บทที่ 39 ขายโสม
ซูชิ่นได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะออกมาเสียงดัง "ช่างกล้านัก! เป็นเพียงบ่าวรับใช้แต่กลับกล้าเอ่ยปากข่มขู่เอาชีวิตคน ใครให้ความมั่นใจกับเจ้ากัน? หรือว่านายน้อยบ้านเจ้าเป็นเง็กเซียนฮ่องเต้?"
ลู่เสี่ยวลิ่วกำลังจะเอ่ยชื่อเสียงเรียงนามของตระกูลลู่เพื่อข่มขวัญซูชิ่น แต่กลับถูกลู่หมิงอี้ตวาดห้ามไว้
"เสี่ยวลิ่ว หุบปาก! ใครอนุญาตให้เจ้าพูดจาสามหาวเช่นนี้?"
ลู่เสี่ยวลิ่วเห็นสีหน้าของลู่หมิงอี้ดูย่ำแย่จึงไม่กล้าส่งเสียงอีก
"ไปซื้อตะกร้ามาให้ข้าใบหนึ่ง"
ลู่เสี่ยวลิ่วมีท่าทางไม่เต็มใจนัก "นายน้อย ผลไม้นี้ซื้อไม่ได้นะขอรับ"
คราวนี้ลู่หมิงอี้โกรธขึ้นมาจริง ๆ จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "อะไรกัน? ข้าสั่งเจ้าไม่ได้แล้วหรือ?"
ลู่เสี่ยวลิ่วสะดุ้งโหยง แล้วรีบหันหลังเดินไปยังแผงเครื่องจักสานไม้ไผ่ที่อยู่ไม่ไกล ครู่หนึ่งเขาก็กลับมาพร้อมกับตะกร้าไม้ไผ่ใบใหญ่
"รบกวนแม่นางช่วยหยิบผลไม้แต่ละอย่างให้อย่างละสิบลูกด้วย" ลู่หมิงอี้รับตะกร้าไม้ไผ่มาส่งให้ตรงหน้าซูชิ่น
ซูชิ่นไม่ได้เอาเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ต่อ นางรีบหยิบผลไม้ตามคำขออย่างคล่องแคล่วแล้วส่งตะกร้าคืนให้ "ขอบคุณที่อุดหนุน ทั้งหมดสี่ร้อยอีแปะ"
ลู่หมิงอี้เอื้อมมือไปรับ แต่ทว่าน้ำหนักของตะกร้าไม้ไผ่เกือบจะทำให้เขาขายหน้าต่อหน้าผู้คน โชคดีที่ซูชิ่นยังไม่ปล่อยมือ มิเช่นนั้นตะกร้าต้องตกลงพื้นแน่นอน
ตอนนี้ลู่เสี่ยวลิ่วเริ่มรู้จักดูสถานการณ์ เขาจึงรีบก้าวเข้ามาช่วยรับตะกร้าไปพร้อมกับถลึงตาใส่ซูชิ่นทีหนึ่ง
ซูชิ่นคร้านจะลดตัวลงไปใส่ใจคนโง่เช่นนี้ บ่าวที่มีสมองบกพร่องแบบนี้ ขอเพียงนายน้อยคนนี้ตาไม่บอดใจไม่มืด บ่าวคนนี้คงถึงคราวสิ้นสุดวันเวลาที่แสนสุขแล้ว
ลู่หมิงอี้ออกมาเดินเล่นพักใหญ่จนเริ่มรู้สึกเหนื่อย เขาจึงหยิบก้อนเงินออกมาจากกระเป๋าแล้วส่งให้ซูชิ่น
ซูชิ่นจ้องมองก้อนเงินนั้นแต่ไม่ได้รับไว้
"แม่นาง เหตุใดจึงไม่รับเล่า?" ลู่หมิงอี้เอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ
ซูชิ่นกลอกตาพลางเอ่ยว่า "ข้าทอนเงินให้ไม่ได้"
ลู่หมิงอี้รู้สึกหน้าแตกอีกครั้ง ผลไม้ของนางราคาเพียงสี่ร้อยอีแปะ แต่เขาหยิบเงินห้าตำลึงออกมา นางจะไปหาเงินทอนมาจากที่ใด?
