ระบบอัญเชิญพิชิตโลก

การแข่งขันของสองพ่อลูก

บนสนามประลอง

หนานหมิงและหนานเทียนอวิ๋นต่างก็สร้างค่ายกลของตัวเองอย่างจริงจัง 

แม้ว่าหนานหมิงจะเป็นถึงปรมาจารย์ค่ายกลนิรันดร์แล้วก็ตาม แต่เขาก็ไม่คิดที่จะประมาทหนานเทียนอวิ๋น เพราะเขารู้ดีว่าหนานเทียนอวิ๋นนั้นมีพรสวรรค์ด้านค่ายกลที่สูงมาก แม้กระทั้งป๋อเซี่ยหานก็ยังให้การยอมรับเลยว่าหนานเทียนอวิ๋นมีพรสวรรค์ด้านค่ายกลที่อาจจะเหนือกว่าหนานหมิงด้วยซ้ำ

พริบตาเดียวก็ผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วยามกับอีกสองเค่อเศษ

ในตอนนี้หนานหมิงได้สร้างค่ายกลป้องกันและค่ายกลสังหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว 

หนานหมิงมองไปยังหนานเทียนอวิ๋นที่กำลังสร้างค่ายกลอย่างจริงจัง มุมปากของเขาก็ยกขึ้นเบาๆ

ห่างออกไปจากเมืองหลวงต้าเฟิงประมาณสามพันลี้

เรือบินของมหาอำนาจทั้งสี่ก็ได้มาถึงพื้นที่เมืองหลวงต้าเฟิงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

บนเรือบินของวังยมราช

ผู้อาวุโสใหญ่ของวังยมราช เจียวหยานจวิน ยอดฝีมือระดับเซียนนภาขั้นกลาง ได้ยืนอยู่ที่ห้องโถงหลักพร้อมกับผู้อาวุโสหลักอีกห้าคนที่เป็นยอดฝีมือระดับเซียนนภาขั้นต้น

“ ข้าได้รับข่าวจากท่านฉู่ว่าที่งานเทศกาลค่ายกลพิทักษ์ ปรมาจารย์ค่ายกลรุ่นเยาว์ที่เป็นปรมาจารย์ระดับลี้ลับ แท้จริงแล้วทั้งสองเป็นปรมาจารย์ค่ายกลลี้ลับขั้นกลาง ” เจียวหยานจวินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

สำหรับฉู่เยว่ เขาเป็นเพียงแค่ยอดฝีมือระดับนภาขั้นต้น แต่ด้วยการที่เขาเป็นถึงปรมาจารย์ค่ายกลลี้ลับขั้นต้นทำให้สถานะของเขานั้นเทียบเท่ากับเจ้าวังยมราช ทำให้ผู้อาวุโสใหญ่แม้ว่าจะแข็งแกร่งกว่าก็ยังต้องให้ความเคารพต่อฉู่เยว่

เมื่อเหล่าผู้อาวุโสได้ยิน พวกเขาต่างก็มองหน้ากันด้วยความตกใจและประหลาดใจอย่างยิ่ง

ต้องรู้ก่อนว่าแม้กระทั้งวังยมราชที่แข็งแกร่งและทรงพลังที่สุดในพื้นที่รอบๆนี้ก็ยังมีเพียงแค่ปรมาจารย์ค่ายกลระดับลี้ลับขั้นต้นเท่านั้น การที่จู่ๆมีปรมาจารย์ค่ายกลลี้ลับขั้นกลางถึงสองปรากฏตัวขึ้นมาทำให้พวกเขาตกใจเป็นอย่างมาก

“ ผู้อาวุโสใหญ่ที่ท่านกล่าวมาเป็นความจริงงั้นหรือ? ” ผู้อาวุโสสี่ถามขึ้นด้วยความจริงจัง

