ตอนที่ 14 ไม้ห้าท่อน
เป็อย่างที่กัวเทียนคาดการณ์ไว้ ฝนตกหนักติดต่อกันเป็เวลาสามวันถึงหยุดลง และมีน้ำท่วมบางพื้นที่ในหมู่บ้าน
สามวันมานี้กัวเทียนไปตรวจสอบสถานการณ์ที่สวนทุกวัน ยังดีที่พื้นที่เหล่านี้ของเขาอยู่สูงหมด ไม่อย่างนั้นก็จะถูกน้ำท่วมเช่นกัน
ในเช้าของวันที่ฟ้าปลอดโปร่ง เขาถือสมุดไปยังโรงเรือน แล้วนั่งลงข้างแปลงมะเขือเทศแปลงหนึ่ง ตรวจสอบใบอย่างละเอียด จากนั้นก็เขียนบางอย่างลงในสมุด ก่อนลุกขึ้นไปดูพื้นที่อื่นอีก ไม่นานสมุดก็ถูกเขียนจนเต็มไปหมด
“ยังดีที่สวนของฉันอยู่สูง ไม่อย่างนั้นของพวกนี้ต้องเสียหายหมดแน่” กัวเทียนกล่าวด้วยสีหน้าผ่อนคลาย
พอเงยหน้าขึ้นเห็นไม้ของโรงเรือนหลวมเล็กน้อย เขาจึงยกอิฐจากด้านข้างมาหลายก้อนแล้วจัดวางให้ดี จากนั้นก็เขย่งเท้าไปมัดไม้ให้แน่น
ขณะกำลังมัด จู่ๆ เขาก็ขมวดคิ้วแน่นเพราะรู้สึกปวดท้องมาก หลังจากกัดฟันฝืนใช้ลวดมัดไม้้าจนแน่นดีแล้วถึงลงมาจากก้อนอิฐแล้วนั่งลงบนนั้น
เขาใช้มือนวดท้องอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนดึงเสื้อยืดขึ้นแล้วก้มมองดูท้องที่มีก้อนลมดำหมุนไปมาไม่หยุด
ปัดโธ่เว้ย เป็ไอ้ของแปลกนี่อีกแล้ว
หลังจากวันนั้นที่กินผลไม้ป่าสีแดงเข้าไปแล้วปวดท้องจนเป็ลม เขาก็ปวดท้องวันละหนึ่งถึงสองครั้งทุกวัน และทุกครั้งจะเห็นก้อนลมดำนี่เสมอ
ผลไม้ก็นำไปตรวจสอบแล้ว หมอบอกว่าไม่มีปัญหาอะไรเลย ต่อมาปวดอีกหลายหนจึงไปตรวจที่โรงพยาบาลอีก ผลการตรวจก็ยังคงบอกว่าเขาร่างกายแข็งแรงมาก
แต่พอกลับมาก็ปวดเหมือนเดิม พอปวดขึ้นมาก็เจ็บไปถึงขั้วหัวใจ
เขามั่นใจมากว่าที่ตนเป็เช่นนี้ต้องมีความเกี่ยวข้องกับผลไม้ป่านั่นแน่นอน แต่ทำไมถึงตรวจไม่เจอปัญหาล่ะ
แปลกจริงๆ ...
