อนาเธอร์ในร่างเทพเจ้าซุนหงอคงยืนตระหง่าน ร่างกายของเขาถูกห่อหุ้มด้วยชุดเกราะสีดำเข้มที่มีลวดลายโบราณงดงาม เส้นสายของชุดเกราะนั้นบ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่และเป็นที่เกรงขามบนสมรภูมิ
การปรากฏตัวในร่างนี้ไม่ได้เปลี่ยนแค่พละกำลัง แต่ยังมอบออร่าที่ทำให้แม้แต่อสูรร้ายอย่างออร์คลอร์ดยังสั่นสะท้าน
“..................”
พลองทองสมปรารถนาหนักอึ้งอยู่ในมือของเขา อนาเธอร์ยืนจ้องมองอาวุธคู่ใจนั้นพร้อมกับค่อยๆขบคิด ถึงความล้มเหลวเล็กๆน้อยๆที่ทำให้เขาต้องบาดเจ็บ และเสียเปรียบในการต่อสู้
ความคิดในใจของเขาสั่นคลอนด้วยคำถามว่า บางทีความมั่นใจในพลังที่ตนเองมีอยู่มากเกินไป อาจทำให้ตนเองต้องประมาทจนเผลอพลาดให้กับออร์คลอร์ดตนนี้
“มะ..มนุษย์ แกทำอะไรน่ะซิ๊ก!”
ทันใดนั้น เสียงคำรามสุดท้ายของออร์คลอร์ดที่เต็มไปด้วยโทสะก็ดังก้องขึ้น ราวกับอสูรร้ายที่อยู่ในสภาวะบ้าคลั่งเต็มขั้น มันยกขวานขนาดใหญ่ที่อาบไปด้วยพลังมืด เงื้อขึ้นสูงเหนือศีรษะ และฟาดลงด้วยแรงทั้งหมดที่มี
การโจมตีครั้งนี้หากเป็นผู้เล่นคนอื่นคงไม่รอดพ้นไปได้ แต่ในจังหวะที่ขวานกำลังจะถึงตัว
เขาเพียงยกนิ้วสองข้างขึ้นไปรับแรงฟันนั้นได้อย่างง่ายดาย ปลายนิ้วของเขาจับคมขวานไว้แน่นจนกระทั่งการโจมตีของออร์คลอร์ดหยุดลง
“ปัง!”
ทว่าการโจมตีครั้งนี้รุนแรงเสียจนพื้นดินใต้เท้าของอนาเธอร์สั่นสะเทือน ราวกับจะถล่มลงมาทั้งผืนดิน
“ปะ..เป็นไปได้ยังไงกันซิ๊ก?!!”
ออร์คลอร์คทั้งตื่นตระหนกและตกใจ
ไม่คิดเลยว่าพละกำลังทั้งหมดของมันจะถูกจับเอาไว้ได้เพียงแค่สองนิ้ว
“แค่นี้เองน่ะเหรอ?”
“พลังบ้าคลั่งของแกที่ภูมิใจนัก?”
อนาเธอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น สายตาคมกริบของเขาจับจ้องไปที่ดวงตาแดงฉาน
“กึก!กึก!กึก!..เปรี๊ยง!”
เขากระชับปลายนิ้วที่จับขวานไว้แน่นและออกแรงบีบเล็กน้อย เสียงแตกร้าวของเหล็กกล้าดังขึ้น เศษชิ้นส่วนของขวานที่ทนไม่ไหวแตกละเอียดกลายเป็นฝุ่นผงและลอยไปในอากาศ
“ปะ..เป็นไปได้ไงซิ๊ก!”
การทำลายขวานอันเป็นอาวุธคู่ใจนั้นสร้างความตกตะลึงให้ออร์คลอร์ดอย่างมาก
มันถอยหลังไปอย่างเสียหลัก ความหวาดกลัวฉายชัดในดวงตาแดงฉาน
“โฮกกกกกกกกกกก!”
