Path of god เส้นทางของพระเจ้า

    ตอนที่ 46 : วิกฤติ

    เฮ้อ~

     ณ ยามเช้าของหน้าหนาวในเขตกรุงโซน  ยูชิกผู้ที่เอาแต่นอนอยู่ภายในแคปซูลราวกับหมีที่กำลังจำศีลอยู่ในถ้ำได้ลุกออกจากเครื่องออกมาพร้อมกับเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่   และใบหน้าที่ขาวซีดราวกับคนป่วยที่ขาดการพักผ่อนมาเป็นเวลายาวนาน

    เขากับอดัมใช้เวลาในการสำรวจอยู่ในชั้นที่1ของดันเจี้ยนมาแล้วเป็นเวลากว่า2วัน   และแม้กระทั่งในปัจจุบันเองพวกเขาทั้งสองก็ยังไม่พบวี่แววของเส้นทางสำหรับลงไปยังชั้นต่อไปเลยสักนิด   โดยสองวันที่ผ่านมาพวกเข้าต้องนอนและพักผ่อนกันอยู่แต่ภายในของดันเจี้ยนโดยไม่มีใครล็อคเอ้าท์ออกจากเกมเลย   และแม้พวกเขาจะปฏิบัติตามแผนกันเป็นอย่างดีแต่ความเร็วในการสำรวจที่ควรจะเพิ่มขึ้นจากความคุ้นเคยในรูปแบบการโจมตีของมอนสเตอร์กับไม่กระเตื้องขึ้นมาเลยสักนิดเดียว

    “บ้าชิบ~ ทำไมดันเจี้ยนนี้มันถึงได้ใหญ่นักนะ”

    แม้แผนการจะถูกปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดในช่วง2วันที่ผ่านมา   แต่ทั้งลูชและอดัมก็ยังสามารถคงความเร็วในการสำรวจเอาไว้ได้โดยที่ในความเป็นจริงแล้วมันควรจะเร็วขึ้นกว่าเดิม   แต่เนื่องจากจำนวนของมอนสเตอร์ที่เพิ่มมากขึ้นและยังประเภทของอาชีพที่หลากหลายมากขึ้น สองวันมานี้ลูชกับอดัมต้องพบกับทหารผีดิบที่ใช้มีดสั้นและทักษะที่เหมือนกับนักฆ่า,นักรบเกราะหนักที่เหมือนกับตัวแทงค์,และลูกศรที่พุ่งเข้ามาไม่หยุดของนักธนู  ทหารผีดิบที่พวกเข้าพบกับมีความหลากหลายในอาชีพต่างๆมากขึ้น  และฝีมือในการควบคุมร่างกายของพวกมันก็เพิ่มมากขึ้นจนเริ่มเกิดปัญหาในการสำรวจ   จึงทำให้แผนการสำหรับการสำรวจก็ยังคงถูกปรับไปเลื่อยๆเพื่อให้เข้ากับรูปแบบของมอนสเตอร์ที่เปลี่ยนไปอยู่ตลอด  จนในที่สุดความเร็วในการสำรวจของพวกเขาก็มีทีท่าว่าจะช้าลงแล้ว   ลูชจึงตัดสินใจปรึกษากับอดัมว่าเขาจะขอล็อคเอ้าท์ออกมาพักผ่อนซักหน่อย

    งึก งึก

    “หนาวจริงแฮะ  ไม่อยากลุกไปไหนเลย~”

    “ท่าไม่ติดว่าเราต้องไปโรงฝึกละก็จะขอจำศีลอยู่แต่ในแคปซูลตลอดช่วงหน้าหนาวซะเลย หึหึ~”

    ช่วงนี้ของเกาหลีเป็นช่วงหน้าหนาวและอุณหภูมิของช่วงเช้าในเขตกรุงโซลวันนี้ก็อยู่ที่-10.5องศา