ผู้อาวุโสหลักคนอื่นก็มองไปที่ผู้อาวุโสใหญ่เช่นกัน

ผู้อาวุโสใหญ่พยักหน้าและกล่าวว่า “ เป็นความจริง ท่านฉู่เป็นคนบอกมาด้วยตัวเอง เจ้าคิดว่าท่านฉู่จะหลอกลวงพวกเรางั้นหรือ? ”

เมื่อได้ยินที่ผู้อาวุโสใหญ่กล่าวมา ผู้อาวุโสหลักทั้งหมดต่างก็ส่ายหน้าเพราะพวกเขารู้ดีว่าท่านฉู่คงไม่หลอกลวงพวกเขาอย่างแน่นอน

“ แล้วก็ท่านฉู่บอกว่าหลังจากที่ไปถึงก็ห้ามเสียมารยาทต่อปรมาจารย์ทั้งสองท่าน ถ้าหากพวกเจ้ากล้าที่จะทำเสียมารยาทต่อหน้าปรมาจารย์ทั้งสองท่านข้าจะเป็นคนจัดการกับพวกเจ้าด้วยตัวเอง ” ผู้อาวุโสใหญ่กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ผู้อาวุโสหลักทั้งหมดส่ายหน้า เพราะพวกเขารู้ดีว่าปรมาจารย์รุ่นเยาว์ทั้งสองท่านนี้แม้ว่าจะอายุยังน้อยแต่เชื่อได้เลยว่าเบื้องหลังของพวกเขาต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถสร้างปรมาจารย์ค่ายกลรุ่นเยาว์ระดับนี้ออกมาได้ คาดว่าเบื้องหลังของพวกเขาคงไม่อ่อนแอไปกว่าวังยมราชของพวกเขาเป็นแน่

“ ไม่ต้องห่วงหรอกผู้อาวุโสใหญ่ พวกเราไม่ได้คิดที่จะสร้างปัญหาขึ้นอย่างแน่นอน ” ผู้อาวุโสเจ็ดกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

ผู้อาวุโสใหญ่เบ้ปากก่อนที่จะกล่าวขึ้นว่า “ ข้าไม่ได้กล่าวถึงพวกเจ้า ข้าหมายถึงเจ้าพวกตัวแสบที่มาด้วยต่างหาก ” 

ทันใดนั้นเหล่าผู้อาวุโสหลักก็เข้าใจได้ทันทีว่าเจ้าตัวแสบที่ผู้อาวุโสใหญ่กล่าวมาก็คือศิษย์ของพวกเขาต่างหากที่อาจจะสร้างปัญหาขึ้นมา

“ ข้าจะไปจัดการกับศิษย์ของข้าเอง ” ผู้อาวุโสห้ากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังเพราะเขารู้ดีว่าศิษย์ของเขานิสัยเป็นอย่างไร

“ เข้าใจก็ดีแล้ว..แล้วเจ้าพวกนั้นตอนนี้ถึงไหนกันแล้ว ” ผู้อาวุโสใหญ่ถามขึ้น

เจ้าพวกนั้นที่ผู้อาวุโสใหญ่กล่าวก็คือกองกำลังมหาอำนาจอีกสามกองกำลังที่เหลืออย่างเผ่าคนเถื่อน สำนักบัวหยกสวรรค์ วิหารแสงสุริยัน

“ ตามที่สายของเรารายงานมาตอนนี้พวกมันก็ใกล้ที่จะถึงเมืองหลวงต้าเฟิงแล้ว คาดว่าน่าจะถึงเวลาใกล้กับพวกเราเช่นกัน ” ผู้อาวุโสสี่กล่าวขึ้น

ผู้อาวุโสใหญ่พยักหน้าและกล่าวว่า “ งั้นตอนไปถึงที่นั้นก็อย่าสร้างปัญหาแล้วกันเพราะข้ารู้สึกว่าถ้าหากมีปัญหาขึ้นมาก็อาจจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ ” 

