ท่ามกลางเสียงเฮฮาจากผู้คนโดยรอบ ชายหนุ่มผู้สวมอาภรณ์สีดำขลับตัดกับผิวพรรณขาวผ่องของเขา ชายผู้นั้นคือกาติรัส กาติรัสเอ่ยถามผู้คนที่เดินสวนทางไปมา “เฮ้! เจ้าน่ะ! เจ้ารู้หรือไม่ว่าตลาดซื้อขายที่ใหญ่ที่สุดตั้งอยู่ที่ใด?” ปรากฏว่าบุคคลที่กาติรัสไถ่ถามกลับเป็นบุรุษหนุ่มเช่นกัน ส่วนสูงของเขาสูงกว่ากาติรัสเล็กน้อย อาภรณ์ลวดลายมังกรสีทองสลับขาวบวกกับผิวพรรณขาวผ่องยิ่งทำให้เขาดูน่าเกรงขามเปี่ยมเสน่ห์ ใบหน้าหล่อเหลาเอาการแม้กระทั่งบุคคลิกยังดูราวกับผู้สูงศักดิ์ บุรุษหนุ่มผู้นี้ปล่อยผมสีดำยาวระเอว รูปร่างสมส่วนดูดี อากัปกิริยาสุขุมนุ่มลึกกลับทำให้เขาดูลึกลับขึ้นมา “ท่านไม่ใช่คนในพื้นที่นี้รึ?” ชายหนุ่มคนนั้นถามกลับ สีหน้าแสดงความงุนงงออกมา หากมองทั่วทั้งแดนเทพมนุษย์แล้ว ไม่มีใครไม่รู้จักตลาดที่ใหญ่ที่สุด ด้วยเหตุนี้ มันบ่งบอกว่าเขาไม่ใช่คนในพื้นที่ “ข้าเดินทางมาจากมหาแผ่นดิน” กาติรัสตอบตรงๆ ชายหนุ่มกลับคิ้วขมวดขึ้นมา ชั่วครู่หนึ่ง ใบหน้าของเขากลับกลายเป็นเหยียดหยามก่อนจะสงบอารมณ์และแสดงสีหน้าปกติ “เป็นคนจากมหาแผ่นดินนี่เอง” เขาพยักหน้าตอบรับช้าๆ ชายหนุ่มสงสัยอยู่ตั้งนาน ต่อหน้าเขา ไม่มีใครกล้าคุยอย่างสบายๆเหมือนกับชายหนุ่มเบื้องหน้า “ถ้าท่านมองหาตลาดซื้อขายที่ใหญ่ที่สุด ท่านก็มาถูกที่แล้ว! ตลาดเบญจราชเป็นตลาดซื้อขายใหญ่ที่สุด แต่ถ้าหากท่านมองหาแหล่งซื้อขายอันดับหนึ่ง ข้าคงได้แต่แนะนำโรงประมูลเบญราชเท่านั้น มันเป็นโรงประมูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแดนมนุษย์!!” ชายหนุ่มอธิบายช้าๆ ท่าทางของเขากลับดูภูมิใจอย่างที่สุด “ขอบคุณ!” กาติรัสกล่าวออกไปอย่างสะดากลิ้น จักรพรรดิผู้นี้น้อยนักจะพูดขอบคุณใคร เห็นที ชาตินี้เขาคงต้องฝึกการพูดขอบคุณให้ชินปาก ชาตินี้แตกต่างจากชาติที่แล้วราวฟ้ากับเหว ชาติที่แล้วเขาไม่จำเป็นต้องพึ่งใครทั้งนั้น ทำให้กาติรัสยากจะได้รับความช่วยเหลือจากใคร ยิ่งคำว่า “ขอบคุณ” ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ทันทีที่กาติรัสกล่าวเสร็จ ชายหนุ่มจึงเดินไปทางโรงประมูลเบญจราชทันที ท่ามกลางตลาดอันกว้างใหญ่ มันมีอาคารอยู่หลังหนึ่ง อาคารสีขาวนวลประดับด้วยป้ายขนาดมหึมา “โรงประมูลเบญราช” ดังนั้น หากผู้ใดไม่เห็นมัน คนผู้นั้นคงตาบอดเสียแล้ว หลังจากกาติรัสเดินหายลับตาไป ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งก็เดินเข้ามาหาบุรุษหนุ่มอาภรณ์ทองทันที สีหน้าของเขาแสดงความสับสนก่อนเอ่ยกับบุรุษหนุ่ม “ฝ่าบาท---เด็กคนนั้นเป็นใครกัน? ผ้าอาภรณ์ก็ไม่คุ้นตา ไม่ใช่คนในพื้นที่รึ? ถึงขนาดกล้าใช้คำสามัญคุยกับฝ่าบาทเช่นนี้ ข้าจะไปนำตัวมันมากราบขอขมาเอง!” แท้จริงแล้ว บุรุษหนุ่มผู้สวมอาภรณ์สีทองคนนี้กลับดำรงตำแหน่ง “องค์รัชทายาทแห่งเทพมนุษย์” เขามีอำนาจห่างจากตำแหน่งเทพมนุษย์เพียงแค่เอื้อมมือเท่านั้น สถานะระดับนี้มิอาจดูหมิ่นเกียรติได้! ทันใดนั้นเอง องค์รัชทายาทโบกมือเบาๆพลางเอ่ยขึ้น “ไม่ต้อง! เขาเป็นคนจากมหาแผ่นดิน สมควรจะไม่รู้เรื่องราวของเรา” ชายวัยกลางคนสีหน้าเปลี่ยนไป เขามองไปตามเส้นทางที่กาติรัสเดินหายไปก่อนจะเคลื่อนสายตากลับมาที่องค์รัชทายาท “ฝ่าบาท---กระหม่อมได้ทราบข่าวมาว่า เทพสงครามปรากฏตัวขึ้นแล้ว ท่านพึ่งจะกลับมาพำนักที่ตระกูลคริธาเลีย” องค์รัชทายาทเปรยมองชายวัยกลางคนแวบหนึ่ง สีหน้าเรียบนิ่งไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ “เทพสงครามเป็นบุคคลที่ข้าเคารพและเทิดทูนเอาเป็นแบบอย่าง แม้ข้าจะเปี่ยมพรสวรรค์ แม้ข้าจะเป็นองค์รัชทายาท ถึงกระนั้น เทพสงครามก็ไม่ยอมรับข้าเป็นศิษย์” น้ำเสียงขององค์รัชทายาทหม่นลง “ฝะ---ฝ่าบาท…” ชายวัยกลางคนเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก เขาไม่แน่ใจว่าควรรายงานเรื่องนี้ดีหรือไม่ “มีอะไรอีก?” “คุณหนูตระกูลคริธาเลีย… คุณหนูเพียงคนเดียวของตระกูลคริธาเลีย… คุณหนูลาซิเฟียกลับมาพร้อมกับเทพสงคราม” ชายวัยกลางคนกล่าวเสียงตะกุกตะกักยิ่งกว่าเดิม ฟันกัดกระทบกันดัง กรอดๆ เขากลัวว่าตนจะกลายเป็นเครื่องมือรองรับโทสะขององค์รัชทายาท “จริงรึ!!?” แววตาขององค์รัชทายาทเบิกโตกว้าง หากพูดตามความเป็นจริง องค์รัชทายาทและลาซิเฟียถูกกำหนดให้เป็นคู่หมั้นหมายกันก่อนแล้ว การหมั้นหมายถูกกำหนดไว้ตอนลาซิเฟียมีอายุสิบปี งานอภิเษกสมรสจะเริ่มขึ้นเมื่อคุณหนูตระกูลคริธาเลียมีอายุสิบห้าปี แต่ทว่า หลังจากกำหนดการหมั้นกันได้ไม่นาน คุณหนูตระกูลคริธาเลียก็ได้หนีออกจากเมืองไป ด้วยเหตุการณ์ในครั้งนั้น เมืองหลวงเทพมนุษย์บังเกิดความโกลาหลขึ้นมา กองทัพทหารนับหมื่นแสนต่างเคลื่อนทัพตามหาทั่วทั้งแดนมนุษย์ก็มิอาจหาตัวได้พบ ไม่ว่าจะเคลื่อนทัพไปสี่ราชอาณาจักร มหาแผ่นดิน หรือสี่แดนเทพมนุษย์ก็ตาม กองทัพระดับดินแดนไม่สามารถหาตัวเด็กสาวคนหนึ่งได้ ท่านเทพมนุษย์ถึงกับพิโรธยิ่ง หากไม่มีตัวตนแบบเทพสงคราม ท่านเทพมนุษย์คงลากผู้คนตระกูลคริธาเลียมากุดหัวทุกคน!! “นางอยู่ที่ไหน!!” ใบหน้าขององค์รัชทายาทแสดงความยินดีออกมา ท่าทางร้อนรนด้วยความตื่นเต้น “คุณหนูทรงพักอยู่ที่ตระกูลคริธาเลียขอรับ” ชายวัยกลางคนตัวเกร็ง เขาหวาดกลัวองค์รัชทายาทขึ้นมา “ข้าจะไปเยี่ยมนาง! เตรียมโอสถสมุนไพร,โอสถประสบการณ์ระดับสิบ เน้นว่าระดับสิบ!! พร้อมกับยันต์ระดับจักรพรรดิและศาสตราวุธชนชั้นราชันจักรพรรดิ” องค์รัชทายาทกล่าวพลางทำสีหน้าขึงขัง “หากมันขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป…” องค์รัชทายาทไม่กล่าวต่อ แววตาของเขากลับแผ่จิตสังหารออกมา “กระหม่อมทราบแล้วขอรับ! กระหม่อมจะเตรียมการให้ทันที!” …. กาติรัสซึ่งยืนอยู่หน้าประตูโรงประมูลเบญจราช ในช่วงเวลานี้ เขาไม่ใช่บทบาทของจักรพรรดิแห่งโลกหล้า ทว่า ตอนนี้เขาคือยอดฝีมือผู้ลึกลับ! ชายหนุ่มสวมหน้ากากทมิฬปนอักขระสีทองอร่าม อาภรณ์สีดำขลับปกปิดร่างกายมิดชิด ผมสีดำยาวระเอวทำให้ชายหนุ่มดูลึกลับมากเสน่ห์ ในช่วงเวลานี้ ส่วนสูงของตัวเขาเองก็เพิ่มขึ้นมา จากเกือบสองเมตรกลับกลายเป็นสองเมตรหกเซน ด้วยบุคคลิกดุจราชันและรูปร่างโดยรวม มันทำให้ยอดฝีมือผู้ลึกลับดูน่าเกรงขามขึ้นมา!! กาติรัสที่จะกำลังจะผลักประตู ทันใดนั้น ยามเฝ้าประตูทั้งซ้ายและขวาพลันใช้หอกยาวในมือกั้นขวางเอาไว้ ส่วนสูงของพวกเขาสูงกันถึงสามเมตร ยามทั้งสองต่างก้มมองกาติรัสด้วยแววตาไร้อารมณ์ “มันปกปิดตัวมิดชิดเช่นนี้ มันคิดจะก่อเรื่องหรืออย่างไร?” ยามฝั่งซ้ายเอ่ยขึ้น เขาเพียงเอ่ยขึ้นลอยๆเท่านั้น สำหรับโรงประมูลเบญจราช มันไม่จำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์อันใด ไมว่าจะการแต่งกาย การพกอาวุธหรืออะไรต่างๆ นานา เพราะผู้ที่อยู่เบื้องหลังนั้นยิ่งใหญ่จนน่าสะพรึงกลัว!! ยามฝั่งขวาทำสีหน้าสะอิดสะเอียน เขากำลังจะเอ่ยคำที่ตัวเองเอ่ยมาทั้งวันและแทบจะทุกเวลา! “โปรดแสดงว่าท่านเป็นคนของพรรคหรือตระกูลใด” ยามฝั่งขวากล่าวเสียงเย็น สำหรับโรงประมูลเบญจราชซึ่งเป็นโรงประมูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในดินแดนมนุษย์ หากให้เทียบกับโรงประมูลแดนศักดิ์สิทธิ์ ความแตกต่างของมันไม่ต่างจากเหนือนภาดิ่งสู่หุบเหวลึก ด้วยโรงประมูลที่ยิ่งใหญ่ซึ่งกันคนเข้าไปวุ่นวาย คนสามัญธรรมดามิอาจเข้าร่วมการประมูลได้ นอกเสียจากว่าคนผู้นั้นจะสังกัดพรรคหรืออยู่ตระกูลที่มีชื่อเสียง เป็นข้อพิสูจน์ได้ว่า ชื่อเสียงสำหรับแดนเทพมนุษย์นับเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพราะมันมีผลต่อการเข้าโรงประมูลเบญจราช กาติรัสหยิบบางสิ่งในเสื้อก่อนจะโชว์ให้ยามทั้งสองดู ฉับพลัน แววตาของยามฝั่งซ้ายและขวาต่างเบิกโพลงกว้างปานถลน ปากอ้าค้างจนสุดกราม “ตราเบญจราช!!” ยามทั้งสองถึงกับสั่นกลัวไปทั้งตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับยามฝั่งซ้าย เขาพึ่งพูดถากถางอีกฝ่ายไป ยามฝั่งซ้ายตัวสั่นระริกพลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ผะ---ผู้น้อยไม่ทราบว่าท่านเป็น…” เขากล่าวยังไม่ทันจบ กาติรัสก็ตัดบท ชายหนุ่มไม่อยากเสียเวลา กาติรัสโบกมือ “ไร้สาระ” เขาเปรยมองยามฝั่งซ้ายและขวาก่อนเอ่ยต่อ “พาข้าไปหาประมุขของพวกเจ้า” “ผะ---ผู้น้อยไม่มีความสามารถพอ ท่านควรเข้าไปข้างในเพื่อเจอกับคนที่มีตำแหน่งใหญ่กว่าผู้น้อย” ยามฝั่งขวากล่าว หลังของเขาอาบท่วมไปด้วยเหงื่อเย็น กาติรัสผลักประตูเข้าไปอย่างไม่ลังเล เขาไม่แม้แต่จะชำเลืองหางตามองพวกมัน ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ประตูบานยักษ์มาได้ หลังประตูบานนี้ราวกับคนละโลกกัน อากาศข้างในล้วนเย็นสบายอย่างน่าเหลือเชื่อ สายตาของกาติรัสกวาดมองภาพเบื้องหน้าที่เป็นทางเดินทอดยาว สุดสายของทางเดิน ต่างมีเสียงเฮฮาดังออกมาจากทางนั้น ชายหนุ่มเดินตรงไปอย่างไม่เร่งรีบ การเดินของเขาเหมือนการก้าวเท้าเดินธรรมดา แต่ทว่า หนึ่งก้าวของเขากลับเดินทางได้ไกลกว่าสิบเมตร ในสายตาของคนทั่วไป ชายหนุ่มผู้นี้ล้วนไม่ต่างอันใดไปจากภูติผี เรือนร่างของบุรุษหนุ่มวิบวับไปมา ทันใดนั้นเอง ชายหนุ่มก็ได้ก้าวเข้าสู่ห้องหลักของโรงประมูล ฉับพลัน เสียงเฮฮากลับกู่ก้องดังสะเทือน เสียงของการพูดคุยปะปนกันมั่วไปหมด มันทำให้โรงประมูลนี้ดูคึกคักดุจตลาดใหญ่ ห้องโถงหลักแห่งนี้กว้างขวางนัก หากบอกว่าเป็นโรงประมูลของคนยักษ์ยังน่าเชื่อถือยิ่งกว่า เก้าอี้วางยาวเป็นระเบียบและรักษาระยะห่างได้อย่างพอดี มันไม่ได้แออัด กลับกัน มันยังดูโล่งไปเสียด้วยซ้ำ! ห้องโถงประดับไปด้วยของตกแต่งหรูหรา