ระบบฝึกยุทธ์ในต่างโลก : เกิดใหม่ครั้งนี้ข้าจะเป็นอัจฉริยะไร้ที่เปรียบ 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 52 โม่ลั่วฮว่ามีรอบเดือน

            ค่ำคืนนั้นงานเลี้ยงดำเนินไปอย่างสนุกสนานครื้นเครง ทุกคนเอร็ดอร่อยกับอาหารเลิศรส 

            เยี่ยนเต๋อจื้อส่งสายตาเป็นเชิงให้เยี่ยนชุยเสวี่ยอยู่เป็นระยะกระตุ้นให้นางคอยปรนนิบัติตักอาหารให้ต้วนจื่ออย่างเอาอกเอาใจความตั้งใจที่จะสานสัมพันธ์นั้นชัดเจนยิ่ง 

            โม่ลั่วฮว่าและเถียนโหรวโหรวสบตากันพลางขมวดคิ้วฉับในฐานะสตรี พวกนางจะไม่รู้ถึงความในใจของเยี่ยนชุยเสวี่ยได้อย่างไร? 

            โดยไม่ลังเลสองสาวก็ตักอาหารให้ต้วนจื่อเช่นกันแสดงออกชัดว่าไม่ต้องการให้เยี่ยนชุยเสวี่ยฉกฉวยต้วนจื่อไป

            สุดท้ายต้วนจื่อก็ถูกประเคนอาหารจนแทบสำรอกออกมาจึงเป็นหน้าที่ของต้วนเยว่เอ๋อร์ที่ต้องประคองเขากลับไปยังห้องพัก

            "เสี่ยวจื่อตอนแรกข้าก็ห่วงว่าเจ้าจะหาคู่ไม่ได้ ที่ไหนได้ เจ้ามันเนื้อหอมเกินคาด"ต้วนเยว่เอ๋อร์ทุบหน้าอกต้วนจื่อเบาๆ แล้วกลั้นขำพลางยกมือปิดปาก

            "เจ้าเชื่อข้า เก็บพวกนางมาให้หมดแล้วรีบสร้างทายาทให้ข้าได้เป็นป้าไวๆ ล่ะ!"

            ต้วนจื่อเพิ่งจะจิบน้ำไปหน่อยเดียวก็ถึงกับสำลักจนเจ็บคอไปหมด"แค่กๆ... ท่านพี่เห็นข้าเป็นตัวอะไร? พ่อพันธุ์หมูหรือ?อีกอย่าง ข้ากับพวกนางก็เป็นแค่มิตรสหาย จะคิดลึกซึ้งเกินไปทำไม!"

            "มิตรสหายอะไรกัน!เจ้าช่างเป็นเด็กโง่ที่ไม่ประสีประสา เจ้าเห็นพวกนางเป็นสหายแต่พวกนางคิดจะกินเจ้าแล้ว!" ต้วนเยว่เอ๋อร์เบ้ปากพลางถลึงตาแล้วกล่าวว่า "เสี่ยวจื่อพี่สาวคนนี้ไม่ได้สอนเจ้าหรือว่า สตรีก็เหมือนน้ำแกงร้อนหากเย็นชืดแล้วก็หมดรสชาติ เชื่อข้าเถอะ เจ้ารีบซดตอนร้อนๆ ซะ!" 

            "......" ต้วนจื่อถึงกับหมดคำพูด

            ไอ้คำว่า 'ตอนร้อนๆ'มันเอามาใช้แบบนี้ก็ได้ด้วยหรือ? 

            "เอาล่ะข้าไม่รบกวนเวลาพักของเจ้าแล้ว" ต้วนเยว่เอ๋อร์ผลักประตูออกไปก่อนจะไปก็ไม่ลืมให้กำลังใจต้วนจื่อ

            "พยายามเข้านะ เจ้าคือที่สุดของความ‘โด่’ เด่น”

            ต้วนจื่อ"......" 

            ท่านพี่ขอรับ ข้าน่ะโดดเด่น ไม่ใช่‘โด่’ เด่น นะขอร้าบบบ!

