เมื่อประตูบานใหญ่หน้าปราการทมิฬ ค่อยๆ แง้ม เปิดจนเกิดเสียงดังขึ้นมาก้อง
ม่านพลังป้องกันถูกแหวก ออกเป็นช่องโหว่ใหญ่
ส่งให้เหล่าผู้คนที่ออกไปทำศึก สืบฝีเท้ากันออกไปอย่างเร็วจี๋
มีแม้กระทั่ง เสียงสายฟ้าแลบแปลบปลาบ ดังออกไปกึกก้อง เป็นทางยาว แหวกสวรรค์ก้าวชั้นฟ้า จนหมู่ดาวสั่นไหว บ้างก็มีผู้อาวุโสบางคน แปลงกายเป็นสัตว์อสูร พุ่งทะยานออกไปในทิศทาง เบื้องหน้าอย่างไม่มี หวาดเกรง ด้วยร่างกายใหญ่โต ไม่ว่าจะเป็นมังกรคะนองน้ำ เกล็ดสีฟ้าครามเด่นสะดุดตา สัตว์อสูรเทาเทียที่หัวใหญ่โต จนดูน่าหวาดกลัว สัตว์อสูรฉยงฉี ราวกับเป็นเสือที่มีปีก พร้อมกับสัตว์อสูร อื่นๆ แหวกท้องฟ้าไปพร้อมกับกลุ่มคน ที่อยู่บนหลัง
ผู้เฒ่าชราขี่วัว ขี่น้ำเต้า ขี่เจดีย์ ขี่กระบี่ ก็ยังมีให้เห็นจนลายตา ช่างเป็นภาพที่น่าตื่นตะลึงไม่น้อย เมื่อน่านฟ้ายามนี้ เต็มไปด้วยเหล่าผู้เยี่ยมยุทธ์ ไม่มีใครอ่อนด้อยแม้แต่คนเดียว
ก่อนอี้เฉินจะสืบฝีเท้าตาม พวกผู้อาวุโสเหล่านั้นไป แต่ด้วยความเร็วของอี้เฉินทำให้เขา รั้งท้ายกลุ่มในทันใด ..แต่อี้เฉินก็ไม่คิด หันหลังกลับไปมอง เยว่ชิงเซียนกับหลินเฟย ที่เขาจากลา มาแม้แต่น้อย เร่งสืบฝีเท้าออกไป ด้วยความแน่วแน่ไม่แปรเปลี่ยน
พวกนางทั้งสองต่างก็มองแผ่นหลัง อี้เฉินหายลับตาออกไปช้าๆ ทว่าแววตากับวูบไหว มีน้ำใสอยู่ในกรอบสายตาอยู่ไม่น้อย
“ขอให้เจ้าโชคดีอี้เฉิน”หลินเฟยกล่าว พร้อมกับกุมฝ่ามือภาวนาไว้แน่น ผิดกับเยว่ชิงเซียน ที่กระทืบเท้าลงพื้นด้วยความไม่สบอารมณ์ อยากจะต่อยใบหน้าอี้เฉิน ให้หายเจ็บแค้นเสียจริงๆ ในยามนี้
อี้เฉินที่สืบฝีเท้า ข้ามผ่านเขตทะเลทราย ซินเจียง ที่ร้อนระอุ ราวกับเตาเผา ย่อมๆ ในยามกลางวัน ส่งให้ผิวกายอี้เฉินแดงขึ้นมาน้อยๆ จนดวงตาของเขา หดเล็กลงแคบ เหล่าเซียนสวรรค์ กลุ่มที่รั้งท้าย ต่างก็พากันส่ายหัว “ไอ้หนุ่มนั้น มันจะไปสู้ศึกจริงๆ หรือ?”
