บทที่ 2 แขกมาเยือน (รีไรต์)
ความจริงแล้วไม่ต้องถามก็ได้ เพราะเพื่อนร่วมทีมทุกคนต่างทำท่าเดียวกับเขา
โครกคราก~
เสียงท้องร้องดังขึ้นทั่วป่ารกร้าง การมีพลังพิเศษทำให้มีความอยากอาหารมากกว่าคนปกติอยู่แล้ว ยิ่งวันนี้ไม่ได้กินข้าวเที่ยงเพราะเกิดเหตุไม่คาดฝันแล้วด้วย ตอนนี้ที่มุมปากของพวกเขาส่องแสงแวววาวเพราะคราบน้ำลาย
ชายร่างหมีมองหัวหน้าทีมซึ่งเป็คนเดียวที่ยังใจเย็นอยู่ ถามด้วยสายตาเต็มไปด้วยความหวัง
“ลูกพี่ พวกเราไปดูกันเถอะนะ”
คนอื่น ๆ ต่างเห็นพ้องต้องกัน
“ใช่แล้วลูกพี่ ตอนแรกก็ยังพอทนได้อยู่หรอก แต่ตอนนี้หิวจนจะตายแล้ว”
“ทำไมมันถึงหอมขนาดนี้นะ นี่มันอะไรกันเนี่ย”
“วันนี้ถ้าไม่ได้กินของที่มีกลิ่นหอมนี้ผมคงตายแน่ ๆ ลูกพี่!”
กู้ไฮว่ถิงเม้มริมฝีปากเล็กน้อย “ไปดูกันหน่อยก็ได้”
“ได้เลยครับ เดี๋ยวผมนำทางเอง”
……
ตอนที่เจียงอี้อิ่นกินเจียนปิ่งในมือเหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง ความเร็วในการกินของเธอก็เริ่มช้าลง เ้าของร่างเดิมที่ใช้ชีวิตอยู่ในระดับล่างไม่ได้กินอิ่มมานาน ทำให้รู้สึกปวดท้องจากอาการท้องอืด
เธอจึงตัดสินใจเก็บเจียนปิ่งที่เหลือไว้กินตอนดึกแทน
เพิ่งจะวางเจียนปิ่งที่กินเหลือไว้บนโต๊ะ ทันใดนั้นแววตาก็มืดมนลง
หมีตัวหนึ่งปีนขึ้นมาบนเคาน์เตอร์ สายตาจ้องมองเจียนปิ่งที่เหลืออย่างหิวโหย แต่พอยื่นมือออกไปกลับถูกกำแพงล่องหนขวางเอาไว้
เจียงอี้อิ่นนึกขึ้นได้ว่าระบบเคยบอกไว้ว่าตำแหน่งที่ตั้งของเมืองอาหารนั้นเป็พื้นที่ปลอดภัย ไม่เพียงแต่ปกป้องความปลอดภัยของเธอ แต่ยังจำกัด ‘เจตนาร้าย’ ของคนอื่นด้วย
เธอเพิ่งสังเกตเห็นว่า ‘หมี’ ที่อยู่ตรงหน้าจริง ๆ แล้วเป็ผู้ชายคนหนึ่ง เนื่องจากเขามีรูปร่างใหญ่โต สวมเสื้อหนังสีน้ำตาลเข้มคล้ายขนหมี จึงทำให้เธอมองผิดไป
ขณะนี้เขากำลังพยายามคว้าเจียนปิ่งที่เหลืออยู่ให้ได้ เส้นเืบนหลังมือปูดโปน แต่ปลายนิ้วก็ยังคงเอื้อมไม่ถึง
“อาสยง” เสียงทุ้มกังวานของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น หยุดการกระทำของคนที่ถูกเรียกเอาไว้
ไม่นานชายหนุ่มผมดำั์ตาดำขลับก็พาชายอีกสามคนเดินเข้ามา
อาสยงรีบยืดตัวตรงพูดว่า “ลูกพี่ ผมไม่ได้สร้างเื่วุ่นวายเลยนะ ผมตั้งใจจะจ่ายเงินอยู่แล้ว”
