บทที่สี่สิบเอ็ด
ยามดึกสงัดในภพปีศาจเงียบงันไม่มีแม้เสียงแมลงตัวเล็กๆร้องเรียกหากันอิงหมิงที่ถูกขังอยู่ให้ห้องนั้นหิวจนปวดท้องให้เดินเพ่นพ่านอีกไม่ไหว
ร่างหญิงสาวสะโอดสะองไปทิ้งตัวอยู่บนเตียงมีกลิ้งไปกลิ้งมาบ้างระบายอาการปวดท้องจนเสื้อผ้าหลุดลุ่ย
“หิวๆๆ ทำไมไม่มีใครเอาของกินมาให้เลย”ก่อนหน้านี้ตะโกนบอกผ่านประตูไปแล้วก็ยังไม่มีการตอบรับ ‘นี่จะถูกขังอีกนานไหม?’ ให้อยู่แบบนี้อีกสักวันนางไม่ไหวแน่นอนอิงหมิงนอนคว่ำแผ่กายทั่วเตียงซบหน้าเขากับหมอนนุ่มก่อนจะเริ่มตีลงฟูกนอนแรงๆสองสามทีถึงนิ่งสงบ
“ลุก”เสียงทุ้มดังห่างจากเตียงไม่มากเรียกให้จิ้งจอกจำแลงกายสะดุ้งตัวขึ้นทันทีหญิงสาวพลันหันไปที่ต้นเสียงพบกับบุคคลนั้น คนที่เป็นต้นเหตุให้อิงหมิงอยู่ที่นี่
เขาเคยเห็นคนมากมายที่สวมอาภรณ์สีดำแต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะให้ความรู้สึกเช่นนี้พบขุนพลทัพมารไปเมื่อกลางวันก็รู้สึกว่าเขาดูน่าเกรงขามแล้วแต่คนนี้มากกว่าจนไม่ควรนำไปเปรียบเทียบกับใครเขายังดูลึกลับสง่างามอย่างที่ในตำนานกล่าวจริงๆ
“ท่านจอมมาร!” อิงหมิงอุทานด้วยความตกใจนั่งหลังตรงจ้องมองร่างสูงหลังจากนั้นก็พูดไม่ออก จิ้งจอกน้อยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรพูดอะไรแต่หลังจากที่มองกันไปมาอยู่ไม่นานร่างสูงก็หมุนตัวเดินหายออกจากไปประตูเสียอย่างนั้น
ตอนนี้เองที่อิงหมิงสังเกตเห็นว่าในห้องไม่ได้มีเพียงจอมมารแต่มีขุนพลคู่ใจมาด้วยอีกคนร่างสูงชุดดำไปแล้วเหลือแต่เพียงปีศาจงู
“ข้านำอาหารมาให้”
“อ่า” อิงหมิงเหลือบไปมองอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะดวงตาเป็นประกายจึงรีบวิ่งลงจากเตียงไปหาอาหารโดยไม่ได้ใส่ใจเลยว่าขุนพลคนสำคัญใบหูเปลี่ยนเป็นสีแดงแล้วเพราะร่างกายนางบัดนี้เรียกว่าเข้าขั้นยั่วยวน เสื้อหลุดจนเห็นหัวไหล่ขาวนวล
“เจ้าช่วยเปลี่ยนหรือแต่งกายให้เรียบร้อยด้วย” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงอ้อมแอ้ม
“ทำไมหรือ?” อิงหมิงเอ่ยไปก็เคี้ยวอาหารไปด้วย
“เพียงแค่ทำตามเถอะ”
“ก็ได้ๆ” ไหนๆ ตนก็ได้อาหารแล้วอิงหมิงจะยอมทำตามคำขอของอีกฝ่ายแล้วกัน ไม่เข้าใจเลยว่าจะให้เปลี่ยนทำไมไม่ใช่ว่าเขาชอบหรืออาการขัดเขินแบบนั้นเหมือนจางเยี่ยนเห็นเซี่ยจือจือวันแต่งงานเลย
อิงหมิงจำแลงกายใหม่อีกครั้งเป็นบุรุษที่ก่อนหน้าเคยเป็น‘ร่างที่อยู่ในความคิดเสมอ’เป็นร่างคุณชายที่จำแลงเป็นประจำพอท่านขุนพลมองเห็นก็ขมวดคิ้วมุ่นสักครู่
“ทำไมอีกละ?” อิงหมิงเอ่ยถามเพราะคิดว่าเขายังไม่พอใจคิ้วถึงพันกันยุ่งเช่นนี้
“ไม่มีอะไรข้าคงคิดมากเอง แล้วเจ้าชื่ออะไร?”
