TREE WORLD
ปฐพีวินาศโลก
By : Jackmysoul
แจ็ก มายโซล : เขียน
บทที่ 33
เปลี่ยนเป็นแผนสำรอง
ระหว่างที่เร่งเครื่องฮาร์เล่สุดชีวิตเพื่อซื้อเวลาผมก็คิดถึงเรื่องเปลี่ยนเป็นแผนสำรอง
ทีแรกคิดว่าพวกเราคงได้จากโลกนี้ไปอย่างสงบ...
แต่เราดันไปมีเรื่องกับหน่วยงานรัฐก่อนที่ผมจะกลับถึงบ้าน พวกตำรวจหรือกองกำลังทหารแม้แต่หน่วยสืบราชการลับ คงยึดคฤหาสน์ผมไว้เรียบร้อยแล้ว
เสียงกระหึ่มจากเฮอร์ลิคอปเตอร์สามลำเพิ่งบินข้ามหัวผมไปแน่นอนทิศทางที่มันมุ่งไป...เป็นตำแหน่งบ้านของผม
เสียงไซเรนและเสียงเครื่องยนต์ดังแผ่วเบาในระยะไกลเดาว่ามันคงเป็นพวกสายตรวจหน่วยลาดตระเวรในบริเวณนั้นพวกเขาคงได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนผมรู้อยู่แล้วว่าพวกรัฐเองก็เก่งเรื่องการไล่ล่าไม่แพ้เรื่องอื่นยิ่งเรื่องที่ผมกับเจททำลงไปเหมือนเป็นการตบหน้ารัฐมนตรีกลาโหมฉาดใหญ่ก็คนที่ท่านไว้ใจที่สุดกลับเป็นผู้ก่อการร้ายซะเอง พวกเขาคงเอาเรื่องเราถึงที่สุดแล้วมันคงไม่จบง่ายๆ
ข้อความที่ผมส่งออกไปก่อนหน้านี้ฟิวท์และเหล่าหัวหน้าคนงานในบ้านได้รับแล้ว
‘...เข้านอนซะ’ เป็นรหัสลับที่ผมสั่งให้เปลี่ยนเป็นแผนB แล้วข้อความที่เขาตอบกลับมา บอกให้รู้ว่ารับทราบและขอให้ผมกับเจทเดินทางไปยังจุดนัดหมายโดยสวัสดิ์ภาพ
แผนB ของผมคือ ระหว่างที่เราทำการอพยพหากมีข้อผิดพลาดหรือเหตุสุดวิสัยที่ทำให้เรานัดพบกันที่บ้านไม่ได้ให้เปลี่ยนจุดนัดหมายไปรวมกันที่กระท่อมร้างบนยอดเขา ณ ที่นั้นจะเป็นที่ปลอดภัยจากคนของรัฐบาลและเป็นฐานลับที่มั่นสุดท้ายบนโลกใบนี้
ส่วนแผนAที่ล้มเหลวไปนั้นคือแผนที่ผมวางไว้ล่วงหน้ามากกว่าสิบปี ผมต้องทุ่มเททรัพย์สินรวมทั้งผลประโยชน์ในบริษัทไปอย่างมหาศาลและใช้เส้นสายภายในกระทรวงยื้อแย่งอย่างยากลำบาก กว่าจะได้สิทธิ์ขึ้นยานอพยพ เป็นจำนวน3,000ที่นั่งมาครอบรองซึ่งยานอพยพของรัฐบาลนั้นสร้างขึ้นจากเทคโนโลยีล้ำยุคการเดินทางขึ้นทรีเวิลด์ของพวกเราจะสะดวกสบายมีเนื้อที่พอให้บรรทุกสัมภาระจำเป็นได้มากกว่าอภิสิทธิ์ชนทั่วไปและระบบนำร่องของยานยังมีความปลอดภัยเกิน100% อีกทั้งเจทนั้นยังเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงภายในหน่วยงานสำคัญจึงได้โควต้าพิเศษสำหรับคนในครอบครัวถึงสิบที่นั่งและจะได้เพิ่มขึ้นอีกทุกปีตามระดับของโบนัสถือเป็นสวัสดิการดีงามจากรัฐทางหนึ่ง