ผู้อาวุโสหลักทั้งหมดต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย

ทางฝั่งของกองกำลังมหาอำนาจอีกสามแห่ง หลังจากที่พวกเขารู้ข่าวว่าปรมาจารย์ค่ายกลรุ่นเยาว์สองคนเป็นถึงปรมาจารย์ค่ายกลลี้ลับขั้นกลาง ในตอนแรกพวกเขาก็ดีใจและตื่นเต้นที่ต้องการครอบครองปรมาจารย์ค่ายกลรุ่นเยาว์ทั้งสอง แต่พอลองคิดดูแล้วพวกเขาก็ต้องเปลื่ยนใจขึ้นมาเพราะพวกเขาไม่รู้ว่าเบื้องหลังของปรมาจารย์ค่ายกลรุ่นเยาว์ทั้งสองนี้เป็นอย่างไร

เพราะพวกเขาก็รู้ดีว่าการที่สามารถเป็นถึงปรมาจารย์ค่ายกลลี้ลับขั้นกลางได้เห็นได้ชัดว่าเบื้องหลังของพวกเขาย่อมไม่ธรรมดา เพราะฉะนั้นแล้วกองกำลังมหาอำนาจอีกสามแห่งจึงคิดที่จะใช้วิธีสร้างความสัมพันธ์ก่อนแล้วค่อยดูท่าทีทีหลังว่าจะเอาอย่างไรกันต่อ

บนสนามประลอง

หลังจากที่ผ่านไปอีกประมาณหนึ่งเค่อกว่าๆ หนานเทียนอวิ๋นก็สร้างค่ายกลเสร็จเรียบร้อยแล้ว

หนานเทียนอวิ๋นเป่าปากพร้อมกับมองดูค่ายกลที่เขาสร้างด้วยความพึงพอใจและคิดว่าน่าจะสามารถเอาชนะลู่ซานได้ เนื่องจากค่ายกลที่เขาสร้างนั้นถือว่าเป็นค่ายกลชั้นยอดในระดับลี้ลับขั้นกลางแล้ว ถ้าหากไม่ใช่คนที่ได้ฝึกฝนค่ายกลจากอาจารย์เกรงว่าคงมีคนยากที่จะทำลายค่ายกลนี้ได้

“ ข้าอยากรู้นักว่าลู่ซานจะสามารถเอาชนะข้าได้หรือไม่ ” หนานเทียนอวิ๋นพึมพำด้วยความตื่นเต้น เพราะอย่างน้อยๆการปะทะกับปรมาจารย์ค่ายกลระดับเดียวกันก็จะช่วยเพิ่มประสบการณ์ในการแข่งขันให้กับตัวเขามาก

เมื่อเห็นว่าปรมาจารย์ทั้งสองสร้างค่ายกลเสร็จเรียบร้อยแล้ว เฉาเหลียงจึงลุกขึ้นยืนและพาเหล่ากรรมการไปยังสนามประลอง

เมื่อพวกเขามาถึงเฉาเหลียงก็โบกมือเบาๆทำให้ค่ายกลป้องกันเสียงรอบๆได้หายไป

หนานหมิงและหนานเทียนอวิ๋นจึงได้ยินเสียงตะโกนเชียร์อีกครั้ง

“ ปรมาจารย์ทั้งสองท่านพร้อมแล้วใช่หรือไม่? ” เฉาเหลียงถามด้วยรอยยิ้มพร้อมกับน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพ

หนานหมิงและหนานเทียนอวิ๋นพยักหน้าเป็นสัญญาณ

เฉาเหลียงพยักหน้าก่อนที่จะกล่าวขึ้นว่า “ เช่นนั้นก็ขอการประลองระหว่างปรมาจารย์ทั้งสองท่าน ” 

เพียงแต่ก่อนที่หนานเทียนอวิ๋นจะลงมือทำอะไร หนานหมิงก็ยกมือขึ้นทำให้หนานเทียนอวิ๋นชะงักและมองไปยังหนานหมิงด้วยความสงสัย

