ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    เล่มที่ 4 บทที่ 99 เกิดเรื่อง

    บทที่ 99 เกิดเรื่อง

          หลิวจูยืนมองอยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้าเย่อหยิ่งเย่จื่อเฉินเหลือบตามองเธอเล็กน้อย ก็รู้ได้ทันทีว่าเธอเป็นคนไปตามคนพวกนี้มา

          ในตอนนั้นเองเจ้าของร้านก็ได้รีบเดินออกมา เจ้าของร้านเป็นคุณลุงที่ดูท่าทางใจดีเมื่อเห็นตำรวจมา เขาก็รีบเข้ามาพูดด้วยรอยยิ้ม

          “คุณตำรวจครับ จะดื่มอะไรไหมครับ ผมเลี้ยงเอง ทางนั้นยังมีโต๊ะว่างอยู่เชิญครับ”

          “อย่ามาตีสนิท” นายตำรวจที่หลิวจูพามาผลักเจ้าของร้านออกไปด้านข้างก่อนจะยกมือขึ้นชี้เย่จื่อเฉินกับหลี่เจียอี๋ แล้วพูดขึ้น

          “คุณตำรวจครับ เข้าใจผิดกันหรือเปล่าครับ” เจ้าของร้านหน้าตาเป็นกังวลพร้อมพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

          “อย่ามาพูดว่าเข้าใจผิดกับฉันพนักงานร้านคุณเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีลักลอบนำเข้าของเถื่อนถ้าคุณไม่อยากให้ร้านของคุณมีปัญหา ก็อย่าเข้ามายุ่ง”

          หมวกใบใหญ่ถูกถอดออก เจ้าของร้านยืนตะลึงอยู่กับที่ทันที

          หลี่เจียอี๋ส่งยิ้มให้เล็กน้อย ส่งสัญญาณเป็นเชิงบอกให้เจ้าของร้านไม่ต้องเป็นห่วงก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองนายตำรวจคนนั้น แล้วพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น

          “คุณมีสิทธิ์อะไรมากล่าวหาฉันว่ามีความเกี่ยวข้องกับแก๊งลักลอบนำเข้าของเถื่อนฉันว่าคุณมากกว่าที่อาศัยหน้าที่การงานเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว”

          “พี่ จะไปเสียเวลาพูดกับมันทำไม จับตัวมันไปซะก็สิ้นเรื่อง”

          หลิวจูยืนยิ้มเยาะอยู่ข้างๆ เย่จื่อเฉินเลียริมฝีปากพลางเหลือบมองผู้หญิงคนนั้นเล็กน้อย

          ความเยือกเย็นผุดขึ้นมาตั้งแต่ปลายเท้าของเธอทันที เธอถอยหลังโดยอัตโนมัติเย่จื่อเฉินจึงพูดกลั้วหัวเราะขึ้นมา

         “คุณตำรวจหลิว?”

          นายตำรวจชะงักไปนิด ก่อนจะพูดขึ้น “นายรู้จักฉันเหรอ?”

          เย่จื่อเฉินยักคิ้วยิ้มให้ แล้วพูดขึ้น “พี่ของหลิวจูถ้าไม่ใช่แซ่หลิวแล้วจะให้แซ่เย่หรือไง ตระกูลของพวกผมไม่มีลูกหลานแบบคุณหรอกนะ”

          “ด่าฉันเหรอ?” นายตำรวจหลิวยิ้มเหี้ยม ก่อนจะพูดด้วยเสียงห้วน “หวังว่าพอนายไปถึงแล้วจะยังปากดีแบบนี้ได้นะ พาตัวพวกเขาสองคนไป”

         “เดี๋ยวก่อน”

          เย่จื่อเฉินยกมือขึ้นห้ามนายตำรวจที่จะพุ่งเข้าหา แล้วพูดพลางหัวเราะเบาๆ

          “คุณแน่ใจนะว่าจะจับผมไป ผมกลัวว่าคุณจะรับผิดชอบการกระทำนี้ไม่ไหวนะครับ”

          น้ำเสียงที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัวนั้น ทำให้นายตำรวจหลิวอึ้งไปหรือว่าจะมีคนอยู่เบื้องหลังเจ้าเด็กคนนี้

          ขมวดคิ้วมองดูเย่จื่อเฉิน การแต่งตัวธรรมดาบวกกับในความทรงจำของเขาก็ไม่ได้มีคนคนนี้อยู่ในหัว

          ทันใดนั้น นายตำรวจหลินก็ได้แสยะยิ้มเย็นขึ้น

          “หึ คนของแก๊งค้าของเถื่อนมันก็อวดดีแบบนี้กันทั้งนั้น พาตัวไป”

