เมื่อสิบวันผ่านไป ทั้งหย่งเหมยอินและตงฟางหลงก็ออกมาจากห้องนอนหลักของคฤหาสน์ใหญ่ ทางด้านหย่งเหมยอินนั้นผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทำให้นางที่งดงามอยู่แล้วยิ่งงดงามเข้าไปใหญ่ ส่วนตงฟางตอนนี้จากเดิมที่เป็นพ่อหนุ่มเย็นชาก็กลายเป็นสามีที่แสนจะอบอุ่นไปโดยปริยาย
ลั่วอู่หลินที่เห็นแบบนั้นก็หัวเราะชอบใจ ในเวลาต่อมาทั้งสามก็พากันออกจากเมืองไปโดยไม่ถามไถ่ใครสักคำ นั่นเป็นเพราะหย่งเหมยอินบอกว่าไม่จำเป็นต้องกังวลใดๆ
"เหมยอิน เจ้าอยู่ที่นี่มานาน เจ้าพอจะรู้จักอสูรที่มีลักษณะพิเศษและชั่วร้ายบ้างหรือไม่ บอกตามตรงข้าต้องการชิ้นส่วนกระดูกมายาของพวกมัน"เมื่อเดินทางมาได้สักพักลั่วอู่หลินก็เอ่ยปากถามโดยที่ไม่กลัวว่านางจะขุ่นเคืองใดๆ
เนื่องจากตลอดหลายวันมานี้ที่เขาได้สนทนากับนางทำให้ได้รู้ว่า แม้มนุษย์จะเรียกเหมาคนในดินแดนอสูรทั้งหมดว่าเป็นเผ่าสัตว์อสูร แต่ทว่าสำหรับเหล่าอสูรนั้นหากไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียวกันหรือมีเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกันก็จะแบ่งแยกกันไปโดยปริยาย
'ปลาใหญ่กินปลาเล็ก' คำกล่าวนี้ใช้ได้กับทุกสถานที่อย่างแท้จริง หากผู้ใดอ่อนแอย่อมเป็นเหยื่อของคนที่แข็งแกร่งอย่างหลีกเหลี่ยงไม่ได้ ในกรณีของดินแดนแห่งนี้คำว่า 'เหยื่อ' หาใช่คำเปรียบเปรยไม่ แต่ความหมายนั้นตรงตัวคือ เมื่อพ่ายแพ้และตายย่อมต้องตกเป็นอาหารของอีกฝ่ายจริงๆ นี่คือวัฏจักรชีวิตที่ไม่อาจหลีกหนี
"อืม.....อสูรที่มีลักษณะพิเศษและชั่วร้ายนั้นมีอยู่เยอะมากเลยนะเจ้าคะ แต่ส่วนใหญ่พวกมันจะอยู่ในระดับเทพกันหมดแล้วและน่าจะป้วนเปี้ยนอยู่ในดินแดนร้อยราชันอีกทั้งชื่อเสียงเรียงนามของพวกมันก็ดังไม่น้อย ดังนั้นเมื่อท่านไปถึงดินแดนร้อยราชันแล้วก็หาเมืองสักเมืองที่มีตำหนักข่าวสาร จากนั้นก็แค่จ่ายเงินเล็กน้อยเพื่อสอบถามรายชื่อนักโทษที่มีค่าหัว นายท่านก็จะได้ข้อมูลทั้งหมดมาอย่างง่ายดาย"หย่งเหมยอินกล่าว
แม้นางจะรู้จักเหล่าอสูรชั่วร้ายอยู่บ้างแต่นางเองก็มีข้อมูลที่ไม่แน่ชัด จึงไม่อยากบอกลั่วอู่หลินไปมั่วๆ จึงได้แนะนำให้เขาไปหาข้อมูลที่แม่นยำแทน
ลั่วอู่หลินที่ได้ยินก็พยักหน้าให้กับนางก่อนจะหยุดลงชะงักและเรียกหอคอยมหาสมบัติออกมาจากนั้นเสียงสว่างก็ปกคลุมทั้งลั่วอู่หลิน ตงฟางหลง และหย่งเหมยอิน
ในเวลาต่อมาทั้งสามก็พลันหายตัวไปจากบริเวณนั้นมาโผล่อีกทียังชั้นที่หนึ่งของหอคอยมหาสมบัติของชายหนุ่มในชั่วพริบตา
หย่งเหมยอินที่เห็นสถานที่ๆงดงามประดุจสวรรค์ก็พลันเอามือป้องปากดวงตาเบิกกว้างอย่างช่วยไม่ได้ ตงฟางหลงลอยไปอยู่ข้างๆภรรยาสาวจากนั้นลูบผมสีฟ้าครามอย่างเเผ่วเบาเต็มไปด้วยความหลงไหล
"นะ สามีที่นี่คือที่ไหนกันมันงดงามจนเมืองหย่งจิงของข้าเทียบไม่ได้เลยทีเดียว แถมไอปราณของที่นี่ก็หนาแน่นมาก"
"ภรรยาข้า ที่นี่คือสถานที่พักอาศัยของนายท่านกับครอบครัว และเมื่อนายท่านยอมเปิดเผยที่นี่ให้เจ้าได้เข้ามาแสดงให้เห็นแล้วว่านายท่านได้ยอมรับเจ้าเป็นคนของเขาแล้วอย่างไรล่ะ"ตงฟางหลงอธิบายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ใช่ ตามที่สามีเจ้าว่า ข้ายอมรับเจ้าแล้วและยังให้เจ้าพักอาศัยอยู่ที่นี่ได้ ดังนั้นข้าจะให้เวลาพวกเจ้าสองสามีภรรยาสองชั่วยามในการหาทำเลสร้างบ้าน พวกเจ้าสามารถเลือกได้ตามสบายเดี๋ยวข้าจะไปเล่นกับลูกๆเสียหน่อย"