“อ่อ ข้าชื่อเสี่ยวอิงมาจากอิงหมิง”
ท่านขุนพลทัพปีศาจได้ยินประโยคเมื่อครู่ก็พลันชะงักไปชั่วครู่ตาเข้มเปรยมองร่างบุรุษของปีศาจจิ้งจอกอย่างไม่อยากจะเชื่อ“เจ้าตั้งใจสร้างเรื่องนี้ขึ้นมาหรือ?”
“สร้างเรื่องอะไรกัน..ข้าชื่อนี้มานานแล้ว”อิงหมิงเป็นชื่อที่เซี่ยจือจือตั้งให้แต่นางจะชอบเรียกว่าเสี่ยวอิงเช่นนั้นแล้วนางไม่คิดจะยอมเปลี่ยนง่ายๆ หรอกแต่ตัวนางเองก็พอรู้ได้ว่าชื่อนี้คงไม่ใช่ชื่อที่ท่านจอมมารหรือคนรอบกายเขาได้ยินแล้วจะชอบใจนัก
“เช่นนั้นจากนี้เรียกว่าเสี่ยวอิงพออย่าได้เอ่ยชื่อท่านเซียนต่อหน้านายท่าน”หัวหน้าเผ่างูเอ่ยย้ำอย่างหาทางลงให้สองฝ่าย
“ก็พอได้”
มาถึงตรงนี้อาหารตรงหน้าก็หมดลงพอดีอิงหมิงจึงหันมาคุยเข้าเรื่องที่ติดค้างไว้ตั้งแต่เมื่อกลางวันต่อ
“สรุปว่าเจ้านายท่านจะทำไงต่อ ถ้าไม่ยอมรับข้อเสนอก็ปล่อยข้าไปแต่ถ้าตกลงก็เฉลยความจริงมาเถอะ ข้าอยากรู้แล้ว” จิ้งจอกน้อยเปิดเรื่องก่อนใจจริงก็พอจะรู้อยู่แล้วว่าคำตอบคืออะไรท่านจอมมารโผล่มาหาด้วยตัวเองขนาดนั้นย่อมต้องตกลงอยู่แล้ว
“ท่านจอมมารตกลงจะเก็บเจ้าไว้”
“ดี เช่นนั้นบอกข้ามาได้แล้วปีศาจจิ้งจอกอย่างข้าเป็นมาอย่างไร”นางใจร้อนอยากรู้ความ แล้วไหนจะอาการของจางเยี่ยนอีกเขาไม่สามารถคอยท่ารอได้นานด้วย
ขุนพลทัพปีศาจเดินตรงมานั่งกับอิงหมิงแล้วเริ่มพูดเกี่ยวกับความเป็นมาของปีศาจจิ้งจอกให้กับเสี่ยวอิงได้ฟังความจริงเกี่ยวกับความสามารถและพลังที่แท้จริงซึ่งสำหรับอิงหมิงที่ยิ่งรู้ก็ยิ่งตกใจ
“แล้วเช่นนี้ ข้า? ขะ..ข้าต้องฆ่ามนุษย์หรือ?”อิงหมิงเอ่ยติดๆ ขัดๆไม่คาดคิดมาก่อนว่าที่มาของพลังปราณจะมาจากการไปชิงจากสิ่งมีชีวิตอื่น
“ก็ถ้าคนนั้นเป็นมนุษย์ แต่ถ้าเป็นปีศาจชั้นสูงหรือผู้มีปราณสูงๆก็คงไม่ถึงตาย” จิ้งจอกน้อยได้ยินแบบนั้นก็โล่งใจถอนหายใจยาวสีหน้ากังวลเมื่อครู่เบาบางลงทันตา “เจ้าถูกเลี้ยงโดยมนุษย์สินะถึงเมตตาพวกมนุษย์ถึงขั้นนี้” ชายผู้นี้มองขาดนัก อิงหมิงจึงพยักหน้าตอบ
“เจ้าไม่ต้องกังวลไป เพราะถ้ารอกินๆ ปราณชีวิตมนุษย์นั้นช้าเกินไปกินปราณทิพย์จากผู้มีปราณสูงย่อมรวดเร็วกว่า”
“แล้วข้าต้องกินของใครล่ะ? ท่านหรือ?” อิงหมิงเอ่ยถามอย่างไม่ได้คิดอะไรแต่หารู้ไม่คำนี้ทำให้ท่านขุนพลเกิดอาการใบหูแดงอีกครั้งแต่สีหน้ากลับเคร่งขรึมกว่าปกติ
“ท่านจอมมารจะดูตามความเหมาะสม”
“อ่อ..เข้าใจแล้ว ขอถามอีกเรื่อง‘ร่วมสัมพันธ์’ที่เอาไว้กินปราณคืออะไร?”
