่ค้นพบอะไรเลยนอกจากเศษซากของโต๊ะที่กระจัดกระจาย

                    เมฆครามถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่เขาตัดสินใจอย่างรวดเร็วและรีบหลบออกมาทันทีที่หยิบของที่ต้องการออกมาแล้วในเมื่อเขาได้มันมาเขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องอยู่ในดันเจี้ยนแห่งนี้อีกต่อไปชายหนุ่มกดยอมแพ้และออกจากดันเจี้ยนโดยไม่สนใจค่าประสบการณ์ที่ต้องถูกหักออกไปเลยสักนิด

                    ใช้เวลาอีกพักหนึ่งเมฆครามก็กลับมาถึงเมืองไจโรในตอนนั้นเพื่อนๆในทีมก็ได้ออกมาจากหอคอยแห่งเผ่าพันธุ์กันหมดแล้วเมฆครามจึงนัดทุกคนให้มาเจอกันที่คฤหาสน์เจ้าเมืองเพื่อมองหาภารกิจที่จะทำต่อไป

                    เมื่อมารวมตัวกับเพื่อนๆเมฆครามก็ถามถึงสถานการณ์ของทุกคนทันที“เป็นยังไงบ้างการทดสอบผ่านไปได้ด้วยดีหรือเปล่า”

                    กระต่ายหมายจันทร์ถอนหายใจ “ล้มเหลวน่ะ การทดสอบยากมากจริงๆ ฉันต้องสู้กับสัตว์อสูรระดับบอสที่มีความเร็วสูงมากตอนแรกก็พอจะรับมือได้อยู่หรอกแต่เพราะเผลอเสียสมาธิไปแค่แปปเดียวก็โดนบอสโจมตีต่อเนื่องจนตายไปเลย”

                    มังกรคำรามก็มีท่าทีผิดหวังเช่นกัน “ของฉันก็ต้องสู้กับบอสที่แข็งแกร่งมากเหมือนกัน นอกจากจะโจมตีแรงแล้วยังมีพลังป้องกันพิเศษอีกด้วยถ้าจะเอาชนะก็มีแต่ต้องทำลายเกราะพิเศษของมันตามเงื่อนไขให้ได้เสียก่อนฉันทำสำเร็จไปหนึ่งครั้งแต่ยังฆ่าบอสไม่สำเร็จเกราะของบอสก็ฟื้นฟูกลับมาใหม่แล้ว”

                    หลินหลินรู้สึกเสียดาย “ของฉันไม่ได้ให้สู้กับบอสเองเหมือนกับพวกพี่แต่เป็นการสนับสนุนNPC คนหนึ่งให้สู้กับบอสค่าสถานะของสองฝ่ายห่างกันพอสมควรแต่ฉันก็เกือบจะทำสำเร็จแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าพลาดไปแค่นิดเดียวบอสก็ใช้สถานะคำสาปออกมาทำให้NPC ที่ฉันคอยช่วยอยู่แพ้ไปแต่ฉันรู้วิธีที่จะผ่านแล้ว ถ้าฉันตอบสนองเร็วพอและใช้ทักษะป้องกันให้กับ NPCได้สำเร็จก็จะต้องผ่านการทดสอบในครั้งต่อไปแน่นอน”

                    ฟ้าใสกลับไม่มีท่าทีผิดหวังเลยสักนิดเธอพูดในสิ่งที่ทำให้ทุกคนรวมถึงเมฆครามต้องตกตะลึง “ฉันผ่านการทดสอบแล้ว ของฉันคล้ายกับหลินหลินที่ต้องช่วยNPC แต่สัตว์อสูรที่ฉันเจอไม่ใช่บอสที่แข็งแกร่งเท่าไหร่อย่างไรก็ตามมันมีอยู่สามตัวและหน้าที่ของฉันก็คือต้องคอยช่วยสนับสนุนให้ NPCเอาชนะบอสทั้งสามตัวพร้อมกันให้ได้”