ดูสะอาดตา ทุกร้อยตารางนิ้วจะมีผู้ดูแลของโรงประมูลเบญจราชอยู่อีกด้วย ภาพเบื้องหน้า ผู้คนนับหมื่นต่างนั่งกันเป็นระเบียบ หากแต่ อากัปกิริยาท่าทางของพวกเขาต่างดุเดือดราวกับกำลังสู้รบชิงชัย กาติรัสถึงกับอดสงสัยไม่ได้ ในเมื่อผู้คนและห้องโถงมันกว้างใหญ่ขนาดนี้ ผู้ดำเนินงานจะฟังครบทุกคนได้ยังไง? เขาแน่ใจหรือว่าไม่ได้พลาดใครไป? “10เหรียญอหังการ!!” “15เหรียญอหังการ!!” “30เหรียญอหังการ!!!” ท่ามกลางเสียงตะโกนโวกเวกของผู้คน กาติรัสมั่นใจว่าตนมีประสาทสัมผัสอยู่ในระดับดีเลิศ มันอาจเข้าขั้นปีศาจเลยด้วยซ้ำ ในช่วงเวลาที่ผู้คนตะโกนขึ้นมาหนึ่งพันคนด้วยการบอกจำนวนเงินที่แตกต่างกัน ชายหนุ่มยังสามารถแยกแยะได้ว่าใครบอกจำนวนเงินเยอะที่สุดและคนผู้นั้นหน้าตาเป็นยังไง และในขณะเดียวกัน “หมายเลข11210 ปิดประมูลที่50เหรียญอหังการนะคะ!!” กาติรัสคิ้วเลิกสูงขึ้นเล็กน้อย เขาประหลาดใจ ถูกต้อง! ผู้นำเนินการมีประสาทที่เฉียบคมดุจปีศาจเหมือนกับเขา ถึงกระนั้น มันไม่สามารถบอกได้ว่าใครเหนือว่าใคร “ในเมื่อการประมูลเป็นไปอย่างยุติธรรม ข้าก็ไม่เอะใจอะไรอีก” กาติรัสกล่าวขึ้นในใจ หากมีของประมูลที่น่าสนใจขึ้นมา เขาคงเข้าร่วมการประมูลอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทันใดนั้นเอง ด้วยผ้าอาภรณ์สีดำขลับ ผมสีดำยาวระเอวและหน้ากากทมิฬปนลวดลายอักขระสีทองคำ เมื่อผู้ใดมองผ่านกาติรัส พวกเขาเหล่านั้นมิอาจละสายตาไปไหนได้ราวกับต้องมนต์สะกด ทุกสิ่งทุกอย่างกลับทำให้มันลงตัวจนน่าเหลือเชื่อ! ราวกับประติมากรรมของพระเจ้า ผู้ดูแลที่บังเอิญเห็นกาติรัสถึงกับอุทานเสียงหลง “ทะ---เทพเซียน?” บุคคลผู้ลึกลับน่าหวั่นเกรง ผิวขาวผ่องตัดกับสีเสื้อยิ่งทำให้อำนาจเสน่ห์ร้ายกาจถึงขีดสุด! โดยเฉพาะอย่าง บุคคลิกของเขาแสดงออกมาดุจราชันผู้ทอดมองโลกหล้า กลิ่นอายแบบนี้ มันดูเหมือนกับสัตว์ประหลาดเฒ่าหมื่นปี! กาติรัสที่เห็นผู้ดูแลอยู่ไม่ไกล เขาจึงค่อยๆเดินเข้าไปโดยไม่เร่งรีบ ผู้ดูแลทั้งหมดต่างเป็นอิสตรี ผู้ดำเนินการประมูลต่างก็เป็นอิสตรี เครื่องแบบของพวกเขาสวมชุดสีเงินสลับขาว เครื่องแบบของโรงประมูลเบญจราช “ข้ามาหาประมุขของพวกเจ้า” กาติรัสกล่าวพลางเผยตราเบญจราชในฝ่ามือแวบหนึ่ง ทันทีที่หญิงสาวเห็นตราเบญจราช ทั่วร่างต่างแข็งเกร็งไปหมด บุคคลลึกลับเบื้องหน้าราวกับเทพเซียน