เท่ากับผมมีโควตาขึ้นยานสามพันกว่าที่นั่ง ผมเฝ้าระวังรักษาหวงกั้นสิทธิ์นั้นเท่าชีวิตด้วยความรอบครอบเสมอมาแต่ท้ายที่สุดทุกอย่างต้องมาพังทลายลงในไม่กี่ชั่วโมงนี้เอง
ต่อไปนี้เจทต้องรู้ซึ้งเป็นอย่างดีว่าเธอคือสาเหตุหลักที่ทำให้ทุกคนตกที่นั่งลำบาก แต่ใจจริงของผมไม่ได้คิดกล่าวโทษหรือตำหนิเธอแม้สักเล็กน้อยเลยเพราะทั้งหมดที่เธอทำไปล้วนเพื่อส่วนรวม เธอเลือกเสี่ยงชีวิตแลกโอกาสสำเร็จที่มีเพียงน้อยนิดเพื่อปกป้องมวลมนุษย์ชาติจากเวิร์มโดยแท้แม้วีรกรรมของเธอจะถูกประณามให้กลายเป็นอาชญกรรมก็ตาม
ขณะนี้เหล่าคนงานในบ้านคงเคลื่อนขบวนพร้อมสัมภาระออกไปยังฐานลับบนยอดเขาทิ้งคฤหาสน์1000ไร่ให้เปลี่ยวร้างอย่างไม่คิดเสียดาย น่าจะทิ้งช่วงห่างก่อนที่พวกเจ้าหน้าที่รัฐบาลจะมาถึงหลายสิบนาทีนั่นนับว่ายังเฉียดฉิว แต่คนงานในบ้านผมต่างคนต่างเตรียมการและฝึกซ้อมมาอย่างดีในการหลบหนีโดยไม่ทิ้งร่องรอยใดให้ติดตามได้โดยง่ายเรื่องนี้ทำให้เบาใจได้ช่วงระยะหนึ่ง
แต่...กระท่อมบนยอดเขาเป็นที่พักหายใจได้ชั่วคราวเท่านั้นทุกๆคนที่ไปรวมตัวกันที่นั่นก็กำลังตกอยู่ในอันตรายเช่นกันเพราะถ้าเมื่อเวิร์มบุกรุกเมื่อไหร่ พวกเราจะไม่มีที่ไป เรียกได้ว่าจนมุมทันทีเพราะหนทางรอดสุดท้ายย่อมไม่พ้นทรีเวิลด์ที่ถูกรัฐบาลยึดครองไว้แต่ผู้เดียวและเมื่อเวลานั้นมาถึงเหล่าอภิสิทธิ์ชนที่กุมอำนาจย่อมเป็นกลุ่มแรกที่ได้หนีขึ้นทรีเวิลด์ก่อนใครแน่นอนว่าพวกที่ถูกขึ้นบัญชีเป็นฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลย่อมต้องถูกกำจัดโดยการทอดทิ้งให้ตกตายไปพร้อมกับโลกใบนี้
พวกคนในตระกูลสเปนเซอร์และสเปนเซอร์อินดัสเที่ยลกำลังบต้องการผู้นำในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเร่งด่วนผมเองก็ร้อนใจไม่แพ้กัน จึงต้องการไปถึงฐานลับให้เร็วที่สุด