                    เมฆครามรู้อยู่แล้วว่าการทดสอบของอาชีพสายสนับสนุนนั้นจะแตกต่างออกไปเขาถามฟ้าใสด้วยความตื่นเต้นว่าเธอได้รับรางวัลอะไรเป็นการตอบแทนทักษะเผ่าพันธุ์ระดับ S ของเผ่าเอลฟ์แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้มาก่อนว่ามันคืออะไร

                    “มันมีทักษะให้เลือกสองอย่างแต่ฉันเลือกทักษะนี้มาค่ะ” ฟ้าใสส่งข้อมูลทักษะเผ่าพันธุ์ที่เธอได้รับให้ทุกคนในทีมได้อ่านเมฆครามและคนอื่นๆรู้สึกตกตะลึงและยินดีอย่างมากเพราะทักษะนี้นับว่ามีคุณค่ามากจริงๆ

                    ร่างจิตวิญญาณธรรมชาติ : สร้างร่างเงาขึ้นมาโดยร่างนั้นจะมีพลังชีวิตและพลังเวทมนต์ร่วมกับผู้ใช้ร่างนั้นจะมีค่าสถานะและทักษะเหมือนกับเจ้าของแต่จะมีระยะเวลาคูลดาวน์ทักษะแยกกันโดยสิ้นเชิงพลังเวทลดลง 20 หน่วยทุกวินาที

                    “ทรงพลังมาก!” กระต่ายหมายจันทร์อุทานด้วยความชื่นชมปนอิจฉา ทักษะนี้ช่วยให้ผู้ใช้เหมือนกับมีสองคนในร่างเดียวสามารถใช้ทักษะสองอย่างพร้อมกันหรือซ้อนทับกันได้ ข้อเสียเพียงอย่างเดียวก็คือต้องใช้สมาธิในการควบคุมและออกคำสั่งสูงมากและยังต้องคอยระวังร่างแยกไม่ให้ได้รับบาดเจ็บด้วย เพราะถ้าร่างแยกถูกโจมตีพลังชีวิตของร่างหลักก็จะลดตามไปด้วยเช่นกันถ้าสองร่างถูกโจมตีแรงๆพร้อมกันก็มีสิทธิ์ตายในพริบตาได้เลย

                    เมฆครามถามถึงทักษะอีกอย่างหนึ่งที่เป็นรางวัลเพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูลแม้ว่าจะมีโอกาสน้อยมากที่ผู้เล่นสามารถผ่านการทดสอบระดับ S แต่มันก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลยดูอย่างน้องสาวของเขาสิทั้งที่เธอเป็นผู้เล่นใหม่ที่แทบไม่มีประสบการณ์ด้วยซ้ำแต่ก็ยังผ่านการทดสอบได้ เมฆครามรู้อยู่แล้วว่าเธอมีพรสวรรค์แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะร้ายกาจขนาดนี้

                    การทดสอบของเธอต้องช่วยเหลือ NPCสู้กับบอสถึงสามตัวแม้ว่าบอสจะอ่อนแอกว่าที่คนอื่นๆเจอแต่การเผชิญหน้ากับศัตรูจำนวนมากพร้อมกันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยโชดดีที่เธอผ่านการติวเข้มของเมฆครามมาแล้ว ฟ้าใสจึงเรียนรู้เกี่ยวกับทักษะต่างๆที่ตัวเองมีอย่างลึกซึ้งและยังเชี่ยวชาญด้านการจับจังหวะรวมถึงการรักษาสมาธิของตนเองด้วยแน่นอนว่าสิ่งที่ช่วยเธอมากที่สุดก็คืออัตราการเชื่อมต่อคลื่นสมองที่สูงมากทำให้เธอมีปฏิกิริยตอบโต้รวดเร็วและตอบสนองทันต่อทุกเหตุการณ์บอสสามตัวนั้นเทียบกันแล้วยังอ่อนกว่าพี่ชายของเธอหลายเท่าในสายตาของเด็กสาว

