ตอนที่ 56 ปัญหาเล็กน้อย
หลังจากที่หวังเฉิงทดสอบกล่องรับสัญญาณสำเร็จแล้ว ก็ได้แจ้งให้หวังซินได้รู้ในทันที ก็แค่ในเวลาที่ทำการทดสอบออกมานั้นกลับเป็นความสำเร็จที่มาจากการทดสอบอย่างง่าย ๆ ก็เท่านั้น หลังจากผ่านไปได้ระยะหนึ่ง ตอนที่หวังเฉิงทำการทดสอบประสิทธิภาพของกล่องรับสัญญาณอย่างจริงจัง ในเวลานี้กลับพบว่ามีปัญหาขึ้นแล้ว กล่องรับสัญญาณจริง ๆ แล้วเป็นเรื่องที่ง่ายดายอยู่แล้ว แต่สำหรับหวังเฉิงแล้ว ก็ยังเป็นเรื่องที่ยากจนเกินไป อย่างไรก็ตามก็ยังเป็นแค่นักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่ในสถาบันนิวซอฟท์ อีกทั้งยังไม่ได้มีความเข้าใจในด้านนี้มากเท่าไหร่ หลังจากที่รู้หลักการส่วนนี้จากอาจารย์แล้ว ก็เอามาจัดการทำด้วยตัวเอง ถึงแม้ว่าของที่ทำจะบรรลุเป้าหมายได้ แต่ในด้านประสิทธิภาพกลับยังเอามาใช้งานไม่ได้อยู่ดี กล่องรับสัญญาณนี้ใช้ชิปในแบบที่ง่ายมาก ๆ เดิมทีก็ทำได้ง่ายมากอยู่แล้ว แต่ตอนที่กำลังทดสอบประสิทธิภาพของชิปอย่างจริงจังกลับพบปัญหาขึ้นมา จากการแสดงฐานข้อมูลออกมาเลยทำให้เห็นได้ว่า ชิปตัวนี้ไม่ได้มีความเสถียรเลยแม้แต่น้อย แน่นอนว่าเรื่องนี้ยังสามารถเอามาปรับปรุงแก้ไข้ให้สมบูรณ์ได้ในภายหลัง อย่างไรก็ตามตอนที่ทำการทดสอบขีดจำกัดสูงสุดของชิป ปัญหาจริงของมันก็ได้แสดงออกมาให้เห็นแล้ว ปัญหาของชิปชิ้นนี้ถือว่าใหญ่มาก ภายใต้การทดสอบขีดจำกัดได้แสดงให้เห็นว่าอายุการใช้งานของชิปมีเวลาอยู่แค่ครึ่งปีเท่านั้น สำหรับอายุการใช้งานของชิปแผ่นนี้ วัตถุประเภทนี้จะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากของลอกเลียนแบบแน่นอน เลยแทบจะทำให้ไม่ได้มาตรฐานด้วยซ้ำ ถ้าหากเอากล่องรับสัญญาณไปขายให้กับผู้ใช้จริง ซึ่งใช้แค่ครึ่งปีก็พังแล้ว การรับผิดชอบกับเรื่องนี้ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นปัญหาใหญ่เลยทีเดียว หลังจากที่หวังเฉิงเจอปัญหาแล้ว ก็ได้ลองปรับปรุงให้ดีขึ้นมาโดยตลอด แต่ก็ไม่ได้ดีขึ้นมากเท่าไหร่ ซึ่งในช่วงเวลาสั้น ๆ ยังไม่ถือว่าเกิดผลกระทบอะไร โดยทำได้แค่โทรศัพท์ไปบอกหวังซิน ว่าทางด้านตัวเองได้เกิดปัญหาแล้ว ในตอนกลางคืนที่หวังซินนอนอยู่บนเตียงก็พลิกไปพลิกมานอนไม่หลับ กล่องรับสัญญาณมีผลต่ออารมณ์ของพ่อ แม้ว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับอนาคตหรือเปล่า แต่หวังซินก็ไม่อยากเห็นพ่อหน้านิ่วคิ้วขมวดกับเรื่องอย่างกล่องรับสัญญาณทุกวี่ทุกวัน ตอนนี้หวังซินที่ไม่รู้สาเหตุ เพียงแต่หวังว่าปัญหาของหวังเฉิงทางนั้นจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่จนเกินไป