ชายวัยกลางคน ที่เห็นอี้เฉิน อยู่ในสถานการณ์ ที่ยากลำบากไม่น้อย เขา กล่าวพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียง เย้ยหยัน “ขั้นเทียบเท่าเจ้าสำนักอย่างพวกเรา ยังยากจะเปลี่ยนแปลงสงครามมหาทวีปได้ แล้วขั้นพลังเทพสวรรค์ มันจะไปมีความหมายอะไรในสงคราม อย่างมากก็น่าจะล่อศัตรูมาให้พวกเรา ฆ่าสังหาร อยู่บ้างฮ่าๆ”
อี้เฉินคลี่ยิ้มออกไปให้ชายวัยกลางคน ที่กล่าวพูด ไม่ได้มีท่าที ไม่พอใจแต่อย่างใด “เช่นนั้นพวกท่านทั้งหลาย โปรดรบกวนด้วย”
กลุ่มชายวัยกลางคน ครั้นได้ยินพวกเขาต่างก็ส่ายหัวให้อี้เฉิน ปล่อยให้อี้เฉินตามติดมา ไม่ได้กล่าวค้านสิ่งใด ออกมาแม้แต่น้อย
อี้เฉินล้วนรู้ดี เขาไม่ได้มีพลัง ที่จะเปลี่ยนแปลง สงครามมหาทวีปได้ หากเขาไร้ซึ่งอาวุธ ระดับ จักรพรรดิ เขาก็จะไม่มีอะไรต่อกร กับพวกผู้อาวุโสเหล่านี้
ทว่ากลับมีสายตา ของคนกลุ่มหนึ่งจับจ้อง สายตามาที่อี้เฉิน อยู่หลายครา เมื่อรับรู้ว่าอี้เฉินมี อาวุธ ระดับ จักรพรรดิ ไว้ในครอบครอง แต่พวกเขา ไม่กล้าคิดแย่งชิง ของล้ำค่าจากอี้เฉินอย่างโจ่งแจ้ง แต่หากเป็นช่วงสบโอกาสมันก็ไม่แน่
...หนึ่งวันเต็ม ที่พวกเขาเดินทางข้ามผ่าน เขตทะเลทราย ซินเจียง จู่ๆ พวกเขาก็ต้องหยุดชะงัก อย่างกะทันหัน ไม่เว้นแม้กระทั่งพวกอี้เฉิน เมื่อเห็นด้านหน้าไกลๆ ของพวกเขา
ปรากฏเมฆหมุนวนก่อตัวขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับสายฟ้าสีดำ ผ่าลงมา ก่อนที่มันจะปรากฏร่าง หัวหน้าองครักษ์ หยุนฟ่านซื่อ มาพร้อมกับกองทหารหลายพันชีวิต ข้างๆ เขาเอง มีชายชราผู้หนึ่ง ที่ดูน่าคร้ามเกรงอยู่ไม่น้อย ถือขวานเล่มใหญ่ในมือ จ้องมอง ออกไปเบื้องหน้าอย่างไม่วางตา

ก่อนบรรพบุรุษชรา ต้าหมิง จะคลี่ยิ้มขึ้นมาอย่างชั่วร้าย แค่นเสียง”ฆ่า!”ในลำคอ ออกมาดังก้อง หวดฟาดขวานยักษ์ในมือออกมาด้านหน้า อย่างรุนแรง เต็มไปด้วยพลังที่มหาศาล ล้นทะลักทลาย ผ่าแยกมิติ แตกเป็นเสี่ยงๆ ออกมาเป็นทางยาว แม้แต่หมู่ดาวบนท้องฟ้า ยังสั่นไหว โยกคลอน
ส่งคลื่นพลัง เข้ากลืนกินพวกเขาเหล่าผู้คน ดินแดนเทพ ในทันใด จนหลายคนที่เห็น คลื่นสีดำทมิฬ ดวงตาฉายความหวาดหวั่น ขึ้นมาในกรอบสายตา เมื่อเห็นพลังที่ยิ่งใหญ่ หวดฟาดออกมาแค่หนึ่งกระบวนท่า ส่งผลให้ปราณพลังโดยรอบ เหือดแห้งโดยพลัน
