เฮ้อ~
ณ ยามเช้าของหน้าหนาวในเขตกรุงโซน ยูชิกผู้ที่เอาแต่นอนอยู่ภายในแคปซูลราวกับหมีที่กำลังจำศีลอยู่ในถ้ำได้ลุกออกจากเครื่องออกมาพร้อมกับเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ และใบหน้าที่ขาวซีดราวกับคนป่วยที่ขาดการพักผ่อนมาเป็นเวลายาวนาน
เขากับอดัมใช้เวลาในการสำรวจอยู่ในชั้นที่1ของดันเจี้ยนมาแล้วเป็นเวลากว่า2วัน และแม้กระทั่งในปัจจุบันเองพวกเขาทั้งสองก็ยังไม่พบวี่แววของเส้นทางสำหรับลงไปยังชั้นต่อไปเลยสักนิด โดยสองวันที่ผ่านมาพวกเข้าต้องนอนและพักผ่อนกันอยู่แต่ภายในของดันเจี้ยนโดยไม่มีใครล็อคเอ้าท์ออกจากเกมเลย และแม้พวกเขาจะปฏิบัติตามแผนกันเป็นอย่างดีแต่ความเร็วในการสำรวจที่ควรจะเพิ่มขึ้นจากความคุ้นเคยในรูปแบบการโจมตีของมอนสเตอร์กับไม่กระเตื้องขึ้นมาเลยสักนิดเดียว
“บ้าชิบ~ ทำไมดันเจี้ยนนี้มันถึงได้ใหญ่นักนะ”
แม้แผนการจะถูกปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดในช่วง2วันที่ผ่านมา แต่ทั้งลูชและอดัมก็ยังสามารถคงความเร็วในการสำรวจเอาไว้ได้โดยที่ในความเป็นจริงแล้วมันควรจะเร็วขึ้นกว่าเดิม แต่เนื่องจากจำนวนของมอนสเตอร์ที่เพิ่มมากขึ้นและยังประเภทของอาชีพที่หลากหลายมากขึ้น สองวันมานี้ลูชกับอดัมต้องพบกับทหารผีดิบที่ใช้มีดสั้นและทักษะที่เหมือนกับนักฆ่า,นักรบเกราะหนักที่เหมือนกับตัวแทงค์,และลูกศรที่พุ่งเข้ามาไม่หยุดของนักธนู ทหารผีดิบที่พวกเข้าพบกับมีความหลากหลายในอาชีพต่างๆมากขึ้น และฝีมือในการควบคุมร่างกายของพวกมันก็เพิ่มมากขึ้นจนเริ่มเกิดปัญหาในการสำรวจ จึงทำให้แผนการสำหรับการสำรวจก็ยังคงถูกปรับไปเลื่อยๆเพื่อให้เข้ากับรูปแบบของมอนสเตอร์ที่เปลี่ยนไปอยู่ตลอด จนในที่สุดความเร็วในการสำรวจของพวกเขาก็มีทีท่าว่าจะช้าลงแล้ว ลูชจึงตัดสินใจปรึกษากับอดัมว่าเขาจะขอล็อคเอ้าท์ออกมาพักผ่อนซักหน่อย
งึก งึก
“หนาวจริงแฮะ ไม่อยากลุกไปไหนเลย~”
“ท่าไม่ติดว่าเราต้องไปโรงฝึกละก็จะขอจำศีลอยู่แต่ในแคปซูลตลอดช่วงหน้าหนาวซะเลย หึหึ~”
ช่วงนี้ของเกาหลีเป็นช่วงหน้าหนาวและอุณหภูมิของช่วงเช้าในเขตกรุงโซลวันนี้ก็อยู่ที่-10.5องศา
ยูชิกลุกตรงไปเข้าห้องน้ำก่อนเป็นอันดับแรกเนื่องจากเขาอยู่ภายในแคปซูลเป็นเวลานานและการขับถ่ายก็เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ ไม่นานหลังเสร็จกิจ เขาก็รีบล้างหน้าแปรงฝันพร้อมกับเปลี่ยนเสื่อผ้าเพื่อเตรียมตัวออกจากบ้านไปยังโรงฝึก เขาตั้งใจอย่างแน่วแน่ในการฝึกซ้อมวิชาดาบและศิลปะการต่อสู้ เนื่องจากเคล็ดวิชาดาบส่วนตัวที่สามารถถูกบันทึกให้เป็นทักษะภายในเกมนั้นเป็นสิ่งที่ยูชิกประเมินแล้วว่าไม่สามารถขาดมันได้ ทักษะที่ไม่มีทั้งเวลาในการคูดาวน์ และยังไม่ใช้ทรัพยากรใดๆอีกมันเป็นสิ่งที่ยูชิกจะขาดไปไม่ได้เด็ดขาด เขาเริ่มเรียนเคล็ดวิชาที่สองของสำนักในโลกความจริงมาเป็นระยะเวลากว่าสองวันแล้ว แต่
{38ชั่วโมงก่อนในดันเจี้ยนสุดสานโกลมาส}
“หัวหน้า!!”