นั่งอยู่ครู่หนึ่ง ความเจ็บก็หายไป เขาจึงลุกขึ้นไปดูโรงเรือนอื่นๆ ต่อ
หลังจากตรวจสอบตามปกติเสร็จ เขาก็ออกจากสวนมุ่งไปยังบ้านคนคนหนึ่ง
ขณะยืนอยู่ในลานบ้าน กัวเทียนใช้เท้าเตะไม้ที่อยู่ล่างโรงเรือนพลางถาม “ลุงต้าคุน ไม้ของลุงขายไหมครับ”
เ้าของบ้านได้ยินเสียงจึงรีบเดินออกมา พอเห็นว่าเป็กัวเทียนก็คลี่ยิ้มทักทาย “เสี่ยวเทียนเองเหรอ ทำไม เธออยากซื้อไม้เหรอ”
“ใช่ครับ ผมเห็นไม้ของลุงเหมือนจะทิ้งไว้ตรงนี้มานานแล้ว ผม้าไม้นิดหน่อยพอดี ไม่รู้ว่าลุงต้าคุนจะยอมขายให้ผมสักหน่อยไหม”
กัวเทียนเอ่ยถึงเหตุผลที่มาครั้งนี้
พอลุงต้าคุนได้ฟังก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม “บอกตามตรงนะ ไม้พวกนี้ถูกทิ้งไว้นานเกินไป ด้านล่างถูกปลวกแทะไปหมดแล้ว คงไม่มีประโยชน์มากนักหรอก”
กัวเทียนใช้เท้าเตะไม้เ่าั้ จากนั้นก็ก้มตัวหยิบไม้ท่อนหนึ่งขึ้นมาดูแล้วเอ่ยว่า “นี่ก็ยังดีอยู่ไม่ใช่เหรอครับ”
“ไม่ใช่ทั้งหมดน่ะสิ กลัวแต่ว่าไม้ที่ดีจะมีไม่มาก แล้วเธอไม่พอใช้เอา” ลุงต้าคุนตอบทั้งยิ้ม
“ผมก็ใช้ไม่เยอะหรอก ผมดูแล้วไม้ท่อนนี้ก็ค่อนข้างจะใหญ่ ใช้ห้าท่อนก็น่าจะพอแล้ว” กัวเทียนคำนวณก่อนเอ่ย
“ถ้าห้าท่อนละก็มีพอแน่นอน” ลุงต้าคุนกล่าว
“ลุงต้าคุนตั้งราคาเลยครับ ไม่ต้องเกรงใจผม ควรคิดเท่าไรก็คิดเท่านั้น” ที่กัวเทียนพูดออกมาตรงๆ ก็เพราะกลัวว่าชาวบ้านที่จิตใจดีจะไม่กล้าตั้งราคาให้เขา
พอลุงต้าคุนได้ยินก็รู้สึกทำตัวไม่ถูกเล็กน้อยจริงๆ เขายิ้มด้วยความเขินอายพลางอธิบาย “ไม้พวกนี้ไว้ที่ฉันก็ไม่มีประโยชน์ เธอไม่เอาไปก็จะถูกปลวกแทะอยู่ดี เธอเอาไปเถอะ อย่าพูดถึงเื่เงินเลย”
“ได้ยังไงล่ะครับ ตั้งราคามาเถอะ ผมก็ไม่รู้ว่าควรให้ราคาเท่าไร ไม่อย่างนั้นผมเอาเงินวางไว้ตรงนี้แล้วนะ” กัวเทียนไม่กินกำไรในเื่แบบนี้อยู่แล้ว ที่ควรให้ก็ต้องให้
เห็นว่าลุงต้าคุนไม่ยอมบอกราคาสักที เขาจึงหยิบแบงก์ร้อยสองใบออกมาวางไว้ด้านข้างเสียเลย
กำลังหันหลังจะไปหาคนมาลากไม้ ก็ถูกลุงต้าคุนเรียกเอาไว้ “เ้าเด็กคนนี้นี่ ทำไมให้เยอะขนาดนี้ล่ะ แค่ไม้ห้าท่อนต้องใช้เงินมากขนาดนี้ซะที่ไหน ร้อยเดียวยังมากเกินไปเลย รีบเอาคืนไปเถอะ ฉันบอกว่าไม่คิดเงินก็ไม่คิดเงินสิ ปกติเธอช่วยฉันมามาก ไม้ไม่กี่ท่อนนี่ปล่อยไว้ก็เท่ากับทิ้งไว้เปล่าๆ ในเมื่อเธอจะใช้ก็เอาไปได้เลย”
คิดอยู่ครู่หนึ่ง กัวเทียนจึงบอกกับลุงต้าคุนว่า “ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมเอาข้าวโพดมาให้ลุงตะกร้าหนึ่งแล้วกัน หลายวันก่อนได้ยินคุณป้าบอกว่าชอบกินข้าวโพดนี่ครับ”
“เด็กคนนี้นี่นะ ความจำดีจริงๆ เลย คำพูดที่ป้าเขาพูดไปแบบไม่ได้คิดอะไรก็ยังจำได้” ลุงต้าคุนเอ่ยทั้งยิ้มอย่างอดไม่ได้