ถ้าเป็นแบบนี้ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย ในวันต่อมาหวังเฉิงก็ได้มาที่บ้านของหวังซิน ซึ่งหวังเป่าหลงก็ไม่ได้ไปทำงาน แล้วก็กำลังรอหวังเฉิงอยู่ ถึงยังไงกล่องรับสัญญาณนี้ก็เป็นเรื่องที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุดในตอนนี้ แน่นอนว่าต้องอยากจะรู้จากปากของหวังเฉิงเช่นกันว่าที่จริงแล้วเกิดปัญหาขึ้นในด้านไหนกันแน่ ครั้งนี้หวังเฉิงเอาแบบจำลองของกล่องรับสัญญาณมายังที่นี่ด้วย เมื่อมาถึงบ้านของหวังซิน หวังเป่าหลงที่เห็นการแต่งตัวของหวังเฉิงก็ถึงกับต้องขมวดคิ้วทันที เขาสวมหมวกทรงแหลม ไว้เปียหนึ่งหาง สวมชุดยีนส์ใส่รองเท้าบูต ด้านหลังสะพายกระเป๋าเป้ใบใหญ่ ที่ดูแล้วทันสมัยมาก แต่การแต่งตัวแบบนี้แทบจะไม่เข้าตาของหวังเป่าหลงเลยด้วยซ้ำ “แกดูการแต่งตัวของแกสิยังเหมือนกับนักเรียนอยู่อีกไหม?” จนถึงขั้นที่ต้องทิ้งเรื่องกล่องรับสัญญาณไว้ชั่วคราว ในทางกลับกันทุกครั้งที่หวังเป่าหลงเห็นหวังเฉิงแต่งตัวแบบนี้ก็อดไม่ได้ที่จะตำหนิออกมา “เฮ้เฮ้ น้าเขย ชุดนี้ที่ผมใส่ในตอนนี้เป็นแฟชั่นที่กำลังมาแรงที่สุดเลยนะครับ วัยรุ่นส่วนใหญ่ในยุคนี้ก็แต่งตัวกันแบบนี้ทั้งนั้น” หวังเฉิงตอบด้วยรอยยิ้มเชิงเล่นให้กับหวังเป่าหลง แล้วท่าทางของรอยยิ้มเชิงเล่น ๆ ก็ทำให้หวังเป่าหลงขมวดคิ้ว “พี่ชาย อย่ามัวแต่พูดเรื่องไร้สาระเลย ที่จริงแล้วเกิดปัญหาตรงจุดไหนกันแน่?” หวังซินเปลี่ยนหัวข้อสนทนาในทันที ซึ่งนี่ก็เป็นเรื่องที่ผู้เป็นพ่อกังวลใจอยู่แล้ว “ประสิทธิภาพในแต่ละด้านของกล่องรับสัญญาณนี้ยังถือว่าใช้ได้อยู่ ตัวชิปก็สามารถตัดการรบกวนได้ ก็ติดก็แค่อายุการใช้งานของชิปนั้นมีแค่ครึ่งปีก็เท่านั้น เลยไม่เป็นไปตามผลที่หวังไว้แม้แต่น้อย” หวังเฉิงพูด แล้วก็หยิบกล่องรับสัญญาณออกมาจากในกระเป๋าเป้ที่ตัวเองสะพายอยู่ หวังซินได้เข้าใจว่าเกิดปัญหาใหญ่อะไรขึ้นซะอีก แต่กลับคิดไม่ถึงว่าจะเป็นแค่ปัญหาในด้านคุณภาพ ปัญหาด้านคุณภาพเดิมก็ไม่ได้อยู่ในขอบเขตการพิจารณาของหวังซินเลยแม่แต่น้อย ขอแค่กล่องรับสัญญาณนี้สามารถใช้ได้ผลในช่วงเวลาสั้น ๆ ต่อให้คุณภาพจะแย่แค่ไหน ก็ไม่มีปัญหาใด ๆ อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ก็ค้นคว้าออกมาแล้ว อีกทั้งก็เป็นแค่ด้านชิปที่มีปัญหา อย่างมากก็แค่ปรับปรุงให้ดีในภายหลังก็พอแล้ว ระดับความยากในการค้นคว้าของสิ่งนี้ เมื่อเทียบกับระดับความยากในการปรับปรุงแล้วยังถือว่ายากกว่าเยอะ พูดอีกอย่างก็เป็นแค่ปัญหาเกี่ยวกับชิป กล่องรับสัญญาณไม่มีปัญหาก็โอเคแล้ว หวังเป่าหลงค่อนข้างหัวโบราณ กล่องรับสัญญาณนี้ในเมื่อด้านคุณภาพมีปัญหา