เส้นทางที่มุ่งหน้าไปเป็นขุนเขาที่ตั้งอยู่ชานเมืองของหัวเมืองชั้นนอกยิ่งห่างไกลความเจริญมากเท่าไหร่แสงสว่างจากไฟฟ้ายิ่งน้อยลงไปเท่านั้น จนความมืดสนิทเข้าปกคลุมรอบกายมีเพียงแสงไฟสลัวดวงเดียวจากรถฮาร์เล่คอยนำทางไปข้างหน้าอย่างอ้างว้างมันกระพริบบ้างติดขัดดับบ้างราวกับเป็นหิ่งห้อยเดียวดายกำลังแล่นฝ่าไปกลางขุนเขาอันเปลี่ยวร้าง
ผมเร่งเครื่องเจ้าฮาร์เล่มาตลอดทางขึ้นเขาและไม่มีจังหวะให้มันผ่อนลมหายใจ ได้แต่ลุ้นตลอดเวลาไม่ให้เครื่องมันตายระหว่างการเดินทาง
เราเข้าใกล้จุดหมายเข้าไปทุกทีผมเงยหน้ามองดูยอดเขาซึ่งปกติเราเคยใช้เวลาครึ่งชั่วโมงปีนมันขึ้นไปแต่ตอนนี้เราขาดทั้งเครื่องมือพิเศษและอุปกรณ์สำหรับปีนเขาและสภาพของเราก็อิดโรยเกินกว่าจะมีกำลังใจปีนมันเล่นง่ายๆเหมือนแต่ก่อน
ความจริงเราก็ใช้ทางเดินรถขึ้นเขานั่นแหละแต่มันเป็นเส้นทางลูกรังคดเคี้ยว และเนินสูงผาชันดูหนักหนาไม่น้อยสำหรับฮาร์เล่ที่ใกล้พังเต็มที
พื้นที่ข้างทางรายรอบล้วนเป็นป่าเขาเวิ้งว้างไม่มีอะไรให้เป็นที่พำนักพักพิง ไม่มีวี่แววเสียงรถยนต์ทั้งขาขึ้นขาร่องแม้แต่น้อยยิ่งขึ้นสูงอากาศยิ่งเย็นลงและมองในระยะไกลจะพบหมอกสีจางปกคลุมไปทั่วบริเวณ บรรยากาศยามค่ำคืนกลางป่าเขาที่ไร้แม้สุ้มเสียงผู้คนชักนำให้เกิดความรู้สึกวังเวงและหดหู่ไม่น้อย
ตลอดทางลูกรังจะมีช่วงที่สัตว์ป่าบางตัววิ่งกระโดดตัดหน้ารถอยู่บ้างพวกมันเป็นฝูงพรองฮอร์น สัตว์ป่าที่ดูคล้ายกวาง แข็งแรงกว่าลา วิ่งเร็วกว่าม้าแม้มันจะเป็นไอ้ตัวลูกน้อยที่เพิ่งเกิดมาอายุได้เพียงแค่4-5วันก็ตามผมต้องคอยระวังไม่ให้ชนกับพวกตัวลูกที่ซุกซนไร้ประสบการณ์พรองฮอร์นที่โตเต็มวัยจะตัวเล็กกว่ากวางแต่เขาแหลมของมันกลับมีพิษสงไม่แพ้กันการเดินทางยามค่ำคืนในเวลาสัตว์ป่าออกหากินอาจเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันได้ทุกขณะ
เจทที่นั่งซ้อนท้ายกอดรัดฟัดเอวผมไว้ตลอดเวลาไม่แน่ใจว่าเธอแอบงีบหลับไปหรือเปล่า ยังไงก็ไม่อยากกวนเธอตอนนี้ผมอยากให้เธอได้พักบ้างเพราะหลังจากการต่อสู้ที่ต้องปะทะกับพวกหน่วยเฝ้าระวังที่เหี้ยมโหดดุร้ายพวกเราก็เหนื่อยล้าอย่างที่สุด เพราะเป็นค่าเสียหายที่ต้องจ่าย เพาว์เวอร์สูทเป็นเกราะคุ้มครองที่ยอดเยี่ยมแต่ก็ดึงพลังไฟฟ้าสถิตย์ในร่างกายไปใช้งานอย่างมหาศาลเช่นกันตอนนี้ผมเองต้องขืนหนังตาไว้ไม่ให้ตก พลางขบกัดริมฝีปากเตือนตนเองไม่ให้หลับใน เสี้ยววินาทีที่ขาดสติควบคุมอุบัติเหตุอาจส่งเราไปพบยมบาลที่ก้นเหวก่อนเวิร์มมาถึงเสียอีก
ตลอดทางผมเปิดโหมดเก็บเสียงเครื่องยนต์ทำให้เจ้าฮาร์เล่มีเสียงเล็ดรอดออกมาเพียงเสียงพัดลมเป่าแต่ขณะนี้มีควันโขมงครุออกมาจากท่อไอเสียพร้อมกับเครื่องยนต์ที่สั่นกระตุกติดขัดไม่นานนักระบบเก็บเสียงก็ใช้การไม่ได้กะทันหัน จู่ๆพลันเกิดเสียงคำรามสนั่นเครื่องยนต์ส่งเสียงกระหึ่มแผดดังลั่นป่า ปลุกผมกับเจทตกใจตื่นจากภวังค์ก่อนที่ล้อรถจะเบี่ยงออกนอกเส้นทางเบื้องหน้านั่นหมายถึงจะต้องกลิ้งตกเขาไปทั้งรถทั้งคน ขณะนี้ไม่ได้ใส่ชุดเกราะป้องกันหากเกิดความผิดพลาดขึ้นมา มีความเป็นไปได้สูงที่พวกเราจะบาดเจ็บถึงขั้นเสียชีวิต
ตาสว่างทันที!เจทก็ด้วย แต่เธอไม่รู้ว่าเมื่อครู่พวกเราเฉียดนรกมาด้วยความประมาทแล้วอันที่จริงผมควรหยุดพักระหว่างทาง แต่เหตุการณ์มันบีบบังคับให้ผมหยุดไม่ได้
เจ้าฮาร์เล่ยังไม่หยุดแผดเสียงพร้อมกับส่งควันสีหมอกพวยพุ่งออกมาจากท่อไอเสียอย่างต่อเนื่องแล้วอาการกระตุกมันกลับเบาลงเรื่อยๆ คล้ายกับมันกำลังจะตายหากเครื่องดับเราต้องเดินเท้าไปอีกไกล ผมไม่อยากเสียเวลาจึงกดคันเร่งจนมิดไมล์เบื้องหน้าเนินเขายิ่งสูงชันเครื่องยนต์ยิ่งหอนคำรามก้อง
และแล้วเจ้าฮาร์เล่มันก็กระตุกเป็นครั้งสุดท้ายแสงไฟหน้ารถก็มืดลง พร้อมกับล้อรถมาหยุดสนิทบนเนินราบแห่งนี้แล้วรู้สึกว่าเนินราบแห่งนี้มันอยู่ในความคุ้นเคย
ท่ามกลางความมืดมิดเกิดแสงสว่างวาบจากไฟฉายสาดปะทะเข้ามารอบตัวจากสี่ทิศทางลำแสงนั้นเทียบความสว่างได้ใกล้เคียงกับสปอร์ตไลท์ พอมันสาดเข้าหน้าครั้งเดียวก็ทำให้แสบตาขนาดต้องยกท่อนแขนขึ้นบดบัง
“นายท่าน...นายหญิง”เสียงทักทายจากผู้ที่หลบมุมอยู่หลังไฟฉาย ไม่ได้ทำให้รู้สึกหวาดวิตก
เพราะการเอ่ยสรรพนามแบบนี้ผมจำได้แน่นอนมีเพียงเหล่าคนงานในบ้านเท่านั้นที่ใช้
เป็นพวกเขาจริงๆสมาชิกคนงานสี่คนเดินออกมาจากหลังพุ่มไม้ที่ใช้เป็นที่ซ่อนตัวพวกเขาทำหน้าที่คอยสังเกตการณ์ตามแผนB ซึ่งลานโล่งบริเวณนี้เป็นตำแหน่งที่ผมเคยร่วมวางแผนกับหัวหน้าพ่อบ้านเอาไว้เมื่อนานมาแล้วให้เป็นจุดดักซุ่มสังเกตการณ์ผู้แปลกปลอมเมื่อพวกเขาปรากฏตัวผมจึงรู้ว่าเราขึ้นเขามาได้ครึ่งทางแล้ว
จากนั้นพวกเขาช่วยกันขนซากฮาร์เล่ขึ้นรถบิ๊กอัพก่อนพากันไปยังกระท่อมบนยอดเขาแล้วผมกับเจทที่อ่อนเพลียเต็มทน จึงได้มีเวลาแอบงีบหลับในรถแต่จนแล้วจนรอดผมกลับตาสว่างค้าง จากปัญหาที่เราก่อ ทำให้ทุกคนต้องตกอยู่สถานการณ์เลวร้ายเรื่องมันติดค้างวนเวียนในหัวซึ่งผมยังหาทางแก้ไม่ได้ จนมิอาจข่มจิตใจให้หลับใหล ร่างกายจึงไม่ได้พักฟื้นอย่างเต็มที่
เมื่อขึ้นถึงยอดเขารถบิ๊กอัพจอดสนิทที่หน้ากระท่อมร้าง ทันทีที่ผมก้าวขาลง คนงานอีกคนที่ทำหน้าที่เป็นการ์ดรีบเข้ามารายงาน
จึงได้รู้ว่าคนอื่นๆรวมทั้งครอบครัวของการ์เซียมาถึงก่อนหน้าผมสักประมาณสามสิบนาทีส่วนหัวหน้าพ่อบ้านกับทีมงานมาเตรียมความพร้อมไว้ก่อนแล้วเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน
ผมโล่งใจได้ขั้นหนึ่งในที่สุด พวกเราทั้งหมดก็กลับมารวมพลกันที่ฐานได้สำเร็จ แม้มันจะเป็นเพียงแค่บ้านกระท่อมไม้ไผ่ก็เถอะแต่ผมก็ดีใจเป็นล้นพ้นที่แผน B สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายนั่นคือทุกคนยังปลอดภัยและพร้อมจะไปต่อ
เท็ดดี้ยืนมองเจ้าฮาร์เล่ที่เกือบจะกลายเป็นซากศพก่อนเข้ามาช่วยประคับประคองและรับรถไปจากคนงานที่ขนมันลงจากท้ายรถกระบะพร้อมกับรายงานว่าเขามาถึงที่นี่ก่อนผมได้สักยี่สิบกว่านาทีนี่เอง แล้วขบวนรถบรรทุกสัมภาระก็จอดซ่อนไว้ในป่าตามคำสั่งทุกประการจากนั้นเขากุลีกุจอขอตัวรีบเอาซากรถไปเก็บไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่าเท็ดดี้มันคงอยากหายตัวไปโดยเร็วจากตรงหน้าผม
อาการลุกลี้ลุกลนของเขาฟ้องผมว่าต้องมีอะไรสักอย่างทำให้สังหรณ์ใจว่าอาจมีอะไรเกิดขึ้นกับพวกลูกๆ
เมื่อก้าวเท้าเข้ามาภายในกระท่อมไม้ไผ่รกร้างมีเพียงเทียนไขเล่มเดียวที่เป็นจุดให้กำเนิดแสงสว่าง มันจึงเป็นแค่แสงสลัวอันไม่คุ้นชินขุนเขาแห่งนี้ไม่มีไฟฟ้าน้ำประปา ขาดแคลนสิ่งอำนวยความสะดวก เป็นดินแดนรกร้างที่ความศิวิไลซ์ประกาศตัวชิงชัง...ขณะนี้มีเพียงลูกๆของผมที่นั่งรอในบริเวณที่จัดไว้เป็นชุดโต๊ะกลมที่ทำจากรากไม้เก่าซีดแต่ยังใช้งานได้ดีอย่างอเนกประสงค์
“พ่อ...แม่...”