ทว่าความบ้าคลั่งยังคงทำให้ออร์คลอร์ดไม่ยอมถอย มันกรีดร้องเสียงดัง และพุ่งตัวเข้ามาพร้อมใช้หมัดกระแทกไปที่ร่างของอนาเธอร์
แต่ชายหนุ่มเพียงแค่ปักพลองลงบนพื้นก่อนจะพลิกตัวหลบในท่วงท่าที่พริ้วไหว แล้วพลิกพลองทองในมือขึ้นอีกครั้ง
“ปัง!”
เขาใช้ปลายพลองฟาดใส่ตรงกลางร่างกายของออร์คลอร์ด แรงกระแทกทำให้ร่างอันใหญ่โตของมันลอยกระเด็นไปชนกับต้นไม้หนาทึบที่อยู่ไกลออกไป ก่อเกิดเสียงดังสนั่นราวกับภูเขาแตก
อนาเธอร์ยืนสงบนิ่งท่ามกลางบรรยากาศอันนิ่งเงียบ เสียงลมหายใจของเขากลับมาเป็นปกติ
“มะ..มนุษย์แข็งแกร่งซิ๊ก!”
ขณะที่ออร์คลอร์ดทรุดตัวลงกับพื้นดิน มันไม่เหลือพละกำลังใดๆอีกแล้ว แสงสว่างจากเปลวเพลิงสีทองที่ห่อหุ้มพลองของอนาเธอร์ค่อยๆลดลงไปตามการเต้นของหัวใจ
สัญชาตญาณของออร์คลอร์ดที่เคยเต็มไปด้วยพลังบ้าคลั่งบัดนี้ กลับมอดไหม้ไปในเปลวเพลิงที่เผาผลาญจนไม่เหลือชิ้นดี
【ติ๊ง! สังหารออร์คลอร์ดเลเวล 150 ได้รับค่าประสบการณ์ 50,000 หน่วย】
【ติ๊ง! ค่าประสบการณ์ครบ ผู้เล่นอัพไปเป็นเลเวล 118 ค่าสถานะทุกอย่างเพิ่มขึ้น 100 แต้ม ได้รับค่าสถานะจัดสรร 30 แต้ม】
【ติ๊ง! ค่าประสบการณ์ครบ ผู้เล่นอัพไปเป็นเลเวล 119 ค่าสถานะทุกอย่างเพิ่มขึ้น 100 แต้ม ได้รับค่าสถานะจัดสรร 30 แต้ม】
【ติ๊ง! ดันเจี้ยนป่าออร์คถูกเคลียร์โดยผู้เล่นเพียงคนเดียว รางวัลพิเศษจะถูกมอบให้แก่คุณ】
【ติ๊ง! ...】
เสียงแจ้งเตือนจากระบบของโลกดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่อนาเธอร์ก็ยังคงยืนนิ่ง
สายตาของเขามองดูร่างของออร์คลอร์ดที่ค่อยๆแหลกสลายไปกับสายลม แม้ร่างกายจะได้รับบาดแผลและเหนื่อยล้า แต่เขาได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญถึงขีดจำกัดของตนเอง
ชัยชนะในวันนี้ทำให้เขามีเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น และจะไม่ยอมให้ความมั่นใจหรือความประมาทพาเขาไปสู่ความล้มเหลวอีก
สิ่งที่ทำให้อนาเธอร์ประหลาดใจมากกว่าค่าประสบการณ์ คือไอเทมที่ตกลงมาพร้อมกัน
แสงสว่างจากไอเทมที่กระจายไปทั่วพื้นที่ ทำให้ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น
“นั่นมัน..”
