ว่าที่ฮูหยินจอมป่วน

    ตอนที่ 22 เหมารวม

    “ใช่กระหม่อมเอง กระหม่อมรักและคิดถึงพระองค์มากนะพะย่ะค่ะ” หานอู่กอดองค์หญิงไม่ยอมปล่อย

    “ข้าไม่เชื่อ ในเมื่อเจ้าถอดสร้อยข้อมือทิ้งไปแล้ว ถึงเจ้าจะไปงมมาสวมใหม่ก็ตาม” องค์หญิงทรงน้อยพระทัย

    “ให้โอกาสกระหม่อมสักครั้งได้มั้ย หรือต้องรอให้กระหม่อมตายเสียก่อน พระองค์ถึงจะยอมใจอ่อน” หานอู่คลายอ้อมกอด แล้วเปลี่ยนมาจับพระอังสา (บ่า) ขององค์หญิงทั้งสองข้างเพื่อมองพระเนตรของพระองค์

    องค์หญิงทรงยกพระหัตถ์มาปิดปากคนรัก “อย่าพูดเรื่องตาย ข้ากลัวเจ้าตายรู้มั้ย ข้าอยากมาเยี่ยมดูเจ้า แต่ก็ไม่กล้า”

    หานอู่จับพระหัตถ์ และดึงมาจูบอย่างอ่อนโยน “ชีวิตคนเรานั้นแสนสั้นนะพะย่ะค่ะ ควรใช้ชีวิตให้มีความสุข ทรงอย่าทิฐิอีกเลยนะ”

    “ก็ได้ ข้ายอมรับก็ได้ว่าข้ารักเจ้ามาก พอใจรึยัง” องค์หญิงมีพระพักตร์แดงก่ำด้วยความเขินอาย

    “วันพรุ่งนี้ กระหม่อมจะไปรับพระองค์ที่หน้าวังนะพะย่ะค่ะ” หานอู่นัดแนะ

    “อย่าเลย หานอู่ หากท่านว่างสืบคดีเสร็จ ท่านก็ไปเจอข้าที่โรงทาน ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ไปข้าจะไปแจกอาหารและเมล็ดพันธ์ให้กับชาวบ้านผู้ยากไร้” องค์หญิงทรงเผย

    “งั้นกระหม่อมก็สามารถพบพระองค์ได้ทุกวันน่ะสิ” หานอู่ยิ้มดีใจ

    องค์หญิงทรงพยักพระพักตร์และแย้มสรวล


    พอตกกลางคืน หานอู่รั้งให้องค์หญิงทรงทอดพระเนตรดูดาวด้วยกัน

    องค์หญิงทรงปล่อยให้หานอู่หนุนพระเพลา (ตัก) ของพระองค์ แล้วดูดาวตกด้วยกัน ระหว่างนั้นองค์หญิงก็ทรงเป่าขลุ่ยหยกเพราะอยากให้หานอู่เห็นผีเสื้อกลางคืน พอเพลงจบหานอู่ก็รีบทัก

    “สัญญากับกระหม่อมได้มั้ยพะย่ะค่ะ ว่าจะไม่ยอมเป่าขลุ่ยหยกให้ชายอื่นฟังอีก” หานอู่หวง

    “ไม่ได้หรอก” องค์หญิงตรัส

    “ทำไมพะย่ะค่ะ” หานอู่สงสัย

    “ขลุ่ยนี้มีไว้สำหรับใช้เป่าเรียกฉินฟง เวลาที่ข้าเกิดภัย เขาจะมาช่วย” องค์หญิงทรงเผย

    “ก็มีกระหม่อมคอยปกป้องอยู่แล้ว ไม่ต้องพึ่งพาเขาก็ได้ อีกอย่างเขาคงไม่ว่างมาช่วยพระองค์ เพราะเขาต้องตามหวงชิงชิงนะพะย่ะค่ะ” หานอู่กล่าว

    “พวกเราไม่รู้หรอกว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น หากวันดีคืนดีพวกเราเกิดได้รับบาดเจ็บ หมอฉินฟงจะได้ช่วยรักษาพวกเราไง” องค์หญิงทรงเผื่อเหตุการณ์ไม่คาดคิด

    “งั้นกระหม่อมยกเว้นแค่ท่านหมอคนเดียวก็ได้พะย่ะค่ะ” หานอู่ยอม

    “ข้าต้องกลับแล้วหานอู่ ไว้พรุ่งนี้เจ้าค่อยมาเจอข้าที่โรงทานนะ” องค์หญิงทรงนึกได้ต้องรีบกลับตำหนัก

    “กระหม่อมไปส่งที่หน้าวังหลวงพะย่ะค่ะ” หานอู่ลุกขึ้นยืนพร้อมกับประคององค์หญิงให้ลุกตาม

    ตั้งแต่นั้นมาองค์หญิงและหานอู่ก็ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด

    ********************************************************

    วันต่อมา ณ โรงทาน

    ชิงชิงอาสามาช่วยองค์หญิงแจกโรงทานตั้งแต่เช้า และผู้ที่มารับอาหารมีทั้งคนในพรรคยาจกและชาวบ้านผู้ยากไร้ แจกได้สักหน่อย อยู่ดีๆ ชิงชิงก็เกิดอาการหน้ามืด

    องค์หญิงทรงรีบเข้าไปประคองน้องสาว “เจ้าเป็นอะไรน่ะชิงชิง”

    “หน้ามืดเพคะ” ชิงชิงทำท่าวิงเวียนศีรษะ

    องค์หญิงทรงเรียกหมอหลวงให้มาตรวจอาการของน้องสาว

    “แม่นางชิงชิงตั้งครรภ์พะย่ะค่ะ” หมอหลวงกล่าวหลังจากตรวจชีพจร

    “ข้าดีใจจริงๆ ชิงชิง เจ้าต้องรีบบอกข่าวให้สามีรู้นะ เขาต้องดีใจมากแน่ๆ” องค์หญิงทรงดีพระทัย

    “ค่ะ ท่านพี่ซานยี่” ชิงชิงยิ้มดีใจที่ตนกำลังจะมีลูกคนแรก

    ตกเย็นหานอู่มาที่โรงทานและพาองค์หญิงไปเที่ยวงานเทศกาล เพื่อไปดูพลุด้วยกัน

    ในขณะที่ชิงชิงก็รีบกลับกระท่อมที่ป่าลึกลับ นางเข้าไปในกระท่อมหวังจะรีบบอกข่าวดีกับสามี แต่กลับพบว่าไม่มีใครอยู่สักคน เลยลองเดินไปสำรวจที่สวนสมุนไพร

    ชิงชิงเห็นสามียืนอยู่กลางสวน กำลังจะเดินเข้าไปทัก แต่สักพักก็มองเห็นจอมยุทธ์ชายสองคนกระโดดลงมาปรากฏตัวต่อหน้าฉินฟงและแสดงความเคารพต่อฉินฟง

    “เรียนนายน้อย สถานการณ์พรรคมารถึงขึ้นวิกฤติสุด เนื่องจากคนในพรรคเกิดการแตกแยกเป็นสองฝ่าย พอฝ่ายที่ต่อต้านท่านรู้ว่าท่านฉินฟุยังมีชีวิตอยู่ พวกเขาก็รีบไปสวามิภักดิ์กับพี่ชายของนายน้อย นายน้อยต้องรีบกลับไปที่พรรคด่วนเลยนะครับ” ลูกน้องนายหนึ่งพูดเร่งรัด

    “ข้าเป็นห่วงฮูหยิน” ฉินฟงอยากดูแลชิงชิง

    “แต่ท่านเป็นประมุขพรรคมาร ลูกน้องฝ่ายของนายน้อยเคารพและไว้ใจท่านมาก ข้าหวังว่านายน้อยจะไม่ลืมพวกเรา” ลูกน้องอีกคนกล่าว

    “ขอเวลาข้าสองวันเท่านั้น” ฉินฟงต่อรอง

    “งั้น พวกเราขอตัวก่อน” จอมยุทธ์พรรคมารกระโดดหายตัวไป

    ********************************************************

    ฉินฟงเดินกลับเข้าไปในกระท่อมก็เห็นชิงชิงนั่งรอที่โต๊ะเครื่องเขียน พร้อมกับมีกระดาษแผ่นใหญ่วางตรงหน้าของนาง ฉินฟงเลยรีบเดินเข้าไปหาฮูหยิน หวังจะเข้าไปสวมกอดนาง

    “หยุดอยู่ตรงนั้น อย่าเข้ามา” ชิงชิงพูดเสียงแข็ง

    “เจ้าเป็นอะไรไปชิงชิง ข้าเป็นสามีเจ้านะ” ฉินฟงไม่เข้าใจ

    “ต่อไปนี้ พวกเราจะไม่ได้เป็นอะไรกัน ข้าได้เขียนหนังสือหย่ากับท่านให้แล้ว” ชิงชิงกล่าว

    “อะไรนะ ทำไมละชิงชิง ข้าทำอะไรผิด” ฉินฟงอยากรู้เหตุผล

    “ท่านดีต่อข้ามาก และข้าก็รักท่านมากด้วย แต่ข้าทำใจใช้ชีวิตอยู่กับประมุขพรรคมารไม่ได้” ชิงชิงกล่าวตามตรง

    ฉินฟงชะงัก “เจ้ารู้แล้ว” ฉินฟงตกใจที่ความลับถูกเปิดเผย

    “ใช่” ชิงชิงอยากร้องไห้ แต่พยายามกลั้นเอาไว้

    “เจ้าไม่เคยแบ่งแยกคนไม่ใช่หรอ” ฉินฟงกล่าว

    “ใช่ แต่จอมยุทธ์พรรคมารฆ่าแม่ข้าตาย ท่านคิดว่าข้าจะทนใช้ชีวิตอยู่กับคนในพรรคมารได้ยังไง” ชิงชิงกล่าวด้วยความแค้นและเกลียดชังพรรคมาร

    “แต่ข้าไม่….” ฉินฟงกล่าวไม่จบ

    “ปล่อยข้าไปเถอะนะฉินฟง” ชิงชิงพูดแทรก

    “ในเมื่อเจ้าอยู่กับข้าแล้วไม่มีความสุข งั้นเจ้าก็ไปเถอะชิงชิง” ฉินฟงมองตาชิงชิงก็รู้ว่านางพร้อมที่จะจากไปทันที

    ชิงชิงกลั้นใจหอบผ้าหอบผ่อนออกจากกระท่อม โดยไม่หันมามองอดีตสามีอีกเลย

    ********************************************************

    ชิงชิงเดินทางกลับพรรคยาจก นางเดินอย่างอ่อนล้าและร้องไห้ไปด้วย ในขณะที่ฉินฟงก็แอบคอยติดตามอยู่ไม่ห่าง เพราะกลัวชิงชิงได้รับอันตราย

    เมื่อชิงชิงเดินเข้าไปในพรรค ฉินฟงก็ปรากฏตัวอยู่บนต้นไม้จ้องนางเดินจากไปอย่างอาลัย

    “มันเกิดอะไรขึ้นลูก” หมิงเยี่ยนตกใจที่เห็นบุตรสาวกลับมาพร้อมกับร้องไห้

    “ฮือฮือ ข้าหย่าขาดกับฉินฟงแล้วค่ะท่านพ่อ” ชิงชิงกระทำการอย่างใจร้อน

    “ทำไมล่ะลูก หรือว่าฉินฟงทำอะไรผิด นอกใจ หรือเขาทำร้ายลูก” หมิงเยี่ยนสงสัย

    “ไม่ใช่ค่ะ”

    “แล้วมันคือ”

    “เขาคือประมุขพรรคมารค่ะพ่อ” ชิงชิงยอมบอก

    “อะไรนะ” หมิงเยี่ยนกำหมัดแน่น เพราะเขามีความแค้นกับจอมยุทธ์พรรคมาร “พ่อจะไปฆ่ามัน”

    ชิงชิงรีบจับตัวพ่อไว้ “ข้าขอร้อง อย่าทำร้ายเขาได้มั้ย ท่านพ่อ” ชิงชิงตกใจและรั้งตัวพ่อ

    “เจ้ารักมัน แต่พวกมันฆ่าแม่เจ้านะชิงชิง” หมิงเยี่ยนแค้นมาก

    “ข้ารู้ แต่ข้าขอร้องท่าน เห็นแก่หลานได้มั้ยท่านพ่อ” ชิงชิงเอามือมาจับที่ท้อง

    “อะไรนะ! เจ้าท้อง แล้วมันรู้มั้ย” หมิงเยี่ยนอยากจะดีใจแต่พ่อของหลานกลับเป็นศัตรู

    “ไม่ค่ะ” ชิงชิงส่ายหน้า

    “ก็ได้ พ่อจะไม่ทำอะไรมัน แต่เจ้าห้ามยุ่งเกี่ยวกับมันอีกนะชิงชิง” หมิงเยี่ยนเห็นแก่หลาน

    “ค่ะ ท่านพ่อ”

    ********************************************************

    คืนต่อมา

    หมอฉินฟงลอบแอบมาพบองค์หญิงที่พระตำหนักในกลางดืก

    “ท่านหย่าขาดกับชิงชิงทำไม นางกำลังตั้งครรภ์ลูกของท่านอยู่นะ” องค์หญิงทรงทราบข่าวแต่ทรงไม่รู้รายละเอียด

    “กระหม่อมรู้ว่านางตั้งครรภ์ และกระหม่อมก็ไม่ได้เป็นคนขอเลิกพะย่ะค่ะ” ฉินฟงกล่าวเสียงเศร้า

    “ท่านจะบอกว่าชิงชิงเป็นคนขอเลิกกับท่านงั้นหรือ เพราะอะไรล่ะ” องค์หญิงทรงตกพระทัย

    “เพราะกระหม่อมเป็นประมุขพรรคมาร ในอดีตมีคนในพรรคมารฆ่าแม่ของชิงชิงตายพะย่ะค่ะ” ฉินฟงกล่าวเสียงเศร้า

    “แต่ท่านเป็นคนดี และไม่ได้เป็นคนฆ่าแม่ของนาง ไม่ใช่หรือฉินฟง” องค์หญิงทรงรู้จักนิสัยใจคอของสหาย

    ฉินฟงพยักหน้า “ใช่กระหม่อมไม่ได้เป็นคนฆ่า แต่เรื่องนั้นกระหม่อมทำอะไรไม่ได้แล้ว ดังนั้นกระหม่อมจึงอยากขอร้องให้พระองค์ช่วยพะย่ะค่ะ”

    “ว่ามาสิ”

    “กระหม่อมฝากยาบำรุงให้ชิงชิง ให้นางต้มดื่มหลังอาหาร และได้โปรดช่วยดูแลชิงชิงแทนกระหม่อมด้วยเถิดนะพะย่ะค่ะ” ฉินฟงยื่นห่อยาบำรุงออกมา

    องค์หญิงทรงรับมาและตรัส “ข้ารับปากท่าน จะช่วยดูแลชิงชิงและหลานเป็นอย่างดี ข้าสัญญา”

    “ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ” ฉินฟงกระโดดหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

    ********************************************************

    วันต่อมา ณ พรรคยาจก

    องค์หญิงกับหานอู่มาเยี่ยมชิงชิงพร้อมกัน โดยหานอู่เดินมาพร้อมกับถือห่อยาแล้วนำไปวางที่โต๊ะ

    “ข้าเอายาบำรุงครรภ์มาฝากเจ้าด้วยชิงชิง” องค์หญิงตรัส

    “ขอบคุณท่านพี่มาก” ชิงชิงซึ้งใจ

    “พี่ว่าหน้าเจ้าซีดไปนะ ต้องหมั่นดูแลตัวเองบ้างรู้มั้ย” องค์หญิงตรัสด้วยความเป็นห่วง

    “ท่านพี่ทั้งสองอย่าห่วงเลย” ชิงชิงยิ้มบางๆ

    “เรื่องหมอฉินฟง เจ้าไม่ทบทวนดูใหม่หรอชิงชิง ลูกของเจ้าจำเป็นต้องมีพ่อนะ” หานอู่เป็นห่วงหลาน

    “พวกท่านเองก็รู้ว่าพรรคมารมีศัตรูมากมาย หากข้าอยู่กับเขา คงมีสักวันที่ลูกของข้าจะต้องมีภัยไปด้วย อีกอย่างความแค้นฆ่าแม่ แม้นไม่อาจชำระ แต่ก็ขอไม่ยุ่งเกี่ยวกับศัตรูพรรคมาร” ชิงชิงเป็นห่วงกลัวลูกเกิดภัย

    “ในเมื่อเจ้าตัดสินใจไปแล้ว พวกเราคงห้ามเจ้าไม่ได้ ยังไงก็อย่าเครียดจนเกินไปนัก ถ้าอยากท่องเที่ยวเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ก็บอกมาได้เลย” องค์หญิงทรงยอมรับการตัดสินใจของน้องสาว

    “ขอบคุณพี่ซานยี่”

    “พักผ่อนบ้างนะชิงชิง งั้นพวกเรากลับกันเถอะพะย่ะค่ะ” หานอู่ไม่อยากรบกวนน้องสาว ลักษณะของนางเหมือนคนต้องการอยู่คนเดียว

    ชิงชิงไม่อยากคิดอะไรมาก นางก็เลยไปอาสากวาดลานวัดเพื่อผ่อนคลาย

    นางกวาดไปได้ไม่ถึงครึ่ง อยู่ดีๆ ก็มีลมพัดแรงมาก ถึงขั้นทำให้ใบไม้ที่กวาดมากองรวมกันเรียบร้อย ปลิวกระจัดกระจายดังเดิม เหมือนยังไม่เคยกวาดมาก่อน

    “ทำไมลมแรงอย่างนี้นะ” ชิงชิงรู้สึกเปลืองแรง

    “ลมนั้นมาจากข้าเอง ฮูหยิน” ชายลึกลับปรากฎตัว

    “เจ้าเป็นใคร” ชิงชิงตกใจ

    “ศัตรูของสามีเจ้าไงล่ะ” ชายลึกลับเข้าไปจับหญิงสาวพร้อมปล่อยไอสลบใส่หน้านาง

    “ปล่อยข้านะ ช่วยด้วย ช่วย…” แล้วชิงชิงก็สลบไป