ฟิวท์นั่งก้มหน้าไร้สัญญาณตอบรับใดหลังจากเอ่ยคำทัก
ส่วนจอสส์นั่งหันหลังให้ทุกคนเขาสงบนิ่งกว่าที่เคยเป็นบรรยากาศเงียบงันจนชวนสงสัย เพราะพวกลูกๆไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนหรือพวกเขาหวาดกลัวเวิร์มที่กำลังจะบุกมาจนขวัญเสีย
เจทเข้าไปปลอบโดยการโอบกอดจอสส์จากด้านหลังเธอต้องการรับรู้ระดับความรู้สึกหวาดหวั่นของลูกชายคนเล็กที่ไม่ประสีประสาไม่เคยรู้จักกับประสบการณ์ในการอพยพมาก่อนแต่จอสส์คอยหลบตาตอนที่เจทพยายามจ้องใบหน้าเขาให้ชัดแล้วสลัดตัวเองหลุดไปอยู่อีกมุมของห้องสีหน้าของผู้เป็นแม่เริ่มกังวลเมื่อสำรวจเนื้อตัวลูกชายที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลแล้วใบหน้าบูดเบี้ยวบวมปูดของจอสส์ก็ไม่อาจพ้นสายตาผู้พ่อ
ผมถลึงตาค้าง!
“มันเกิดอะไรขึ้น?”ผมถามเอากับฟิวท์ที่เอาแต่นั่งก้มหน้าไร้คำตอบ
ผมกับเจทปลอดภัยแต่ฟิวท์พาจอสส์กลับมาในสภาพยับเยิน
เห็นสภาพนี้แล้วทำให้ผมเดือดปุดจนแทบคลั่งถ้าเป็นเหตุการณ์ในช่วงปกติผมคงระงับอารมณ์พุ่งพล่านไว้ไม่ทันคงระเบิดใส่เขาทั้งคู่ แต่ช่วงเวลาเป็นตายขณะนี้ทำให้ผมเยือกเย็นกว่าทุกครั้ง
ลอบถอนหายใจเข้ายาวกว่าออก
เฮ้อ!!!
พอเจทเห็นสภาพบาดเจ็บของลูกชายคนเล็กเธอช๊อกไปชั่วขณะก่อนจะรี่เข้าไปดูอาการ แต่ผมยกมือห้ามเธอไว้ต้องหลังจากผมสอบสวนซะก่อน
ตอนเครียดหัวคิ้วของผมมักย่นเข้ามาชนกันแล้วแววตาสีหม่นนำพาอากาศรอบด้านพลอยอึดอัดไปด้วย
เจทถึงกับอึ้งเมื่อเห็นสีหน้าด้านมืดของผมครั้งนี้เธอต้องยอมปล่อยผมอบรมลูกโดยลำพัง
ฟิวท์กับจอสส์เอาแต่นิ่งทั้งคู่ก้มหน้าลงต่ำไม่กล้าสบตาตรงๆในขณะเผชิญหน้ากับผมที่กำลังจมลงสู่บรรยากาศมาคุ
“ฝีมือใคร”ผมถามฟิวท์อีกครั้งเรื่องที่จอสส์โดนยำเละ แต่รู้ว่าคงไม่ใช่ฝีมือเขาแน่... เคยบอกให้ใช้กำลังแต่มันไม่ใช่แบบนี้
“ฟาลโก้”ฟิวท์เงียบเหมือนขบคิด ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียแหบแห้งเหมือนอยากจะร้องไห้
“ใคร”ผมสงสัย เพราะในรุ่นเดียวกันไม่น่าจะมีใครเล่นงานจอสส์ได้
“ฟาลโก้เป็นใคร?”
