โดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร

    ตอนที่ 65 ปล่อยเสบียง

    เซนหยิบบางอย่างที่มีสีขาวออกมา มันคืองูโกสไวเปอร์เป็นมอนสเตอร์ประเภทงูไร้ธาตุที่หายากอย่างมาก ซึ่งคนที่จะเจอกับมันตัวเป็นๆ นั้นแทบเป็นไปไม่ได้ การที่พวกเขาเจอมันแสดงว่าโชคร้ายมากกว่าโชคดี

    เมื่อหญิงสาวทั้งสามเห็นเซนหยิบงูน้อยสีขาวน่ารักออกมาพวกเธอต่างพากันประหลาดใจ และแน่นอนพวกเธอพึ่งเคยเห็นมันครั้งแรก ดังนั้นพวกเธอที่ชอบของน่ารักอยู่แล้วจึงได้พยายามจะเข้าไปลูบมัน

    “มันน่ารักจริงๆ ขอลูบมันหน่อยนะ…”

    ก่อนที่หญิงสาวคนหนึ่งพยายามจะลูบมันเซนก็ดึงเจ้างูตัวนั้นออกห่างทันที พร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ว่า

    “ถ้ารักชีวิตอย่าเข้าใกล้มันดีกว่านะ…”

    คำกล่าวของเซนนั้นทำให้ความประทับใจในตัวหญิงสาวที่มีต่อเขาลดลงฮวบเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามเซนหาได้ใส่ใจไม่ เขากำลังจะลุกจากไปเพื่อที่จะพักผ่อนอย่างไรก็ตามในเวลานั้นนักเรียนชายคนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์โต้เถียงระหว่างเซนกับหญิงสาวทั้งสามก็ได้เข้ามา

    เมื่อเขาเห็นงูตัวสีขาวในมือของเซนเขาก็ร้องออกมาด้วยความตกตะลึงพร้อมกับร่างกายที่สั่นสะท้าน

    “นั่นมัน…โกสไวเปอร์! เหตุใดมันจึงได้อยู่ที่นี่”

    “เจ้ารู้จักกับงูน้อยตัวนั้นงั้นเหรอ?”

    หนึ่งในหญิงสาวที่เห็นชายหนุ่มอุทานขึ้นก็ได้กล่าวถามทันที ท่าทางของอีกฝ่ายเห็นได้ชัดว่าตึงเครียดอย่างมาก ถึงขนาดเหงื่อไหลออกมาเลยทีเดียว

    “รู้จักดีเลย ชาวป่าพื้นเมืองต้องรู้จักมัน…มันเป็นงูพิษที่หายากและมีอันตรายอย่างมาก…โอกาสพบเจอมันน้อยมาก การที่เจอกับมันนั้นถือว่าโชคร้าย”

    เมื่อหญิงสาวทั้งสามได้ยินเช่นนั้นพวกเธอต่างก็ขอบคุณเซนอย่างไรก็ตามเซนนั้นไม่ได้ต้องการคำขอบคุณ เขามองไปที่นักเรียนชายคนดังกล่าวพร้อมกับคิดในใจ

    ‘แส่ไม่เข้าเรื่องจริงๆ’

    เซนคิดว่าจะทำให้หญิงสาวทั้งสามคนนี้นั้นไม่พอใจเขา ซึ่งผลลัพธ์นั้นจะนำไปสู่การที่ชายหนุ่มจะไม่ถูกขอความช่วยเหลือหรือถูกอีกฝ่ายพยายามใช้ประโยชน์อีก อย่างไรก็ตามมันกลับมีตัวแปรอื่นปรากฏมาขัดขวาง

    “จะ…เจ้า…ไม่ควรจะจับมันด้วยมือเปล่า แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ไม่กล้าทำแบบนั้น…”

    นักเรียนชายได้กล่าวขึ้นอีกครั้งก่อนที่จะรีบถอยห่างจากเซนให้เร็วที่สุด มีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่าผิวของงูตัวนี้นั้นลื่นอย่างมากและมันสามารถหลุดออกจากการจับกุมได้ง่ายๆ ดังนั้นนักเรียนชายคนดังกล่าวจึงกลัวว่างูจะดิ้นหลุดและพุ่งเข้ามาฉกเขา อย่างไรก็ตามการกระทำของเซนต่อจากนั้นทำให้เขาหวาดกลัวจนแทบจะเป็นบ้า

