จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 87 หุ่นเชิด

            ทันทีที่เขาออกจากหอฟ้าดินเย่เฉินก็ถูกเจ้าหมีสองซึ่งไม่รู้โผล่มาจากไหนลากออกไป

            “เจ้าโผล่มาจากไหนนี่แล้วจะลากข้าไปไหน!”

            “จะพาเจ้าไปดูของดี”เจ้าหมีสองทำตากะพริบ

            เย่เฉินถูกเจ้าหมีสองลากมาตลอดทางเขาถูกพาตัวมายังสวนผลไม้วิญญาณ

            จะว่าไปนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เย่เฉินได้มายังสวนผลไม้วิญญาณของสำนักเหิงเยว่

            เมื่อเดินเข้าไปสิ่งแรกที่เขาได้เห็นคือต้นผลไม้วิญญาณที่แข็งแรงซึ่งผลไม้วิญญาณแต่ละผลมีแสงส่องสว่างห้อยอยู่บนต้นด้วยผลไม้ที่เจริญงอกงามละลานตา หมอกควันวิญญาณแพร่กระจายอยู่ทำให้ดวงตาของเขาเปล่งประกายเมื่อได้เห็น

            เมื่อทั้งสองคนเดินเข้ามาถังหรูซวนซึ่งมีฐานะเป็นศิษย์ของสวนผลไม้วิญญาณได้เด็ดผลไม้วิญญาณสองสามจานเอาไว้คอยต้อนรับเย่เฉิน

            เย่เฉินไม่มีความเกรงใจใดๆอย่างแน่นอน เขากัดผลไม้วิญญาณไปหนึ่งคำ จากนั้นจึงมองไปยังเจ้าหมีสอง“ของดีที่เจ้าพูดถึงอยู่ที่ไหน?”

            “มองไปทางนั้นสิ”เจ้าหมีสองพูดจบ ก็ชี้นิ้วไปยังจุดหนึ่งที่ไม่ไกลออกไป

            เมื่อได้ยินเช่นนี้เย่เฉินก็มองไปยังทิศทางที่เจ้าหมีสองชี้ไป

            จากนั้นเขาก็พบว่าใต้ต้นผลไม้วิญญาณต้นหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลออกไปนั้นมีคนในชุดดำคนหนึ่งยืนอยู่ที่นั่น ดูแล้วมีอายุไม่มาก เป็นคนวัยหนุ่มสาวคนหนึ่งยืนนิ่งไม่ไหวติงเหมือนกับหอกที่ปักอยู่ตรงนั้น

            “นั่นใครกัน! ทำไมไม่เคยเห็นมาก่อน” เย่เฉินมองไปยังเจ้าหมีสองและถังหรูซวนอย่างสงสัย

            “เขาคือหุ่นเชิด”ถังหรูซวนวางมือทั้งสองไว้บนโต๊ะหิน ใช้มือเท้าที่อวบอ้วนของนาง“ท่านอาจารย์นำกลับมาด้วยเมื่อวานนี้ บอกว่าเอาไว้ใช้เฝ้าสวนผลไม้วิญญาณ”

            “หุ่นเชิดหรือ?” เย่เฉินผงะ

            “เป็นของดีหรือเปล่าล่ะ!” เจ้าหมีสองหัวเราะ และกัดผลไม้เข้าปากเต็มคำ

            “ถ้าอย่างนั้นข้าขอไปดูหน่อย”เย่เฉินปัดก้น จากนั้นก็วิ่งเข้าไป

            เมื่อมาถึงหุ่นเชิดเขาก็ลูบคางและมองสำรวจไปทั่วร่างของหุ่นเชิดที่อยู่ตรงหน้าเมื่อมองไปยังร่างกายของหุ่นเชิด เขากลับไม่รู้สึกถึงลมหายใจใดๆ ของผู้ฝึกตน อีกอย่างใบหน้าของหุ่นเชิดนี้ก็แข็งทื่อดวงตาดูแน่นิ่งไร้ชีวิตชีวา ไร้ร่องรอยความผันผวนทางอารมณ์

            “เหมือนกับคำเล่าลือจริงๆ”เมื่อตอนที่เขาทำงานอยู่เป็นผู้รวบรวมข่าวกรองที่สำนักเจิ้งหยางเขาเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับหุ่นเชิด

            สิ่งที่เรียกว่าหุ่นเชิดนี้จัดเป็นอาวุธสังหารที่ได้รับการขัดเกลาด้วยวิชาลึกลับชนิดพิเศษพวกเขาไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก ดังนั้นพวกเขาจึงเป็นพวกเลือดเย็น เมื่อได้รับเป้าหมายแล้ว ก็จะไม่ยอมหยุดยกเว้นแต่จะใช้วิชาควบคุมจึงจะหยุดมันได้

            เขายื่นมือออกไปจากนั้นก็เคาะไปยังตัวหุ่นเชิดเบาๆ

            ปังๆๆ!

            ร่างกายของหุ่นเชิดทำมาจากโลหะและมีความแข็งแกร่งมาก

            “เป็นอย่างไรบ้างเยี่ยมยอดหรือเปล่าล่ะ!” เจ้าหมีสองเดินมาพร้อมกับถือผลไม้วิญญาณลูกหนึ่งอยู่ในมือ“ในการทดสอบกลางป่าร้าง ก็เป็นหุ่นเชิดแบบเดียวกันนี้แต่ก็มีบางตัวที่อยู่ในระดับมนุษย์ซึ่งมีความแข็งแกร่งในระดับผู้ฝึกตนขั้นพลังธาตุ”

            “ระดับมนุษย์? พูดเหมือนกับยังมีระดับที่สูงกว่า?”

            “แน่นอน”เจ้าหมีสองพยักหน้า “ระดับที่สูงกว่าระดับมนุษย์ก็คือระดับลึกลับหุ่นเชิดในระดับลึกลับจะเทียบเท่าระดับการฝึกตนขั้นพลังหยางเหนือระดับลึกลับขึ้นไปคือระดับธรณี ซึ่งจะเทียบได้กับผู้ฝึกตนขั้นฝึกวิญญาณเหนือกว่าระดับธรณีก็จะเป็นระดับสวรรค์แล้วล่ะ ได้ยินอาของข้าบอกว่าสำนักเหิงเยว่ของเรามีหุ่นเชิดระดับสวรรค์อยู่ตนหนึ่งซึ่งนั่นสามารถเทียบได้กับผู้ฝึกตนขั้นสมานญาณ”

            “จริงหรือ”เย่เฉินพูดอย่างประหลาดใจ

            “ได้ยินมาแบบนี้อาของข้ายังอยู่ในระดับต่ำเกินไป อีกอย่างก็ยังไม่เคยเห็นด้วยตาตนเอง”

            “แม่นางหรูซวนหุ่นเชิดตนนี้ใครเป็นผู้ควบคุม” เย่เฉินมองไปยังถังหรูซวน“ข้าขอทดสอบพละกำลังของเขาได้ไหม”

            “มันไม่ง่ายแบบนั้นน่ะสิ”ก่อนที่ถังหรูซวนจะเอ่ยปากเจ้าหมีสองก็นำผลไม้วิญญาณที่กินเหลือยัดใส่ไว้ในอกเสื้อจากนั้นก็มองไปยังผลไม้วิญญาณลูกหนึ่งที่อยู่บนต้น แล้วก็เด็ดมันลงมา

            ทันใดนั้นเย่เฉินก็เห็นแสงวูบวาบปรากฏขึ้นในดวงตาของหุ่นเชิดที่อยู่ตรงหน้า

            ทันใดนั้นเขาก็ขยับ และวิ่งไล่ตามเจ้าหมีสองไป

            “มาสิข้าจะพาเจ้าวิ่งสักสองรอบ” เจ้าหมีสองได้วิ่งออกไปแล้วและหุ่นเชิดตัวนั้นก็วิ่งตามไปด้านหลัง ความเร็วก็ไม่ได้เร็วมากนักแต่มันจะไม่หยุดแน่นอน หากไม่สามารถตามเจ้าหมีสองได้ทัน

