บทที่ 99 เกิดเรื่อง
หลิวจูยืนมองอยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้าเย่อหยิ่งเย่จื่อเฉินเหลือบตามองเธอเล็กน้อย ก็รู้ได้ทันทีว่าเธอเป็นคนไปตามคนพวกนี้มา
ในตอนนั้นเองเจ้าของร้านก็ได้รีบเดินออกมา เจ้าของร้านเป็นคุณลุงที่ดูท่าทางใจดีเมื่อเห็นตำรวจมา เขาก็รีบเข้ามาพูดด้วยรอยยิ้ม
“คุณตำรวจครับ จะดื่มอะไรไหมครับ ผมเลี้ยงเอง ทางนั้นยังมีโต๊ะว่างอยู่เชิญครับ”
“อย่ามาตีสนิท” นายตำรวจที่หลิวจูพามาผลักเจ้าของร้านออกไปด้านข้างก่อนจะยกมือขึ้นชี้เย่จื่อเฉินกับหลี่เจียอี๋ แล้วพูดขึ้น
“คุณตำรวจครับ เข้าใจผิดกันหรือเปล่าครับ” เจ้าของร้านหน้าตาเป็นกังวลพร้อมพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“อย่ามาพูดว่าเข้าใจผิดกับฉันพนักงานร้านคุณเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีลักลอบนำเข้าของเถื่อนถ้าคุณไม่อยากให้ร้านของคุณมีปัญหา ก็อย่าเข้ามายุ่ง”
หมวกใบใหญ่ถูกถอดออก เจ้าของร้านยืนตะลึงอยู่กับที่ทันที
หลี่เจียอี๋ส่งยิ้มให้เล็กน้อย ส่งสัญญาณเป็นเชิงบอกให้เจ้าของร้านไม่ต้องเป็นห่วงก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองนายตำรวจคนนั้น แล้วพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น
“คุณมีสิทธิ์อะไรมากล่าวหาฉันว่ามีความเกี่ยวข้องกับแก๊งลักลอบนำเข้าของเถื่อนฉันว่าคุณมากกว่าที่อาศัยหน้าที่การงานเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว”
“พี่ จะไปเสียเวลาพูดกับมันทำไม จับตัวมันไปซะก็สิ้นเรื่อง”
หลิวจูยืนยิ้มเยาะอยู่ข้างๆ เย่จื่อเฉินเลียริมฝีปากพลางเหลือบมองผู้หญิงคนนั้นเล็กน้อย
ความเยือกเย็นผุดขึ้นมาตั้งแต่ปลายเท้าของเธอทันที เธอถอยหลังโดยอัตโนมัติเย่จื่อเฉินจึงพูดกลั้วหัวเราะขึ้นมา
“คุณตำรวจหลิว?”
นายตำรวจชะงักไปนิด ก่อนจะพูดขึ้น “นายรู้จักฉันเหรอ?”
เย่จื่อเฉินยักคิ้วยิ้มให้ แล้วพูดขึ้น “พี่ของหลิวจูถ้าไม่ใช่แซ่หลิวแล้วจะให้แซ่เย่หรือไง ตระกูลของพวกผมไม่มีลูกหลานแบบคุณหรอกนะ”
“ด่าฉันเหรอ?” นายตำรวจหลิวยิ้มเหี้ยม ก่อนจะพูดด้วยเสียงห้วน “หวังว่าพอนายไปถึงแล้วจะยังปากดีแบบนี้ได้นะ พาตัวพวกเขาสองคนไป”
“เดี๋ยวก่อน”
เย่จื่อเฉินยกมือขึ้นห้ามนายตำรวจที่จะพุ่งเข้าหา แล้วพูดพลางหัวเราะเบาๆ
“คุณแน่ใจนะว่าจะจับผมไป ผมกลัวว่าคุณจะรับผิดชอบการกระทำนี้ไม่ไหวนะครับ”
น้ำเสียงที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัวนั้น ทำให้นายตำรวจหลิวอึ้งไปหรือว่าจะมีคนอยู่เบื้องหลังเจ้าเด็กคนนี้
ขมวดคิ้วมองดูเย่จื่อเฉิน การแต่งตัวธรรมดาบวกกับในความทรงจำของเขาก็ไม่ได้มีคนคนนี้อยู่ในหัว
ทันใดนั้น นายตำรวจหลินก็ได้แสยะยิ้มเย็นขึ้น
“หึ คนของแก๊งค้าของเถื่อนมันก็อวดดีแบบนี้กันทั้งนั้น พาตัวไป”
ไม่ต้องพูดให้มากความ นายตำรวจอีกสองคนก็เข้ามาประกบทันที
เย่จื่อเฉินสะบัดไหล่ ทำให้มือของนายตำรวจสองคนหลุดออกไปก่อนจะพูดเสียงห้วน
“ฉันเดินเองได้ แต่ผมหวังว่าคุณจะไม่เสียใจที่หลังนะ”
หลี่เจี๋ยอี๋ก็โดนพาตัวมายังโรงพักด้วย ทั้งสองคนไม่ได้ถูกพาไปที่ห้องสอบปากคำแต่โดนนายตำรวจหลินสั่งขังไว้ในห้องขัง
สองมือถูกใส่กุญแจมือติดเอาไว้กับเครื่องฮีตเตอร์
“เย่จื่อเฉิน เป็นยังไงบ้าง?”