          ไม่ต้องพูดให้มากความ นายตำรวจอีกสองคนก็เข้ามาประกบทันที

          เย่จื่อเฉินสะบัดไหล่ ทำให้มือของนายตำรวจสองคนหลุดออกไปก่อนจะพูดเสียงห้วน

          “ฉันเดินเองได้ แต่ผมหวังว่าคุณจะไม่เสียใจที่หลังนะ”

          หลี่เจี๋ยอี๋ก็โดนพาตัวมายังโรงพักด้วย ทั้งสองคนไม่ได้ถูกพาไปที่ห้องสอบปากคำแต่โดนนายตำรวจหลินสั่งขังไว้ในห้องขัง

          สองมือถูกใส่กุญแจมือติดเอาไว้กับเครื่องฮีตเตอร์

         “เย่จื่อเฉิน เป็นยังไงบ้าง?”

          หลี่เจียอี๋ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความเป็นห่วง โตมาตั้งขนาดนี้นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าห้องขัง

         “ไม่ต้องห่วงหรอก”

          เย่จื่อเฉินนิ่งสงบอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่จะมาเขาได้ส่งข้อความไปหาผู้การหลิวแล้วอีกไม่นานทางการตำรวจฝั่งนั้นก็น่าจะโทรศัพท์มาที่นี่

          ถึงตอนนั้นก็ถึงคราวของผู้ชายคนนั้นแทน

          “เย่จื่อเฉิน นายดู นั่นมันแฟนของตำรวจหลินไม่ใช่เหรอ?”

          หลิวฉิงลอยอยู่กลางอากาศ แล้วชี้มือออกไปข้างนอกเย่จื่อเฉินจึงมองออกไปนอกหน้าต่าง

          ใช่จริงๆ ด้วย

          “หลิวเฉียง!” จ้าวจื่อหมิงเรียกหลิวเฉียง

         “หัวหน้าจ้าว”

         “ได้ยินว่านายจับพวกค้าของเถื่อนมา ชื่อว่าเย่จื่อเฉินใช่ไหม?”

          จ้าวจื่อหมิงหรี่ตาลง หลิวเฉียงขนหัวลุกพรึบขึ้นทันทีที่ได้ยิน

          หรือว่าเจ้าเด็กนั่นจะรู้จักหัวหน้าจ้าว?

         “หัวหน้าจ้าว หัวหน้า…”

          “ไม่ต้องตื่นเต้นไป” จ้าวจื่อหมิงยื่นมือไปตบบ่าเขาสองครั้งพร้อมกับยื่นผ้าผืนหนึ่งให้เขา “ถ้านายจับคนที่ชื่อเย่จื่อเฉินมาจริงๆก็ทำให้เขาอยู่สบายๆ หน่อย คงรู้นะว่าต้องทำยังไง?”

          หลิวเฉียงมองผ้าในมือของเขาแล้วยิ้มออกมาทันทีคิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าเด็กนี่จะมีความแค้นกับหัวหน้าจ้าว

         “เข้าใจครับ”

         “ได้ ไปเถอะ อย่าให้เหลือร่องรอย”

          เมื่อตบบ่าหลิวเฉียงแล้วก็หันหน้าไปสบตากับเย่จื่อเฉินเล็กน้อย แล้วจึงหมุนตัวเดินออกไป

         “เอ๊ะ ทำไมเขาถึงไปแล้วล่ะ?”

          หลิวฉิงอุทานโดยไร้เสียงออกมา เย่จื่อเฉินกระตุกยิ้มมุมปาก

          เจ้าหมอนี่มีพิรุธแล้ว

          แก๊ก

          ประตูห้องขังถูกคนผลักเข้ามาจากด้านนอก หลิวเฉียงเดินเข้ามาจากด้านนอกพร้อมกับถือผ้าและกระบองไว้ในมือ

          เมื่อเห็นผ้าผืนนั้นเย่จื่อเฉินก็หรี่ตาลงทันทีนั่นเป็นผ้าที่จ้าวจื่อหมิงมอบให้เขา

         “เจ้าหนู สารภาพมาเถอะ”

          สิ่งแรกที่ทำเมื่อหลิวเฉียงเข้ามาในห้อง ก็คือกดล็อกประตูพร้อมกับดึงผ้าม่านลง

          เย่จื่อเฉินหรี่ตาลง แสยะยิ้มมุมปากแล้วพูด

          “ผมไม่มีอะไรต้องสารภาพ”

          “งั้นเหรอ? ดูท่าว่าทางองค์กรจะสำคัญกับนายมากเลยนะเก่งนักใช่ไหม”

          หลิวเฉียงยิ้มเหี้ยมพร้อมกับเดินเข้าไปหาเย่จื่อเฉินก่อนจะเอาผ้าขนหนูคลุมท้องเขาไว้ แล้วยกกระบองขึ้นฟาดที่ท้องทันที

         “เวรเอ๊ย!”