            “หุ่นเชิดมีความคิดเป็นของตนเองหรือไม่?” เย่เฉินมองไปยังถังหรูซวนอย่างสงสัย

            “ไม่มีอย่างแน่นอน”ถังหรูซวนเผยให้เห็นฟันเขี้ยวซี่เล็กๆ ทั้งสองซี่นั้น“เขาถูกควบคุมด้วยวิชาการควบคุมของมนุษย์และเป้าหมายที่เขาถูกวางไว้ในสวนผลไม้วิญญาณก็เพื่อให้คอยเฝ้าดูสวนผลไม้วิญญาณและท่านอาจารย์ได้สลักข้อห้ามไว้ล่วงหน้าบนตัวของเขา หากมีใครขโมยผลไม้วิญญาณก็จะเกิดการกระตุ้นข้อห้ามภายในร่างกายที่กำหนดไว้เขาจึงสามารถวิ่งไล่ตามไปได้ด้วยตนเองในทันที”

            “ถ้าหากเขาไม่สามารถตามเจ้าหมีสองได้จะต้องไล่ตามไปตลอดเลยไหม?”

            “ไม่ใช่แน่นอนหากหมีสองวิ่งออกไปจากสวนผลไม้วิญญาณ เขาก็จะหยุดไล่ตามและแน่นอนยังมีอีกวิธีที่สามารถหยุดยั้งเขาได้”

            พูดจบถังหรูซวนก็ประสานมือทำมุทรา และดูเหมือนว่าหุ่นเชิดจะอยู่ในความควบคุมของนาง

            ไม่นานหุ่นเชิดตัวนั้นที่ใกล้จะตามเจ้าหมีสองได้ ก็หยุดลงในทันที จากนั้นถังหรูซวนก็เรียกกลับมาไว้ข้างกายของตน

            “ลองทดสอบพละกำลังของเขาสิ!” ถังหรูซวนเปลี่ยนท่ามุทราของกระบวนท่า

            ทันใดนั้นหุ่นเชิดที่ยืนนิ่งเหมือนหอก ก็ก้าวออกมาและใช้ฝ่ามือฟาดเข้าไปยังทิศทางของเย่เฉิน

            เมื่อเห็นดังนั้นเย่เฉินก็ไม่ถอยหนี ใช้ฝ่ามืออสุนีบาตฟาดกลับไปทันที

            ปัง!

            เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหุ่นเชิดตนนั้นก็ถูกแรงสะท้อนจากฝ่ามือของเขาจนถอยหลังไป

            แต่ในไม่ช้าหุ่นเชิดก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง แม้ว่าการโจมตีจะดูแข็งทื่อ แต่ผู้ควบคุมไม่หยุดเขาก็ยังคงจะโจมตีต่อไปไม่มีหยุด

            “ช่างลึกลับจริงๆ”เย่เฉินพูดอย่างตกใจ และสามารถประเมินพละกำลังของมันได้ว่าไม่ได้แข็งแกร่งมากมายนัก

            “เขาจัดว่าเป็นหุ่นเชิดในระดับมนุษย์ขั้นต่ำชนิดหนึ่ง”ถังหรูซวนอธิบาย “นั่นเป็นเพราะวัสดุที่ใช้ในการหลอมพวกเขาออกมานั้นเป็นวัสดุที่ค่อนข้างด้อยหากเป็นวัสดุที่ดี ก็จะทำให้เขามีความสามารถในการแสดงวิชาลึกลับพละกำลังก็จะแตกต่างกัน”