ก็จะไม่เอาลงไปใช้ในครัวเรือน อย่างน้อยก็ต้องรอให้หวังเฉิงแก้ปัญหาในเรื่องคุณภาพของชิปถ้าทำได้แล้วก็ค่อยมาคุยถึงเรื่องนี้กันใหม่ได้ ดังนั้นในเวลานี้เขาจึงรีบถามไปว่า: “มีวิธีปรับปรุงชิปให้ดีได้ไหม? คุณภาพเป็นเรื่องที่ใหญ่ ของที่สามารถใช้ได้แค่ครึ่งปีนี้ แล้วพอถึงตอนที่เกิดปัญหาขึ้นทางสถานีโทรทัศน์ก็จะถูกด่าจนเสียชื่อเสียงได้” “ยังหาวิธีปรับปรุงไม่ได้ชั่วคราวครับ แต่ในเมื่อผมสามารถสร้างชิปนี้ขึ้นมาได้ ก็ต้องพอมีวิธีแก้อยู่ แค่จะต้องใช้เวลาสักระยะเท่านั้นเองครับ” ในเวลานี้หวังเฉิงก็ยังมั่นอกมั่นใจ ก่อนหน้านี้ก็แค่เพราะว่าทางหวังซินเร่งให้ดำเนินการเร็วเกินไป เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้การรักษาเสถียรภาพของคุณภาพจากกล่องรับสัญญาณที่หวังซินได้มาจึงไม่ได้มาตรฐาน “ถ้าปรับปรุงให้ดีขึ้นล่ะก็ จะต้องใช้เวลานานแค่ไหนกัน?” สิ่งที่หวังเป่าหลงสนใจมากที่สุดก็คือปัญหาในจุดนี้ หวังซินที่อยู่ข้าง ๆ ได้มองสีหน้าที่เคร่งขรึมของพ่อ ซึ่งในใจก็รู้สึกพูดไม่ออกเป็นอย่างมาก หรือว่าพ่อจะต้องรอจนกว่ากล่องรับสัญญาณฝังชิปผ่านมาตรฐานถึงจะเอาลงไปใช้ในบ้านของผู้ใช้งานกัน! “ปัจจุบันมีผมคนเดียวที่กำลังค้นคว้าชิปตัวนี้ เกรงว่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งหรือสองเดือนถึงจะสามารถหาปัญหาที่มีอยู่ในนี้ได้” เมื่อหวังเฉิงพูดจบ ก็ได้หันมองหวังเป่าหลงอีกครั้ง แล้วก็พบว่าหลังจากที่หวังเป่าหลงได้ยินสิ่งที่ตัวเองพูด ก็ขมวดคิ้วแน่นทันที ดูเหมือนจะมีท่าทางที่ลำบากใจเป็นอย่างมาก ซึ่งหวังซินกลับไม่ได้คิดว่าคุณภาพไม่ดีจะเป็นปัญหา ตอนนี้พ่อถูกแบ่งให้มาดูแลการจัดการผู้ใช้งานในส่วนนี้ซึ่งก็เป็นเวลาเกือบครึ่งเดือนแล้ว ในระยะเวลาครึ่งเดือนนี้ พ่อไม่ได้ลงมือทำอะไรในสถานีโทรทัศน์เลย นี่จึงยากที่จะเลี่ยงให้คนที่อยู่รอบข้างมองหวังเป่าหลงเป็นตัวตลกเอาได้ โดยพื้นฐานแล้วหวังเป่าหลงเองก็มีรากฐานอยู่ในสถานีโทรทัศน์ก็ไม่ได้ลึกซึ้งมากสักเท่าไหร่ ในครั้งนี้ถ้าเกิดปัญหาขึ้นจริง ก็เกรงว่าตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานีอันดับหนึ่งจะไม่มั่นคงแล้ว สิ่งที่หวังซินเป็นห่วงที่สุดในตอนนี้ก็ยังคงเป็นตำแหน่งของพ่อ ในส่วนของปัญหาการจัดการผู้ใช้งานนั้นไม่ใช่ปัญหาอะไร ขอแค่พ่อยังนั่งตำแหน่งปัจจุบันได้อย่างมั่นคง ให้ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานีอันดับหนึ่งตัวเองไม่สั่นคลอนก็ได้แล้ว ตอนนี้กล่องรับสัญญาณก็มีแค่ปัญหาด้านคุณภาพ อย่างน้อยก็สามารถใช้ได้ครึ่งปี ขอแค่ภายในครึ่งปีนี้พ่อประสบความสำเร็จในการเลื่อนตำแหน่ง