“พวกสำนักบูเทนโดชิน่ะครับ”คำตอบเพียงแค่นั้นของฟิวท์ ก็ทำให้กระจ่างทันที
จอสส์แอบไปชกกับรุ่นใหญ่เพราะผมรู้มาก่อนว่าพวกบูเทนโดชิไม่รับศิษย์หรือสมาชิกที่เป็นเด็ก มิน่าจอสส์ถึงแอบดีใจที่จะไม่มีใครไปเชียร์มัน
“พ่อเคยบอกแล้วใช่มั้ยห้ามไปยุ่งกับพวกนั้น” ผมแผดเสียงสั่งสอนทั้งคู่
“มันแค่การประลองคับพ่อ”จอสส์สอดขึ้น
“ขอให้จบแค่ตรงนั้น”ผมตัดบทนิ้วมือมันชี้ใส่หน้าเขาโดยอัตโนมัติ
สีหน้าของผมกดดันให้จอสส์หุบปากสนิท
“พ่อเคยบอกหลายครั้งแล้วใช่มั้ยพวกนั้นไม่ใช่คนดี โดยเฉพาะคนที่เป็นเจ้าสำนักนั่นด้วยเบื้องหลังพวกมันคือแก๊งค์มาเฟียและอาจเป็นพวกปฏิวัติต่อต้านรัฐบาลพวกมันเป็นมือสังหารที่โหดร้ายป่าเถื่อน อยากฆ่าใครก็ได้ที่มันอยากฆ่าและมันฆ่าได้อย่างเลือดเย็น”
“ผมเสียใจครับพ่อผมดูแลน้องไม่ดี ทำให้เขาเกือบไม่รอด ผมขอโทษ” ผมดีใจที่ฟิวท์เป็นตัวอย่างที่ดีในการสำนึกผิดแต่เขาไม่ใช่เป้าหมายที่ผมคาดโทษ
“ผมขอโทษผมผิดเอง อย่าโทษพี่ฟิวท์เลยคับ ทั้งหมดเป็นเพราะผม...” จอสส์ก้มหน้าลงต่ำยังคงไม่กล้าสบตาตรงๆ ผมจึงเพ่งสำรวจใบหน้าและเนื้อตัวเต็มไปด้วยผ้าพันแผล
เท่านั้นแหละที่ผมต้องการคำขอโทษจากปากจอสส์
ส่วนรายละเอียดการต่อสู้ที่ทั้งคู่เผชิญมาคงต้องเก็บไว้ก่อนถ้ามีเวลาพอค่อยให้พวกเขาเล่าให้ฟังแต่ต้องหลังจากที่ผมคิดหาวิธีเล็ดลอดขึ้นทรีเวิลด์ให้ได้เสียก่อน
ลมหายใจถูกสูดจนลึกสุดปอดแล้วพ่นออกยาวกว่าเข้า มันช่วยให้ผมรู้สึกคลายความเกรี้ยวกราดลง
“เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ขอให้ลูกทั้งสองทบทวนด้วยตนเอง...สิ่งที่ได้มากับสิ่งที่เสียไปขอให้จำไว้เป็นบทเรียน” เมื่อเห็นว่าจอสส์ไม่ได้สาหัสอะไรมากผมก็ไม่อยากว่าอะไรต่อ อยากจบเรื่องนี้โดยเร็วเพราะยังมีเรื่องใหญ่กว่ารอผมจัดการอย่างเร่งด่วน
เงียบไปทั้งคู่
“เอาล่ะไหน...คติพจน์ของครอบครัวเราคืออะไร”ผมถามทั้งคู่และดูเหมือนพวกเขาจะดูออกว่าผมผ่อนคลายลง
“ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนระวังตนอย่าแส่เรื่องคนอื่น”จอสส์เป็นคนชิงตอบ
“ถูกต้อง...อย่าลืมเอาไปใช้ด้วยล่ะ”ผมย้ำ เรื่องมันจบง่ายกว่าที่ผมรู้สึก
ผมกอดเขาไว้ทั้งคู่หวังว่าเหตุการณ์ครั้งนี้คงสอนอะไรพวกเขาได้บ้าง