                    เมฆครามก็แสดงให้ทุกคนเห็นทักษะร่างวิญญาณเร้นลับเช่นกันทุกคนต่างรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเพราะมันดูไม่โดดเด่นเท่าไหร่เมื่อเทียบกับร่างจิตวิญญาณธรรมชาติของฟ้าใสอย่างไรก็ตามเมฆครามยิ้มและเอ่ยอย่างมีนัยยะว่าในอนาคตทุกคนจะได้รู้ถึงความร้ายกาจของทักษะนี้อย่างแน่นอน

                    “เอาละ ระหว่างที่รอทดสอบรอบต่อไปในอาทิตย์หน้าพวกเราก็รีบเก็บระดับกันต่อเถอะตอนนี้ผู้เล่นบางคนในเมืองเริ่มแซงหน้าพวกเราไปแล้ว ได้เวลาที่จะทวงตำแหน่งคืนแล้วละ”  เมฆครามเอ่ยยิ้มๆแม้ว่าเขาจะไม่ได้ใส่ใจอันดับในตารางแต่มันก็มีประโยชน์อยู่บ้างอย่างน้อยตอนที่เขาคิดวางแผนจะสร้างกิลด์ผู้เล่นก็จะคุ้นเคยกับชื่อของเขาแต่นั่นจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในอนาคต

                    เมฆครามไม่ลืมใส่ใบอนุญาตก่อตั้งกิลด์เข้าสู่ระบบประมูลแบบออฟฟิเชียลของเกมทันทีที่มันปรากฏขึ้นผู้เล่นหลายล้านคนในเกมก็มีปฏิกิริยาตอบรับที่รุนแรงทันที น่าเสียดายที่เมฆครามปิดบังชื่อของตนเองเอาไว้ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าของสิ่งนี้หามาจากที่ไหนกันแน่

                    อย่างไรก็ตามใครบางคนก็ฉลาดเป็นอย่างมากเมฆครามมองดูข้อความจากนักรบไร้พ่ายที่ส่งมาสอบถามด้วยความสงสัยว่าของสิ่งนี้เกี่ยวข้องกับเขาหรือเปล่า

                    เมฆครามหัวเราะก่อนจะส่งข้อความตอบกลับไปในเมื่อเดาได้แล้วก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังให้เปล่าประโยชน์ อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ตอบนักรบไร้พ่ายอย่างชัดเจนว่าได้มันมาจากไหนแต่เขายืนยันเลยว่าใบก่อตั้งกิลด์นั้นหายากอย่างมากและกว่าที่ใบที่สองจะปรากฏมันจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งเดือนนับจากนี้อย่างแน่นอน

                    นักรบไร้พ่ายเชื่อถือคำพูดของเมฆครามอย่างมากเขาไม่ลังเลที่จะกระตุ้นผู้บริหารของกิลด์สิงโตครองฟ้าให้เข้าร่วมศึกการแย่งชิงใบอนุญาตนี้เมื่อกิลด์สิงโตครองฟ้าเริ่มเปิดศึก กิลด์อื่นๆก็เริ่มเคลื่อนไหวตามราคาของใบอนุญาตก่อตั้งกิลด์พุ่งสูงขึ้นเร็วมาก แค่หนึ่งชั่วโมงราคาก็ไปถึงสามล้านเครดิตแล้ว

                    หลังจากขายมันออกไปเมฆครามก็สามารถซื้อแคปซูลเกมแจกให้คนอื่นๆได้อย่างแน่นอนชายหนุ่มสบายใจเป็นอย่างมากแต่ก็ไม่ลืมสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่ เขารับภารกิจระดับC มาอีกสองภารกิจล้วนแต่เป็นการสู้กับบอสระดับ 25 ทั้งสิ้น