            ขณะที่กำลังจะทิ้งตัวลงบนเตียงเพื่อคลายความอึดอัดจากอาหารที่กินเข้าไปประตูก็เปิดออกเบาๆ 

            เขามองเห็นเพียงโม่ลั่วฮว่าที่ถือชามน้ำแกงเดินเข้ามา"คุณชาย นี่คือน้ำแกงซานจา ช่วยในการย่อยอาหารข้าตั้งใจปรุงให้ท่านโดยเฉพาะเลยเจ้าค่ะ" 

            พูดจบ นางก็ก้มลงเป่าที่ขอบชามเบาๆเพื่อให้คลายความร้อน 

            "ไม่ร้อนแล้วเจ้าค่ะคุณชายดื่มได้เลย" 

            "ขอบใจเจ้ามาก" ต้วนจื่อเอ่ยพลางยิ้ม รับชามน้ำแกงซานจา แล้วดื่มลงไปอึกใหญ่"รสชาติไม่เลว เพียงแต่หวานเกินไปหน่อย" 

            โม่ลั่วฮว่ากล่าวอย่างกระอักกระอ่วน"ข้ากลัวว่าคุณชายจะดื่มไม่ถูกปาก จึงใส่น้ำตาลมากไปสักหน่อยหรือจะให้ข้าทำใหม่ดีเจ้าคะ?"

            "ไม่เป็นไร ชามเดียวก็พอแล้วไว้คราวหลังค่อยว่ากันใหม่เถิด" ต้วนจื่อเอ่ยปฏิเสธอย่างละมุนละม่อม"ฟ้ามืดแล้ว รีบกลับไปนอนพักผ่อนเถิดข้าขอพักให้หายแน่นท้องสักหน่อย" 

            "เจ้าค่ะ" โม่ลั่วฮว่าพยักหน้ารับเบาๆ ถือชามแล้วเตรียมหันหลังเดินออกไป

            ทว่าจู่ๆ สีหน้าของนางก็ซีดลงกะทันหันท้องน้อยปวดเกร็งอย่างรุนแรงจนเหงื่อเม็ดโตผุดพรายขึ้นตามหน้าผาก

            "เพล้ง!"

            ชามหลุดจากมือร่วงลงพื้นแตกกระจาย

            ในชั่วขณะนั้น โม่ลั่วฮว่ากุมท้องกัดฟันแน่น ร่างกายสั่นเทิ้ม

            "เจ้าเป็นอะไรไป?" ต้วนจื่อกวาดสายตามองโม่ลั่วฮว่า สังเกตเห็นว่าช่วงล่างของนางมีสีแดงจางๆก็พลันเข้าใจ

            "เจ้า... มีรอบเดือน?"

            รอบเดือน เป็นคำโบราณที่ใช้เรียกประจำเดือนหรือที่เรียกว่า น้ำเดือน กำหนดเดือน รั่วเดือน ดังคำกล่าวที่ว่า‘เดือนมีข้างขึ้นข้างแรม น้ำขึ้นน้ำลงมีเช้ามีเย็น’ ประจำเดือนมาเดือนละครั้ง ซึ่งสอดคล้องกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ

            "เจ้าค่ะ..." โม่ลั่วฮว่าหน้าแดงก่ำ พยายามกลบเกลื่อนใบหน้าที่ซีดเผือดด้วยความเจ็บปวด

            “คุณชายเจ้าคะ…ข้าขอไปพักที่ห้องสุขาประเดี๋ยว…”

            กล่าวจบนางก็ขยับสองเท้าที่สั่นเทาไปยังห้องสุขา

            ไม่ทันที่นางจะก้าวพ้นผืนผ้าหยาบกร้านที่ทำจากหญ้าแห้งและเปรอะเปื้อนโลหิตก็หลุดลุ่ยลงสู่พื้น

            บรรยากาศพลันเงียบสงัดลง

            โม่ลั่วฮว่าสมองขาวโพลน ใบหูแดงก่ำจนแทบไหม้

            เมื่อมองไปยังต้วนจื่อ เขาขมวดคิ้วแน่นแววตาส่อแววสงสารอย่างปิดไม่มิด

            ในยุคบรรพกาล เมื่อสตรีมีรอบเดือนพวกนางมิได้มีสิ่งใดรองรับ นอกเสียจากหญ้าแห้งและใบไม้ไว้ซับโลหิตครั้นล่วงสู่ยุคสังคมทาส มนุษย์จึงเริ่มรู้จักอารยธรรมสตรีจึงเย็บกางเกงจากเปลือกไม้และหนังสัตว์เพื่อปกปิดกายและรองรับรอบเดือนด้วยของแห้ง ซับโลหิต แล้วจึงชำระล้างด้วยน้ำ

            ล่วงเลยมาถึงยุคขุนศึกมนุษย์เริ่มคิดค้นการทอผ้าไหม จึงละทิ้งหนังสัตว์และเปลือกไม้เสื้อผ้าอาภรณ์กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งอารยธรรมอันยิ่งใหญ่