    เพราะเซนนั้นได้ปล่อยเจ้างูตัวนั้นไว้บนฝ่ามือของตนเองพร้อมกับจ้องมันอย่างพิจารณาราวกับงูบนฝ่ามือของชายหนุ่มนั้นเป็นเพียงงูธรรมดาไม่มีพิษอย่างไงอย่างนั้น

    ไม่ใช่แค่นักเรียนชายเท่านั้นที่ถอยไป แม้แต่นักเรียนหญิงสามคนที่มาขอให้เซนช่วยพวกเธอก็ต้องถอยห่างออกไปด้วยความหวาดกลัว แต่น่าประหลาดใจแทนที่โกสไวเปอร์ที่เป็นอิสระนั้นจะฉกใส่เซนมันกลับชูคอขึ้นพร้อมกับมองมาที่เซนด้วยสายตาน่าเอ็นดู

    จริงๆ แล้วโกสไวเปอร์นั้นไม่ได้เป็นสัตว์มีพิษที่ดุร้ายแต่มันกลับตรงกันข้าม มันเพียงแค่ขี้หวาดกลัวเท่านั้นหากมนุษย์หรือสัตว์อื่นพยายามจะเข้าใกล้มัน มันก็จะจู่โจมทันทีโดยไม่ให้สัญญาณ แต่สำหรับเซนนั้นสัญชาตญาณของมันบอกว่าคนเบื้องหน้ามันนั้นไม่มีเจตนาร้ายและไม่อันตราย มันเป็นสิ่งที่แม้แต่เจ้างูเองก็ไม่รู้ว่าเหตุใดมันจึงรู้สึกเช่นนี้

    “กลับเข้าป่าไปซะ…พวกเราขอโทษที่มารุกล้ำอาณาเขตของเจ้า แต่ตอนนี้พวกข้าขอยืมใช้พื้นที่นี้ชั่วคราว”

    ราวกับงูน้อยตัวนั้นเข้าใจคำพูดของเซนมันผงกหัวก่อนที่มันจะเลื่อยลงจากมือเขามาสู่ขาจากนั้นก็ลงพื้นและพุ่งเข้าไปหายไปด้วยความเร็วสูง

    “หมดธุระแล้ว ข้าขอตัวไปพักผ่อน…”

    เซนทิ้งให้เพื่อนๆ ยืนอึ้งกันอยู่บริเวณนั้น และจากมาทันที อย่างไรก็ตามแม้ว่าในค่ำคืนนี้นั้นในค่ายของนักเรียนห้องสิบจะสงบอย่างมาก แต่ของห้องอื่นกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น…

    และแล้วเช้าวันต่อมาก็ได้มาถึงอย่างรวดเร็ว เซนเองก็ได้ตื่นลืมตาขึ้นเช่นกัน ชายหนุ่มไม่ได้หลับจริงๆ เขาเพียงหลับตาเพื่อที่จะพักสายตาเพียงแค่นั้นโดยยังคงสติเอาไว้ตลอดเวลา ค่ำคืนที่ผ่านมานั้นมีเพียงเซนเท่านั้นที่รู้ว่ารอบๆ บริเวณที่ห่างออกไปเกิดการต่อสู้ขึ้น และแน่นอนมันย่อมเกิดการสูญเสียขึ้น มีนักเรียนมากมายถูกส่งออกจากการทดสอบครั้งนี้

    “ด้านบนนั่นเรือบินของโรงเรียนพวกเราใช่ไหม?”

    นักเรียนคนหนึ่งที่พึ่งออกมาล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดที่เซนเก็บเอามาจากแหล่งน้ำเมื่อวานได้กล่าวขึ้นพร้อมกับชี้บางอย่างที่ลอยอยู่บนฟ้า เซนนั้นก็มองไปตามเช่นกันและพบกับเรือบินที่มีสัญลักษณ์ของโรงเรียนพวกเขาจริงๆ ก่อนที่จะมีตัวอักษรบางอย่างปรากฏขึ้นรอบเรือ ซึ่งตัวอักษรพวกนั้นมีขนาดใหญ่มากและทำให้คนด้านล่างนั้นสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ซึ่งเนื้อหาของมันนั้นทำให้ผู้คนตกตะลึง