อดัมที่พุ่งเข้ามาบล็อคการโจมตีของมีดสั้นที่กำลังจะเสียบเข้ากับคอของลูชตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง
ลูชที่กำลังรับมืออยู่กับทหารผีดิบทั้งสองตัวจากฝั่งซ้ายและขวาเขารู้สึกราวกับว่าหัวใจค่อยๆเต้นแรงขึ้น เหงื่อเม็ดเป้งซึมออกมาตามเส้นผมและค่อยๆไหลลงมาที่ใบหน้า แผ่นหลังที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ มือที่กำดาบแน่นเริ่มเย็นเฉียบและใบหน้าที่ค่อยๆเปลี่ยนเป็นซีดขาวเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นซากศพและมีดที่กำลังจะเสียบเข้ามาจากข้างหลัง
ลูชเริ่มวิตกกังวนขึ้นมาอีกครั้งสำหรับการเริ่มสำรวจดันเจี้ยนแห่งนี้ความยากของมันเพิ่มขึ้นมาอีกครั้งทั้งๆที่พวกเข้ายังอยู่เพียงชั้นที่1เท่านั้น และตอนนี้เขาก็กำลังถูกล้อมกรอบจากทั้งสี่ทิศโดยไม่มีช่องให้เขาได้กระโดดออกมาและในพริบตาที่ความวิตกกังวลเริ่มถาโถมเข้าหาลูช ราวกับมีคนเอาค้อนมาฟาดลงที่กลางศีรษะ
ฉึก~ ฉึกฉึก
ลูกธนูที่ไม่ทราบที่มาพุ่งเข้าปักที่จุดตายของเขาอย่างแม่นยำ
[ท่านได้ความเสียหาย 10,468 หน่วย]
[ท่านได้ความเสียหาย 11,410 หน่วย]
[ท่านได้ความเสียหาย 10,577 หน่วย]
ความเสียหายแบบคริติคอลเกิดขึ้นต่อเนื่องถึงสามครั้งจากการที่เขาไม่สามารถขยับตัวได้ ศรทั้งสามพุ่งผ่านสิ่งกีดขวางทั้งสี่ทิศเข้ามาอย่างแม่นยำราวกับเป็นจังหวะที่รอค่อยมานาน
‘เรากำลังจะตาย’
สมาธิของเขาเริ่มถูกรวบรวมมาโดยไม่ต้องควบคุม ราวกับสัญชาตญาณดิบในการเอาชีวิตรอดถูกปลุกให้ตื่นขึ้น
“อดัมออกไป!!!”