“ก็คะคือ..การที่บุคคล..สองคนนั้น เออคือเอาเป็นว่าเจ้ารอให้บุคคลนั้นอธิบายกับเจ้าแล้วกัน”จิ้งจอกน้อยพลันขมวดคิ้วหน้ามุ่ยไม่เข้าใจ เหตุใดท่านขุนพลถึงอยู่ๆ ก็พูดตะกุกตะกักอธิบายก็ไม่ชัดเจนตัดจบเอาเสียดื้อๆ
“อะไรกัน ทำไมข้าต้องรออีกแล้วล่ะ”ขุนพลเผ่างูไม่อยู่ฟังต่อเขาลุกขึ้นยืนเดินออกจากห้องไม่หันกลับมาตอบไขข้อสงสัยให้นางอีกทิ้งให้ปีศาจจิ้งจอกเอ่ยไล่หลังอยู่ฝ่ายเดียว“ถ้าข้าไม่รู้ว่าร่วมสัมพันธ์ทำอย่างไรข้าจะกินปราณยังไง?”
เมื่อปีศาจงูจากไปอิงหมิงก็กระโดดขึ้นเตียงไม่ใส่ใจเรื่องที่ควบคุมไม่ได้อีกเพราะพอกินอิ่มแล้วก็มีความสุขสามารถนอนหลับอย่างสบายใจได้เสียทีจิ้งจอกน้อยจึงพลิกตัวหามุมที่นอนแล้วรู้สึกสบายจะได้นอนหลับสักงีบแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่หลับ
“ร่างมนุษย์ไม่เห็นจะดีเลย” นอนยังไงก็ไม่ถนัดยกแขนขาขึ้นดูแม้จะยาวเรียวแต่ไม่มีขนนุ่มๆมาใช้คลุมเป็นผ้าห่มหรือเป็นบางครั้งเป็นหมอนที่สัมผัสแล้วชวนเคลิ้มให้หลับความจริงไม่ใช่ว่าบนเตียงนี้ไม่มีเครื่องนอนแต่มันนับไม่ได้เลยกับหางของจิ้งจอกหิมะอิงหมิงจึงเปลี่ยนร่างกลับไปเป็นร่างเดิมของตนแล้วเข้านอนอีกครั้ง
ตกกลางดึกที่หน้าประตูห้องที่ใช้กักขังปีศาจจิ้งจอกร่างสูงใหญ่ยืนประจันหน้าเคร่งขรึมใส่ประตูเขาคือจอมมารผู้รวบรวมปีศาจทั่วภพเป็นหนึ่ง เป็นคนที่สวรรค์ยังมิอาจจะโค่นล้มมนุษย์ก็ไม่กล้าลบหลู่แม้ในใจ
นับแต่เมื่อวานที่ทัพสวรรค์ส่งเซียนเจ็ดยอดเขามาปราบจอมมารผู้นี้พวกนั้นไม่คณามือเขาแม้แต่โลหิตสักหยดก็ไม่หลั่งหลังจากขับไล่พวกทะนงตนเรียกตนว่าเซียนกลับไปได้เขาก็ได้รับรายงานจากขุนพลคนสนิทว่าเมื่อครู่พบเจอสิ่งที่ลักษณะคล้ายปีศาจจิ้งจอกถูกจับไปกับปีศาจชั้นต่ำ