            “หุ่นเชิดยังสามารถแสดงวิชาลึกลับได้หรือ?” เย่เฉินกล่าวอย่างประหลาดใจ

            “ได้สิ”ถังหรูซวนตอบอย่างหนักแน่น “แต่หุ่นเชิดแบบนั้นจะต้องใช้วัสดุที่มีความยืดหยุ่นและมีความแข็งแกร่งที่สูงมากไม่เช่นนั้นจะง่ายต่อการถูกวิชาลับทำร้ายจนบาดเจ็บและจะทำให้พวกเขาสามารถแสดงวิชาลึกลับออกมาได้ดังนั้นในร่างกายเขาจึงจำเป็นต้องมีการตีตราข้อห้ามเอาไว้ซึ่งเป็นสิ่งที่ยุ่งยากที่สุดถึงแม้จะมีความสามารถของการแสดงวิชาลึกลับแต่พละกำลังก็ยังต่ำกว่าผู้ฝึกตนที่อยู่ในระดับเดียวกันสุดท้ายแล้วพวกเขาก็ไม่มีความคิดเป็นของตนเอง”

            “ยอดเยี่ยมเป็นของดีจริงๆ” เย่เฉินลูบคางของเขาและแอบคิดว่าหากเขามีหุ่นเชิดเป็นของตนเองสักตัว ความรู้สึกนั้นคงจะดีไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว

            ทางด้านนี้เจ้าหมีสองใช้นิ้วกระทุ้งตัวเย่เฉิน และพูดเย้าแหย่ “จะเอาสักตัวไหม”

            “ของแบบนี้หาได้ด้วยหรือ?” เย่เฉินตาเปล่งประกาย

            “แน่นอน”เจ้าหมีสองกะพริบตาเล็กๆ ของเขา “หอหมื่นสมบัติก็มีขาย”

            “หุ่นเชิดแบบนี้เอาออกมาขายได้ด้วยหรือ?” เย่เฉินตกตะลึง

            ทางนี้เจ้าหมีสองได้ยื่นนิ้วอ้วนๆ ออกมา “หุ่นเชิดระดับมนุษย์หนึ่งตัวราคาสามแสนหินวิญญาณ”

            “สาม...สามแสน”เมื่อได้ยินราคา เย่เฉินก็อดไม่ได้ที่จะต้องกลืนน้ำลาย

            “แม้ว่าสามแสนจะเป็นจำนวนไม่ใช่น้อยแต่สำหรับเจ้าแล้ว คงไม่ยากหรอกใช่ไหมล่ะ!”เจ้าหมีสองตบไหล่ของเย่เฉิน อย่างมีนัยลึกซึ้ง “เจ้าเป็นถึงนักปรุงยาที่สง่างามเพียงแค่ปรุงเม็ดยาสักเม็ดก็ได้ตั้งหลายพันแล้วก็แค่เสียเวลาไปบ้างนิดหน่อยแค่นั้นเอง”

            “หุ่นเชิดระดับมนุษย์ตัวหนึ่งที่มีพละกำลังจำกัดต้องจ่ายสามแสนหินวิญญาณต่อตัว ทำไมข้าถึงรู้สึกว่ามันขาดทุนมากไปหน่อย?” เย่เฉินเดาะลิ้น

            “เจ้าจะไปรู้อะไร! หุ่นเชิดไม่มีความคิดและจิตวิญญาณ ก็เป็นอาวุธสังหารหุ่นเชิดระดับมนุษย์หนึ่งตัว สามารถช่วยชีวิตในยามวิกฤตได้อย่างน้อยที่สุดมันก็ช่วยขัดขวางการสังหารจากศัตรูได้เชียวนะ!”

            เย่เฉินกลอกตารู้สึกว่าสิ่งที่หมีสองพูดมาดูมีเหตุผล

            หุ่นเชิดจัดว่าเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งไร้ซึ่งความคิดไม่รู้จักเจ็บไม่รู้จักป่วย แม้ว่าจะถูกฟาดด้วยฝ่ามือก็ไม่เป็นอะไรหากในยามฉุกเฉินก็สามารถใช้มันป้องกันด้านหน้าเพื่อป้องกันตัวได้ซึ่งเป็นวิธีการป้องกันตัวที่ดีวิธีหนึ่ง

            “สามแสน”เย่เฉินลูบคาง ดวงตาเปล่งประกายถึงความเฉียบแหลม และพึมพำ “จะหาได้อย่างไร”

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】 ที่คุณอ่าน