ในเสี้ยววินาที ชายชราอี้โหว เขาสำแดงร่างวิญญาณวานร สีทองพร่างพราวขึ้นมาในฉับพลัน ก่อนร่างวิญญาณวานร จะสอดประสานกับกระบองทอง ที่อยู่ในมือของเขา หวดฟาดคลื่นปราณพลังขวาน ที่บ้าคลั่ง ขึ้นบนท้องฟ้าสูงในเสี้ยวพริบตา
เสียง ตู้ม!! ดังออกมากึกก้องเก้าชั้นฟ้า แม้แต่หมู่ดาวยังสั่นไหว โยกคลอน จากปราณพลังที่แตกระเบิดบนฟ้าสูง
ก่อนทั้งสองจะพุ่งปราดเข้าหากัน อย่างบ้าคลั่ง ด้วยปราณพลังที่ล้นทะลักทลาย 10ประตูวิถีถูกสำแดง เข่นฆ่าออกไป ด้านหน้าอย่างไม่มีหวาดเกรง ราวกับสัตว์อสูร ที่หลุดออกจากกรงขัง
ส่งให้ผู้คนโดยรอบ ต่างก็พากันตะลึงงัน เสียงตู้ม! ตู้ม! ดังก้องฟ้าออกมาไม่ขาดสาย ส่งให้เศษคลื่นปราณพลัง แตกกระจัดกระจาย ออกไปทั่วทิศ ในเสี้ยวพริบตาที่พวกเขาปะทะกันหลายสิบ หลายร้อย กระบวนท่าในไม่กี่ลมหายใจ
เหล่านักรบ ที่มองชมการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ ของสองผู้เฒ่าชรา ต่างก็กลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ บางคนถึงกับกระอักเลือด จากเศษปราณพลัง ที่กระจัดกระจาย ออกมาทั่วทิศ แม้แต่อี้เฉิน ยังขาสั่นเทา ริมฝีปากกระอักเลือด ออกมาน้อยๆ จากเศษปราณพลังที่พุ่งเข้าปะทะร่าง
ทั้งสองชายชราที่เป็นศัตรูกัน ครั้นเจอหน้ากันในรอบพันปี ต่างก็คลี่ยิ้มริมฝีปาก ออกมากว้าง ก่อนจะส่งศาสตราวุธในมือ วัดพลังกัน ส่งให้เสียงแตกร้าว ของอากาศ ดังออกมากึกก้องเก้าชั้นฟ้า พร้อมกับบรรพบุรุษชรา ต้าหมิง ที่กล่าวพูดออกมาด้วยความดูถูกเย้ยหยัน ในตัวชายชรา
“เจ้ายังไม่ตายอีกเช่นนั้นหรือ ไอ้แก่วานรทองคำ เจ้าคงยังไม่ลืมยามที่ข้า สังหารผู้สูงส่งของดินแดนเจ้าจนเกือบสิ้น หรอก กระมัง”
คำพูดนั้นทำให้ ชายชราอี้โหว ถึงกับสีหน้าบึ้งตึง จดจำยามอดีต ที่มิตรสหายตายตกได้ไม่มีวันลืม ก่อนเขาจะส่งแรงอัดกระแทก กระบองทอง เข้าใส่ขวานยักษ์ จนเกิดการบีบอัดของปราณพลัง ส่งเสียงระเบิดดังออกมากึกก้องเก้าชั้นฟ้า ฉีกกระชากสวรรค์ปฐพี จนสั่นไหวไม่หยุด ก่อนพวกเขาทั้งสองจะละออกจากกัน พร้อมริมฝีปาก ที่ต่างฝ่ายต่างก็กระอักเลือดออกมา
ครั้นทั้งสองชี้ศาสตราวุธ ออกมาด้านหน้า เสียง “บุกโจมตี!” ก็ดังออกมากึกก้องในทันใด กำลังพลต่างๆ พากันขยายออกไปยังตำแหน่งต่างๆ หมายมั่นจะปิดล้อมอีกฝ่ายไว้