เดิมทีตัวเขาไม่ใส่ใจจะไปช่วยทหารเหล่าด้วยซ้ำแต่ปีศาจจิ้งจอกต่างออกไป สิ่งนี้เขาตามหามานานหลายปี ‘เครื่องมือทำลายแดนสวรรค์’ติดเสียแต่ว่าหลังจากที่เฉินหยวนกลับมารายงานว่าจิ้งจอกตัวนี้ถูกเลี้ยงด้วยมนุษย์ไม่เคยใช้ชีวิตเยี่ยงปีศาจทั้งยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวมันเป็นที่ต้องการระดับไหน
ปีศาจจิ้งจอกขึ้นชื่อเรื่องจำแลงกายมันจะเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็นสิ่งมีชีวิตอะไรก็ได้ตามใจตัวเองหรือตามใจ ‘เหยื่อ’ทั้งยังมีเสน่ห์เย้ายวนให้หลงใหลเพื่อจะใช้การร่วมสัมพันธ์เพื่อกินปราณเหยื่อเมื่อสะสมปราณมากเข้าหางจะยิ่งเพิ่ม มากสุดได้ถึง ‘เก้าหาง’พลังขนาดที่ในอดีตเคยถล่มสวรรค์เกือบสูญสิ้นจนเป็นหนึ่งในปีศาจที่สวรรค์ต้องกำราบไม่ต่างจากเทพมารหลังถูกตามล่าเพราะเป็นภัยต่อแดนสวรรค์น่าจะสาบสูญไปแล้วเสียกลับยังหลงเหลืออีกตัวเสียแต่ปีศาจจิ้งจอกตัวนี้มีหางเดียว!
ใช่แล้ว..มีหนึ่งหางเท่านั้นกว่าจะกินพลังปราณจนมีหางได้ถึงเก้าหางใช้เวลานานเกินไปหนทางเดียวคือให้กินปราณของผู้ที่มีปราณสูงเวลานี้จอมมารถึงมาหยุดที่หน้าห้องของปีศาจจิ้งจอกเพราะเขาจะต้องเป็นปราณนั้นให้นาง
ร่างสูงดันประตูเปิดดังโครมทั้งที่ปกติเขามักจะไปไหนไร้ร่องรอยไม่ทำเสียงดังเช่นนี้ แต่ไม่รู้ทำไมเขาไม่ค่อยจะสบอารมณ์
เสียงดังลั่นที่ทางเข้าทำเอาจิ้งจอกน้อยตัวสีขาวปลอดกระโดดสะดุ้งตกจากเตียงมันลืมตาตื่นเบิกโพลงมองไปต้นเสียงก็เจอร่างสูงยืนหน้ายักษ์เฝ้าประตูไม่ขยับเขยื้อนท่าทางแปลกประหลาดของจอมมารนั้นทำอิงหมิงไม่สบายใจ นางจึงตั้งท่ายืนจังก้าแยกเขี้ยวใส่ท่านจอมมาร
“เปลี่ยนร่างมนุษย์เดี๋ยวนี้!” จอมมารเค้นเสียงออกคำสั่งใส่ปีศาจจิ้งจอกส่วนนางก็ยอมทำแต่โดยดี จำแลงกายเป็นมนุษย์แต่ไม่ทิ้งท่าทางเป็นปรปักษ์ก็อีกฝ่ายทำท่าไม่เป็นมิตรก่อน
“ท่านต้องการอะไร?”