อาวุธต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นขวาน ดาบ และชุดเกราะที่ดูทรงพลังวางกองอยู่รอบตัวเขา
แม้แต่โพชั่นรักษาอาการก็ตกลงมาจำนวนมาก แต่สิ่งที่สะดุดตาและทำให้ใจของอนาเธอร์เต้นแรงขึ้นนั้น มันคือหนังสือสกิลเล่มหนึ่งที่ลอยเด่นอยู่เหนือพื้น รัศมีสีทองที่เปล่งประกายออกมาจากมันทำให้ตัวของเขาจับจ้องอย่างไม่ละสายตา
“หนังสือสกิล…”
อนาเธอร์พูดบ่นพึมพำ พลาก้าวเดินเข้าไปใกล้ พร้อมกับยื่นมือไปคว้ามันขึ้นมาและพลิกหน้าปกที่เรืองแสงนั้นเพื่ออ่านชื่อสกิล
เมื่อสายตาของเขาตกลงบนพื้นตัวอักษรสีทอง เขาก็ต้องตะลึงอยู่ไม่น้อย
【หนังสือสกิลระดับตำนาน: ความบ้าคลั่งแห่งราชันย์】
“ตำนาน? ระดับตำนานของจริงเลยนี่?”
สกิลนี้เองคือสิ่งที่ทำให้ตัวของออร์คลอร์ดมีพลังอันร้ายกาจ สามารถปลดปล่อยพลังบ้าคลั่งที่ทวีความแข็งแกร่งขึ้นเป็นเท่าตัว
เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีโอกาสได้รับสกิลที่ทรงพลังนี้จากบอสที่เขาเพิ่งสังหารลงได้ สกิลนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มพละกำลังเท่านั้น แต่มันเป็นการปลุกสัญชาตญาณนักรบที่ซ่อนอยู่ภายในขึ้นมา
เขาตั้งใจอ่านคุณสมบัติของมันทันที
【หนังสือสกิลระดับตำนาน: ความบ้าคลั่งแห่งราชันย์ เมื่อเปิดใช้งานทักษะสกิล จะสามารถปลุกสัญชาตญาณนักรบในตัวผู้ใช้ เพิ่มพละกำลัง ความเร็ว และความทนทานขึ้น 400% เป็นการชั่วคราว แต่เมื่อระยะเวลาของสกิลสิ้นสุดลง ผู้ใช้จะตกอยู่ในสภาวะอ่อนแอเป็นเวลา 1 วัน และความบ้าคลั่งที่เป็นพลังดิบจากราชันย์แห่งออร์ค จะไปทำการลดค่าสถานะของผู้ใช้งานอย่างใดอย่างนึงลง 10% เป็นการถาวร】
“ห๊ะ?! ลดตั้ง10%.. แล้วแบบนี้ใครมันอยากจะไปใช้ทักษะสกิลนี้กันวะ!”
อนาเธอร์ถึงกับพูดอะไรไม่ออก เขาไม่คิดเลยว่าผลลัพธ์มันจะน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้
“ชั่งเถอะ เอามันไปขายหรือเอาไปให้ท่านพี่ไมเยอร์ตัดสินใจละกัน”
เมื่อครุ่นคิดอย่างจริงจัง อนาเธอร์ก็หันหลังให้กับดันเจี้ยน ทอดสายตาไปยังประตูมิติที่เปิดออกเพื่อกลับสู่โลกภายนอก
ขณะเดียวกันภายนอกดันเจี้ยนป่าออร์ค เสียงประกาศกึกก้องจากระบบดันเจี้ยนดังขึ้นไปทั่วทุกสารทิศ
【ประกาศ! ดันเจี้ยนป่าออร์คระดับนรกถูกเคลียร์สำเร็จ!】
เสียงแจ้งเตือนนี้ทำให้ทุกคนที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ต่างชะงักและหันมองกันด้วยความตกใจ
โดยเฉพาะเหล่าผู้เล่นระดับสูงในกิลด์เซฟิรอสที่เคยมีประสบการณ์ในดันเจี้ยนแห่งนี้ บางคนถึงกับต้องขยี้ตาหรือถามย้ำกับคนข้างๆเพื่อให้แน่ใจว่าตนเองไม่ได้หูฝาด
“ทะ..ทำได้จริงๆเหรอเนี่ย?”