หากเขาจะครอบครองตราเบญจราชมันคงไม่แปลกอันใดแล้ว “ตะ---ตามผู้น้อยมานะเจ้าคะ” หญิงสาวกล่าวเสียงประหม่า สิบนาทีผ่านไป ในขณะนี้เอง กาติรัสกำลังนั่งอยู่ในห้องๆหนึ่ง ขนาดของห้องนี้ดูพอดีไม่เวอร์วังเหมือนห้องโถงหลัก ชายหนุ่มเปรยมองของประดับโดยรอบ ของประดับต่างหรูหราและสะอาดตา ชายหนุ่มนั่งรอมาเกือบสิบนาทีได้แล้ว ทันใดนั้นเอง พลั่ก! ปัง! ประตูห้องถูกผลักออกอย่างรุนแรงบังเกิดเสียงดังสนั่น ปรากฏชายวัยกลางคนกำลังหอบหายใจ ข้างหลังของเขามีอิสตรีถึงสามคนด้วยกัน ชายวัยกลางคนรุดหน้าเข้ามาในห้องด้วยท่าทีเร่งรีบยิ่ง ในขณะเดียวกัน ผู้หญิงสามคนที่เดินตามหลังเขามาก็เดินเข้ามาด้วย สองในสามเป็นรองหัวหน้าผู้ดูแลและอีกคนคือหัวหน้าผู้ดูแล ชายวัยกลางคนเคลื่อนสายตามองโดยรอบอย่างร้อนรน ทันใดนั้น สายตาของเขาจำต้องหยุดชะงักลงที่เรือนร่างหนึ่ง บุคคลผู้นั้นดูสูงส่งดุจเทพเซียน “เทพเซียนในอาภรณ์สีดำรึ?” ชายวัยกลางคนอดคิดไม่ได้ สำหรับเขาแล้ว เทพเซียนต่างมาในรูปแบบของสีขาวบริสุทธิ์ “ผู้อาวุโส---ผู้น้อยนามว่าแดงสยบ แซ่แดง เป็นประมุขของโรงประมูลเบญจราช” ประมุขสยบกล่าวอย่างร้อนรน “ผู้อาวุโส---ผู้น้อยแดงผิง แซ่แดง เป็นหัวหน้าผู้ดูแล” แดงผิงกล่าว “ผู้อาวุโส---ผู้น้อยแดงฝ่าน แซ่แดง เป็นรองผู้ดูแล” แดงฝ่านกล่าว “ผู้อาวุโส---ผู้น้อยแดงชิว แซ่แดง เป็นรองผู้ดูแล” แดงชิวกล่าว บุคคลทั้งสี่ต่างทำท่าเคารพอย่างพร้อมเพรียง ไม่มีใครกล้าเงยหน้ามองใบหน้าของเทพเซียนเลยสักคน พวกเขาไม่สามารถพอ!! หากพูดตามหลักแล้ว บุคคลทั้งสี่ต่างมีสถานะสูงส่งอย่างมาก เกรงว่าผู้คนทั่วทั้งสี่แดนเทพมนุษย์ต่างไม่มีใครกล้ายุ่งกับโรงประมูลเบญจราช ยิ่งไม่ต้องพูดถึงจุดสูงสุดอย่างประมุขเลย แม้กระทั่ง ผู้ดูแลที่ตำแหน่งต่ำที่สุด ผู้คนยังหวั่นเกรง!! หากให้ระดับผู้นำของโรงประมูลเบญจราชออกตัว หากอีกฝ่ายไม่ใช่หนึ่งในสามตระกูลใหญ่ พวกเขาต่างไม่เคารพใครทั้งนั้น! ผู้คนของโรงประมูลเบญจราชต่างมีความทะนงตน!! แต่ทว่า ระดับผู้นำของโรงประมูลเบญจราชกลับก้มหัวให้บุคคลอื่น หากผู้คนได้ยินเข้า ต่อให้ฆ่าพวกเขาให้ตายก็ไม่มีใครเชื่อ! มันไร้สาระจนเกินไป!
..สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์เลเวล:10,405 พลังกาย:59,029,781 พลังเวทย์:59,201,051 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