ลูกตระโกนออกมาอย่างสุดเสียงราวกับขาดสติเมื่อเหตุการณ์อันไม่ขาดฝันเกิดขึ้นอย่างฉับพลันในช่วงวิกฤต เขาตะโกนให้อดัมที่ยืนขวางอยู่ในทิศที่สี่จากข้างหลังของเขาออกไปพร้อมกับเริ่มใช้เคล็ดวิชาที่2
“เคล็ดวิชาสำนักเต่าดำ กระบวนท่าที่2 คลื่นทมิฬ”
ลูชเหวี่ยงดาบออกไป 340องศา โดยไม่มีการหมุนตัวเกิดขึ้น
คมดาบถูกแบ่งออกเป็นสามสายอย่างผิดธรรมชาติกระแทกเข้ากับทหารผีดิบทั้งสามกระเด็นถอยหลังไปหนึ่งก้าว ลูชใช้จังหวะที่เหวี่ยงดาบเพื่อเพิ่มแรงส่งในการกระโดดถอยออกมาอย่างหวุดหวิด พร้อมกับตั้งหลักและพุ่งเข้าไปหาศัตรูอีกครั้งโดยหวังไม่ให้ตัวเองต้องตกเป็นฝ่ายรับ
...
Assassin Zomnie (เผ่าพันธุ์อันเดด) ทั่วไป
เลเวล : 152
พลังชีวิต : 165,450/190,000
...
หน้าต่างข้อมูลของมอนสเตอร์ปรากฏขึ้นมาก่อนที่ลูชจะตะโกนขึ้น
ย๊ากกก~
“อดัมจัดการตัวที่กำลังซุ่มยิงอยู่ให้ไวที่สุดเดียวนี้!!!”
ลูชต้องยอมเปลี่ยนแผนการให้ยืดหยุ่นระหว่างการต่อสู้โดยทิ้งเงื่อนไขในการประหยัดค่าเรี่ยวแรงของอดัมออกไป
“แต่หัวหน้าคุณรับมือกับทหารผีดิบสามตัวไม่ไหวห...”
“รีบไปสิโว๊ยย!!!”
ลูชตะโกนอย่างร้อนรนเพื่อให้อดัมพุ่งไปจัดการกับผีดิบที่ค่อยใช้ธนูโจมตีห่างออกไปในความมืด เขารู้อยู่แล้วว่ามันยากในการรับมือกับทหารผีดิบทั้งสามแต่ไม่ใช้แค่เขาเท่านั้นที่รับมือไม่ได้ อดัมเองก็คงรับมือกับทหารผีดิบทั้งสามไม่ไหวเช่นกันและอีกอย่างค่าความโกรธของมอนสเตอร์ในปัจจุบันก็กำลังมุ่งมาที่เขา ลูชจึงไม่สามารถทิ้งตำแหน่งตรงนี้และไปจัดการกับพลซุ่มยิงได้ไม่งั้นเขาอาจจะต้องเสียจังหวะในการต่อสู้จากการเปลี่ยนรูปแบบอย่างกระทันหัน เพราะหากอดัมไม่สามารถดึงดูดความโกรธของผีดิบทั้งสามตัวเอาไว้ได้การจะจัดการกับพลธนูจะเป็นเรื่องยากจนทำให้พวกเขาตกเป็นเป้าซุ่มยิงได้อีกครั้ง และเขาก็ไม่สามารถโดนการโจมตีของพลธนูได้อีกแม้แต่ครั้งเดียว เพราะตอนนี้ลูชเหลือพลังชีวิตไม่ถึงหนึ่งหมื่นหน่วยด้วยซ้ำและหากเขาจะต้องรับมือกับทั้งนักธนูและนักฆ่าเขาจะไม่รอดอย่างแน่นอน
‘ตอนนี้เราพอจะขาดเดาวิธีดาบของทหารผีดิบทั้งสองตัวได้ มันเลยไม่ต่างจากการที่เรารับมือกับนักฆ่าเพียงตัวเดียวในระหว่างนี้เราแค่ต้องค่อยหลบการโจมตีของทหารผีดิบที่ใช้ดาบทั้งสองตัวเท่านั้น’
‘เราทำต้องทำได้!’
ลูชต้องฝืนสู้กับนักฆ่าผีดิบในระหว่างที่อดัมพุ่งเข้าไปจัดการกับนักธนูผีดิบอยู่และไม่นานเพียงสี่นาทีอดัมก็จัดการกับนักธนูผีดิบและกลับมาสมทบกับลูช
“อดัม!! ดึงดูดค่าความโกรธของแอสซาซินให้ได้!!”