หลี่เจียอี๋ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความเป็นห่วง โตมาตั้งขนาดนี้นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าห้องขัง
“ไม่ต้องห่วงหรอก”
เย่จื่อเฉินนิ่งสงบอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่จะมาเขาได้ส่งข้อความไปหาผู้การหลิวแล้วอีกไม่นานทางการตำรวจฝั่งนั้นก็น่าจะโทรศัพท์มาที่นี่
ถึงตอนนั้นก็ถึงคราวของผู้ชายคนนั้นแทน
“เย่จื่อเฉิน นายดู นั่นมันแฟนของตำรวจหลินไม่ใช่เหรอ?”
หลิวฉิงลอยอยู่กลางอากาศ แล้วชี้มือออกไปข้างนอกเย่จื่อเฉินจึงมองออกไปนอกหน้าต่าง
ใช่จริงๆ ด้วย
“หลิวเฉียง!” จ้าวจื่อหมิงเรียกหลิวเฉียง
“หัวหน้าจ้าว”
“ได้ยินว่านายจับพวกค้าของเถื่อนมา ชื่อว่าเย่จื่อเฉินใช่ไหม?”
จ้าวจื่อหมิงหรี่ตาลง หลิวเฉียงขนหัวลุกพรึบขึ้นทันทีที่ได้ยิน
หรือว่าเจ้าเด็กนั่นจะรู้จักหัวหน้าจ้าว?
“หัวหน้าจ้าว หัวหน้า…”
“ไม่ต้องตื่นเต้นไป” จ้าวจื่อหมิงยื่นมือไปตบบ่าเขาสองครั้งพร้อมกับยื่นผ้าผืนหนึ่งให้เขา “ถ้านายจับคนที่ชื่อเย่จื่อเฉินมาจริงๆก็ทำให้เขาอยู่สบายๆ หน่อย คงรู้นะว่าต้องทำยังไง?”
หลิวเฉียงมองผ้าในมือของเขาแล้วยิ้มออกมาทันทีคิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าเด็กนี่จะมีความแค้นกับหัวหน้าจ้าว
“เข้าใจครับ”
“ได้ ไปเถอะ อย่าให้เหลือร่องรอย”
เมื่อตบบ่าหลิวเฉียงแล้วก็หันหน้าไปสบตากับเย่จื่อเฉินเล็กน้อย แล้วจึงหมุนตัวเดินออกไป
“เอ๊ะ ทำไมเขาถึงไปแล้วล่ะ?”
หลิวฉิงอุทานโดยไร้เสียงออกมา เย่จื่อเฉินกระตุกยิ้มมุมปาก
เจ้าหมอนี่มีพิรุธแล้ว
แก๊ก
ประตูห้องขังถูกคนผลักเข้ามาจากด้านนอก หลิวเฉียงเดินเข้ามาจากด้านนอกพร้อมกับถือผ้าและกระบองไว้ในมือ
เมื่อเห็นผ้าผืนนั้นเย่จื่อเฉินก็หรี่ตาลงทันทีนั่นเป็นผ้าที่จ้าวจื่อหมิงมอบให้เขา
“เจ้าหนู สารภาพมาเถอะ”
สิ่งแรกที่ทำเมื่อหลิวเฉียงเข้ามาในห้อง ก็คือกดล็อกประตูพร้อมกับดึงผ้าม่านลง
เย่จื่อเฉินหรี่ตาลง แสยะยิ้มมุมปากแล้วพูด
“ผมไม่มีอะไรต้องสารภาพ”
“งั้นเหรอ? ดูท่าว่าทางองค์กรจะสำคัญกับนายมากเลยนะเก่งนักใช่ไหม”
หลิวเฉียงยิ้มเหี้ยมพร้อมกับเดินเข้าไปหาเย่จื่อเฉินก่อนจะเอาผ้าขนหนูคลุมท้องเขาไว้ แล้วยกกระบองขึ้นฟาดที่ท้องทันที
“เวรเอ๊ย!”