ปัญหากล่องรับสัญญาณก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย หวังเป่าหลงที่ไม่รู้ความในใจของหวังซินกำลังคิดอะไร ตอนนี้ได้เกิดปัญหากับคุณภาพของกล่องรับสัญญาณ แน่นอนว่าเลยไม่สามารถนำไปใช้ในครัวเรือนได้ เวลาหนึ่งหรือสองเดือนก็ไม่ได้ถือว่านาน แต่ตัวเองสามารถรอให้ทางด้านหวังเฉิงปรับปรุงได้ “ตกลง หลังจากที่แกปรับปรุงเจ้าสิ่งนี้แล้วก็ส่งมาให้ฉันละกัน” หวังเป่าหลงได้ทำการตัดสินใจ เมื่อหวังซินเห็นพ่อพูดแบบนี้แล้ว ในใจก็กลับคิดว่าไม่ได้ ขอแค่มีกล่องรับสัญญาณออกมาแล้ว ก็เหมือนกับ WIFI ในโลกยุคหลังที่ใช้ระบบ SPK เข้ารหัส ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้นที่จะถูกถอดรหัส คนอื่นที่ไม่สามารถ ‘แอบใช้อินเทอร์เน็ต’ ได้ เมื่อดูโทรทัศน์ไม่ได้ คนก็จะควักเงินซื้อกล่องรับสัญญาณเพื่อดึงสายเคเบิลอีกครั้งอย่างแน่นอน “พ่อครับ ในความเป็นจริงแล้วปัญหาคุณภาพนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยครับ ตอนนี้กล่องรับสัญญาณนี้ขอแค่สามารถใช้งานตามประสิทธิภาพพื้นฐานได้ก็พอแล้ว พวกเราในตอนนี้ก็ไม่ต้องปรับปรุงชิปของกล่องรับสัญญาณ!” หวังซินเริ่มที่จะขัดขวางแล้ว เรื่องที่เสียเวลา หวังซินกลับยังไม่เคยคิดที่จะไปทำมาก่อน เมื่อได้ยินคำพูดของหวังซิน หวังเป่าหลงก็ขมวดคิ้ว แล้วพูดว่า: “ของสิ่งนี้แทบจะเอามาใช้ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เรื่องในด้านคุณภาพก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ จะสะเพร่าไม่ได้” “พ่อครับ กล่องรับสัญญาณนี้มีปัญหา ก็เป็นปัญหาหลังจากครึ่งปีไปแล้ว การที่พี่ชายเอากล่องรับสัญญาณนี้ไปปรับปรุง อย่างน้อยก็จะต้องใช้เวลาหนึ่งเดือนครับ ซึ่งในเดือนนี้หากพ่อไม่ได้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมโทรทัศน์ ความเสียหายก็เกือบจะหนึ่งล้านหยวนครับ ถ้าสองเดือน ก็เป็นสองล้านกว่าแล้ว ความเสียหายแบบนี้ก็จะสูญไปโดยเปล่าประโยชน์นะครับ!” “ปัญหาคุณภาพที่ไม่ดี อาจจะถูกร้องเรียนได้ พอถึงตอนนั้นความวุ่นวายก็จะมากยิ่งขึ้น” หวังเป่าหลงส่ายหัว และไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของหวังซิน “พ่อครับ ตอนนี้ไม่ว่ายังไงพ่อก็เป็นรองผู้อำนวยการสถานีอันดับหนึ่งของสถานีโทรทัศน์อยู่ แม้ว่าจะเกิดปัญหาในด้านคุณภาพ ก็สามารถคุมไว้ได้ชั่วคราว หลังจากที่รอพี่ชายปรับปรุงชิปเรียบร้อยแล้ว ก็ค่อยติดตั้งชิปใหม่โดยใช้ชื่ออื่นก็ได้แล้วไม่ใช่เหรอครับ?” หวังซินมองดูพ่อที่หัวโบราณ แล้วก็พูดไม่ออกไปโดยปริยาย เมื่อหวังเป่าหลงได้ยินหวังซินพูดเรื่องใช้อำนาจในหน้าที่การงานของตัวเองอะไรนั่น