ทว่าในตัวเขาก็ไม่มีเศษเงินจริง ๆ จึงเอ่ยว่า "ไม่ต้องทอน เมื่อครู่บ่าวชั่วในบ้านของข้าพูดจาไม่สุภาพและใช้ถ้อยคำร้ายกาจ เงินเหล่านี้ถือเป็นค่าชดเชยที่ข้ามอบให้แม่นาง หวังว่าแม่นางจะให้อภัย"
ซูชิ่นมองดูเงินนั่น แล้วจึงเอ่ยกับเขาว่า "เช่นนั้นข้าก็จะไม่เอาเปรียบท่าน ผลไม้ที่เหลือเหล่านี้คำนวณคร่าว ๆ น่าจะมีมูลค่าประมาณสี่ตำลึง เช่นนั้นยกให้ท่านทั้งหมดเลยแล้วกัน"
พูดจบนางก็รับเงินมา แล้วจูงมือเด็กทั้งสองคนหันหลังเดินจากไป เพียงครู่เดียวก็หายลับไปในฝูงชน
"นายน้อย ของเหล่านี้จะทำอย่างไรดีขอรับ?" ลู่เสี่ยวลิ่วมองดูผลไม้สองกระด้งใหญ่ด้วยความมึนงง
ลู่หมิงอี้ปรายตามองเขาอย่างเย็นชา แล้วก้าวเท้าเดินมุ่งหน้ากลับไปยังจวนตระกูลลู่
ซูชิ่นไม่สนใจว่านายบ่าวคู่นั้นจะเป็นอย่างไร เมื่อได้เงินมาแล้ว นางก็พาเด็กทั้งสองมุ่งหน้าไปยังโรงหมอในตัวอำเภอทันที
โรงหมอที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอชีฝูคือโรงหมอเหรินซินถัง ที่เปิดโดยเศรษฐีอันดับหนึ่งอย่างท่านเศรษฐีหลิว ซึ่งเศรษฐีหลิวผู้นี้ไม่ใช่คนดีอะไรนัก ว่ากันว่าวิธีการทำงานค่อนข้างไม่ซื่อตรง ดังนั้นซูชิ่นจึงตัดโรงหมอเหรินซินถังทิ้งไปทันที
แม้โสมของนางจะไม่ใช่ของล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่งในโลก แต่ลักษณะภายนอกก็ดูออกว่าไม่ใช่ของธรรมดา หากนำไปที่โรงหมอเหรินซินถัง เรื่องจะถูกโกงนั้นเป็นเรื่องเล็ก แต่สิ่งที่นางกังวลคือการถูกบ้านตระกูลหลิวหมายหัว
ตอนนี้นางเพิ่งทะลุมิติมา รากฐานยังไม่มั่นคง ไม่จำเป็นต้องหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัว ดังนั้นซูชิ่นจึงกำหนดเป้าหมายไปที่โรงหมอขนาดเล็กแห่งหนึ่งในตัวอำเภอ
โรงหมอตระกูลเฉาเป็นโรงหมอเล็ก ๆ ที่เปิดโดยหมอเฉา แม้จะมีขนาดเล็กแต่ก็มีคนมาหาหมอไม่น้อย ทว่าส่วนใหญ่เป็นคนยากจน
ซูชิ่นยืนลังเลอยู่หน้าโรงหมอพักใหญ่ เมื่อเห็นหน้าร้านที่ดูซอมซ่อของโรงหมอตระกูลเฉา รวมถึงคนไข้ที่แต่งกายมอซอและมีใบหน้าซีดเซียวในโรงหมอ นางก็คิดในใจว่าโสมของตนจะขายออกหรือไม่?
ขณะที่กำลังคิดจะไปดูที่อื่น เด็กที่ช่วยงานหมอคนหนึ่งตาไว รีบเดินออกมาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น "แม่นางท่านนี้มาซื้อสมุนไพรหรือขอรับ? มีใบสั่งยามาด้วยหรือไม่?"
ซูชิ่นกำลังจะหาข้ออ้างเพื่อเลี่ยงไป แต่เยว่เยว่กลับเงยหน้าเล็ก ๆ ขึ้นแล้วเอ่ยว่า "พวกเรามาขายสมุนไพรเจ้าค่ะ"
เด็กช่วยงานหมอยิ้มตาหยีแล้วถามว่า "ขอถามหน่อยว่าขายสมุนไพรอะไรหรือขอรับ? พอจะให้ข้าดูหน่อยได้หรือไม่?"
"ขายโสม เจ้าดูเป็นหรือไม่?" ซูชิ่นเห็นว่าพูดมาถึงขั้นนี้แล้ว จึงไม่รีบร้อนที่จะจากไป
เด็กช่วยงานหมอเกาหัวแล้วกล่าวว่า "โสมหรือขอรับ เรื่องนี้ข้าดูไม่เป็น ต้องรบกวนแม่นางรอสักครู่ รอให้ท่านอาจารย์ตรวจคนไข้คนนี้เสร็จก่อนจึงจะปลีกตัวมาได้"
ซูชิ่นไม่มีธุระอะไรจึงพยักหน้าตกลง
เด็กช่วยงานหมอรีบเชื้อเชิญพวกเขาทั้งสามเข้าไปในโรงหมอ หาที่มุมหนึ่งแล้วยกเก้าอี้มาให้ พร้อมกับรินน้ำชามาให้พวกเขานั่งรอ จากนั้นก็หันกลับไปกระซิบกับหมอเฉาประโยคหนึ่ง
หมอเฉาเงยหน้ามองไปยังมุมห้อง พยักหน้าเล็กน้อย แล้วก้มลงตรวจชีพจรให้คนไข้ต่อ
รอสักพัก หมอเฉาเขียนใบสั่งยาให้คนไข้เสร็จและกำลังจะลุกขึ้นเดินมาทางซูชิ่น ทันใดนั้นด้านนอกก็เกิดความวุ่นวายขึ้น ทุกคนต่างหันไปมอง ก่อนจะเห็นชายฉกรรจ์หลายคนใช้แผ่นไม้เก่า ๆ หามหญิงตั้งครรภ์ที่โชกไปด้วยเลือดพุ่งเข้ามา
"ท่านหมอเฉา ขอท่านได้โปรดช่วยลูกสะใภ้ของข้าด้วย ในท้องของนางมีหลานชายคนโตของบ้านตระกูลหลิวอยู่เจ้าค่ะ"
หญิงวัยกลางคนที่สวมเสื้อผ้ามีรอยปะหลายแห่งร้องไห้คร่ำครวญ ส่วนสามีของหญิงตั้งครรภ์ก็คุกเข่าลงเสียงดังตุบ!