“ นี้เจ้าตัวแสบ ข้ารู้สึกพึงพอใจกับความมุ่งมั่นของเจ้าจริงๆ แต่เจ้าจะสามารถทำลายค่ายกลของข้าได้หรือไม่ก็ขึ้นว่าเจ้าทุ่มเทมากน้อยแค่ไหน ” หนานหมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ

เพียงแต่น้ำเสียงของลู่ซานทำให้หนานเทียนอวิ๋นถึงกับสะดุ้งและตกใจขึ้นมาทันที แม้กระทั้งดวงตาของเขายังเบิกกว้างขึ้นมา

“ ท่านพ่อ? ” หนานเทียนอวิ๋นถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

หนานหมิงพยักหน้ารับก่อนที่จะฉีกยิ้มจางๆและกล่าวว่า “ ถ้าหากเจ้าไม่สามารถแสดงความสามารถได้เต็มที่กลับไปข้าจะให้เซี่ยหานฝึกฝนเจ้าให้มากกว่านี้ ” 

คิ้วของหนานเทียนอวิ๋นกระตุกเบาๆก่อนที่จะพยักหน้าและกล่าวว่า “ ถ้าหากเป็นค่ายกลระดับเดียวกันข้ามั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะท่านได้แน่ๆ ” 

“ ปากเก่งมากขึ้นแล้วนะเจ้าตัวแสบ แต่อย่างนั้นก็มาดูกันว่าค่ายกลของเจ้าจะเอาชนะค่ายกลของข้าได้จริงไหม? ” หนานหมิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

สำหรับยอดฝีมือระดับเซียนนภาแล้ว เฉาเหลียงและคนอื่นๆย่อมได้ยินเสียงพูดคุยของหนานเทียนอวิ๋นและหนานหมิงอย่างชัดเจน

จากนั้นพวกเขาก็มองไปยังหนานหมิงด้วยความประหลาดใจ พวกเขานึกไม่ถึงเลยว่าลู่ซานคนนี้จะปลอมตัวเข้ามาและยังเป็นถึงพ่อของหมิงเล่ยผู้นี้

แต่เดี๋ยวก่อนนะ เมื่อพวกเขาคิดดีๆก็อาจจะเป็นทั้งสองที่ปลอมตัวมาแข่งขันก็ได้

“ เอาล่ะเจ้าเลือกก่อนเลยว่าจะเอาอย่างไร ” หนานหมิงกล่าวอย่างไม่ใส่ใจนัก

หนานเทียนอวิ๋นครุ่นคิดก่อนที่จะกล่าวว่า “ งั้นข้าเลือกป้องกันก่อน ” 

เนื่องจากหนานเทียนอวิ๋นมั่นใจในค่ายกลโจมตีของเขามาก เพราะฉะนั้นเขาจึงเก็บมันเอาไว้สุดท้ายเพื่อเอาชนะท่านพ่อ

หนานหมิงพยักหน้ารับเบาๆก่อนที่เขาจะกระตุ้นค่ายกลโจมตี

ค่ายกลโจมตีของหนานหมิงมีชื่อว่า ค่ายกลสังหารดาบแปดทิศสยบฟ้า

ทันทีที่ค่ายกลของหนานหมิงถูกกระตุ้น ดาบสีทองแดงแปดเล่มก็ปรากฏขึ้นบนอากาศพร้อมกับหมุนวนไปมาอย่างต่อเนืิ่อง

กลิ่นอายของดาบทองแดงทั้งแปดทำให้บรรยากาศถึงกับสั่นสะเทือน

เหล่ายอดฝีมือระดับเซียนนภาถึงกับกลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัว เพราะพวกเขาสัมผัสได้ว่ากลิ่นอายของดาบทั้งแปดเล่มนี้สามารถสังหารพวกเขาได้ง่ายๆ 