          เย่จื่อเฉินเปล่งเสียงกระท่อนกระแท่นแล้วยกเท้าถีบหลิวเฉียงจนกระเด็นออกไป

          หลิวเฉียงที่ลุกขึ้นจากพื้นได้ ก็ปัดฝุ่นบนร่างกายตัวเองเล็กน้อยหน้าตาดุดัน

         “กล้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจเหรอ”

          ผ้าขนหนูเปียกโชก กระบองมีกระแสไฟฟ้าวิ่ง…

          เปรี๊ยะ!

          เย่จื่อเฉินที่พิงเครื่องฮีตเตอร์อยู่ตัวกระตุกขึ้นมาทันที

         “เย่จื่อเฉิน!”

         “เย่จื่อเฉิน!”

          หลิวฉิงกับหลี่เจียอี๋อุทานขึ้นมาพร้อมกัน หลิวเฉียงลดกระบองลงก่อนจะเอื้อมมือไปตบหน้าเย่จื่อเฉิน

         “จะสารภาพไหม”

         “สารภาพบ้าอะไร…ถุย…”

          เย่จื่อเฉินพ่นน้ำลายใส่ หลิวเฉียงหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดหน้าความถี่ของกระแสไฟฟ้าที่กระบองเพิ่มขึ้น ก่อนจะฟาดไปที่เย่จื่อเฉินอีกครั้ง

         “อุบ…อ๊อก…”

          ทั้งร่างของเย่จื่อเฉินสั่นเทิ้มขึ้นมาอย่างรุนแรงหลี่เจียอี๋จึงตะโกนขึ้นเสียงดัง

          “ช่วยด้วย…ใครก็ได้ มีคนทำร้ายผู้ต้องหา!”

          เพียะ!

          หลิวเฉียงตวัดมือลงบนใบหน้าของหลี่เจียอี๋เย่จื่อเฉินลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ ประจวบกับได้เห็นภาพนั้นเข้าพอดี

          “แกมันไอ้สวะ เก่งจริงก็มาลงที่ฉันสิ!”

          “ฮะฮะ ดูไม่ออกเลยนะเนี่ยว่าแกจะเป็นฮีโร่ด้วย แต่ว่าสายตาแย่ไปหน่อยนะเนี่ย”

          เปรี๊ยะ!

          เอากระบองจี้ใส่ตัวเย่จื่อเฉินอีกครั้ง

         “จะสารภาพไหม”

         “ฉัน…ถุย…”

          เย่จื่อเฉินลืมตาขึ้นอย่างอ่อนแรง แสยะยิ้มแล้วพ่นน้ำลายใส่หลิวเฉียง

         “เย่จื่อเฉิน!”

         หลี่เจียอี๋กระเสือกกระสนจะเข้าไปช่วยเย่จื่อเฉินข้อมือทั้งสองข้างโดนขูดจนมีรอยเลือดซึมออกมา

          หลิวฉิงที่ลอยอยู่กลางอากาศกระทืบเท้าด้วยความร้อนใจเธออยากช่วยเย่จื่อเฉิน แต่เย่จื่อเฉินกลับออกคำสั่งว่าไม่ให้เธอเข้าไปวุ่นวาย

          “ทำไมพ่อถึงได้ช้าขนาดนี้นะ”

          หลิวฉิงกัดริมฝีปากเต็มแรงทำได้แค่เบิกตามองเย่จื่อเฉินที่โดนหลิวเฉียงเอากระบองจี้ตัวครั้งแล้วครั้งเล่า

          ในเวลาเดียวกัน ณ กองบังคับการตำรวจ

          ผู้การหลิวนั่งอ่านคดีใหญ่ในช่วงนี้อยู่ในห้องทำงานประตูห้องทำงานถูกคนผลักออก ตำรวจจางเดินเข้ามาจากข้างนอก

          “ผู้การหลิวครับ ชาร์จแบตโทรศัพท์เต็มแล้วครับ”

         “อ้อ วางไว้ตรงนั้นแหละ”

          ผู้การหลิวไม่ได้ลืมตาขึ้นมอง นายตำรวจจางวางโทรศัพท์ลงแล้วจึงเดินออกไปจากห้อง

          เนิ่นนาน ผู้การหลิวถึงได้วางเอกสารคดีใหญ่ในมือลงก่อนจะคลึงขมับแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเครื่อง

          เพียงครู่เดียว ก็มีข้อความของเย่จื่อเฉินเด้งขึ้นมาในโทรศัพท์ผู้การหลิวรีบกดเปิดข้อความ ก่อนจะตะลึงงันไปทันที

          เมื่ออ่านข้อความที่ส่งมาแล้ว

          ตุบ

         แย่แล้ว

     

     

    คล้ายกับเรื่องระบบอั่งเปาสะท้านภพ ที่คุณอ่าน