    ยูชิกลุกตรงไปเข้าห้องน้ำก่อนเป็นอันดับแรกเนื่องจากเขาอยู่ภายในแคปซูลเป็นเวลานานและการขับถ่ายก็เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้   ไม่นานหลังเสร็จกิจ เขาก็รีบล้างหน้าแปรงฝันพร้อมกับเปลี่ยนเสื่อผ้าเพื่อเตรียมตัวออกจากบ้านไปยังโรงฝึก  เขาตั้งใจอย่างแน่วแน่ในการฝึกซ้อมวิชาดาบและศิลปะการต่อสู้    เนื่องจากเคล็ดวิชาดาบส่วนตัวที่สามารถถูกบันทึกให้เป็นทักษะภายในเกมนั้นเป็นสิ่งที่ยูชิกประเมินแล้วว่าไม่สามารถขาดมันได้   ทักษะที่ไม่มีทั้งเวลาในการคูดาวน์  และยังไม่ใช้ทรัพยากรใดๆอีกมันเป็นสิ่งที่ยูชิกจะขาดไปไม่ได้เด็ดขาด   เขาเริ่มเรียนเคล็ดวิชาที่สองของสำนักในโลกความจริงมาเป็นระยะเวลากว่าสองวันแล้ว  แต่

    {38ชั่วโมงก่อนในดันเจี้ยนสุดสานโกลมาส}

    “หัวหน้า!!”

    อดัมที่พุ่งเข้ามาบล็อคการโจมตีของมีดสั้นที่กำลังจะเสียบเข้ากับคอของลูชตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง

    ลูชที่กำลังรับมืออยู่กับทหารผีดิบทั้งสองตัวจากฝั่งซ้ายและขวาเขารู้สึกราวกับว่าหัวใจค่อยๆเต้นแรงขึ้น  เหงื่อเม็ดเป้งซึมออกมาตามเส้นผมและค่อยๆไหลลงมาที่ใบหน้า แผ่นหลังที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ  มือที่กำดาบแน่นเริ่มเย็นเฉียบและใบหน้าที่ค่อยๆเปลี่ยนเป็นซีดขาวเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นซากศพและมีดที่กำลังจะเสียบเข้ามาจากข้างหลัง

    ลูชเริ่มวิตกกังวนขึ้นมาอีกครั้งสำหรับการเริ่มสำรวจดันเจี้ยนแห่งนี้ความยากของมันเพิ่มขึ้นมาอีกครั้งทั้งๆที่พวกเข้ายังอยู่เพียงชั้นที่1เท่านั้น   และตอนนี้เขาก็กำลังถูกล้อมกรอบจากทั้งสี่ทิศโดยไม่มีช่องให้เขาได้กระโดดออกมาและในพริบตาที่ความวิตกกังวลเริ่มถาโถมเข้าหาลูช    ราวกับมีคนเอาค้อนมาฟาดลงที่กลางศีรษะ

    ฉึก~ ฉึกฉึก

    ลูกธนูที่ไม่ทราบที่มาพุ่งเข้าปักที่จุดตายของเขาอย่างแม่นยำ

    [ท่านได้ความเสียหาย  10,468  หน่วย]

    [ท่านได้ความเสียหาย  11,410  หน่วย]

    [ท่านได้ความเสียหาย  10,577  หน่วย]

    ความเสียหายแบบคริติคอลเกิดขึ้นต่อเนื่องถึงสามครั้งจากการที่เขาไม่สามารถขยับตัวได้   ศรทั้งสามพุ่งผ่านสิ่งกีดขวางทั้งสี่ทิศเข้ามาอย่างแม่นยำราวกับเป็นจังหวะที่รอค่อยมานาน

    ‘เรากำลังจะตาย’

    สมาธิของเขาเริ่มถูกรวบรวมมาโดยไม่ต้องควบคุม   ราวกับสัญชาตญาณดิบในการเอาชีวิตรอดถูกปลุกให้ตื่นขึ้น

    “อดัมออกไป!!!”

    ลูกตระโกนออกมาอย่างสุดเสียงราวกับขาดสติเมื่อเหตุการณ์อันไม่ขาดฝันเกิดขึ้นอย่างฉับพลันในช่วงวิกฤต   เขาตะโกนให้อดัมที่ยืนขวางอยู่ในทิศที่สี่จากข้างหลังของเขาออกไปพร้อมกับเริ่มใช้เคล็ดวิชาที่2

    “เคล็ดวิชาสำนักเต่าดำ กระบวนท่าที่2 คลื่นทมิฬ”

    ลูชเหวี่ยงดาบออกไป 340องศา โดยไม่มีการหมุนตัวเกิดขึ้น

    คมดาบถูกแบ่งออกเป็นสามสายอย่างผิดธรรมชาติกระแทกเข้ากับทหารผีดิบทั้งสามกระเด็นถอยหลังไปหนึ่งก้าว  ลูชใช้จังหวะที่เหวี่ยงดาบเพื่อเพิ่มแรงส่งในการกระโดดถอยออกมาอย่างหวุดหวิด   พร้อมกับตั้งหลักและพุ่งเข้าไปหาศัตรูอีกครั้งโดยหวังไม่ให้ตัวเองต้องตกเป็นฝ่ายรับ

    ...

    Assassin Zomnie  (เผ่าพันธุ์อันเดด) ทั่วไป

    เลเวล : 152

    พลังชีวิต : 165,450/190,000

    ...

    หน้าต่างข้อมูลของมอนสเตอร์ปรากฏขึ้นมาก่อนที่ลูชจะตะโกนขึ้น

    ย๊ากกก~

    “อดัมจัดการตัวที่กำลังซุ่มยิงอยู่ให้ไวที่สุดเดียวนี้!!!”

    ลูชต้องยอมเปลี่ยนแผนการให้ยืดหยุ่นระหว่างการต่อสู้โดยทิ้งเงื่อนไขในการประหยัดค่าเรี่ยวแรงของอดัมออกไป

    “แต่หัวหน้าคุณรับมือกับทหารผีดิบสามตัวไม่ไหวห...”

    “รีบไปสิโว๊ยย!!!”

    ลูชตะโกนอย่างร้อนรนเพื่อให้อดัมพุ่งไปจัดการกับผีดิบที่ค่อยใช้ธนูโจมตีห่างออกไปในความมืด  เขารู้อยู่แล้วว่ามันยากในการรับมือกับทหารผีดิบทั้งสามแต่ไม่ใช้แค่เขาเท่านั้นที่รับมือไม่ได้   อดัมเองก็คงรับมือกับทหารผีดิบทั้งสามไม่ไหวเช่นกันและอีกอย่างค่าความโกรธของมอนสเตอร์ในปัจจุบันก็กำลังมุ่งมาที่เขา   ลูชจึงไม่สามารถทิ้งตำแหน่งตรงนี้และไปจัดการกับพลซุ่มยิงได้ไม่งั้นเขาอาจจะต้องเสียจังหวะในการต่อสู้จากการเปลี่ยนรูปแบบอย่างกระทันหัน   เพราะหากอดัมไม่สามารถดึงดูดความโกรธของผีดิบทั้งสามตัวเอาไว้ได้การจะจัดการกับพลธนูจะเป็นเรื่องยากจนทำให้พวกเขาตกเป็นเป้าซุ่มยิงได้อีกครั้ง    และเขาก็ไม่สามารถโดนการโจมตีของพลธนูได้อีกแม้แต่ครั้งเดียว  เพราะตอนนี้ลูชเหลือพลังชีวิตไม่ถึงหนึ่งหมื่นหน่วยด้วยซ้ำและหากเขาจะต้องรับมือกับทั้งนักธนูและนักฆ่าเขาจะไม่รอดอย่างแน่นอน

    ‘ตอนนี้เราพอจะขาดเดาวิธีดาบของทหารผีดิบทั้งสองตัวได้  มันเลยไม่ต่างจากการที่เรารับมือกับนักฆ่าเพียงตัวเดียวในระหว่างนี้เราแค่ต้องค่อยหลบการโจมตีของทหารผีดิบที่ใช้ดาบทั้งสองตัวเท่านั้น’

    ‘เราทำต้องทำได้!’

    ลูชต้องฝืนสู้กับนักฆ่าผีดิบในระหว่างที่อดัมพุ่งเข้าไปจัดการกับนักธนูผีดิบอยู่และไม่นานเพียงสี่นาทีอดัมก็จัดการกับนักธนูผีดิบและกลับมาสมทบกับลูช

    “อดัม!! ดึงดูดค่าความโกรธของแอสซาซินให้ได้!!”

    ลูชให้อดัมเข้าดึงดูดค่าความโกรธของนักฆ่าผีดิบก่อนที่จะเริ่มคว้าโพชั่นพลังชีวิตและโพชั่นแก้พิษออกมา  นับเป็นโชคดีที่ลูชมีพลังชีวิตเหลืออยู่ที่สามพันหน่วยจากการรับการโจมตีของนักฆ่าผีดิบ  มันเป็นโชคดีที่คลาสสายนักฆ่ากับนักธนูเป็นคลาสที่เน้นการโจมตีแบบคริติคอลหรือแบบOne Hit Kill เป็นหลักโดยที่การโจมตีที่ลูชรับเข้าไปเป็นการโจมตีที่ลูชตั้งใจให้โดนห่างจากจุดตายให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้   และหวังพึ่งดวงขอให้เป็นการโจมตีแบบไม่ติดคริติคอลแม้จะมีสถานะผิดปกติตามมาหลังจากรับการโจมตีเข้าไป  แต่ก็ยังคงเป็นโชคดีอีกครั้งที่ไม่ใช้สถานะอัมพาต

    ‘เพราะอย่างงี้ไงฮีลเลอร์ถึงได้มีค่า’

    ลูชจำใจต้องกระดกโพชั่นแก้พิษเข้าไปทั้งน้ำตามันเป็นโพชั่นที่มีราคาถึง1เหรียญทอง  และลูชก็เตรียมมาแค่100ขวดเท่านั้นโดยทำการแบ่งให้อดัมไป40ขวดแล้ว   

    ลูชเริ่มต่อโดยการกระดกโพชั่นพลังชีวิตเข้าไปในทันทีระหว่างที่ทำการหลบการโจมตีของทหารผีดิบทั้งสองไปด้วย

    ‘ฉันเริ่มรู้แล้วว่าทำไมถึงได้มีสตรีมเมอร์ที่ชอบทำคลิปสอนการกินโพชั่นระหว่างการออกล่านัก’

    ลูชเคยเป็นหนึ่งในนักเลงคีย์บอร์ดที่มักจะเข้าไปพิมพ์สารพัดคำด่าที่เขาพอจะนึกออกข้างใต้คลิปของพวกสตรีมเมอร์ที่ทำคลิปสอนวิธีการกินโพชั่นโดยความคิดโง่ๆของเขาที่คิดว่า   {มันจะมีใครในโลกนี้ที่กินน้ำจากขวดไม่เป็นกัน}  แต่ในท้ายที่สุด

    ‘วิธีนี้ก็ไม่เลวแฮะ  ชักอย่างรู้จริงๆว่าใครกันที่เป็นคนคิดวิธีนี้ขึ้นมา’

    ***

    ไม่กี่วินาทีต่อมาหลังจากลูชดื่มโพชั่นเข้าไป   ลูชเริ่มทำการเคลียร์ทหารผีดิบทั้งสองตัวใน6นาทีต่อมาและกลับไปจัดการกับนักฆ่าที่อดัมทำการตึงเอาไว้

    แฮก~แฮก~

    ‘เรานี้โชคดีจริงๆที่รังของอันเดดก่อนทางเข้าดันเจี้ยนGrim Reaper ไม่มี Archer Skeleton'

    ลูชค่อนข้างจะปวดหัวกับนักธนูผีดิบมากเมื่อคิดว่าเขาจะต้องว่างแผนใหม่สำหรับนักธนูผีดิบ   เขากับอดัมต้องยอมเสียเวลาและพักกันก่อนกำหนดเพื่อเปลี่ยนแผนการกันอีกครั้ง

    ***

    หลังจากการปรับเปลี่ยนแผนการและกำหนดการพักระหว่างการสำรวจเสร็จสิ้นลูชก็เริ่มไล่ดูข้อความจากระบบที่เด้งขึ้นมาระหว่างการต่อสู้  และพบกับเรื่องผิดสังเกตเข้า

    ‘ทำไมเคล็ดวิชาที่2ถึงไม่มีการแจ้งเตือนว่าเพิ่มเข้าไปเป็นทักษะกัน?’