ยอดฝีมือทั้งหลายครุ่นคิดว่าค่ายกลโจมตีนี้ของหนานหมิงดูเหมือนว่าจะแข็งแกร่งกว่าค่ายกลสังหารของหนานเทียนอวิ๋นที่เอาชนะฉู่เยว่เสียอีก

หนานเทียนอวิ๋นจ้องมองไปยังดาบทองแดงทั้งแปดเล่มบนอากาศใบหน้าของเขาก็กลายเป็นจริงจังขึ้นมาทันที เพราะเขาสัมผัสได้ว่ากลิ่นอายของดาบทองแดงทั้งแปดเล่มนี้ทรงพลังมากจริงๆ ไม่รู้ว่าค่ายกลป้องกันของเขาจะสามารถต้านทานได้หรือไม่

“ สมกับเป็นท่านพ่อจริงๆ ถ้าหากท่านพ่อใช้พลังทั้งหมดข้าก็อาจจะเป็นฝ่ายแพ้แต่ถ้าหากเป็นระดับเดียวกันมันก็ไม่ง่ายที่ท่านพ่อจะเอาชนะข้า ” หนานเทียนอวิ๋นถอนหายใจเบาๆแต่ถึงอย่างนั้นแววตาของเขาก็เปลื่ยนไปกลายเป็นความมุ่งมั่นแทน

จากนั้นหนานเทียนอวิ๋นก็กระตุ้นค่ายกลป้องกันของเขาทันที

ค่ายกลป้องกันของหนานเทียนอวิ๋นก็คือค่ายกลม่านดาราคืนสวรรค์

ทันทีที่ค่ายกลของหนานเทียนอวิ๋นถูกกระตุ้น ค่ายกลของเขาก็ทำให้ท้องฟ้าปรากฏหมู่ดาวที่งดงามจำนวนมากพร้อมกับมีม่านพลังสีทองปกคลุมค่ายกลของเขาอย่างรวดเร็ว

หนานหมิงมองดูค่ายกลของหนานเทียนอวิ๋นด้วยรอยยิ้มและกล่าวชื่นชมว่า “ เป็นค่ายกลที่ดีแต่จะสามารถต้านทานได้หรือไม่ก็อยู่ที่อีกเรื่องหนึ่ง ” 

“ เข้ามาเลยท่านพ่อข้าจะไม่ยอมแพ้ท่านแน่ ” หนานเทียนอวิ๋นกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ ตามที่เจ้าขอ ” หนานหมิงยิ้มก่อนที่จะกดฝ่ามือลงบนอากาศ

ทันใดนั้นดาบทองแดงก็เปร่งแสงพร้อมกับกลิ่นอายโบราณที่ปะทุขึ้น

“ รับมือ ” หนานหมิงกล่าวพร้อมกับทำมือเป็นรูปดาบและชี้ไปทางค่ายกลป้องกันของหนานเทียนอวิ๋น

ดาบทองแดงทั้งแปดพุ่งใส่ค่ายกลป้องกันของหนานเทียนอวิ๋นจนทำให้เกิดเสียงระเบิดขึ้นพร้อมกับคลื่นพลังที่รุนแรงจนทำให้ค่ายกลป้องกันของสนามประลองถึงกับเกิดรอยแตกร้าว

เห็นได้ชัดว่าพลังทำลายล้างของค่ายกลโจมตีของหนานหมิงนั้นรุนแรงขนาดไหน เพราะแม้กระทั้งค่ายกลโจมตีของหนานเทียนอวิ๋นก่อนหน้านี้ก็ยังไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับค่ายกลป้องกันของสนามประลองได้

ต้องรู้ก่อนว่าค่ายกลของสนามประลองเป็นค่ายกลระดับลี้ลับขั้นต้นที่ถูกสร้างขึ้นโดยเฉาเหลียงและหวังเจ๋อฉิน สองยอดฝีมือระดับลี้ลับขั้นต้นของอาณาจักรต้าเฟิง 