“ไม่ใช่ข้าให้คนมาบอกแล้วหรือ” หรือจะหมายถึงขุนพลคนนั้นหรือ
“บอกแล้ว เขาให้ข้ารอคนที่ต้องร่วมสัมพันธ์” อิงหมิงพูดจบก็นึกขึ้นได้หรือคนที่ท่านจอมมารว่าเหมาะสมก็คือตัวเองนั้นเองแม้จะคิดได้แต่จิ้งจอกน้อยก็ไม่ได้พูดออกไปเพียงแค่รอท่าทีของร่างสูง
หลังจากจิ้งจอกน้อยกลายเป็นสตรีอรชรผู้หนึ่งร่างสูงก็กวาดสายตาคมกริบมองสำรวจร่างตรงหน้านั้นงดงามจับตาดวงตากลมและใบหน้าหวานถ้าเป็นพวกบุรุษเสเพลมาเจอเข้าคงหลงใหลชวนอยากหยอกเย้าอยู่อีกฝ่ายอยู่ไม่น้อยนอกจากใบหน้าหวานแล้วนางยังสวมชุดขาวชวนรู้สึกถึงความบริสุทธิ์ผุดผ่องดั่งดอกบัวโดยที่เอวคาดผ้าสีครามเข้มยิ่งทำให้เอวดูเล็กกว่าเดิมทั้งผิวกายที่ขาวนวลไล้อาบด้วยแสงเทียนส่องมากระทบกายเป็นประกาย
จอมมารเข้าใจแล้วที่ว่าปีศาจจิ้งจอกจะมีรูปลักษณ์งดงามเท่าที่จะจินตนาการได้ก็พอเชื่อได้เป็นเรื่องจริงแต่เสน่ห์เย้ายวนเห็นทีจะใช้ไม่ได้กับเขาเพราะสำหรับจอมมารผู้นี้ไม่ว่าใครจะรูปงามดั่งเทพีเฉิดฉายล้วนไม่ต่างกัน‘เขาหาใส่ใจไม่’
ร่างสูงเดินตรงเข้าไปหาคนตัวเล็กด้วยความรวดเร็วที่อิงหมิงยังไม่ทันขยับกายหนีจอมมารดันอีกฝ่ายให้ล้มลงไปเตียง “เจ้าต้องกินปราณของข้า”เขาคิดเพียงว่านี่เป็นหน้าที่ เป็นหนึ่งกิจที่ไม่เกี่ยวกับแรงขับของจิตใจแค่ทำให้จบๆ ไป
แต่สำหรับอิงหมิงนั้นถึงรู้ว่าต้องกินปราณแต่นางก็รู้ว่าไม่ใช่เหมือนกินอาหารเสียหน่อยนางไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงได้แต่นอนนิ่งรอเขาไขข้อข้องใจว่าสิ่งที่เรียกว่าร่วมสัมพันธ์มันคืออะไร!
ตากลมใสมองร่างสูงด้านบนอย่างจดจ้องก่อนที่เขาจะค่อยๆบดบังแสงจากเชิงเทียนใกล้หน้าต่างจนเงาทาบทับทั่วร่างเล็กปลายผมสีนิลยาวปรกลงมาตามไหล่ลาดใบหน้าที่ด้านหนึ่งฉาบแสงเทียนอีกด้านเกิดเป็นเงาได้รูปให้ความรู้สึกคมเข้มแต่ไม่แข็งเกินไปกอปรกันดูเป็นการผสมที่ลงตัว
จิ้งจอกน้อยคล้ายอยู่ในอารามตกใจทำเพียงเปลี่ยนจากสบสายตาเข้มไปที่ริมฝีปากเหยียดตรงของคนได้บนก่อนที่อยู่ๆมันทับลงมาที่ส่วนเดียวกันของนาง ครั้งแรกของการคลอเคลียกับมนุษย์ในร่างมนุษย์ก่อนหน้านี้การถูกสัมผัสเช่นนี้คือการแสดงความรักอย่างหนึ่งที่เจ้าของมีต่อสัตว์เลี้ยงอิงหมิงเบิกตากว้างมองคนตรงหน้าบดเบียดปากเข้ามายิ่งกว่าเดิมอย่างสงสัย
แต่ตอนนั้นเองที่ร่างกายก็รู้สึกอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนมันเป็นความรู้สึกคล้ายเวลาที่กินของอร่อยจนอิ่มท้องแต่ดีกว่าร้อยเท่าหรือนี่คือวิธีกินปราณ?