ลูชให้อดัมเข้าดึงดูดค่าความโกรธของนักฆ่าผีดิบก่อนที่จะเริ่มคว้าโพชั่นพลังชีวิตและโพชั่นแก้พิษออกมา นับเป็นโชคดีที่ลูชมีพลังชีวิตเหลืออยู่ที่สามพันหน่วยจากการรับการโจมตีของนักฆ่าผีดิบ มันเป็นโชคดีที่คลาสสายนักฆ่ากับนักธนูเป็นคลาสที่เน้นการโจมตีแบบคริติคอลหรือแบบOne Hit Kill เป็นหลักโดยที่การโจมตีที่ลูชรับเข้าไปเป็นการโจมตีที่ลูชตั้งใจให้โดนห่างจากจุดตายให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และหวังพึ่งดวงขอให้เป็นการโจมตีแบบไม่ติดคริติคอลแม้จะมีสถานะผิดปกติตามมาหลังจากรับการโจมตีเข้าไป แต่ก็ยังคงเป็นโชคดีอีกครั้งที่ไม่ใช้สถานะอัมพาต
‘เพราะอย่างงี้ไงฮีลเลอร์ถึงได้มีค่า’
ลูชจำใจต้องกระดกโพชั่นแก้พิษเข้าไปทั้งน้ำตามันเป็นโพชั่นที่มีราคาถึง1เหรียญทอง และลูชก็เตรียมมาแค่100ขวดเท่านั้นโดยทำการแบ่งให้อดัมไป40ขวดแล้ว
ลูชเริ่มต่อโดยการกระดกโพชั่นพลังชีวิตเข้าไปในทันทีระหว่างที่ทำการหลบการโจมตีของทหารผีดิบทั้งสองไปด้วย
‘ฉันเริ่มรู้แล้วว่าทำไมถึงได้มีสตรีมเมอร์ที่ชอบทำคลิปสอนการกินโพชั่นระหว่างการออกล่านัก’
ลูชเคยเป็นหนึ่งในนักเลงคีย์บอร์ดที่มักจะเข้าไปพิมพ์สารพัดคำด่าที่เขาพอจะนึกออกข้างใต้คลิปของพวกสตรีมเมอร์ที่ทำคลิปสอนวิธีการกินโพชั่นโดยความคิดโง่ๆของเขาที่คิดว่า {มันจะมีใครในโลกนี้ที่กินน้ำจากขวดไม่เป็นกัน} แต่ในท้ายที่สุด
‘วิธีนี้ก็ไม่เลวแฮะ ชักอย่างรู้จริงๆว่าใครกันที่เป็นคนคิดวิธีนี้ขึ้นมา’
***
ไม่กี่วินาทีต่อมาหลังจากลูชดื่มโพชั่นเข้าไป ลูชเริ่มทำการเคลียร์ทหารผีดิบทั้งสองตัวใน6นาทีต่อมาและกลับไปจัดการกับนักฆ่าที่อดัมทำการตึงเอาไว้
แฮก~แฮก~
‘เรานี้โชคดีจริงๆที่รังของอันเดดก่อนทางเข้าดันเจี้ยนGrim Reaper ไม่มี Archer Skeleton'
ลูชค่อนข้างจะปวดหัวกับนักธนูผีดิบมากเมื่อคิดว่าเขาจะต้องว่างแผนใหม่สำหรับนักธนูผีดิบ เขากับอดัมต้องยอมเสียเวลาและพักกันก่อนกำหนดเพื่อเปลี่ยนแผนการกันอีกครั้ง
***
หลังจากการปรับเปลี่ยนแผนการและกำหนดการพักระหว่างการสำรวจเสร็จสิ้นลูชก็เริ่มไล่ดูข้อความจากระบบที่เด้งขึ้นมาระหว่างการต่อสู้ และพบกับเรื่องผิดสังเกตเข้า
‘ทำไมเคล็ดวิชาที่2ถึงไม่มีการแจ้งเตือนว่าเพิ่มเข้าไปเป็นทักษะกัน?’