เวลานี้เหล่าผู้อาวุโสของหอค่ายกลที่อยู่รอบๆค่ายกลป้องกันสนามประลองต่างก็กระอักเลือดพร้อมกับบาดเจ็บสาหัสจนเกืิอบหมดสติ

ผู้อาวุโสเหล่านี้มีหน้าที่ในการใส่พลังเข้าไปในค่ายกลเพื่อไม่ให้ค่ายกลเกิดความเสียหาย เพราะแบบนี้ตอนที่ค่ายกลโจมตีของหนานเทียนอวิ๋นทำงานจึงไม่เกิดความเสียหายกับค่ายกลป้องกัน

เฉาเหลียงและปรมาจารย์ค่ายกลที่เห็นเหตุการณ์พวกเขาก็รีบพุ่งเข้าไปแทนที่ผู้อาวุโสเหล่านั้นและใช้พลังของตัวเองในการทำให้ค่ายกลป้องกันกลับสู่สภาพเดิม

แต่ถึงอย่างนั้นการโจมตีครั้งที่สองของดาบทองแดงก็ทำให้ค่ายกลป้องกันที่กำลังฟื้นคืนเกิดรอยร้าวอีกครั้ง ซึ่งทำให้เฉาเหลียงและปรมาจารย์ค่ายกลคนอื่นๆได้รับบาดเจ็บทันที

“ ข้าช่วยอีกแรง ” เสียงที่แหบแห้งดังขึ้น

เฉาเหลียงและคนอื่นๆหันไปมองก็พบว่าเป็นหวังเจ๋อฉินผู้นำวิหารค่ายกลมายา ซึ่งเป็นหนึ่งในสองปรมาจารย์ค่ายกลลี้ลับขั้นต้นอีกหนึ่งคน

ทันทีที่ได้หวังเจ๋อฉินมาช่วจยก็ทำให้ค่ายกลป้องกันฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว แต่ถึงทว่าเมื่อการโจมตีดาบที่สามของดาบทองแดงพุ่งใส่ค่ายกลป้องกันของหนานเทียนอวิ๋นก็ทำให้ค่ายป้องกันสนามประลองระเบิดไปทันที

อัก!!

เสียงกระอักเลือดของเฉาเหลียง หวังเจ๋อฉินและปรมาจารย์ค่ายกลคนอื่นๆก็ดังขึ้น

หนานหมิงเหลือบมองดูเฉาเหลียงและปรมาจารย์ค่ายกลที่ได้รับบาดเจ็บเขาก็โบกมือเบาๆ 

ทันใดนั้นพลังอันมหาศาลก็ทำให้ค่ายกลป้องกันของสนามประลองคืนสภาพเหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว

ดวงตาของปรมาจารย์ทั้งหลายต่างก็เบิกกว้างด้วยความตกใจเพราะพวกเขารู้ดีว่าการที่ทำให้ค่ายกลฟื้นฟูกลับมานั้นต้องใช้พลังอย่างมากและต้องเชี่ยวชาญด้านค่ายกลที่สูงมาก

แต่เมื่อพวกเขาคิดดูดีๆแล้วก็เข้าใจได้ในทันทีเพราะหนานหมิงเป็นปรมาจารย์ค่ายกลลี้ลับขั้นกลางซึ่งมีความสามารถสูงกว่าพวกเขาทุกๆคนในที่นี้อยู่แล้ว

“ ขอบคุณท่านปรมาจารย์ลู่ ” เฉาเหลียงกล่าวพร้อมกับเช็ดเลือดที่มุมปาก

หนานหมิงพยักหน้ารับอย่างไม่ใส่ใจนัก จากนั้นสายตาของเขาก็มุ่งไปยังค่ายกลของหนานเทียนอวิ๋นที่ตอนนี้เริ่มมีรอยร้าวปรากฏขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว

 

 

คล้ายกับเรื่องระบบอัญเชิญพิชิตโลก ที่คุณอ่าน