บทที่ 69
วันหยุดอันแสนสุขผ่านไปไวเหมือนโกหก ทุกคนได้ผักผ่อนร่างกายกันมาอย่างเต็มที่ จึงพร้อมใจกันตื่นแต่เช้ามาด้วยความสดชื่น แยกย้ายกันทำหน้าที่ยามเช้าอย่างขยันขันแข็ง “พรุ่งนี้ท่านภามจะพาพวกเราไปเที่ยวในเมืองด้วยใช่ไหมเจ้าคะ” แอนเน่เอ่ยทวงถามสัญญาที่ภามเคยบอกไว้ขึ้นมาบนโต๊ะอาหาร“ใช่แล้ว”“เย้!!” ทั้งอามิน และแอนเน่โฮ่ร้องด้วยความดีใจออกมาพร้อมกัน“แต่...” ภามพูดต่อ ทำให้เด็กๆ ที่กำลังดีใจถึงกับเงียบเสียง หันมารอภามพูด“แต่อะไรหรือขอรับ” อามินรอภามพูดต่อ แต่ไม่ทันใจ จึงเอ่ยถามขึ้นทันที“วันนี้อาจจะต้องทำงานกันหนักหน่อย ต้องทำในส่วนของวันพรุ่งนี้ด้วย พวกเจ้าทำไหวหรือไม่” ภามบอกพร้อมกับแกล้งทำสีหน้าเครียด“ไหวขอรับ/ไหวเจ้าค่ะ” อามิน และแอนเน่ตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พร้อมกับทำหน้าจริงจังตาม อลันกับเมมี่มองภามพูดคุยกับอามิน และแอนเน่ก็ยิ้มออกมาบางๆ ไม่ได้กล่าวทักท้วงอะไร การทำงานหนักขึ้นเพียงวันสองวันไม่ใช่ปัญหาสำหรับพวกเขาอยู่แล้ว อีกทั้งได้ไปเปลี่ยนบรรยากาศเดินเล่นในเมืองบ้างก็ดีไม่น้อยเช่นกัน เมื่ออามินกับแอนเน่รู้ว่าหากอยากไปเที่ยวในเมืองพรุ่งนี้ วันนี้ต้องทำงานเยอะขึ้น ทั้งสองจึงรีบตั้งหน้าตั้งตาทานอาหารจนหมดด้วยความรวดเร็ว ทำให้ผู้ใหญ่อีกสามคนต้องรีบจัดการอาหารในจานของตนตามไปด้วยในระหว่างที่ครอบครัวของอลันช่วยกันเก็บกวาดล้างจานในห้องครัว ภามก็เข้าไปซื้อเมล็ดพันธุ์ผักกาดขาว และกะหล่ำปลีออกมาอย่างละ 4,000 เมล็ด จากนั้นนำไปวางไว้ในโรงเรือน ภามกับอลันช่วยกันเทียมเกวียนเข้ากับตัวเจ้าดำ และเจ้าขาว เตรียมวางลังไม้ไว้บนเกวียน และขับเกวียนไปจอดไว้ข้างๆ แปลงผัก จะได้ไม่ต้องแบกผลผลิตไปเก็บเองหลายรอบ “วันนี้เราจะทำอะไรบ้างหรือขอรับท่านภาม” อลันถามขณะที่มือก็กำลังเร่งเก็บหัวผักกาดขาวอยู่“ต้องเก็บหัวผักกาดขาวกับหัวกะหล่ำปลีทั้ง 8,000 หัวนี่ให้เสร็จเร็วที่สุด เวลาที่เหลือก็เอาไปเพาะเมล็ดของผัก 2 ชนิดนี้ต่อ รวม 8,000 เมล็ดเช่นกัน”“ขอรับ/เจ้าค่ะ” อลันตอบรับ คนอื่นๆ ที่ฟังอยู่เช่นกันจึงตอบรับตาม“แล้วต้องขุดพลิกหน้าดินแปลงที่เก็บผลผลิตไปแล้วด้วยหรือไม่” อลันถามอีก“อืม.. ยังไม่ต้องละกัน ข้าคิดว่าไม่น่าจะทันนะ ส่วนนั้นเอาไว้กลับมาค่อยทำอีกวันก็ได้”“ขอรับ” อลันตอบ พร้อมกับหันไปเร่งมือทำงานต่อ ไม่รู้ว่าเพราะพลังฮึกจากความตื่นเต้นที่จะได้ไปเที่ยวในเมือง หรือเพราะความชำนาญจากการลงมือทำมาหลายครั้ง วันนี้ผ่านไปแค่ช่วงเช้า พวกเขาก็ช่วยกันเก็บผลผลิตได้จนเกือบหมดแล้ว อาหารเที่ยงเป็นเมนูง่ายๆ ทุกคนใช้เวลาเพียงไม่นานก็ทานกันจนหมด และกลับไปทำงานต่อ หลังจากเก็บผลผลิตเสร็จ ภามให้เมมี่กับเด็กๆ เข้าไปช่วยกันเพาะเมล็ดในโรงเรือนก่อน ส่วนเขากับอลันขับเกวียนอ้อมไปทางด้านหลังบ้าน ช่วยกันยกลังไม้ที่เต็มไปด้วยหัวผักกาดขาว และกะหล่ำปลีเข้าไปเก็บไว้ในห้องเย็นใต้ดิน เมื่อนำเกวียนกลับมาจอดที่หน้าคอกม้า ทั้งสองก็ช่วยกันถอดเกวียน จัดการปล่อยเจ้าดำ เจ้าขาวกลับเข้าคอก ก่อนจะเดินกลับไปช่วยงานในโรงเรือนต่อ การทำงานในส่วนของสองวันให้เสร็จภายในวันเดียวไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด ในยามที่ดวงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า พวกเขายังเหลือเมล็ดที่ต้องเพาะอีกกว่าครึ่ง แต่เนื่องจากเป็นเวลาอาหารเย็นแล้ว ภามจึงให้เมมี่ไปเตรียมอาหาร โดยส่งแอนเน่ให้ตามไปเป็นลูกมือ ทิ้งให้หนุ่มต่างวัยทั้งสามช่วยกันเพาะเมล็ดในโรงเรือนต่อไป “ถ้าหากว่า... ทำงานส่วนนี้ไม่เสร็จในวันนี้ พรุ่งนี้พวกเรา...” อยู่ๆ อามินก็เอ่ยขึ้นมาอย่างท้อแท้ เมื่อเห็นจำนวนเมล็ดพันธุ์ที่ต้องเพาะที่ยังเหลืออยู่“พรุ่งนี้พวกเราคงอดเข้าเมืองแน่ๆ” ภามแกล้งพูดต่อด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ อามินได้ยินดังนั้นก็แสดงสีหน้าผิดหวังออกมาอย่างชัดเจน เนื่องจากเขาคิดว่าเมล็ดที่เหลือเหล่านี้ต้องเพาะไม่เสร็จภายในวันนี้แน่ๆ “เจ้าอยากเข้าไปเที่ยวในเมืองขนาดนั้นเชียวรึ” ภามถาม“อยากขอรับ” อามินตอบอย่างมุ่งมั่น“เจ้าอยากไปทำอะไรในเมือง?” ภามถามต่อ“พวกเราไม่ได้เข้าเมืองนานแล้ว ก็แค่อยากไปเปิดหูเปิดตาบ้าง” อามินตอบเสียงอ้อมแอ้ม อย่างกลัวว่าคำตอบไม่เป็นที่พอใจของภามแล้วอาจจะทำให้อดไปเที่ยวได้“อ้อ อยากไปขนาดนี้ เช่นนั้นข้ากับพ่อของเจ้าคงต้องนอนดึกหน่อย อยู่ช่วยกันเพาะเมล็ดพวกนี้ให้เสร็จเสียแล้วสิ”“เช่นนั้นข้าจะอยู่ทำด้วย” อามินรีบอาสาทันที เมื่อเห็นว่ามีหนทางที่จะทำให้สามารถได้ไปเที่ยวในเมืองในวันพรุ่งนี้“ดี