อิงหมิงจึงรั้งร่างสูงเข้าหาเกาะรอบลำคออีกฝ่ายเบียดตัวหามากขึ้นขยับริมฝีปากให้แนบแน่นและได้องศากว่าเดิมแต่ร่างหญิงสาวยังติดนิสัยจิ้งจอกน้อยอยู่จึงเผลอเปิดปากแลบลิ้นแตะริมฝีปากอีกคนสิ่งนั้นทำให้ร่างสูงผงะออกเล็กน้อยมองสบตากลับมาหาร่างเล็กเวลานั้นเองที่ความรู้สึกดีที่ส่งผ่านมาหายไป “กินปราณคืออย่างนี้หรือ?” อิงหมิงเอ่ยถาม
จอมมารที่ผงะออกมาแล้วมองปากที่พึ่งบดจูบจนขึ้นสีแดงแล้วพลันขมวดคิ้วดันตัวให้มือที่โอบรอบลำคอหลุดออกก้าวไปยืนนิ่งตัวแข็งห่างจากเตียงไปหนึ่งก้าวก่อนจะสั่งเสียงเย็นชา “ออกไป!”
“ข้าออกไป?” อิงหมิงดันตัวลุกขึ้นนั่งพลางมองอย่างสงสัยว่าอยู่ๆเกิดอะไรขึ้น แต่พอโดนสั่งว่าให้ออกไปยิ่งสงสัย ตัวนางสามารถออกจากที่นี่ได้หรือ?หรือจอมมารจะลืมคิดว่านี่เป็นห้องขังของนางไม่แน่การไล่ครั้งนี้หมายถึงเขาต้องการปล่อยปีศาจจิ้งจอกเป็นอิสระ“ท่านปล่อยข้าหรือ?”
แต่จอมมารทมิฬผู้นี้ก็ยังนิ่งเงียบนางจึงลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินออกไป ก็ถูกปล่อยตัวแล้วจะอยู่ต่อทำไม แต่พอกำลังจะเดินผ่านร่างสูงเขาก็ยกแขนกันนางไว้ไม่ให้เดินต่อ“ช้าก่อน” แล้วท่านจอมมารก็เงียบไปอีกครู่หนึ่ง
เขาเว้นช่วงนานจนนางถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์ที่ต้องรอคอยไม่รู้ว่าทำไมถึงขยับปากยากเย็นนัก
“ข้าไม่ชอบ” สำหรับผู้เป็นจอมมารการที่ถูกอีกฝ่ายเลียปากนั้นเหนือความคาดหมายหรือความจริงอาจจะไม่เหนือความคาดหมายแต่เพียงเขาไม่ชอบใจมากกว่าเขาไม่อยากให้ใครมาสัมผัสตัวโดยเฉพาะยิ่งถ้าไม่ใช่ตัวเองที่เป็นฝ่ายควบคุม
หากแต่ร่างเล็กกลับสวนตอบมาทันควันไม่ใส่ใจอากัปกิริยาผู้มีอำนาจกว่า“แต่ข้าชอบ!”
อิงหมิงไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าแค่ปากโดนปากจะรู้สึกดีเช่นนี้เสียดายต้องอยู่ในร่างมนุษย์เท่านั้น ถ้าเป็นร่างจิ้งจอกจะยิ่งดีไม่หน่อย ใครๆเห็นจิ้งจอกขนสีขาวนุ่มก็อยากจับอยากคลอเคลียทั้งนั้นส่วนสำหรับพวกมนุษย์นางจำได้ว่าไม่เคยเห็นมีใครทำแบบนี้ต่อกันเลยหรือมนุษย์จะไม่ชอบให้โดนตัวกันหรือพวกปีศาจก็ด้วยขนาดจอมมารยังบอกเลยนี่ว่าไม่ชอบ
ร่างสูงนิ่งไปสักพักไร้คำจะเอ่ยแต่นี่เป็นทางเดียวที่จะให้ปีศาจจิ้งจอกกินปราณได้เพราะร่วมสัมพันธ์วิธีอื่นล้วนไม่ใช่ทางเลือกของเขาร่างสูงก้มศีรษะลงเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าเรียกอีกฝ่ายถ้าจะทำแผนการนี้ต่อไปมีแต่ต้องจำยอม “ไปนั่ง”
ร่างอรชรชุดขาวก็เชื่อฟังรีบเดินกลับไปนั่งขอบเตียงตามคำสั่งทันทีขณะที่ท่านจอมมารก้าวเดินเชื่องช้ากว่าจะมาถึงอิงหมิงก็เงยหน้าขึ้นรอพร้อมรับสัมผัสตามสัญชาตญาณอย่างดี
“หึ” จอมมารก้มมองร่างสตรีที่ท่าทางเว้าวอนสัมผัสจากเขาด้วยรอยยิ้มเหยียดเหมือนเย้ยหยันไม่รู้ว่าเย้ยหยันตัวเองหรือคนตรงหน้าก่อนที่จะก้มลงแนบปากลงอีกครั้ง
ความรู้สึกที่ส่งมาคล้ายจะทำให้อิงหมิงตัวจะลอยได้สิ่งใหม่ที่มาไม่ทันตั้งตัวก็ไม่รู้จะจัดการอย่างได้กับตัวเองมือข้างหนึ่งจึงไปยึดต้นแขนที่อยู่ใต้ชุดสีนิลมือเล็กขยุ้มแขนแกร่งอีกฝ่ายจนเนื้อผ้าน่าจะยับย่นไปแล้วกายก็เริ่มแนบชิดขึ้นเรื่อยๆ
การบดเบียดเข้าหากันกินเวลานานจนไม่รู้ว่าผ่านไปเท่าไรกลายเป็นอิงหมิงที่เริ่มถอนตัวออกมาหายใจเสียก่อน จังหวะนี้ที่เห็นร่างสูงยังยืนอยู่จนคล้ายว่าเขาจะเป็นรูปปั้นไปเสียแล้ว
อิงหมิงเปลี่ยนมาก้มมองสำรวจตนเองความรู้สึกที่ไหลวนทั่วกายมันยุบยิบจนต้องยกมือขึ้นดูแต่ก็ไม่ปรากฏว่ามีอะไรเปลี่ยนไป
“ปราณที่กินไปจะเอามาใช้อย่างไร?” ถ้านี่เป็นความรู้สึกที่ปราณไหลทั่วร่างแสดงว่าก็อาจจะเอาไปใช้ได้ถ้ารู้วิธีใช้อาจจะเอาไปช่วยจางเยี่ยนได้นางจึงรีบเอ่ยถามออกไปอย่างใจร้อน
แต่คำตอบที่ได้มาดับฝันจิ้งจอกน้อย“ไม่อนุญาตให้ใช้ มันมีไว้เพื่อสิ่งเดียว”ร่างสูงเอ่ยตอบทำเอาใบหน้าหวานเศร้าทันตา
“แต่ว่า ข้ามีเรื่องจำเป็นต้องทำ”
“ไม่มีต่อรอง” จอมมารเดินออกมาห่างจากร่างเล็กก่อนจะเอ่ยต่อ“เจ้าจะไปได้เมื่อสวรรค์ถูกทำลาย”