มาใช้ในการควบคุมปัญหา จึงรีบจ้องไปที่หวังซิน แล้วตำหนิว่า: “อายุก็ยังน้อยไปเรียนเรื่องที่ไม่ดีพวกนี้มาจากไหนกัน? เป็นคนน่ะก็จะต้องทำอะไรที่ตรงไปตรงมา!” “เอาล่ะครับ พ่อผมรู้ว่าพ่อเป็นคนทำอะไรตรงไปตรงมา แต่เรื่องนี้ไม่ได้มีผลกระทบอะไรเลยจริง ๆ นะครับ พ่อสามารถส่งให้ผู้พักอาศัยส่วนหนึ่งทดลองใช้ฟรีนี่ครับ แล้วรอหลังจากที่พี่ชายปรับปรุงเสร็จค่อยโปรโมทออกไปให้กว้างขึ้นก็ยังไม่สายนะครับ!” หวังซินรีบบอกวิธีการกับพ่อ เมื่อหวังเป่าหลงได้ยินหวังซินพูดแบบนี้ จึงพูดอะไรไม่ออก หลังจากตรุษจีนเป็นต้นมา ไม่ว่าเรื่องอะไรก็แทบจะต้องฟังความคิดเห็นของหวังซินทั้งสิ้น นี่จึงทำให้ตัวเองได้เห็นว่าตัวเองคนนี้เป็นเหมือนกับคนสติปัญญาต่ำ แต่ก็แค่เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ที่ลูกชายพูดก็ยังพอมีเหตุผลอยู่บ้าง หวังเฉิงที่อยู่ข้าง ๆ ก็อยากจะหัวเราะดัง ๆ ซึ่งตอนนี้ก็ขาดแคลนเงิน เขาจึงอดไม่ได้ที่จะให้กล่องรับสัญญาณนี้ใช้ได้โดยทันที ขอทำเงินให้ได้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน ในส่วนของการปรับปรุง หลังจากนี้ก็สามารถค่อย ๆ ทำได้ “นี่จู่ ๆ หากเอาของสิ่งนี้ไปให้คนอื่นใช้ พวกเขาจะเห็นด้วยหรือเปล่านะ” หวังเป่าหลงลังเลขึ้นมาอีกแล้ว “พ่อครับ นี่พ่อจะต้องใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัว เกลี้ยกล่อมพวกเขาแล้วล่ะครับ” “นี่มันไม่เหมาะสม!” หวังเป่าหลงตำหนิหวังซินไปอีก หวังซินหมดคำพูด แล้วให้ผู้อยู่อาศัยทำงานตามแนวคิด โดยให้พวกเขาลองใช้กล่องรับสัญญาณในตอนนี้ของตัวเอง ทำไมถึงได้กลายเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมแล้วล่ะ เมื่อหวังเฉิงได้ยินบทสนทนาของหวังซินและหวังเป่าหลงที่อยู่ข้าง ๆ ก็รู้สึกว่าน่าสนใจ ในขณะเดียวกันก็กำลังครุ่นคิดกล่องรับสัญญาณของตัวเองว่าควรจะปรับปรุงยังไง เขาในตอนนี้ดูเหมือนว่าจะมองเห็นเงินก้อนใหญ่ ๆ ที่กำลังวิ่งมายังกระเป๋าของตัวเองแล้ว หนึ่งแสนสองหมื่นครัวเรือนนะ กล่องรับสัญญาณหนึ่งกล่องต่อหนึ่งครัวเรือน แม้ว่าในชิปแต่ละอันตัวเองจะได้รับเงินแค่สองหยวน ซึ่งนี่ก็เป็นเงินถึงสองแสนกว่าเลย แต่หวังซินและหวังเป่าหลงทั้งสองคนก็ยังปรึกษาหารือกันอยู่ ซึ่งภายใต้การเกลี้ยกล่อมของหวังซิน แม้ว่าหวังเป่าหลงจะรู้ว่าวิธีที่จะทำต่อจากนี้จะไม่ถูกต้อง แต่จะไม่ทำก็ไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องถึงอนาคตของหวังเป่าหลง อีกทั้งเรื่องนี้ก็ไม่ได้ขัดต่อหลักการสักเท่าไหร่ หวังเป่าหลงจึงยอมรับความคิดเห็นของหวังซิน...