งั้นตกลงตามนี้” ภามพูด โดยมีอามินพยักหน้ารัวๆ เป็นการตอบรับ เนื่องจากวันนี้มาเตรียมอาหารช้ากว่าทุกวัน กว่าจะทำอาหารเสร็จ ดวงอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้า เลยเวลาปกติที่ทานอาหารเย็นไปสักพักแล้ว เมมี่ทำซุปง่ายๆ ให้กินกับข้าวสวย ทุกคนที่กำลังหิวได้ที่ ก็ตั้งหน้าตั้งตาจัดการอาหารตรงหน้าโดยไม่มีใครเสียเวลาพูดจากันมากนัก หลังจากทานอาหารเสร็จ ภามให้เมมี่กับแอนเน่ช่วยกันเก็บกวาด ล้างจานในครัว ส่วนเขา อลัน และอามิน ออกไปช่วยกันเพาะเมล็ดต่อ จากนั้นไม่นานเมมี่กับแอนเน่ที่จัดการหน้าที่ในครัวเสร็จแล้วก็ตามออกมาช่วยเพาะเมล็ดด้วยอีกแรง ทั้งห้าคนช่วยกันเพาะเมล็ดคนละไม้คนละมือ เวลาผ่านไปไม่นาน คาดว่าไม่น่าจะเกินสามทุ่ม เมล็ดทั้ง 8,000 เมล็ด ก็ถูกจับเพาะลงในถาดเพาะเมล็ดจนครบ และคนที่ดีใจที่สุดคงหนีไม่พ้นอามินกับแอนเน่ ที่กระโดดร้องเย้ๆ ออกมาด้วยความยินดี ภามให้เด็กๆ ไปอาบน้ำก่อน โดยมีเมมี่ตามไปช่วยดูแลเรื่องเสื้อผ้า ส่วนเขากับอลันนั่งคุยเรื่องทั่วไปรออยู่หน้าบ้าน “ท่านภาม ท่านพ่อ ห้องน้ำว่างแล้วขอรับ” อามินเดินออกมาตาม“ได้ พวกเจ้า เด็กๆ รีบนอนกันได้แล้ว พรุ่งนี้ตื่นสายข้าไม่รอนะ” ภามตอบรับ พร้อมกับเอ่ยเตือนให้เด็กๆ รีบเข้านอน“ขอรับ” อามินตอบ และรีบหมุนตัววิ่งกลับเข้าบ้าน“ท่านภามอาบก่อนเลยขอรับ ข้าขอนั่งรับลมอีกสักครู่ค่อยตามเข้าไป” อลันบอกกับภาม“ได้” เมื่อตอบตกลงแล้วภามก็เดินเข้าบ้านไป เมื่อภามอาบน้ำเสร็จ ก็เดินออกมาที่หน้าบ้าน ตั้งใจจะมาตามอลันให้เข้าไปอาบน้ำได้แล้ว แต่กลับไม่พบใครอยู่ที่หน้าบ้านสักคน เขาจึงคิดว่าอลันน่าจะอยู่ในห้องนอนแล้ว จึงไม่ได้ตามไปเรียก จากนั้นเปลี่ยนเป้าหมายเป็นเดินกลับของนอนของตัวเองแทน เนื่องจากพรุ่งนี้จะเข้าเมือง คงมีการใช้จ่ายเงินอีกหลายรายการ ภามจึงอยากจัดการรายการในสมุดจดให้เป็นยอดล่าสุดก่อน เพื่อกันความสับสน ดังนั้นเมื่อกลับเข้ามาในห้อง ภามจึงเดินไปที่โต๊ะทำงานข้างหัวเตียง หยิบสมุดออกมาจดรายการรายจ่ายวันนี้ลงไป จากนั้นนำเงินออกมานับอีกครั้ง เมื่อนับเหรียญได้ครบ 35 เหรียญทอง 83 เหรียญเงิน และ 40 เหรียญทองแดง ตามที่คำนวณไว้ในสมุดจดแล้ว ภามจึงเก็บถุงเหรียญ และสมุดจดเข้าลิ้นชัก และเข้านอนอย่างวางใจ