ถ้ารอเวลานั้นจางเยี่ยนก็คงตายไปแล้วเหมือนกันแต่อิงหมิงรู้ว่าคำพูดตนไม่มีทางที่จอมมารจะใส่ใจ มีแค่นางต้องแอบหนีไปเองหนีไปตอนที่มีพลังมากพอและรู้วิธีใช้แล้ว หรือถ้าจนหนทางใช้พลังจริงๆสุดท้ายก็ใช้วิธีเดิมคือขโมยของวิเศษเอาไปรักษาก็ได้
ถึงจะยากจะริบหรี่แต่ถ้าจางเยี่ยนยังไม่ตายก็ยังมีหวังอิงหมิงพลันถอนหายใจขอแค่ให้เขามีชีวิตอยู่รอดถึงวันนั้นก็พอ
จิ้งจอกน้อยเมื่อตั้งมั่นแล้วก็ลุกยืนก้าวเท้าตามไปหาร่างสูงอีกครั้งจะได้กินปราณอีกครั้งแต่อีกฝ่ายไม่ให้ความร่วมมือแล้วอิงหมิงก้าวไปชิดหนึ่งก้าวจอมมารก็ก้าวหนีหนึ่งก้าว
“วันนี้พอแค่นี้”
“พอแล้วได้อย่างไร ปราณท่านหมดแล้วหรือ ข้าว่าเรายังกินได้อีกหน่อย”เจ้าจิ้งจอกน้อยผู้เสพติดการกินปราณเสียแล้ว นางตั้งขอสงสัยอย่างไม่ประสีประสาแต่สิ่งนี้ดูจะปรามาสผู้เป็นจอมมารไม่น้อย เขาเปรยตามองดวงตาขึ้นแววสีแดงชั่วขณะสายตานี้มันแทบจะกินวิญญาณปีศาจจิ้งจอกเข้าไปแล้วอิงหมิงรู้ทันทีว่าถูกกดพลังในฐานะปีศาจชนชั้นต่ำกว่าเป็นเช่นนี้นี่เอง
“สงบคำเจ้าบ้างเจ้าจิ้งจอก” น้ำเสียงเย็นเยียบดั่งนางอยู่ใต้น้ำลึก ถูกแรงกดมหาศาลทับส่งให้เหงื่อเม็ดเล็กที่ขมับไหลขึ้นมาท่ามกลางอากาศสบายๆของค่ำคืน อิงหมิงไม่เคยรู้สึกหวาดกลัวเช่นนี้มาก่อนในชีวิตยิ่งกว่าตอนถูกพวกเซียนจับขังคุกสวรรค์เสียอีกทั้งกระดูกสันหลังเย็นวาบตั้งแต่ต้นคอล่ามไปทั่วตัว
แต่อยู่ๆร่างสูงที่ข่มกดอีกฝ่ายเอาไว้ก็ดึงร่างเล็กที่ยืนนิ่งตัวเแข็งเข้าไปหาแล้วบดริมฝีปากทับลงไปอีกครั้งอย่างไม่เบาแรงปากที่แดงเจ่ออยู่ก่อนพลันรู้สึกได้ถึงกลิ่นคาวเพราะฟันกระทบริมฝีปากหากแต่อิงหมิงไม่หลบเลี่ยง ยิ่งสัมผัสก็เหมือนร่างกายจะเบาขึ้นแม้อาการตัวชาก่อนหน้าจะยังคงอยู่ ตอนนี้มันจึงผสมปนเปตีกันจนในหัวของจิ้งจอกน้อยมึนงง
ร่างบางชุดสีสว่างค่อยๆถูกดันกลับไปที่เตียงอีกครั้งกายบางเอนตัวลงไปที่ฟูกนอนก่อนที่คางมนจะถูกบีบให้เปิดปากออกแต่ครั้งนี้เป็นลิ้นจากร่างด้านบนเป็นฝ่ายรุกล้ำมาก่อน ไม่ใช่เพียงแตะที่ริมฝีปากหากเป็นบุกรุกเข้าไปในโพรงปากที่ถูกบีบบังคับให้เปิดออก
อิงหมิงไม่เข้าใจการกระทำนี้ลิ้นอีกฝ่ายรุกไล่ลิ้นเล็กของนาง แล้วนางควรทำโต้ตอบกลับไหมแต่ก่อนหน้านี้เหมือนจอมมารจะไม่พอใจการเลียปากไปอยู่หยกๆ
หรือการกระทำแบบนี้จะเป็นการลงโทษ? แต่เวลาอิงหมิงดื้อซนมักจะโดนดุหรือถูกขังแยกนางไม่เข้าใจการกระทำของมนุษย์เลยแล้วแรงบีบที่ปลายคางดูเหมือนอีกฝ่ายจะอารมณ์คุกรุ่นด้วยต้องใช่การลงโทษแน่
แต่ทำไมการลงโทษนี้ถึงทำให้นางรู้สึกดีนักเหล่า