            ในยุคที่กระดาษยังมิได้ถูกสร้างสตรีใช้วิธีบรรจุขี้เถ้าลงในผ้าแถบขนาดเล็ก ผูกรัดปลายทั้งสองด้วยด้ายไว้ที่เอวกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า 'ผ้าซับระดู' จำนวนผ้าที่เปลี่ยนในแต่ละครั้งนั้นขึ้นอยู่กับความร่ำรวยของครอบครัวบางครอบครัวที่มีฐานะดี จะเตรียมสำลีสะอาดไว้ให้สตรีใช้ในการทำผ้าซับระดู

            เมื่อมนุษย์รู้จักการทำกระดาษกระดาษฟางซึ่งซับน้ำได้ดีจึงถูกนำมาใช้โดยตรง หรือสอดไว้ในผ้าซับระดูส่วนบ้านที่มีฐานะก็จะใช้กระดาษขาวที่ใช้ในพิธีบูชามาทำผ้าซับระดูเพราะกระดาษชนิดนี้นอกจากจะเหนียวแล้ว ยังขาวสะอาดถูกสุขลักษณะแต่ด้วยราคาที่สูงลิ่ว ทำให้มิใช่ทุกครัวเรือนจะสามารถซื้อหามาใช้ได้

            แม้ทวีปเทพยุทธ์จะล้ำหน้าถึงขั้นทำกระดาษได้แล้วสตรีส่วนมากยังใช้เพียงผ้าซับระดูที่ทำจากกระดาษฟางหากยากจนข้นแค้นหน่อยก็ใช้ผ้าไหม แต่คงไม่มีใครใช้ผ้าหยาบกระด้างจากหญ้าแห้งๆเหมือนโม่ลั่วฮว่า

            ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้โม่ลั่วฮว่าคงต้องใช้ชีวิตอย่างแร้นแค้นสาหัสเพื่อชดใช้หนี้พนันให้บิดา

            “โม่โม่ ข้าให้เงินเจ้าไปแล้วมิใช่หรือทำไมเจ้าถึงไม่ไปซื้อสิ่งจำเป็นสำหรับรอบเดือน?”

            ผ้าหยาบกร้านที่ทำจากหญ้าไม่อากาศถ่ายเททำความสะอาดได้ยาก ก่อให้เกิดโรคเกี่ยวกับรอบเดือนต่างๆ นานาความเสี่ยงที่จะปวดท้องน้อยจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

            สภาพของโม่ลั่วฮว่าในตอนนี้บ่งบอกชัดเจนว่ากำลังปวดท้องน้อย

            "เงิน... เงินพวกนั้นเป็นของคุณชายข้าไม่... ไม่กล้าใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเจ้าค่ะ..." โม่ลั่วฮว่าเม้มปากตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

            “ข้าล่ะปวดหัวกับเจ้าจริงๆให้เงินไว้ก็เอาไปใช้เถอะ จะเป็นของใครก็ช่าง” ต้วนจื่อรู้สึกหงุดหงิดใจเล็กน้อยเขาเปิดใช้งานทักษะ [เซียนแพทย์สิงสถิต]แล้วยื่นมือออกไปเปิดเสื้อผ้าด้านหลังของโม่ลั่วฮว่า มือของเขาแตะลงบนจุดต่างๆบนแผ่นหลังของหญิงสาว

            จากนั้นเขาก็กระตุ้นลมปราณไว้ที่ตันเถียนหมุนเวียนพลังภายในแห่งการแพทย์ ถ่ายเทเข้าไปในร่างของนาง

            ตลอดเวลาที่ทำการรักษามือของเขาแนบชิดกับเรือนร่างของโม่ลั่วฮว่า ทำให้นางอับอายจนใบหน้าแดงก่ำ

            “คุณชาย ท่าน...”

            วาจายังไม่ทันขาดคำโม่ลั่วฮว่าพลันรู้สึกถึงกระแสไออุ่นที่ไหลเวียนทั่วร่างความเจ็บปวดในช่องท้องค่อยๆ ทุเลาลง สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือความสบายอย่างยิ่งราวกับได้แช่กายในธาราอุ่น ความเหนื่อยหน่ายอ่อนล้าล้วนถูกขจัดปัดเป่า

            ด้วยความสุขสบายอย่างถึงที่สุดนางจึงหลุดเสียงครางออกมาอย่างแผ่วเบา แต่ก็รีบปิดปากอย่างรวดเร็วดวงตาเต็มไปด้วยความขัดเขิน

            ต้วนจื่อมิได้สนใจเขาเร่งการส่งพลังภายในแห่งการแพทย์เพื่อบรรเทาอาการปวดท้องน้อยของโม่ลั่วฮว่าจนเสร็จสิ้น แล้วจึงหยุดการกระทำดึงมือกลับคืน

            “ไม่เป็นไรแล้วหลังจากนี้จงกลับไปอาบน้ำให้สะอาดแล้วพรุ่งนี้อย่าลืมนำเงินไปซื้อผ้าซับระดูแบบกระดาษมาใช้อย่าใช้ผ้าหยาบที่ทำจากหญ้าอีก เข้าใจหรือไม่?”