                    สู้กับบอสถ้าเป็นผู้เล่นคนอื่นมองคงคิดว่าบ้าแต่กลุ่มของเมฆครามกลับเคยชินกับมันไปเสียแล้วดูเหมือนว่าระดับของพวกเขาล้วนแต่เก็บเกี่ยวมาจากการสังหารบอสเป็นส่วนใหญ่มันเป็นเหตุผลที่พวกเขาไปได้เร็วกว่าผู้เล่นคนอื่นๆอีกทั้งยังมีอุปกรณ์ที่เหนือกว่าด้วย

                    ตอนที่เมฆครามกับคนอื่นๆมุ่งหน้าไปยังแผนที่เก็บระดับอันซื่อที่กำลังเก็บระดับอยู่ก็ได้รับการติดต่อจากสมาชิกกิลด์ที่ส่งออกไปเพื่อคอยสอดส่องหาตำแหน่งของเมฆคราม

                    เขากำลังอารมณ์ดีอย่างมากที่ตอนนี้ตัวเองกลายเป็นอันดับหนึ่งในบอร์ดของเมืองเพราะเมฆครามได้เสียค่าประสบการณ์จากการยอมแพ้ในดันเจี้ยนแต่แม้ว่าเขาจะกำลังอารมณ์ดีอันซื่อก็ไม่คิดที่จะปล่อยเป้าหมายไปง่ายๆยิ่งเมื่อเขารู้ว่าเมฆครามรวมกลุ่มอยู่กับคนที่เคยมีชื่ออยู่ในบอร์ดจัดอันดับช่วงแรกๆซึ่งเป็นเป้าหมายที่เขาอยากจะดึงตัวมาร่วมกิลด์เหมือนกันเขาก็ได้เตรียมแผนการเอาไว้ในใจ

                    “เรียกรวมตัวให้ได้สักห้าสิบคนเลือกเฉพาะคนที่มีระดับสูงกว่า 22 แล้วไปล้อมพวกนั้นเอาไว้”อันซื่อสั่งการก่อนจะพาคนอีกกลุ่มของตนเองไปยังตำแหน่งที่ได้รับมา

                    กิลด์สมาพันธ์ตะวันจันทราเติบโตขึ้นเร็วมากมีแค่กิลด์สิงโตครองฟ้าเท่านั้นที่ไล่ตามพวกเขาทันส่วนดาบแห่งโลกาในเขตนี้ดูจะได้รับความเสียหายไปไม่น้อยเลยดังนั้นอันซื่อจึงไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตาสักนิด

                    เมฆครามย่อมรู้ตัวว่าถูกไล่ตามมาตั้งแต่แรกเพื่อนคนอื่นก็รู้เช่นกันแต่เมฆครามได้ย้ำเตือนถึงความเป็นไปได้ที่อีกฝ่ายจะมาจากกิลด์สมาพันธ์ตะวันจันทราเพื่อให้ทุกคนตื่นตัวคิดไม่ถึงเลยว่าเวลาแห่งการ PK จะได้มาถึงอีกครั้งจะว่าไปแล้วพวกเขาก็รู้สึกคันมืออยากทุบตีคนอยู่บ้างเหมือนกันโดยเฉพาะสามคนที่เพิ่งพลาดจากการทดสอบหอคอยแห่งเผ่าพันธุ์ก่อนหน้า

                    เมฆครามค่อนข้างวางใจในตัวเพื่อนๆ“ทั้งสี่คนให้ใช้รูปแบบคล้ายๆกับตอนที่ฝึกครั้งนี้ศัตรูมีเยอะแต่ไม่ได้แข็งแกร่งเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามมดก็สามารถรุมกัดแมวจนตายได้ดังนั้นอย่าได้ประมาทเด็ดขาด เน้นไปที่การรักษาชีวิตเป็นหลัก”