"ขอบคุณนายท่าน"
สองสามีภรรยาผสานมือคาราวะและพากันออกไปหาทำเลในการสร้างบ้านของตนเองด้วยความตื่นเต้นยินดี และในเวลาไม่นานพวกเขาก็เลือกได้
หย่งเหมยอินได้เลือกทำเลการสร้างบ้านริมสระบัวแก้วตรงข้ามกับเทียนหลินและภรรยา เนื่องจากต้องไม่ลืมว่าหย่งเหม่ยอินนั้นเป็นเผ่าอสูรดอกบัวสีคราม ดังนั้นนางจะอยากอยู่ใกล้น้ำใกล้ดอกบัวก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไร ส่วนทางด้านสามีอย่างตงฟางหลงก็หาได้ขัดข้องไม่ และได้ไปแจ้งลั่วอู่หลินรับทราบในทันที
แน่นอนเมื่อชายหนุ่มได้ยินแล้วก็ทำการเนรมิตรคฤหาสน์หลังใหญ่ให้ตงฟางหลงเหมือนดังที่เคยเนรมิตรให้เทียนหลินและภรรยา ต้องรู้ก่อนว่าในหอคอยมหาสมบัติแห่งนี้ตัวของลั่วอู่หลินนั้นก็เป็นเหมือนกับพระเจ้า กะอีแค่เนรมิตรคฤหาสน์จึงไม่นับเป็นอะไรได้
เมื่อลั่วอู่หลินทำทุกอย่างเสร็จสิ้นสองสามีภรรยาก็เต็มไปด้วยความดีใจ ลั่วอู่หลินหัวเราะออกมาพร้อมกับเหล่าภรรยาที่นั่งอยู่ใกล้ๆ แต่เพื่อไม่ให้การเดินทางล่าช้า ชายหนุ่มจึงให้หย่งเหมยอินอยู่ที่นี่กับพวกภรรยาของเขา จากนั้นก็ให้ตงฟางหลงไปเรียกเทียนหลินและพากันออกไปจากหอคอยในทันที
ซึ่งเมื่อออกมาแล้วทั้งสามคนก็ไม่รอช้า ตงฟางหลงกลายร่างเป็นจักรพรรดิน้ำแข็งพาทั้งนายท่านและสหายของเขาอย่างเทียนหลิน ฉีกกระชากมิติพุ่งทะยานเข้าไป
ใช้เวลาเพียงแค่เจ็ดวันเท่านั้นจักรพรรดิมังกรน้ำแข็งออกมาจากช่องว่างของมิติเข้าสู่ดินแดนร้อยราชัน หากถามว่าทำไมพวกเขาถึงรู้เส้นทางได้ คำตอบก็แสนจะง่ายดายเพราะพวกเขารู้มาจากหย่งเหม่ยอินนั่นเอง
"นายท่านเราจะไปทางไหนดีขอรับ"ตงฟางหลงถาม ลั่วอู่หลินเริ่มกวาดจิตสัมผัสแห่งพระเจ้าของตนเองจากนั้นก็ชี้นิ้วไปทางเหนืออย่างไม่ลังเล เพราะได้ตรวจสอบแล้วว่าเมืองที่ใกล้ที่สุดอยู่ทางทิศนั้น
เมื่อใกล้จะถึงเมืองลั่วอู่หลินก็สั่งให้ตงฟางหลงจำแลงร่างมนุษย์โดยพลัน จากนั้นพวกเขาก็สวมใส่ผ้าคลุมปกปิดใบหน้าและเดินเข้าไป ไม่เช่นนั้นความโดดเด่นและหล่อเหลาของพวกเขาอาจจะสร้างปัญหาได้ นี่ไม่ใช่การหลงตัวเองแต่มันคือเรื่องจริง
ทั้งสามคนเดินเข้าเมือง จากนั้นก็มองหาตำหนักข่าวสารตามที่หย่งเหมยอินแนะนำ เมื่อพบเจอแล้วก็เดินเข้าไปอย่างไม่ลังเลจ่ายเงินกับพนักงานและขอรายชื่อนักโทษที่มีค่าหัวในทันที ซึ่งหญิงสาวพนักงานก็หันหลังหยิบหยกเก็บข้อมูลแล้วยื่นให้ลั่วอู่หลินโดยไม่กล่าวถามใดๆเพราะที่นี่เป็นแหล่งซื้อขายข้อมูลข่าวสาร หากมีเงินก็ไม่จำเป็นต้องตั้งคำถามให้มากความ
ลั่วอู่หลินซึมซับความทรงจำจากหยกชิ้นนั้น ชื่อ ภาพ ระดับพลัง และค่าหัวของนักโทษก็ปรากฏขึ้นมาในหัวของเขาหลายร้อยหลายพันคนจนลั่วอู่หลินถึงกับต้องกลั่นกรองอยู่นาน ก่อนที่จะพาทั้งเทียนหลินและตงฟางหลงออกจากตำหนักข่าวสารไป นับจากวันนี้เทศกาลล่ากระดูกสัตว์มายาจากอสูรนักโทษชั่วร้ายได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว