อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 50 รวมกลุ่ม

    บทที่ 50 รวมกลุ่ม

                

    สุดท้ายแล้วจางอู่หยางก็ตัดสินใจที่จะมอบเงินให้ซูหยวนเพิ่มอีกเดือนละ 1 แสนเครดิตตามที่เธอขอ ดังนั้นในหนึ่งปี เธอจะได้รับเครดิตสนับสนุนรวมแล้วประมาณ 1,220,000 เครดิตจากองค์กรนักล่าสกุลจาง ทว่า...ยิ่งเธอได้รับเงินสนับสนุนจากพวกเขามากเท่าไร ในอนาคตเธอจะต้องชดเชยให้พวกเขามากกว่านี้หลายเท่า ไม่อย่างนั้นเธอจะไม่สามารถออกจากองค์กรนักล่าสกุลจางได้เลย

                

    ซูหยวนไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเงื่อนไขนั้นอยู่แล้ว เธอมั่นใจว่าจะไม่ลาออกจากองค์กรง่ายๆ งานที่ดีและเป็นที่อิจฉาของผู้คนแบบนี้ เธอไม่โง่พอที่จะลาออกแล้วหักหลังพวกเขาไปอยู่กับองค์กรอื่น แม้ว่าคนเหล่านั้นจะจ่ายค่าตอบแทนมากกว่าก็ตาม

                

    หลังจากที่แยกกับหัวหน้างานแล้ว ซูหยวนก็กลับไปที่ร้านขายชุดป้องกัน การโหลดฟังก์ชั่นเข้าอุปกรณ์เสร็จนานแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะซูหยวนจ่ายเครดิตเอาไว้ก่อน พวกเขาอาจจะเป็นกังวลก็ได้ ดีที่ซูหยวนชำระค่าสินค้าทั้งหมดแล้ว ดังนั้นทางร้านจึงไม่ได้รีบไปตามอีกฝ่ายกลับมา

                

    นอกจากชุดป้องกันแล้ว ซูหยวนก็เลือกกระโจมที่พัก อุปกรณ์ในการดำรงชีพอีกสองสามอย่างรวมถึงยาที่จำเป็นต้องใช้ด้วย แม้ว่าเธอจะไม่รู้ทั้งหมดเกี่ยวกับอุปกรณ์เหล่านี้ ทว่าเจ้าของร้านอยากจะขายสินค้าอยู่แล้ว ดังนั้นจึงพยายามเสนอของที่จำเป็นและไม่จำเป็นให้เธอ สุดท้ายซูหยวนก็หมดเงินไปอีก 400,000 เครดิตสำหรับของเหล่านั้น

                

    ไม่คาดคิดว่าก่อนหน้านี้กว่าจะหาเงินได้สัก 10 เครดิตยังเป็นเรื่องยากสำหรับเธออยู่เลย ทว่าเพียงแค่ออกมาใช้จ่ายวันเดียวนี้ ซูหยวนก็ใช้ไปมากกว่า 4 ล้านเครดิตแล้ว จากเงิน 14 ล้านกว่าๆ ตอนนี้เหลือเพียง 10,657,174 เครดิตเท่านั้น

                

    ซึ่งการใช้จ่ายนี้ยังไม่รวมลูกศรที่จะต้องเอามาใช้กับคันธนูของเธอ ดีที่ก่อนหน้านี้เป็นการยิงในพื้นที่จำกัด ขนาดในห้องทดสอบ ซูหยวนก็ยังกลับไปเก็บลูกศรกลับมาทั้งหมด ดังนั้นเธอจึงยังมีลูกศรเพียงพออยู่ แต่ถ้าในอนาคตต้องหาซื้อเพิ่มเติม ลูกศรที่ใช้กับธนูชั้นยอดก็จำเป็นต้องมีคุณภาพที่ดีด้วย เธออาจจะต้องใช้เงินจำนวนมากสำหรับเรื่องนี้

                

    การรวบรวมสิ่งของเป็นไปอย่างราบรื่น จนสุดท้ายวันที่นักเรียนชั้นปีที่หนึ่งต้องมารวมตัวกันก็มาถึง วันนี้จะเห็นได้ว่านักเรียนชั้นปีที่ 1 ทั้งหมดต่างก็หอบข้าวของเป็นจำนวนมาก ซูหยวนเคยเห็นนักล่าที่เดินผ่านเขต A เขต B ไปยังพื้นที่ล่า พวกเขาที่เป็นนักล่ามักจะไม่หอบหิ้วข้าวของด้วยตนเอง แต่จะจ้างวานพวกผู้ใช้พลังงานระดับต่ำกว่าติดตามไปด้วย

                

    โดยคนเหล่านั้นเองก็คือคนที่ต้องแบกสัมภาระจำนวนมากให้กับพวกนักล่า เมื่อไปยังเขตต่างๆแล้ว ก็จะเริ่มตั้งค่ายในจุดที่เหมาะสม นักล่าจะออกไปล่านอกพื้นที่ ส่วนผู้ที่ติดตามมามีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ทั้งหมด

                

    นักเรียนจากเขตชั้นในเหล่านี้เองก็เคยติดตามคนที่ตระกูลไปในพื้นที่ล่าเช่นกัน พวกเขาย่อมคุ้นเคยกับวิธีการเช่นนั้น แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน อาจารย์จากสถาบันไม่มีใครคิดจะช่วยเหลือพวกเขาในการเตรียมตั้งค่ายอยู่แล้ว 

     

    นักเรียนจะต้องดูแลตัวเองให้ได้ในพื้นที่ล่านั้น ก็เหมือนกับตอนที่มอบภารกิจต่างๆให้ สถาบันจะห้ามไม่ให้นักเรียนพาคนของตระกูล หรือจ้างวานคนไปช่วยเหลือในระหว่างทำภารกิจ ถ้าหากจับได้ว่ามีการจ้างวานช่วยเหลือ เช่นนั้นภารกิจที่พวกเขารับไปก็จะถือว่าเป็นโมฆะในทันที

                

    เพราะรู้ว่าหลังจากนี้จะต้องพึ่งพาตัวเองเท่านั้น พวกเขาจึงพยายามหอบหิ้วข้าวของมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยพลังงานที่พวกเขามีย่อมทำให้เรี่ยวแรงมากกว่าคนปกติอยู่แล้ว ดังนั้นข้าวของแต่ละคนที่นำมาจึงค่อนข้างมากไปด้วย ในขณะที่พวกอาจารย์นั้นแทบจะมีกระเป๋าสะพายกันคนละใบเท่านั้น แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในการเตรียมตัว ซึ่งในอนาคต...นักเรียนเหล่านี้เองก็คงจะได้เรียนรู้ว่าสามารถตัดสิ่งใดที่ไม่จำเป็นออกไปได้ ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกในการเคลื่อนไหวนั่นเอง

                

    ซูหยวนเอง นอกจากจะมีอาวุธ 2 ชนิดอยู่ด้านหลังแล้ว เธอก็ยังต้องสะพายกระเป๋าขนาดใหญ่สองข้างด้วยเช่นกัน ข้างหนึ่งเป็นกระโจมที่พัก ซึ่งถ้าเธอออกไปทำภารกิจคนเดียว ซูหยวนย่อมไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้งานพวกมันเลย หรือต่อให้ต้องใช้...เธอก็ยังสามารถเก็บมันเอาไว้ในมิติ เมื่อเจอผู้คนก็ค่อยเอาออกมาก็ยังได้

                

    เธอรู้สึกเหมือนว่าตัวเองคิดถูกแล้วจริงๆที่ตัดสินใจเป็นนักล่าอิสระ เส้นทางการล่าของเธอในอนาคตจะไม่ลำบากแน่นอนถ้าสามารถจัดการทุกอย่างด้วยตนเองได้

                

    เวลานี้ ซูหยวนกำลังเฝ้ารอเกี่ยวกับการเลื่อนระดับของฟาร์มอันซูหยวนผู้ร่ำรวย ถึงจะน่าเสียดายที่เวลานี้ “โรงงานพิเศษ” ในเลเวลถัดไปยังคงไม่แสดงรายละเอียดความสามารถ ทว่า...เธอมั่นใจได้อย่างหนึ่งแล้วว่าฟาร์มของเธอมีโอกาสมากที่จะผลิตยาต่างๆได้

                

    ก่อนหน้านี้ ซูหยวนได้แลกตั๋วทรัพยากรไปกับยาระดับสูงจำนวนมากที่หาซื้อไม่ได้จากข้างนอก อีกทั้งยังมียาที่ซื้อจากตลาดเขตชั้นในอีกจำนวนหนึ่ง ซูหยวนคาดหวังที่จะได้เห็นผลลัพธ์เหมือนกับตอนที่โรงงานสามารถผลิตสารดึงดูดความสนใจของสัตว์ร้ายได้ในโรงงานเดียวกันกับโรงงานเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตรที่มีอยู่ก่อนแล้ว ทว่าเธอก็ต้องผิดหวัง

                

    ไม่มีโรงงานไหนที่จะผลิตยาพิเศษเหล่านั้นได้ แต่กลับมีข้อความแจ้งเตือนมาว่า “ระดับการผลิตของท่านยังไม่ถูกปลดล็อก พยายามยกระดับฟาร์มต่อไป” เพียงแค่ข้อความนี้แสดงให้เห็น ซูหยวนก็สามารถยิ้มออกมาได้บ้างแล้ว

                

    ถ้าระบบเกมไม่แจ้งเตือนอะไรเลย นั่นคงจะเป็นการสูญเสียที่แท้จริง ทว่ามันกลับแจ้งเตือนในสิ่งที่เป็นไปได้ในอนาคตขึ้นมาให้เห็น 

                

    ตอนนี้ระดับของฟาร์มยังคงอยู่ที่ 82 เท่านั้น ไม่ว่าซูหยวนจะพยายามมากขนาดไหน แต่ค่าประสบการณ์ที่ต้องการนั้นยังคงขาดอีกไม่น้อยเลย สุดท้ายแล้วเธอก็ทำได้แค่พยายามต่อไป การเก็บเกี่ยวหนึ่งครั้งให้ค่าประสบการณ์มากก็จริง ทว่า...ถ้าเทียบกับหลอดค่าประสบการณ์ ยังเหลืออีกเป็นหลักล้านหน่วยจึงจะเลื่อนระดับได้

                

    ซูหยวนเข้าใจแล้วว่าทำไมระดับสูงสุดของผู้เล่นเกมจึงอยู่ที่ 91 เท่านั้น เขาไม่เลื่อนระดับไปมากกว่านี้ และบางทีก็อาจจะเลิกเล่นเกมไปแล้วก็ได้

                

    ถ้าซูหยวนไม่ได้ชื่นชอบเกมนี้มากจริงๆ เธอเองก็คงจะเบื่อหน่ายกับการติดอยู่ระดับเดิมซ้ำๆ ไม่มีความก้าวหน้าใดๆ อีกอย่าง...ทางนั้นก็คืออันดับหนึ่ง ที่เป็นอันดับหนึ่งมาอย่างยาวนาน เดิมทีซูหยวนมีความหวังที่จะก้าวข้ามเขาไปให้ได้ เธออยากจะรู้ว่าระดับ 100 เต็มนั้นจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่ก็นั่นแหละ...การตั้งเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ไม่ผิด ทว่าเป้าหมายรองลงมาก็สำคัญเช่นกัน

                

    ไม่อย่างนั้น ถ้าทำได้แค่เฝ้ามองเป้าหมายใหญ่โดยไม่เห็นความคืบหน้าของตนเองเลย แม้แต่ซูหยวนที่เป็นพวกบ้าคลั่งความสำเร็จก็อาจจะยอมแพ้ไปก่อนได้

     

    “นักเรียนทุกคนคงจะมาพร้อมแล้วใช่ไหม หลังจากนี้จะไม่สามารถกลับออกมาจากพื้นที่ล่าได้อีกแล้ว ใครก็ตามที่ออกมาจากพื้นที่ล่าจะถือว่ายอมแพ้ และจะตัดสินให้เป็นการลาออกจากสถาบันทันที”

     

    “นี่เป็นการทดสอบที่ง่ายที่สุดแล้ว หากเป็นการต่อสู้จริง เมื่อเจอปัญหาแล้วเลือกที่จะละทิ้งภารกิจ เลือกละทิ้งพวกพ้องที่กำลังพยายามทำภารกิจในส่วนของตนเองให้สำเร็จ คนเช่นนั้นไม่สมควรที่จะกลายเป็นนักล่า แต่ควรจะกลายเป็นขยะมากกว่า”

     

    “หวังว่าคำพูดของฉันในครั้งนี้ พวกเธอจะจำเอาไว้ให้มั่น และแน่นอนว่าปีที่แล้วก็มีนักเรียนสองคนที่ถูกไล่ออกจากสถาบันมาก่อน ฉันไม่อยากให้นักเรียน 36 คนนี้ถูกลดจำนวนลงไปอีก” อาจารย์ที่นำการเดินทางกล่าวขึ้น นักเรียนทั้ง 36 คนที่ยืนอยู่รอบๆพยักหน้ารับอย่างมั่นใจ

                

    การล่าครั้งนี้มีอาจารย์เป็นผู้ดูแลด้วย ถ้าหากพวกเขายังวิ่งหนีออกมาจากค่าย เช่นนั้นก็สมควรจะต้องออกจากการเป็นนักล่าจริงๆนั่นแหละ

                

    นี่คือความคิดของนักเรียนส่วนใหญ่ แต่พวกเขาไม่ได้รู้เลยว่าเส้นทางในการใช้ชีวิตหนึ่งสัปดาห์หลังจากนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย อาจารย์ได้มีบททดสอบที่เตรียมรอพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว หากพวกเขาดูถูกว่านี่เป็นงานง่ายๆ สุดท้ายจะเป็นพวกเขาเองที่ต้องเสียใจ

     

    “นักเรียนทุนอัน มาเกาะกลุ่มกับพวกเราไหม” 

     

    แม้ว่าที่ผ่านมา พวกเขาจะไม่ค่อยได้เจอนักเรียนทุนอันซูหยวนบ่อยนัก แต่จางเฟยก็ยังจำผลงานของอันซูหยวนเมื่อเดือนที่แล้วได้เป็นอย่างดี แถมได้ยินข่าวลือว่าท่านจางนั้นได้ไปพบอีกฝ่ายด้วยตนเองเมื่อไม่กี่วันมานี้ด้วย ดังนั้นเขาจึงยังคงเข้าหาซูหยวนเหมือนกับครั้งแรกที่รู้ว่าเธอเป็นคนพิเศษ

     

    เนื่องจากเปิดเรียนมาได้ 1 เดือนแล้ว การจับกลุ่มของนักเรียนจึงค่อนข้างชัดเจนมากขึ้น จางเฟยเองก็จับกลุ่มร่วมกับนักเรียนที่เรียนเกี่ยวกับการใช้ดาบด้วยกันสองคน พวกเขาได้สนิทสนมกันมากขึ้นหลังจากที่เข้าเรียนวิชาพื้นฐานดาบเหมือนกัน ซึ่งพอได้เจอกับคนที่ชอบอะไรเหมือนๆกันแล้ว พวกเขาก็พูดคุยกันได้ง่ายขึ้น

     

    อย่างไรก็ตาม เพราะพวกเขาสนิทกับคนสกุลจางอย่าง จางลั่ว และจางหวานหว่าน อีกสองคนก็มารวมอยู่ใกล้ๆกัน และพาเพื่อนที่รู้จักกันในชั้นเรียนมาเพิ่มด้วย ดังนั้นกลุ่มของพวกเขาจึงรวมแล้วมีกัน 8 คน ทว่า...ทั้ง 8 คนนี้กลับเป็นสายต่อสู้ระยะประชิดทั้งหมดเลย

     

    จางลั่วนั้นถนัดการใช้มีดสั้น ส่วนจางหวานหว่านเป็นนักสู้มือเปล่า พอเป็นเช่นนี้แล้ว การที่พวกเขามองหาซูหยวนจึงเป็นเรื่องที่เหมาะสมมาก

     

    แน่นอนว่ายังมีเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆที่ใช้ทักษะการโจมตีระยะไกลมองหากลุ่มของผู้ใช้การโจมตีระยะใกล้ด้วยเช่นกัน พวกเขาเองก็วนเวียนอยู่ใกล้ๆ เพราะสุดท้ายนักเรียนทั้งหมดก็มีแค่ 36 คน ไม่สามารถที่จะแยกไปไหนไกลกันได้ เพียงแต่การที่ชวนเข้ากลุ่มเช่นนี้ ก็แค่เป็นการยืนยันความสัมพันธ์ของพวกเขาเท่านั้น หากต้องวิ่งไปในทางไหน คนก็จะต้องวิ่งไปในทิศทางเดียวกันกับกลุ่มที่ตนเองเข้าร่วมด้วยก่อนอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ

     

    อันซูหยวนมองพวกเขาก่อนจะพยักหน้ารับ ถึงแม้ว่าเธอไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าร่วมกลุ่มกับใคร แต่วันนี้ยังไม่ถึงเวลาที่เธอจะต้องแสดงความสามารถแบบนั้น

     

    อย่างไร นี่ก็การรวมกลุ่มออกไปพื้นที่ล่าอยู่แล้ว ถ้าเธอทำตัวแปลกแยกต่างหากจึงจะถือว่าผิดปกติ นอกจากนี้...เธอเชื่อว่าการที่อาจารย์พานักเรียนทั้งหมดออกมาพร้อมกันนั้นมีจุดประสงค์อื่นด้วย

     

    ในโลกก่อนของเธอ แม้แต่ที่ทำงานก็ยังเป็นกังวลเกี่ยวกับการทำงานร่วมกับคนอื่น ทุกครั้งซูหยวนจะถูกมองว่าเป็นคนมนุษย์สัมพันธ์แย่ อาจจะทำให้งานไม่ราบรื่นและมีปัญหาได้ เธอจึงถูกทดสอบอยู่บ่อยครั้งเพื่อให้ไปประสานงานต่างแผนกต่างฝ่าย ทว่า...ซูหยวนก็ทำได้ดีทุกครั้งไป

     

    ถ้าทุกคนทำหน้าที่ของตนเอง ซูหยวนก็สามารถทำหน้าที่ของตนได้อย่างถูกต้องครบถ้วน 

     

    ไม่ใช่ว่าเธอไม่มีทักษะในการเข้าสังคม แต่เป็นซูหยวนเองต่างหากที่ต้องการเว้นระยะจากสังคมเนื่องจากประสบการณ์ที่ผ่านมาของเธอ

     

    “มาเถอะ ฉันได้ยินว่าวันนี้พื้นที่ล่าเขต A ถูกห้ามเข้าไปล่าเพื่อให้พวกเราได้ฝึกซ้อมโดยเฉพาะเลยนะ” จางเฟยที่ช่างพูดอยู่แล้วอธิบายสถานการณ์ให้ฟังทันที

                

    ซูหยวนพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนหน้านี้เธอเป็นผู้เก็บขยะมาก่อน ดังนั้นตอนทำงานก็ได้ยินพวกผู้เก็บขยะพูดเกี่ยวกับการล่าของนักเรียนจากสถาบันต่างๆมาบ้าง

                