อาสยงพูดพลางแบมือซ้ายเผยให้เห็นก้อนคริสตัลเปล่งประกายบนฝ่ามือ
เจียงอี้อิ่นตาสว่างวาบเป็ประกาย นี่ไม่ใช่ลูกค้าที่เธอรอคอยมานานหรอกเหรอ
กู้ไฮว่ถิงมองเพื่อนร่วมทีมอย่างอ่อนใจ รู้ดีว่าเขาลืมปัญหาที่เคยก่อหลายครั้งก่อนหน้านี้ไปแล้ว เพราะรูปร่างใหญ่โตและการกระทำที่หุนหันพลันแล่นของเขา
คนที่สามารถสร้างที่พักชั่วคราวในสถานที่แห่งนี้และกล้ากินอาหารที่มีกลิ่นหอมน่ากินในพื้นที่อันตรายระดับ C ต้องเป็ผู้ที่มีพลังพิเศษที่ทรงพลังแน่นอน และคนประเภทนี้มักจะอารมณ์ไม่ค่อยดี ดูเหมือนว่าวันนี้จะต้อง...
“ยินดีต้อนรับสู่ร้านเจียนปิ่งเมืองอาหารอวี้ซานไห่ค่ะ”
เสียงหวานดังขัดจังหวะความคิดของเขา กู้ไฮว่ถิงเพิ่งสังเกตเห็นว่า เ้าของร้านเป็หญิงตัวเล็ก ดูท่าแล้วอายุน่าจะยังน้อยยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์
เจียงอี้อิ่นสวมผ้ากันเปื้อนสีฟ้าอ่อน มือกำไม้พาย สายตาเปล่งประกายมองไปที่กลุ่มชายฉกรรจ์ หวังว่าพวกเขาจะสั่งเจียนปิ่งเพิ่มอีกเยอะ ๆ
กู้ไฮว่ถิงรู้สึกสงสัย เมืองอาหารเหรอ เมืองอยู่ที่ไหน พื้นที่อันตรายระดับ C มีร้านขายเจียนปิ่งปรากฏขึ้น มองยังไงก็แปลกใช่ไหม!
แต่เพื่อนร่วมทีมคนอื่นไม่สนใจเื่พวกนี้แล้ว พอเข้าใกล้ กลิ่นหอมของเจียนปิ่งครึ่งแผ่นที่เหลือยิ่งรุนแรงขึ้น พวกเขาน้ำลายไหลอย่างกลั้นไม่อยู่แล้ว
“ลูกพี่…” อาสยงทำหน้าน่าสงสาร “ผมอยากกิน…”
กู้ไฮว่ถิง “...เจียนปิ่งของคุณขายยังไง”
“ดูราคาตรงนี้ค่ะ” เจียงอี้อิ่นกระตือรือร้นมากขึ้น
ทุกคนจ้องไปที่ด้านหน้าเคาน์เตอร์ทันที
เจียนปิ่งไข่ไก่ 2 คริสตัลเลเวลหนึ่ง
เจียนปิ่งไข่ไก่เนื้อวัว 3 คริสตัลเลเวลหนึ่ง
น้ำเต้าหู้ 1 คริสตัลเลเวลหนึ่ง
ราคาเหล่านี้เป็ราคาที่ระบบกำหนด เธอไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนแปลง และไม่เคยรู้จักคริสตัลมาก่อน เธอจึงไม่แน่ใจว่าราคานี้แพงหรือถูก ตอนนี้ได้แต่ภาวนาในใจว่าคนพวกนี้อย่าได้ตระหนี่เกินไปเลย
กู้ไฮว่ถิงชำเลืองมองเจียนปิ่งครึ่งหนึ่งที่เหลืออยู่บนเคาน์เตอร์ แล้วมองไปที่เจียงอี้อิ่น เธอไม่มีพลังวิเศษ ดูยังไงก็คนธรรมดา
ข้อสันนิษฐานนี้ยิ่งทำให้ทุกอย่างตรงหน้าดูประหลาดมากขึ้น
เขาไม่แยแสกับสายตาเปี่ยมความหวังของเพื่อนร่วมทีม และเอ่ยเสียงเรียบ “อาเฮานายลองก่อน”
ชายร่างผอมเล็กเดินเข้ามา ท่ามกลางสายตาอิจฉาและคาดหวังของเพื่อนร่วมทีม เขาพูดอย่างนิ่งเฉย “เจียนปิ่งไข่ไก่เนื้อวัวหนึ่งชิ้น น้ำเต้าหู้หนึ่งแก้ว”
“ได้เลยค่ะ รอสักครู่นะคะ”
เธอลงมือทำทันที
ซู่~
ก้อนน้ำมันหมูละลายส่งกลิ่นหอมฉุยในกระทะ จากนั้นเทแป้งราดลงไป กลิ่นหอมของแป้งฟุ้งกระจายในทันที ตอกไข่ใส่ลงบนแป้ง พอพลิกด้านัักับกระทะโดยตรง เสียงและกลิ่นหอมพลันกระตุ้นความอยากของพวกเขาขึ้นมาพร้อมกัน แม้แต่กู้ไฮว่ถิงก็แทบจะทนไม่ไหว
หลังจากโลกล่มสลายมาหลายปี ไม่ว่าจะเป็ประเภทหรือรสชาติของอาหาร ตัวเลือกก็มีน้อยมาก ดังนั้นแป้งทอดธรรมดา ๆ ก็เพียงพอที่จะท้าทายความอดทนที่พวกเขาภาคภูมิใจแล้ว
เจียงอี้อิ่นตักเนื้อวัวหั่นหนึ่งช้อน หยิบกะหล่ำปลีหั่นฝอยหนึ่งกำมือ ผัดกับน้ำมันหมูอย่างรวดเร็วสองสามที แล้วถามว่า
“ใส่ซอสเผ็ดไหมคะ”
“ใส่!” กู้ไฮว่ถิงพูดจบก็รู้ตัวว่าตัวเองพูดแทรกขึ้นมา
เขากวาดตามองเพื่อนร่วมทีม พบว่าทุกคนกำลังกลืนน้ำลาย ไม่มีกะจิตกะใจอยู่กับเื่อื่นเลย เขาถึงได้วางใจ พร้อมดึงสายตากลับมาจ้องมองเจียงอี้อิ่นทาซอสเผ็ดสีแดงลงบนแป้งบาง ๆ แล้วใส่กะหล่ำปลีหั่นฝอยและเนื้อวัวลงบนแป้ง สุดท้ายม้วนอย่างคล่องแคล่ว แล้วนำเจียนปิ่งใส่ลงถุงกระดาษ
“น้ำเต้าหู้รอสักครู่นะคะ ขอบคุณสำหรับคริสตัลเลเวลหนึ่งสี่ก้อนค่ะ”
ซุนเฮาหยิบคริสตัลสีเขียวอ่อนสี่ก้อนวางบนเคาน์เตอร์ และรับเจียนปิ่งมาอย่างรีบร้อน
เจียงอี้อิ่นใช้ถ้วยตวงตักถั่วเหลืองที่แช่ไว้หนึ่งถ้วยใส่ลงในเครื่องทำน้ำเต้าหู้ เติมน้ำเปล่าและเปิดสวิตช์ ไม่นานเครื่องก็ส่งเสียงดัง ทำให้กู้ไฮว่ถิงและคนอื่น ๆ ใ
“โอ้โห เสียงดังขนาดนี้ อีกสักพักพวกสัตว์กลายพันธุ์ต้องมารุมเราแน่ ๆ” อาสยงมองไปรอบ ๆ ด้วยความกังวล ร่างสูงใหญ่ของเขาอยู่ในท่าป้องกันแล้ว
หญิงสาวใสะดุ้งโหยง แต่แล้วก็นึกได้ว่าในเมื่อระบบกล้าให้เครื่องทำน้ำเต้าหู้ ก็ต้องรับประกันความปลอดภัยในการใช้แน่นอน ดังนั้นเธอจึงผ่อนคลายลงอีกครั้ง และหัวเราะก่อนจะพูดว่า
“ลูกค้าไม่ต้องกังวลนะคะ สิ่งที่คุณกังวลจะไม่เกิดขึ้นแน่นอนค่ะ”
อาสยงไม่เชื่อ แต่กู้ไฮว่ถิงห้ามเขาไว้
“ลูกพี่ เธอไม่ปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยกลางแจ้งนะ!”