                    “นายไม่สั่งการเหรอ” กระต่ายหมายจันทร์เอ่ยถาม

                    เมฆครามส่ายหน้า “เทียร์สั่งการนั่นแหละดีแล้ว ฉันจะช่วยทะลวงไปเพื่อดึงดูดความสนใจและทำลายแนวของตัวสนับสนุนและพวกนักเวทให้อย่าลืมระวังพวกนักฆ่าด้วยละ พวกนั้นมีทักษะล่องหนแล้ว”

                    ทุกคนต่างก็พยักหน้าอย่างจริงจัง การ PK ครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งก่อนที่สู้กับกิลด์ดาบแห่งโลกาตอนนั้นระดับของสองฝ่ายต่างกันมากจึงเป็นเหมือนกับผู้ใหญ่รังแกเด็กแต่ตอนนี้ระดับสองฝ่ายใกล้เคียงกันที่ต่างกันก็มีแค่อุปกรณ์ที่หรูหรากว่าและเทคนิคฝีมือที่ถูกขัดเกลามาเท่านั้น

                    หากเป็นช่วงเวลาอื่นพวกเขาคงกังวลกันไม่น้อยแต่ตอนที่ได้ฝึกกับเมฆครามพวกเขาก็พบแล้วว่าผู้เล่นหนึ่งคนที่แข็งแกร่งนั้นมีคุณค่ามากกว่าผู้เล่นหลายคนรวมกันเสียอีกพูดโดยไม่อายก็คือพวกเขาสี่คนไม่ใช่ผู้เล่นทั่วไปแต่ก็ยังเอาชนะเมฆครามคนเดียวไม่ได้นี่แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์จากเทคนิคและความแข็งแกร่งเฉพาะตัวบุคคล ทั้งสี่คนอาจจะสู้เมฆครามไม่ได้แต่ก็ไม่กลัวผู้เล่นทั่วไปอย่างแน่นอน

                    เมฆครามไม่ได้รีบร้อนเลยเขาปล่อยให้อีกฝ่ายปิดล้อมตัวเองเอาไว้และรอจนอันซื่อปรากฏตัว

                    อันซื่อมีสีหน้าเย่อหยิ่งอย่างมาก“สหายเมฆาหวนคืนยอมมาเข้าร่วมกิลด์สมาพันธ์ตะวันจันทราเสียเถอะ ฉันจะให้นายเป็นรองฉันและแค่ไม่กี่คนเท่านั้นรับรองเลยว่านายจะกลายเป็นผู้เล่นที่มีอำนาจอย่างมากในอนาคต”

                    เมฆครามเลิกคิ้ว “ไม่ต้องไปอยู่กิลด์นั้นฉันก็มีอำนาจได้อยู่ดี ทำไมฉันถึงจะต้องไปเป็นลูกน้องคนที่อ่อนแอกว่าตัวเองกันละ?”

                    “ฮึ่ม” อันซื่อแค่นเสียงเขารีบหันไปมองคนที่อยู่ในทีมของเมฆคราม “ทั้งสี่คนนั้นวันก่อนผมเห็นชื่อของพวกคุณอยู่ในบอร์ดจัดอันดับของเมืองไจโรน่าเสียดายที่พวกคุณปิดรับการติดต่อดังนั้นจึงไม่สามารถติดต่อไปได้ผมขอถือโอกาสนี้ชักชวนพวกคุณมาเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิลด์สมาพันธ์ตะวันจันทราแน่นอนว่าพวกคุณจะต้องได้รับผลประโยชน์อย่างมากในการเข้าร่วม กิลด์สมาพันธ์ตะวันจันทรายินดีที่จะเลี้ยงดูและตอบแทนผู้เล่นที่โดดเด่นพวกเรามีกลุ่มการเงินตะวันจันทราคอยสนับสนุนไม่ว่าขาดอะไรก็สามารถจัดหามาให้ได้อย่างง่ายดาย”