"ท่านหมอเฉา ได้โปรดช่วยภรรยาของข้าด้วยเถิด ข้ายอมคุกเข่าให้ท่านแล้วขอรับ"
หมอเฉาเองก็ตกใจกับสภาพของหญิงตั้งครรภ์ผู้นั้นเช่นกัน เขาไม่พูดพล่ามทำเพลงแล้วรีบก้าวเข้าไปตรวจดูทันที
นี่คืออาการตกเลือดอย่างรุนแรง ดูจากสถานการณ์แล้วน่าจะเสียเวลาระหว่างทางไปมาก ตอนนี้หญิงตั้งครรภ์เริ่มลมหายใจแผ่วเบาลงทุกที
"ลู่อิง ไปเอาโสมแผ่นมา" หมอเฉาสั่งเสียงดัง
เด็กช่วยงานหมอคนที่ต้อนรับซูชิ่นขานรับ แล้วรีบวิ่งไปหยิบโสมแผ่นที่ตู้ยา
เหล่าคนไข้ในโรงหมอต่างชะเง้อคอเฝ้าดูเหตุการณ์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น จนแทบจะเบียดเข้าไปดูใกล้ ๆ
ซูชิ่นไม่ได้มีความอยากรู้อยากเห็นเลยแม้แต่น้อย นางกลัวว่าเด็กทั้งสองจะตกใจจึงเตรียมจะพาลูก ๆ ออกไป แต่แล้วเสียงร้อนรนของลู่อิงก็ดังขึ้น
"ท่านอาจารย์ โสมแผ่นหมดแล้วขอรับ"
แม่สามีของหญิงตั้งครรภ์ได้ยินเช่นนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นทันที สองมือตบพื้นร้องไห้โฮ
"โธ่เอ๋ยสวรรค์ จะทำอย่างไรดี หลานชายของข้า..."
หมอเฉาไม่ได้ปรายตามองนาง แต่สั่งการทันทีว่า "รีบไปซื้อจากโรงหมอแถวนี้กลับมาเร็วเข้า"
ลู่อิงกำลังจะเดินออกไป ทันใดนั้นเขาก็เหลือบไปเห็นซูชิ่นและลูกที่เดินมาถึงประตูพอดี ดวงตาของเขาเป็นประกาย รีบตะโกนเรียก "แม่นางท่านนั้น โปรดหยุดก่อน!"
"เรียกข้าหรือ?" ซูชิ่นหันกลับมามองเขา
ลู่อิงพยักหน้า "แม่นาง ท่านไม่ได้มาขายโสมหรอกหรือ? รีบเอาโสมที่นำมาให้ท่านอาจารย์ของข้าเถิด"
พอแม่สามีของหญิงตั้งครรภ์ได้ยินว่าซูชิ่นมีโสมก็รีบลุกขึ้นจากพื้น พุ่งเข้าไปหาซูชิ่นแล้วคว้าตัวนางไว้ พลางร้องไห้ระงมว่า "แม่นาง ได้โปรดรีบเอาโสมออกมาช่วยหลานชายของข้าด้วยเถิด"
ชายผู้นั้นก็ก้าวเข้ามาคุกเข่าลงตรงหน้าซูชิ่นเช่นกัน
คนไข้ในโรงหมอต่างล้อมวงเข้ามา และจ้องมองซูชิ่นด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ซูชิ่นมองหญิงตั้งครรภ์และสองแม่ลูก แล้วมองดูผู้คนที่จ้องมองนางอยู่รอบ ๆ นางยักไหล่ แล้วหยิบโสมออกมาจากกระเป๋าที่เอวส่งให้ลู่อิง
แม้ลู่อิงจะยังดูคุณภาพของโสมไม่แม่นยำ แต่เขาก็พอจะดูของเป็น เมื่อเห็นโสม ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที เขาไม่กล้าชักช้า จึงรีบส่งโสมถึงมือหมอเฉาทันที
หมอเฉามองโสมนั้นเพียงแวบเดียว โดยไม่พูดพล่ามทำเพลง เขาเด็ดรากโสมเส้นหนึ่งยัดเข้าไปในปากของหญิงตั้งครรภ์ทันที
ซูชิ่น "..."
นางตกลงจะขายแล้วหรือ?!