“นายสังเกตเห็นความผิดปกติที่นี่ไหม” กู้ไฮว่ถิงถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ “ขนมเจียนปิ่งหอมขนาดนี้ แต่ไม่มีสัตว์โผล่มาสักตัว”
“จริงด้วย!” อาสยงเพิ่งนึกได้
เธอไม่สนใจเสียงพึมพำของพวกเขา กรองน้ำเต้าหู้สีขาวสะอาดถึงสามครั้ง ก่อนจะเทใส่แก้วใช้แล้วทิ้ง แล้วถามเสียงดัง “ใส่น้ำตาลไหมคะ”
ซุนเฮาไม่สนใจความร้อนแล้วกัดขนมเจียนปิ่งคำโต เขาจึงได้แค่พยักหน้าแรง ๆ เป็คำตอบ
เธอรีบเปิดกระป๋องตักน้ำตาลสีขาวใสเหมือนเกล็ดหิมะใส่ลงในน้ำเต้าหู้เล็กน้อย หยิบช้อนมาคนตามเข็มนาฬิกาห้ารอบ สุดท้ายปิดฝาพร้อมกับส่งหลอดให้ไป พลางเตือนไปด้วย
“ระวังร้อนนะ”
เพราะอาจารย์สอนเธอเสมอว่าตอนทำอาหารต้องตั้งใจ เธอจึงไม่ทันสังเกตเห็นความใในดวงตาของลูกค้ากลุ่มนี้ที่แทบจะล้นออกมา
หลังจากทำอาหารที่ลูกค้าสั่งเสร็จ เธอจึงมีเวลาคิดเื่อื่น
เธอจัดให้พวกเขาอยู่ในประเภท ‘ยากจน’ เพราะก่อนหน้านี้แค่จะซื้อเจียนปิ่งหนึ่งชิ้นกับน้ำเต้าหู้หนึ่งแก้ว ผู้ชายตัวใหญ่ห้าคนยังต้องหาเงินให้วุ่น แต่เมื่อเห็นพวกเขาดูแลคนที่ผอมแห้งที่สุดในทีมอย่างดี เธอก็พยักหน้าเบา ๆ
ถึงแม้จะยากจน แต่นิสัยใจคอไม่เลว หลังจากเธอใช้หนี้หมดแล้ว ก็อาจจะลองคบหาสมาคมกับพวกเขาก็ได้
แต่เธอไม่รู้ว่าพลังพิเศษของซุนเฮาทำให้เขาไม่กลัวยาพิษ ดังนั้นความปลอดภัยของอาหารที่คนในทีมกินจึงเป็ความรับผิดชอบของเขา ร้านขนมเจียนปิ่งในสายตาของกู้ไฮว่ถิงและคนอื่น ๆ ดูลึกลับเกินไป พวกเขาจึงต้องรับมืออย่างระมัดระวังที่สุด