                    “อ้อ” กระต่ายหมายจันทร์เลิกคิ้วแสร้งทำท่าสนอกสนใจก่อนจะเอ่ยถาม“ถ้าอย่างนั้นฉันขอเงินสักหมื่นล้านเครดิตก็แล้วกัน”

                    “นี่…” อันซื่อชะงักไปทันทีเขามองกระต่ายหมายจันทร์ก่อนจะหน้าแดงด้วยความโกรธเขารู้แล้วว่าอีกฝ่ายไม่สนใจจะเข้าร่วมกิลด์ทั้งยังกล้ายั่วโมโหเขา “ดีมากในเมื่อไม่รับสุราคารวะก็อย่าได้โทษที่ต้องจับกรอก”

                    “ฮ่าๆ หางโผล่แล้ว” ฟ้าใสหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

                    อันซื่อโบกมือทันใดนั้นคนหลายสิบก็ล้อมกลุ่มของเมฆครามเอาไว้ชายหนุ่มกวาดตามองเพื่อนับจำนวนของอีกฝ่ายรวมถึงวิเคราะห์ตำแหน่งทันใดนั้นเขาก็ยิ้มออกมาอย่างเฉยชา อันซื่อช่างโง่เขลาและเย่อหยิ่งจริงๆเขาคิดว่าแค่นำคนจำนวนมากมาก็สามารถชนะได้ง่ายๆถึงได้ปล่อยให้ผู้เล่นล้อมเอาไว้อย่างอิสระไม่มีแม้แต่แบบแผนหรือกลยุทธ์ นักบวชกับนักเวทยืนกระจัดกระจายไม่มีระเบียบสถานการณ์แบบนี้นักฆ่าที่มีฝีมือคนหนึ่งก็สามารถไล่เก็บพวกเขาได้อย่างง่ายดายแล้ว

                    มันมีเหตุผลที่ว่าทำไมกิลด์ต่างๆถึงจัดวางกลยุทธ์ให้นักเวทและนักบวชยืนอยู่ในแนวเดียวกันเพราะพวกเขาจะสามารถปกป้องกันและกันรวมถึงทำให้การโจมตีสอดประสานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้

                    ไม่รอให้อีกฝ่ายเปิดฉากเมฆครามก็ดีดร่างไปด้านหน้าราวกับลูกศรที่พุ่งออกจากคันศร

                    “ฆ่ามันซะ” อันซื่อคำรามออกมาพร้อมกับปล่อยบอลไฟเข้าหาเมฆคราม

                    ทันใดนั้นร่างของเมฆครามก็หายไปจากสายตาของทุกคนร่างวิญญาณเร้นลับเป็นทักษะซ่อนตัวที่ดีแต่ข้อเสียอย่างหนึ่งก็คือเขายังมีโอกาสถูกการโจมตีทางเวทมนต์ได้อยู่ดังนั้นเมฆครามจึงใช้สไลด์ตัวเพื่อหลบบอลเพลิงแล้วพุ่งตัวเข้าไปหาอันซื่อ

                    ขณะที่กำลังสับสนอันซื่อก็ต้องตกใจเพราะเมฆครามได้โผล่มาอยู่ด้านหน้าของเขาราวกับถูกผีหลอกกลางวันแสกๆ

                    เมฆครามยิ้มอย่างเย็นชาพร้อมกับใช้ทักษะฟาดฟันอสูรคลั่งจอมเวทถึงจะระดับสูงขึ้นมาแต่ก็ยังเป็นจอมเวทที่บอบบางจนน่าสงสารตรงกันข้ามเมฆครามเป็นอัศวินที่มีพลังโจมตีสูงผิดธรรมชาติทั้งยังมีทักษะโจมตีที่ทรงพลังมากทักษะเดียวของเขาที่ใช้ออกไปตอนที่อีกฝ่ายกำลังเผลอก็สามารถปลิดชีพอันซื่อได้ในพริบตา