    ลูชได้ลองทบทวนและใช้เคล็ดวิชาที่2ออกมาอีกหลายครั้งแต่ก็ยังไม่มีการเพิ่มเข้ามาในลิสต์ของทักษะ

    ‘ทำไมกันนะ?’

    เขาต้องลองผิดลองถูกอยู่เป็นระยะเวลาถึงสองวันแต่ก็ยังไม่สามารถบันทึกเคล็ดวิชาที่2เข้าไปในลิสต์ทักษะได้และดูเหมือนว่ามันจะกินค่าเรี่ยวแรงมากกว่าปกติด้วย

    ‘หรือว่าระบบจะนับให้มันเป็นการเหวี่ยงดาบธรรมดางั้นหรือ?’

    เขาเริ่มตั้งข้อสันนิษฐานขึ้นมามากมายโดยระหว่างการสำรวจความยากของดันเจี้ยนก็ยังคงเพิ่มขึ้นเลื่อยๆเมื่อพวกเข้ายิ่งเดินเข้าไปลึกขึ้นระดับความยากของมันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นจนลูชต้องตัดสิ้นใจล็อคเอ้าท์ออกมาพักผ่อน

    {ปัจจุบัน ณ บ้านของครอบครัวมิน}

    ยูชิกที่เตรียมตัวเสร็จเพื่อจะออกไปยังโรงฝึกเต่าดำ   เขาเดินออกจากห้องของตัวเองไปที่ครัวเพื่อหวังจะเข้าไปเอาขนมปังมาทานระหว่างเดินไปที่โรงฝึกเต่าดำ   แต่ทันทีที่เขาเดินเข้าไปในห้องครัว   เขากลับต้องพบกับสมาชิกภายในครอบครัวที่อยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา  ยูชิกไม่ได้แปลกใจอะไรมากนักยกเว้นการจ้องมองไปที่ยูเฮ

    ‘นี้เธอเอาเวลาที่ไหนไปเล่นเกมและบริหารกิลด์กัน’

    ยูชิกเริ่มสงสัยว่าเธอเอาเวลาจากในไปทุ่มเทให้เกมในเหมือนไม่ว่าจะเป็นกี่ครั้งที่เข้าออกมาจากแคปซูลเขาก็มักจะเจอทุกคนอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันตลอดเวลาเลย

    “เฮ้~พี่นี้พี่ไม่คิดจะออกมากินข้าวบางหรือไงกันตั้งแต่พี่ไม่ได้ไปทำงานส่งไก่รู้สึกว่าผมจะเห็นพี่น้อยลงเลยนะ   เกือบลืมว่าอยู่บ้านเดียวกันเลยละ”

    “โอ๊ย~นี่พี่จะทำอะไรน่ะ”

    ยูชิกพุ่งตรงเข้าไปหยิกแก้มของฮายังก่อนจะสำรวจดูร่างกายของน้องชายตัวเอง

    ‘ยังสวยเหมือนเดิมเลยแฮะและก็คงไม่ใช้คนเดียวกันกับอดัมอย่างแน่นอนพวกนายสวยกันคนละแบบ’

    หลังจากที่ยูชิกหมั่นใจหลังจากการสำรวจร่างกายของน้องชายเขาแล้ว <ยองอา>แม่ของยูชิกก็ทักขึ้นก่อนที่เขาจะได้ออกไปจากครัว

    “นี่ยูชิก!!   แม่ยังไม่ได้บอกลูกเลยว่าเรากำลังจะย้ายบ้านลูกอย่าลืมเก็บของใช้ส่วนตัวไว้ด้วยนะ   จะเอาเฉพาะของที่จำเป็นๆไปอย่างเดียวก็ได้เพราะพวกเราไม่ได้ตั้งใจจะขายบ้าน  แม่ว่าจะเก็บบ้านนี้ไว้น่ะ”

    ‘ห๊ะ!! ย้ายบ้าน!!!?’

    ************************************************************

    [จากนักเขียน]   Path of god เส้นทางของพระเจ้า  

    สามารถติดตามผลงานได้

    ทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 20.00น.