ลูชได้ลองทบทวนและใช้เคล็ดวิชาที่2ออกมาอีกหลายครั้งแต่ก็ยังไม่มีการเพิ่มเข้ามาในลิสต์ของทักษะ
‘ทำไมกันนะ?’
เขาต้องลองผิดลองถูกอยู่เป็นระยะเวลาถึงสองวันแต่ก็ยังไม่สามารถบันทึกเคล็ดวิชาที่2เข้าไปในลิสต์ทักษะได้และดูเหมือนว่ามันจะกินค่าเรี่ยวแรงมากกว่าปกติด้วย
‘หรือว่าระบบจะนับให้มันเป็นการเหวี่ยงดาบธรรมดางั้นหรือ?’
เขาเริ่มตั้งข้อสันนิษฐานขึ้นมามากมายโดยระหว่างการสำรวจความยากของดันเจี้ยนก็ยังคงเพิ่มขึ้นเลื่อยๆเมื่อพวกเข้ายิ่งเดินเข้าไปลึกขึ้นระดับความยากของมันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นจนลูชต้องตัดสิ้นใจล็อคเอ้าท์ออกมาพักผ่อน
{ปัจจุบัน ณ บ้านของครอบครัวมิน}
ยูชิกที่เตรียมตัวเสร็จเพื่อจะออกไปยังโรงฝึกเต่าดำ เขาเดินออกจากห้องของตัวเองไปที่ครัวเพื่อหวังจะเข้าไปเอาขนมปังมาทานระหว่างเดินไปที่โรงฝึกเต่าดำ แต่ทันทีที่เขาเดินเข้าไปในห้องครัว เขากลับต้องพบกับสมาชิกภายในครอบครัวที่อยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ยูชิกไม่ได้แปลกใจอะไรมากนักยกเว้นการจ้องมองไปที่ยูเฮ
‘นี้เธอเอาเวลาที่ไหนไปเล่นเกมและบริหารกิลด์กัน’
ยูชิกเริ่มสงสัยว่าเธอเอาเวลาจากในไปทุ่มเทให้เกมในเหมือนไม่ว่าจะเป็นกี่ครั้งที่เข้าออกมาจากแคปซูลเขาก็มักจะเจอทุกคนอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันตลอดเวลาเลย
“เฮ้~พี่นี้พี่ไม่คิดจะออกมากินข้าวบางหรือไงกันตั้งแต่พี่ไม่ได้ไปทำงานส่งไก่รู้สึกว่าผมจะเห็นพี่น้อยลงเลยนะ เกือบลืมว่าอยู่บ้านเดียวกันเลยละ”
“โอ๊ย~นี่พี่จะทำอะไรน่ะ”
ยูชิกพุ่งตรงเข้าไปหยิกแก้มของฮายังก่อนจะสำรวจดูร่างกายของน้องชายตัวเอง
‘ยังสวยเหมือนเดิมเลยแฮะและก็คงไม่ใช้คนเดียวกันกับอดัมอย่างแน่นอนพวกนายสวยกันคนละแบบ’
หลังจากที่ยูชิกหมั่นใจหลังจากการสำรวจร่างกายของน้องชายเขาแล้ว <ยองอา>แม่ของยูชิกก็ทักขึ้นก่อนที่เขาจะได้ออกไปจากครัว
“นี่ยูชิก!! แม่ยังไม่ได้บอกลูกเลยว่าเรากำลังจะย้ายบ้านลูกอย่าลืมเก็บของใช้ส่วนตัวไว้ด้วยนะ จะเอาเฉพาะของที่จำเป็นๆไปอย่างเดียวก็ได้เพราะพวกเราไม่ได้ตั้งใจจะขายบ้าน แม่ว่าจะเก็บบ้านนี้ไว้น่ะ”
‘ห๊ะ!! ย้ายบ้าน!!!?’
************************************************************
[จากนักเขียน] Path of god เส้นทางของพระเจ้า
สามารถติดตามผลงานได้
ทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 20.00น.