    หากวันไหนมีซากพืชซากสัตว์กลายพันธุ์เป็นจำนวนมาก ก็แสดงให้เห็นว่าตอนเช้าก่อนหน้านี้มีสถาบันต่างๆมาฝึกฝนนักเรียนของพวกเขาอีกแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์สำหรับผู้เก็บขยะมาก 

     

    เนื่องจากการล่าของนักล่าทั่วไปที่มีระดับต่ำ ส่วนใหญ่จะเป็นการล่าที่กระจัดกระจายออกไป พูดให้ถูกก็คือพวกเขาเลือกเหยื่อในการล่าด้วย หากตรงหน้ามีสัตว์หรือพืชกลายพันธุ์จำนวนมาก นักล่าเหล่านี้จะรีบซ่อนตัวและเว้นระยะห่าง เป้าหมายการล่าของพวกเขาไม่ใช่พวกกลายพันธุ์จำนวนมาก เพราะนั่นมันอันตรายเกินไป ทว่า..สำหรับพวกนักเรียนจากสถาบันต่างๆแล้ว พวกเขาจะล่าพวกมันจนมีซากกลายพันธุ์กองอยู่เป็นภูเขา

     

    ซูหยวนที่ทำงานเก็บขยะในตอนนั้นจะชอบมากเมื่อเห็นซากพืชซากสัตว์กลายพันธุ์เหล่านี้ ในขณะที่พวกผู้เก็บขยะคนอื่นๆยังหาไม่พบ เธอก็จะรีบตรงไปยังจุดสีฟ้าก่อนเป็นคนแรก และแน่นอนว่าเธอสร้างรายได้ให้กับตนเองเป็นจำนวนมากในช่วงนั้น

     

    เมื่อต้องเป็นผู้ล่าเอง ซูหยวนคาดเดาวิธีการทดสอบของอาจารย์ได้บ้างแล้ว คำที่เขาพูดเกี่ยวกับ “หนีออกจากพื้นที่ล่า” แท้จริงไม่ใช่คำขู่ทั่วไป ทว่า...พวกอาจารย์เหล่านี้คงจะสร้างสถานการณ์ให้มีเหตุทำให้ต้องวิ่งหนีเป็นแน่

     

    ซากกลายพันธุ์ที่กองอยู่จำนวนมากนั้นบ่งบอกอะไรได้มากมาย แม้จะไม่มีนักเรียนที่ต้องตาย แต่เธอก็เชื่อว่าด้วยสถานการณ์นั้น อาจจะมีผู้บาดเจ็บจำนวนมากแน่

     

    นักเรียนที่ไม่แม้แต่จะเคยล่าสัตว์หรือพืชกลายพันธุ์ด้วยตนเองมาก่อนกำลังจะถูกทดสอบความแข็งแกร่งทางจิตใจแล้ว ซูหยวนรับรู้ถึงแผนการนี้แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร บางที...นี่อาจจะเป็นโอกาสให้เธอได้รับคะแนนพิเศษเพิ่มก็ได้

     

    เมื่อรู้ก่อนล่วงหน้า ซูหยวนย่อมเตรียมความพร้อมในการต่อสู้เอาไว้แล้ว การรวมกลุ่มกับสมาชิกตระกูลจางนี้ก็คือแผนงานแรกของเธอ เพื่อให้องค์กรนักล่าสกุลจางเห็นความสามารถของเธอก่อนใครเพื่อน การช่วยเหลือรุ่นเยาว์ของตระกูลจางก็คือการทำผลงานครั้งสำคัญเช่นกัน

     

    จางเฟย จางลั่ว และจางหวานหว่านไม่ได้รู้เลยว่าการชวนอันซูหยวนเข้าร่วมกลุ่มเพื่อไม่ให้เธอรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้งนั้น แท้จริงแล้วจะเป็นการช่วยให้พวกเขาไม่ได้รับบาดเจ็บอย่างหนักไปด้วย

     

    ………………………….

    คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน