.....
"หลานคิน? อ่อหลานคินมีธุระอะไรหรือเปล่า? ทำไมถึงได้โทรมาหาลุงั้แ่เช้าแบบนี้?"
ก้องเกียรติที่ยังไม่รู้ว่าพลนั้นได้ตายไปแล้ว และก็ไม่รู้ว่าภูมิกับมาเรียก็กำลังถูกตามล่าจากกลุ่มคนลึกลับอยู่ เพราะจากเหตุการ์ที่พลเสียชีวิต มันเพิ่งจะผ่านมาเพียงคืนเดียวเท่านั้น หากนับตามเวลาโลกปัจจุบันนี้ ดังนั้นนี้จึงเป็เวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแผนการที่สองนี้
"คุณลุงผมขอเข้าเื่เลยนะครับ คุณลุงคงจะทราบแล้วสินะ ว่าอาพล้าหุ้นของพ่อผม?"
ภาคินถามออกมาตรงๆ ทำให้ก้องเกียรติอดไม่ได้ที่จะใจหายวาบ เพราะเขาก็สมรู้ร่วมคิดกับแผนการในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
"คุณลุงยังไม่ต้องตอบผมก็ได้ฟังไปก่อน เพราะเหตุการณ์มันเป็แบบนี้ผมกับพ่อจึงมีความเห็นว่า จะโอนหุ้นที่ถืออยู่ให้คนอื่นแทน เพราะคุณพ่อไม่อยากจะทะเลาะกับน้องชายแท้ๆของตัวเอง และคุณพ่อก็ไม่อยากจะให้หุ้นกับอาพลเช่นกัน ดังนั้นผมจึงโทรมาหาคุณลุง เพื่อที่จะถามว่าคุณลุงว่าสนใจหุ้น ที่พ่อของผมถืออยู่ไหมครับ??"
ก้องเกียรยติเมื่อได้ยินคำพูดของปลายสาบแปลกใจอยู่เล็กน้อย ว่าทำไมเด็กอายุ10ขวบถึงพูดจารู้เื่ขนาดนี้ แต่ก้องเกียรติก็คิดว่า คงจะเป็ภูมิที่อยู่ข้างๆอย่างแน่นอน ที่สอนให้ลูกชายของเขาพูดแบบนี้ออกมา
"ทำไมต้องเป็ลุงด้วยละ บอกเหตุผลมาหน่อยได้ไหม?" ก้องเกียรติถามออกมาอย่างสบายๆ ทั้งที่ใจจริงนั้นเขาก็้าหุ้นของภูมิแทบตายเหมือนกัน
"ผมแค่ลองถามดูครับ หากคุณลุงไม่้าผมก็จะเอาไปให้คนอื่นแทน ผู้ถือหุ้นในโรงแรมเรามีตั้งหลายคนที่ผมโทรมาก็เพราะเห็นว่าคุณลุงคือคนที่ผมไว้ใจและเคารพ ดังนั้นผมจึงอยากจะขายให้ แต่ถ้าคุณลุงไม่้าผมจะเอาไปขายให้ลุงพงศ์แทนก็ละกัน.." ภาคินพูดออกมาด้วยความเสียดาย และทำท่าเหมือนกำลังจะกดวางสาย
"ดะดะเดี๋ยวๆหลานคิน!!! ใจเย็นๆฟังลุงก่อน" ปลายสายะโขึ้นมาทันที เพราะคิดว่าอีกฝ่ายกำลังจะวางสายไปจริงๆ ส่วนภาคินที่ยังคงแนบหูฟังเอาไว้กับหูเนียนๆ เมื่อเขาได้ยินคำพูดของก้องเกียรติ เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
"แล้วลุงจะมั่นใจได้ยังไงละ ว่าจะได้หุ้นจริงๆ มันอาจจะไม่ผ่านการยินยอมจากผู้ถือหุ้นคนอื่นๆก็ได้?" ก้องเกียรติถามออกมาเพื่อหยั่งเชิงอีกฝ่ายต่อทันที
"เื่นั้นไม่ต้องห่วงครับ เราก็ทำการโอนใบหุ้นชนิดที่ออกให้ผู้ถือก็ได้นี้ครับ แบบนี้เราก็จะสามารถโอนกันได้โดยที่ไม่ต้องได้รับความยินยอมจากบริษัท หรือผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ แถมยังไม่ต้องทำเป็หนังสือสัญญาหรือหาพยานอีกด้วย เพียงแค่ส่งมอบใบหุ้นและมีการชำระค่าหุ้นกัน แค่นี้ก็เสร็จสมบูรณ์แล้วครับ"
ภาคินตอบออกมาทันทีที่ได้ยินคำถามของก้องเกียรติ และคำตอบนี้เองที่ทำให้ก้องเกียรติมั่นใจแล้วว่าข้างๆของภาคินจะต้องมีภูมิและมาเรียอยู่แน่ๆ แต่สาเหตุที่ทำให้ทั้งคู่ไม่ยอมคุยด้วยตัวเอง คงเป็เพราะทั้งคู่คงจะรู้สึกอับอาย และกลัวว่าจะเสียหน้าอยู่ก็เป็ได้
"คุณลุงตัดสินใจหรือยังครับ ตอนนี้เอกสารสำคัญอยู่ในมือผมหมดแล้วนะ...ถ้าไม่สนผมก็จะติดต่อไปหาคนอื่นแทน"
ภาคินเริ่มเร่งการตัดสินใจของก้องเกียรติอีกครั้ง
"ยะอย่าๆเื่นี้ห้ามบอกใครเด็ดขาด!!! เข้าใจไหมลุงซื้อเองแต่ต้องเป็ความลับนะ"
ก้องเกียรติตัดสินใจซื้อในที่สุด เพราะหากเขาได้หุ้นของภูมิมาไว้ใน เมื่อถึงตอนนั้นเขาก็ไม่จำเป็ที่จะต้องกลัวใครอีกแล้ว ต่อให้เป็พลที่เขาเคยหวาดกลัวก็ตาม และการซื้อขายในครั้งนี้ก็เป็ไปอย่างลับๆและง่ายดาย เพราะก้องเกียรตินั้นไว้ใจภาคินมาก เพราะอีกฝ่ายเป็ถึงลูกแท้ๆของภูมิและมาเรีย ดังนั้นมันจึงเป็ไปไม่ได้เลยที่เด็กตัวเล็กๆแบบนี้จะโกงเขา และเขายังมั่นใจอีกด้วยว่า นี้จะต้องเป็การตัดสินใจของภูมิกับมาเรียอย่างแน่นอน
"งั้น10โมงตรงเจอกันที่ร้านกาแฟ อ้อ!!ร้านที่ลุงและพ่อของหลานชอบไปทานกันบ่อยๆนะ.."
ก้องเกียรติยังไม่มั่นใจว่าคนที่โทรมาจะใช่ภาคินจริงๆหรือไม่ ดังนั้นเขาจึงทำการนัดเจอกันในสถาณที่ๆไม่ระบุชื่อของร้าน เพราะเขาคิดว่าหากเด็กคนๆนี้เป็ตัวจริง ก็จะต้องมาถูกร้านอย่างแน่นอน
เวลา 09.50น. ณ.ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง
"สวัสดีค่ะ เอ๊ะ!!?? มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะหนุ่มน้อย?"
พนักงานต้อนรับในร้านกาแฟหรูแห่งหนึ่ง เอ่ยออกมาอย่างเอ็นดู เมื่อเธอเห็นเด็กชายวัย10ขวบที่แต่งตัวแปลกๆตรงหน้า เธอคิดว่าเด็กคนนี้คงจะหลงทางหรือไม่ก็อาจจะเป็ลูกของลูกค้าที่กำลังนั่งอยู่ในร้านก็เป็ได้ ดังนั้นเธอจึงถามออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม
"เอ่อ...ผมมาหาใครบางคนนะครับพี่สาวคนสวย"
ภาคินเอ่ยออกมาพร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำเล็กน้อย เพราะพนักงานหญิงตรงหน้า เธอมีรูปร่างและหน้าตาที่สวยมากๆส่วนพนักงานต้อนรับเมื่อเห็นการแสดงออกของเด็กตรงหน้า เธอก็ยิ้มออกมาบางๆ พร้อมกับลูบหัวเด็กน้อยอย่างเอ็นดู
"ตัวแค่นี้แต่หัดปากหวานเป็แล้วเหรอเรานะ หืม..?" พนักงานหญิงกล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มอีกครั้ง
"ไม่ใช่นะครับ!! พี่สาวสวยจริงๆสวยมากๆด้วย แหะๆ.." ภาคินเริ่มพูดชมผู้หญิงตรงหน้าอีกครั้ง แต่ในขณะที่ภาคินกำลังใจลอยและลืมตัวอยู่นั้น จู่ๆเขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
"เอ๊ะ?? เดี๋ยวก่อนสิพี่สาว มีคนที่ชื่อก้องเกียรติมาจองโต๊ะไว้หรือยังครับ ผมมาพบเขา?"
เมื่อพนักงานหญิงได้ยินชื่อก้องเกียรติเธอก็ใทันที เพราะชื่อก้องเกียรตินี้คือชื่อของลูกค้าประจำ แถมยังเป็ลูกค้าระดับVIPอีกด้วย ดังนั้นเธอจึงลังเลว่าจะพาเด็กคนนี้ไปหาลูกค้าระดับVIPคนนี้ดีหรือไม่ เพราะเธอไม่มั่นใจว่าคนระดับนั้นจะรู้จักเด็กน้อยตรงหน้านี้หรือไม่
"พี่สาวช่วยเข้าไปบอกคุณลุงเขาหน่อย ว่าผมภาคินมาถึงแล้ว เดี๋ยวเขาจะเข้าใจเอง.." เมื่อภาคินเห็นการแสดงออกของพนักงานสาวตรงหน้า เขาก็รีบพูดขึ้นมาเพื่อไม่ให้เธอลำบากใจ
"ได้...รอนี้นะเดี๋ยวพี่สาวกลับมา"
เมื่อเธอเห็นใบหน้าที่ดูจริงจังของเด็กน้อยตรงหน้า เธอจึงทำใจให้กล้าแล้วรีบเดินเข้าไปบอกลูกค้าระดับVIP ของร้านทันทีหลังจากที่รอได้ไม่นานพนักงานสาวคนเดิมก็เดินออกมา และรีบเชิญภาคินเข้าไปข้างในร้านอย่างรวดเร็ว
"โอ้มาแล้วเหรอ หลานคิน... ส่วนเธอออกไปได้แล้ว.." หลังจากที่ภาคินเดินเข้าถึงโซนVIP ซึ่งถูกแบ่งออกเป็ห้องๆ เพื่อความเป็ส่วนตัวของลูกค้า และห้องพวกนี้ก็จะให้บริการเฉพาะลูกค้าระดับVIPเท่านั้น ส่วนก้องเกียรติที่เห็นภาคินเดินเข้ามาในห้องเขาจึงรีบไล่พนักงานหญิงออกไปทันที เพราะเขาไม่อยากให้คนอื่นรับรู้เื่ที่พวกเขากำลังจะคุยกัน
"ขอบคุณนะครับพี่สาวคนสวย.."
ภาคินพูดทิ้งท้ายก่อนที่พนักงานหญิงคนนั้น จะเดินออกไปจากห้อง จึงทำให้รอยยิ้มที่แสนจะสดใสปรากฏขึ้นมาอีกครั้งบนใบหน้าของพนักงานหญิงแสนสวยอีกครั้ง
"คิน.. นี้หลานชอบผู้หญิงที่มีอายุมากกว่าเหรอ?" ก้องเกียรติอดไม่ได้ที่จะถามออกมา เมื่อเห็นการแสดงออกของเด็กน้อยตรงหน้า
"ผมว่าเรามาเข้าเื่กันดีกว่า คุณลุง.."
ภาคินไม่ได้สนใจคำถามของคนตรงหน้าเขาเริ่มเข้าเื่ทันที เนื่องจากมีเวลาที่จำกัด หลังจากที่ทั้งคู่พูดคุยกันอยู่นานจนในที่สุดก็ได้ข้อตกลง นั่นก็คือก้องเกียรติพร้อมจะซื้อหุ้นของภูมิ แต่เขาขอเวลาเตรียมการ1วัน เพราะเงินจำนวนมากขนาดนั้นก้องเกียรติไม่สามารถหามันมาได้ในทันที เพราะภาคินไม่้าเช็คแต่เป็เงินสดเท่านั้น ซึ่งหลังจากที่ทั้งคู่ตกลงกันเสร็จเรียบร้อย ก้องเกียรติก็เห็นใบหุ้นที่ภาคินนำมาด้วยเช่นกัน ดังนั้นทั้งคู่จึงแยกย้ายกันกลับเพื่อเตรียมตัวทันที
"เหอะ เตรียมมาเยอะๆเลย เงินสกปรกของพวกแก..."
ภาคินพูดออกมาด้วยสีหน้าที่เ็า ก่อนที่จะเดินไปยังตู้โทรศัพท์สาธารณะตู้ใหม่ ที่อยู่ห่างออกไป แล้วทำการกดเบอร์ที่้าและโทรออกทันที
"นั่นใคร....?"
เสียงปลายสายดังขึ้นมาอย่างงงๆ เมื่อพบว่าเลขหมายโทรศัพท์ที่โทรเข้ามานั้นเป็เบอร์โทรของตู้โทรศัพท์สาธารณะ
"ผมภาคินเองครับลุงพงศ์ คุณลุงสนใจตำแหน่งประธานใหญ่ของโรงแรม และ้าเป็ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของโรงแรมไหมครับ?"
.....