อาลัน รองหัวหน้ากิลด์เซฟิรอสเองก็ตกตะลึงไม่ต่างจากผู้เล่นคนอื่นๆ เขานิ่งอึ้ง สายตามองไปยังทางเข้าด้วยความประหลาดใจ
เพราะนี่เป็นดันเจี้ยนที่แม้แต่ลูกกิลด์คนหนึ่งของเขาที่แข็งแกร่งมากในระดับต้นๆก็ยังไม่อาจเอาชนะออร์คลอร์ดในระดับนรกได้
ผู้เล่นคนนั้นมีอาชีพระดับตำนาน เป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์ แถมยังเป็นความหวังใหม่ของกิลด์
แต่ในการท้าทายดันเจี้ยนครั้งนั้น เธอถูกออร์คลอร์ดบังคับจนถึงขั้นต้องใช้คัมภีร์เคลื่อนย้ายล้ำค่าหนีออกมา ทิ้งไว้แต่คำพูดเตือนว่า
“ดันเจี้ยนระดับนรกนี้ไม่มีทางเอาชนะได้ นอกจากจะมีพลังของอวาตาร์เทพเจ้าเท่านั้น”
ทว่าในวันนี้ อนาเธอร์กลับสามารถเคลียร์ดันเจี้ยนระดับนรกนี้ได้ด้วยตัวคนเดียว ทั้งๆที่มีเลเวลเพียงแค่ระดับ 100 กว่าๆเท่านั้น
“นี่คืออำนาจของอาชีพอวาตาร์แห่งเทพเจ้าจริงๆ? แล้วถ้าเขาลงอีกรอบ.. อยากให้เด็กคนนั้นเข้าไปด้วยเพื่อมองหาประสบการณ์ด้วย”
อาลันพอคิดแบบนั้นก็กัดฟันแน่นด้วยความยำเกรงในความสามารถของอนาเธอร์ เขาพึมพำกับตนเองเบาๆ ขณะเดียวกันก็รู้สึกภาคภูมิใจที่มีน้องชายของหัวหน้ากิลด์ที่ทรงพลังเช่นนี้
ข่าวการเคลียร์ดันเจี้ยนในระดับนรกนี้แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว
ผู้เล่นภายในกิลด์เซฟิรอสที่จับกลุ่มพูดคุยต่างไม่อาจเชื่อสายตา พวกเขาต่างซุบซิบกันด้วยความตื่นเต้น ประมาณการถึงพลังที่แท้จริงของอนาเธอร์ว่าอาจจะยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งกว่าที่พวกเขาคาดคิด
หลายคนเริ่มเข้าใจแล้วว่าเขาคือบุคคลพิเศษที่ไม่ได้มาเพื่อเล่นสนุก หรือเพื่อเก็บเลเวลธรรมดาเท่านั้น แต่ดูเหมือนจะเป็นบุคคลที่สั่นคลอนขีดจำกัดและความเชื่อเดิมๆของพวกเขาไปเสียหมด
“ขะ..เขาออกมาแล้ว!”
ไม่นาน ร่างของอนาเธอร์ก็ก้าวออกมาจากประตูมิติดันเจี้ยน แสงอ่อนๆที่กระจายออกมาจากร่างของเขาเป็นประกาย ขณะก้าวเดินผ่านผู้เล่นที่มุงดูอยู่โดยรอบ ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มบางๆ ประกายตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความภูมิใจ
บรรยากาศเงียบงันที่ห้อมล้อมทำให้ทุกคนได้แต่จ้องมองด้วยความเคารพและยำเกรง
ตอนนั้นอาลันก้าวออกมาจากกลุ่มผู้เล่น เขาเดินเข้ามาหาอนาเธอร์และตบบ่าเบาๆด้วยความภาคภูมิใจ
“เจ้าทำให้เราทุกคนได้เห็นแล้วว่าทำไมเจ้าถึงเป็นทายาทตระกูลซิกฟรีดอย่างแท้จริง”
“ข้าเองคงไม่มีอะไรจะพูดนอกจากคำว่า…สมกับเป็นน้องชายของหัวหน้าใหญ่ไมเยอร์!”
..
ตอนติดเหรียญจะมีความยาวกว่าตอนฟรี 2ตอนรวมกัน
แล้วก็ขอบคุณที่สนับสนุนครับ อิอิ