“...แล้วอย่าลืมคิดคติพจน์ของตัวเองเผื่อไว้ด้วย”เจทช่วยเตือนขณะเข้ามากอดลูกๆจากด้านหลังพวกเขาผมแอบเห็นน้ำใสๆซึมจากเปลือกตาของเธอ
ทุกครั้งที่พวกลูกๆทำอะไรเกินขอบเขตที่กำหนดผมมักจะของขึ้นก่อนเสมอ แล้วถ้าผมทันฉุกคิดระงับอารมณ์ได้ทันผมจะไม่ตัดสินว่าการกระทำของเขาผิดหรือถูกในสายตาของผมหรือเจท แต่ให้เขาคิดทบทวนด้วยตนเองสิ่งที่ผมกับเจททำได้ก็คือ ให้ข้อมูลทั้งด้านบวกและลบของเรากับเขา
และทุกครั้งที่เกิดเรื่องพวกเขาก็จะเติบโตขึ้น
การที่ผมรู้เรื่องเกี่ยวกับแก็งค์มาเฟียพวกนั้นก็เพราะคนของบูเทนโดชิเคยมารังควานผมประมาณว่าชวนเข้าเป็นสมาชิกหรือไม่ก็บังคับให้สนับสนุนด้านการเงินยังดีที่โรงงานของผมผลิตชิ้นส่วนให้กับกระทรวงบริหารทรัพยากรแห่งชาติถือได้ว่ามีสายสัมพันธ์กับฝ่ายรัฐบาล จึงพอมีกะลาคุ้มหัว
นักสืบฝ่ายผมเคยส่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ ยืนยันว่าพวกมันเป็นฝ่ายต่อต้าน คิดล้มล้างรัฐบาลและเจ้าสำนักบูเทนโดชิ อาจเป็นหนึ่งในผู้นำของพวกกบฏ
อันที่จริงผมและธุรกิจของผมพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเข้าไปเกี่ยวพันกับเรื่องการเมืองมาโดยตลอด แต่ในที่สุดก็หนีไม่พ้นผมถูกบีบบังคับให้ต้องเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
เจทเองก็มีเส้นสายในกระทรวงกลาโหมสุดท้ายโรงงานและบริษัทของผมก็ได้รับการคุ้มครองจากรัฐบาลเป็นพิเศษหมายถึงยอมให้ผู้มีอำนาจบางคนในรัฐบาล ได้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทอย่างลับๆแลกเปลี่ยนกับการได้สิทธิ์เข้าเป็นฝ่ายผลิตชิ้นส่วนตัวถังยานพาหนะให้กองทัพแน่นอนว่าทรัพย์สินที่มีมูลค่าเป็นหุ้นนั้นส่วนที่ผมโอนถ่ายให้พนักงานไปยังนับได้ว่าไม่ถึงครึ่งเสียด้วยซ้ำ
ผมเลือกถูกข้างทำให้กิจการเจริญรุดหน้ามาตลอด แต่ตอนนี้ทุกสิ่งที่เพียรสร้างมาหลายสิบปีมันกำลังจะมลายสูญไปภายในไม่กี่ชั่วโมงนับจากนี้
หลังจากจบเรื่องลูกๆคืนนี้ผมคงไม่ได้นอน เพราะการเปลี่ยนมาใช้แผนสำรองอย่างแผนBกะทันหันทำให้เกิดปัญหาใหญ่ยากที่จะแก้ไขเพราะจากนี้ไปคนในครอบครัวผมต่างถูกหมายหัวเป็นกบฏ การเล็ดลอดขึ้นทรีเวิลด์อย่างปลอดภัยโดยสวัสดิ์ภาพไร้ซึ่งการสูญเสียยากนักที่จะเป็นไปได้ หากผมยังแก้โจทย์ของปัญหานี้ไม่ได้ พวกเราทุกคนต้องเผชิญหายนะกันทั้งหมด