จนยามนี้ หลายๆ กลุ่ม ต่างก็กระจัดกระจายออกไปต่อสู้ศึก ทั่วบริเวณ เลี่ยงที่จะพบเจอกับขั้นราชันสวรรค์ ส่งผลให้ เขตทะเลทราย ซินเจียง เกิดแรงสั่นไหวของการเคลื่อนทัพ แม้แต่ผู้คนภายในปราการทมิฬยังรับรู้ได้ ถึงแรงสั่นสะเทือน ส่งให้พวกเขา หัวใจสั่นสะท้าน หวาดหวั่นกันขึ้นมาในกรอบสายตา
ในฉับพลันเสียง “ฆ่า!!” แค่นเสียงคำรามของเหล่านักรบ ดังออกมาก้องทั่วสมรภูมิรบ ส่งให้ลมหายใจ อี้เฉินหนักถี่ขึ้นมาไม่น้อย ก่อนชายวัยกลางคน ที่กล่าวดูถูกเย้ยหยันอี้เฉิน ในยามก่อน จะกล่าวพูดออกมา เตือนสติอี้เฉิน
“เจ้าหนุ่ม คอยช่วย โจมตีสนับสนุนพวกข้า เดี๋ยวพวกข้า จะเป็นด่านหน้า รับศัตรู ให้เจ้าเอง หากอยากรอดชีวิต”
อี้เฉินที่ได้ยินเขาพยักหน้า ให้ชายวัยกลางคนในทันใด ก่อนพวกเขาจะสืบฝีเท้า ออกไปประจันหน้า กับกลุ่มศัตรูต่างดินแดน ที่มองอี้เฉินเป็นเหยื่ออันโอชะ
ในเสี้ยวพริบตา รอบด้านที่อี้เฉินอยู่ ก็กลายเป็นลานประหัตประหาร วิชาสมบัติ ศาสตราวุธ ต่างๆ ถูกศัตรูต่างดินแดน สำแดงออกมา เบื้องหน้าอี้เฉินอย่างไม่มีเก็บออม
อี้เฉินเขารับรู้ได้เป็นอย่างดี การสู้ศึกเช่นนี้ หากพลังของตนเองไม่โดดเด่น ก็จะไม่สามารถฆ่าสังหารศัตรูได้ แต่ด้วยเขาที่เปิดเส้นลมปราณเซียนสองเส้น จึงพอที่จะกลบความห่างชั้น ของขั้นพลังเซียนสวรรค์ได้
แม้แต่อี้ฟางหรงที่เห็น บริเวณที่อี้เฉินอยู่ กลายเป็นเป้าสายตาของศัตรูต่างดินแดน นางส่งคำพูดปราณจิต ออกไปบอกกล่าวผู้อาวุโส ในตระกูล อี้ ให้คุ้มกันอี้เฉิน ในทันใด
ก่อนน้ำเสียงชายหนุ่มศัตรู ต่างดินแดน จะแค่นเสียงแข็งกร้าว ดังก้องออกมา จากในลำคอ “เจ้ายังจะมีเวลา จ้องมองไปทางอื่น อีกเช่นนั้นหรือ นางสตรีโอหัง”
แต่ในเสี้ยววินาที คอของชายหนุ่มที่กล่าวพูด ก็หลุดลงออกจากบ่าในทันใด จากฝ่ามือของ อี้ฟางหรงที่ตัดผ่า สำแดงการเร่งเวลาในเสี้ยวพริบตา ทำให้หญิงสาวหอบหายใจหนักถี่ ขึ้นมาไม่น้อย พร้อมกับภาพปรากฏการณ์ ท้องฟ้าร่ำไห้ เศร้าโศกเสียใจกับการตายตกของ ราชันสวรรค์ผู้หนึ่ง
“เป็นไปได้อย่างไร ราชันสวรรค์ ผู้หนึ่งตายตกได้ง่ายดาย เช่นนั้นเลยหรือ” ครั้นราชันสวรรค์คนอื่นๆ เห็นการกระทำของ อี้ฟางหรง นางจึงกลายเป็นเป้าสายตา ของเหล่าผู้เยี่ยมยุทธ์ ต่างดินแดนในทันใด