เย่จื่อเฉินเปล่งเสียงกระท่อนกระแท่นแล้วยกเท้าถีบหลิวเฉียงจนกระเด็นออกไป
หลิวเฉียงที่ลุกขึ้นจากพื้นได้ ก็ปัดฝุ่นบนร่างกายตัวเองเล็กน้อยหน้าตาดุดัน
“กล้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจเหรอ”
ผ้าขนหนูเปียกโชก กระบองมีกระแสไฟฟ้าวิ่ง…
เปรี๊ยะ!
เย่จื่อเฉินที่พิงเครื่องฮีตเตอร์อยู่ตัวกระตุกขึ้นมาทันที
“เย่จื่อเฉิน!”
“เย่จื่อเฉิน!”
หลิวฉิงกับหลี่เจียอี๋อุทานขึ้นมาพร้อมกัน หลิวเฉียงลดกระบองลงก่อนจะเอื้อมมือไปตบหน้าเย่จื่อเฉิน
“จะสารภาพไหม”
“สารภาพบ้าอะไร…ถุย…”
เย่จื่อเฉินพ่นน้ำลายใส่ หลิวเฉียงหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดหน้าความถี่ของกระแสไฟฟ้าที่กระบองเพิ่มขึ้น ก่อนจะฟาดไปที่เย่จื่อเฉินอีกครั้ง
“อุบ…อ๊อก…”
ทั้งร่างของเย่จื่อเฉินสั่นเทิ้มขึ้นมาอย่างรุนแรงหลี่เจียอี๋จึงตะโกนขึ้นเสียงดัง
“ช่วยด้วย…ใครก็ได้ มีคนทำร้ายผู้ต้องหา!”
เพียะ!
หลิวเฉียงตวัดมือลงบนใบหน้าของหลี่เจียอี๋เย่จื่อเฉินลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ ประจวบกับได้เห็นภาพนั้นเข้าพอดี
“แกมันไอ้สวะ เก่งจริงก็มาลงที่ฉันสิ!”
“ฮะฮะ ดูไม่ออกเลยนะเนี่ยว่าแกจะเป็นฮีโร่ด้วย แต่ว่าสายตาแย่ไปหน่อยนะเนี่ย”
เปรี๊ยะ!
เอากระบองจี้ใส่ตัวเย่จื่อเฉินอีกครั้ง
“จะสารภาพไหม”
“ฉัน…ถุย…”
เย่จื่อเฉินลืมตาขึ้นอย่างอ่อนแรง แสยะยิ้มแล้วพ่นน้ำลายใส่หลิวเฉียง
“เย่จื่อเฉิน!”
หลี่เจียอี๋กระเสือกกระสนจะเข้าไปช่วยเย่จื่อเฉินข้อมือทั้งสองข้างโดนขูดจนมีรอยเลือดซึมออกมา
หลิวฉิงที่ลอยอยู่กลางอากาศกระทืบเท้าด้วยความร้อนใจเธออยากช่วยเย่จื่อเฉิน แต่เย่จื่อเฉินกลับออกคำสั่งว่าไม่ให้เธอเข้าไปวุ่นวาย
“ทำไมพ่อถึงได้ช้าขนาดนี้นะ”
หลิวฉิงกัดริมฝีปากเต็มแรงทำได้แค่เบิกตามองเย่จื่อเฉินที่โดนหลิวเฉียงเอากระบองจี้ตัวครั้งแล้วครั้งเล่า
ในเวลาเดียวกัน ณ กองบังคับการตำรวจ
ผู้การหลิวนั่งอ่านคดีใหญ่ในช่วงนี้อยู่ในห้องทำงานประตูห้องทำงานถูกคนผลักออก ตำรวจจางเดินเข้ามาจากข้างนอก
“ผู้การหลิวครับ ชาร์จแบตโทรศัพท์เต็มแล้วครับ”
“อ้อ วางไว้ตรงนั้นแหละ”
ผู้การหลิวไม่ได้ลืมตาขึ้นมอง นายตำรวจจางวางโทรศัพท์ลงแล้วจึงเดินออกไปจากห้อง
เนิ่นนาน ผู้การหลิวถึงได้วางเอกสารคดีใหญ่ในมือลงก่อนจะคลึงขมับแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเครื่อง
เพียงครู่เดียว ก็มีข้อความของเย่จื่อเฉินเด้งขึ้นมาในโทรศัพท์ผู้การหลิวรีบกดเปิดข้อความ ก่อนจะตะลึงงันไปทันที
เมื่ออ่านข้อความที่ส่งมาแล้ว
ตุบ
แย่แล้ว