            “เจ้าค่ะ ขอบคุณคุณชาย...” โม่ลั่วฮว่าก้มหน้างุด ใบหน้าแดงระเรื่อ ดวงตาเลี่ยงหลบจากต้วนจื่อ

            หากมีรอยร้าวบนพื้นนางคงจะแทรกตัวหลบซ่อนไปแล้ว

            เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นรวมถึงท่าทีของนาง ล้วนเป็นที่น่าอับอายเกินบรรยาย!

            [ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับผู้ใช้ที่ได้เอาใจใส่ดูแลสาวงามค่าเทียนซิ่ว +222!]

            “ไม่ต้องเกรงใจหลังจากนี้เจ้าอย่าตระหนี่กับเรื่องแบบนี้ ข้ามีเงินเยอะแยะ” ด้วยเห็นกิริยาขัดเขินจนมิอาจเปล่งเสียงของโม่ลั่วฮว่าต้วนจื่อจึงกล่าวอย่างเฉยเมย

            “คราวหน้าหากเจ้ามีรอบเดือนก็ควรถนอมตัวดื่มน้ำขิงจะช่วยให้อบอุ่น บรรเทาอาการปวดท้องและหวาดหนาวได้”

            โม่ลั่วฮว่าพยักหน้า ตอบเบาๆราวกับเสียงกระซิบ “ข้า... ทราบแล้วเจ้าค่ะ...”

            "ข้าจะเขียนเทียบยาให้เจ้ากินวันละครั้งเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ จะช่วยปรับสภาพร่างกายของเจ้าให้ดีขึ้นโอกาสที่อาการเช่นนี้จะกลับมาเมื่อมีรอบเดือนก็จะลดลงอย่างมาก"  ต้วนจื่อเงียบไปครู่หนึ่งเขาหยิบพู่กันมาเขียนใบเทียบยาลงบนแผ่นกระดาษอย่างคล่องแคล่วจากนั้นก็ส่งให้โม่ลั่วฮว่า

            “คุณชาย ข้าไม่ทานได้ไหมเจ้าคะ? ข้าเกลียดการกินโอสถที่สุดเลย...” โม่ลั่วฮว่ามองอีกฝ่ายด้วยสายตาเศร้าสร้อย

            “ไม่กินโอสถก็ได้แต่ข้าจะใช้การฝังเข็มรักษาเจ้า” ต้วนจื่อครุ่นคิดพลางพยักหน้ากล่าว“แต่ตำแหน่งที่จะฝังเข็มมันไม่ค่อยสะดวกเท่าไรหนึ่งในนั้นคือบริเวณ... อืม ก็คือช่วงล่างของเจ้านั่นแหละ!”

            โม่ลั่วฮว่าชะงักงัน

            ในวินาทีต่อมาเลือดลมทั่วร่างของนางก็ราวกับมารวมกันอยู่ที่ใบหน้าทั้งหมดร้อนผ่าวราวกับจะลวกมือ

            พวงแก้มแดงปลั่งนั้นดูสดใสยิ่งกว่าเดิมราวกับจะแผ่ซ่านไปทั่วลำคอ

            โม่ลั่วฮว่ารีบโบกมือเป็นพัลวันพูดเสียงแผ่วเบาด้วยความเขินอาย “คุณชายข้ากินโอสถก็ได้เจ้าค่ะ...”

            ว่าพลาง นางหยิบเทียบยามาอย่างรวดเร็วแล้วรีบกลับเข้าห้อง ปิดประตูดังปัง

            โม่ลั่วฮว่าทรุดกายพิงประตูดวงใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมา แก้มแดงปลั่งราวกับดอกท้อต้องสายฝน

            พอมองเห็นใบหน้าที่แดงก่ำในกระจกนางก็รีบหลบสายตาไม่กล้าเผชิญหน้ากับตัวเองในยามนี้

            เมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องของต้วนจื่อนางก็ยิ่งรู้สึกอับอายจนแทบจะกลิ้งไปกับพื้น

            เมื่อผ้าหยาบที่เปรอะเปื้อนโลหิตรอบเดือนร่วงหล่นนางรู้สึกราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังจะทลายลงตรงหน้า

            บ้าจริง!เกิดเรื่องน่าอับอายขนาดนี้ได้อย่างไรกัน!