    “ห้อง 4 ห้อง 7 ห้อง 9 ถูกส่งออกจากการทดสอบทั้งหมด ในคืนที่ผ่านมา…ขอให้นักเรียนห้องที่เหลือเตรียมพร้อมและรักษาสุขภาพด้วย หากเกิดอันตรายใดๆ ถึงชีวิตขอให้นักเรียนเลือกชีวิตของตนเองก่อนอันดับแรก จงจำเอาไว้ว่าคะแนนสอบไม่สำคัญเท่ากับชีวิตของพวกเจ้า… เนื่องจากมีการต่อสู้ที่รุนแรงเกิดขึ้น วันนี้จะมีการปล่อยกล่องเสบียงไปตามพื้นที่ต่างๆ ของเกาะ ในกล่องเสบียงนั้นจะเต็มไปด้วย คริสทัลเวทมนตร์สำหรับเพิ่มพลังวิญญาณ และยารักษาแผลประเภทต่างๆ …”

    เซนได้อ่านข้อความที่ประกาศเอาไว้ด้วยการออกเสียงเบาๆ

    “บ้าเอ้ย…แม้แต่ห้อง 4 เองก็ไม่รอด และพวกห้อง 7 กับ 9 ด้วย มันไม่เร็วไปหน่อยเหรอการทดสอบพึ่งจะเริ่มเองนะ”

    นักเรียนคนหนึ่งกล่าวขึ้นอย่างสิ้นหวัง ไม่ใช้พวกเขานักเรียนหลายๆ คนเองก็หวาดกลัวเช่นเดียวกัน พวกเขากลัวว่าตนเองนั้นจะถูกส่งออกจากการทดสอบโดยไม่มีแต้ม และนั่นอาจจะทำให้พวกเขาถูกไล่ออก แต่เซนในตอนนี้นั้นกลับคิดต่างออกไปจากคนอื่นๆ เขากำลังคิดถึงเหตุการณ์การต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ในตอนที่เสบียงถูกปล่อยลงมา แน่นอนว่ามันจะต้องมีการต่อสู้เพื่อแย่งชิงกัน

    เพราะเสบียงเหล่านั้นมีความจำเป็นอย่างมาก ยารักษานั้นเป็นเพียงสิ่งรองเพราะการที่มีโล่ป้องกันอัตโนมัตินั้นจะทำให้พวกเขาไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่มันยังสามารถใช้รักษาแผลจากการโจมตีที่เบาและไม่กระตุ้นกลไกป้องกันได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคริสทัลเวทมนตร์ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้เวทมนตร์นั้นสามารถใช้เวทมนตร์ได้ราวกับพลังเวทมนตร์ไม่มีวันหมดหากพวกเขาครอบครองมันจำนวนมากพอ

    และแน่นอนว่าหากเป็นตกอยู่ในมือของผู้แข็งแกร่งจากห้องใดห้องหนึ่ง ห้องนั้นย่อมมีโอกาสชนะมากขึ้นเป็นธรรมดา ดังนั้นในหัวของเซนตอนนี้นั้นห้องสิบเรียกได้ว่ารอขึ้นเขียงเพียงอย่างเดียว เพราะกำลังรบของพวกเขาอ่อนแอเกินไป แม้จะสามัคคีกันยังไงก็ตาม

    และสิ่งที่เซนกังวลที่สุดมันก็ได้เกิดขึ้นเมื่อกล่องเสบียงถูกปล่อยลงมา และลงมายังค่ายพักของนักเรียนห้องสิบ พวกนักเรียนห้องอื่นต่างเฝ้ามองมันด้วยอาการตื่นเต้น อย่างไรก็ตามเซนนั้นไม่ใช่เช่นนั้น เขาหันไปมองทุกคนก่อนที่จะกล่าว

    “หนีเอาตัวรอดกันเถอะ…อย่างน้อยก็มีความเป็นไปได้ที่จะได้คะแนนหากหัวหน้ารอด”

    ฮวนที่อยู่แถวนั้นเข้าใจคำกล่าวของเซนอย่างดี อย่างไรก็ตามนักเรียนคนอื่นนั้นต้องใช้เวลาคิดสักพักกว่าพวกเขาจะคิดออก

    “บัดซบ! พวกเราไม่ได้โชคดีเลยมันตรงกันข้าม พวกนักเรียนห้องอื่นกำลังแห่กันมาที่นี่ นี่ผู้คุมสอบกำลังแกล้งพวกเราหรือเปล่า!”

    คล้ายกับเรื่องโดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร ที่คุณอ่าน