            ฮือๆๆ อยากร้องไห้นัก!

            “คุณชายจะคิดไหมนะว่าข้าเป็นสตรีที่ไม่สงวนตัว?” โม่ลั่วฮว่าเช็ดคราบเลือดพลางรำพึงกับตนเอง

            หัวใจของนางยามนี้สับสนยิ่งนักรอยแดงบนใบหน้ายิ่งแผ่กระจายประหนึ่งจะลามเลื้อยไปถึงต้นคอ

            ทันใดนั้นนางก็ราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ ตบหน้าผากตนเองเบาๆ

            "แย่แล้ว!ข้ายังไม่ได้เก็บกวาดสิ่งนั้น"

            ด้วยความร้อนรนโม่ลั่วฮว่าเปิดประตูพรวดพราด กลับไปยังห้องของต้วนจื่ออีกครั้ง

            ในตอนนี้ ต้วนจื่อกำลังเตรียมตัวอาบน้ำ

            เมื่อประตูถูกเปิดออกเขาก็เพิ่งจะถอดเสื้อผ้าเสร็จ

            “กรี๊ด!”

            โม่ลั่วฮว่าที่ร้องเสียงหลง รีบหมุนตัวกลับ

            “ขอโทษเจ้าค่ะคุณชายข้าไม่ได้ตั้งใจแอบดูท่าน”

            ต้วนจื่อกล่าวอย่างเย็นชา"ข้ารู้ว่าเจ้าตั้งใจ"

            "ไม่ๆๆ ข้า... ข้าไม่ทราบจริงๆว่าท่านจะ..." โม่ลั่วฮว่ากล่าวตะกุกตะกัก

            ต้วนจื่อไวเท่าความคิดรีบสวมเสื้อผ้ากลับคืน

            "บอกมา เจ้ากลับมาหาข้ามีเรื่องอะไร?"

            "ข้าตั้งใจมาช่วยท่านทำความสะอาดห้อง"โม่ลั่วฮว่าคว้าไม้กวาดเตรียมเก็บผ้าซับระดูหยาบๆที่ร่วงหล่นเมื่อครู่นี้

            ทว่านางกวาดมองไปมา กลับไม่พบสิ่งนั้น

            ต้วนจื่อชี้ไปยังถังขยะ กล่าวว่า"ไม่ต้องกังวล ข้าจัดการให้เจ้าเรียบร้อยแล้ว"

            “คุณชาย ขะ... ขอโทษจริงๆข้าลืมไปเลยเจ้าค่ะ...” โม่ลั่วฮว่าหน้าแดงก่ำละล่ำละลักกล่าวขอโทษ

            เมื่อมองไปยังท่าทางที่รู้สึกผิดของนางต้วนจื่อก็อดขำไม่ได้

            “ไม่เป็นไร ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเจ้ารีบกลับไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะเรื่องคืนนี้ก็ถือว่าเป็นความลับระหว่างเจ้ากับข้าก็แล้วกัน”

            "ขอบคุณในความกรุณาของท่านขอให้หลับฝันดีนะเจ้าคะ" โม่ลั่วฮว่าถอนหายใจโล่งอกนางถอยกลับไปนอกห้อง แล้วงับปิดประตูลง

            ต้วนจื่อยิ้มและไม่ได้พูดอะไรต่อเขาเข้าไปอาบน้ำ ชำระเหงื่อไคลที่มีมาทั้งวัน

            เมื่ออาบน้ำเสร็จ เขารู้สึกสบายตัวขึ้นมาสภาพร่างกายของเขากลับมามีชีวิตชีวาไม่น้อย

            แต่เพียงครู่เดียว จู่ๆก็มีเสียงผลักประตูเข้ามาอย่างจังคนที่ผลักเข้ามาอย่างกะทันหันคือเถียนโหรวโหรวที่ส่งเสียงมาด้วยความรีบร้อนเป็นกังวล

            “คุณชาย แย่แล้วเจ้าค่ะท่านรีบไปดูพี่เยว่เอ๋อร์ทีเจ้าค่ะ จู่ๆ นางก็หมดสติไป!”

             

    คล้ายกับเรื่องระบบฝึกยุทธ์ในต่างโลก : เกิดใหม่ครั้งนี้ข้าจะเป็นอัจฉริยะไร้ที่เปรียบ 【จบ】 ที่คุณอ่าน