บทที่ 51
ภาวะเข้าสู่ช่วงสงครามในค่ำของวันแรก ทหารม้าเร็วของอาณาจักรซาทารอสวิ่งเข้าเมืองมาเป็นกลุ่มสามคน พวกเขาต่างถือธงที่แสดงถึงราชวงศ์อันทรงเกียรติ ในเวลานี้พวกเขาทั้งสามได้คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าของราชินี เจ้าหญิง และอดีตรัชทายาทรีออน“รายงานขอรับ.. ทัพหลักจากเมืองหลวงจะเดินทางมาถึงยังเมืองหน้าด่านแห่งนี้ในวันรุ่งขึ้นในช่วงยามบ่ายขอรับ.. และยังมีราชโองการจากองค์ราชาฟรีลิมขอรับองค์ราชินี” หลังจากที่ทหารคนนั้นได้กล่าวจบ เขาก็ได้ยื่นม้วนเอกสารที่เป็นราชโองการให้กับพระราชินีด้วยความเคารพ“ข้ารู้ดี แต่ข้าไม่สามารถทำตามราชโองการของพระองค์ได้ เมื่อพระองค์เดินทางมาถึงข้าจะเป็นผู้แจ้งแก่พระองค์ด้วยตัวเอง.. พวกเจ้าก็กลับไปพักผ่อนได้แล้ว” ทหารทั้งสามได้ยินอย่างนั้นก็ทำความเคารพและเดินออกจากห้องไป รีออนที่นั่งคิดอะไรอยู่ก็เอ่ยกับท่านแม่ของตัวเองทันที“ถ้าพระองค์จะเดินทางมาถึงยังช่วงบ่ายๆ ข้าเกรงว่าข้าจะต้องออกไปรับพระองค์ด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้น กองทัพขององค์ราชาอาจจะทำให้แผนที่ข้าได้วางเอาไว้ต้องพังพินาศใหญ่หลวงนักขอรับ” รีออนกล่าว และมันทำให้เซล่าขมวดคิ้วขึ้นมา เธอไม่เข้าใจเลยว่าตอนนี้ลูกชายของเธอจะจริงจังกับสงครามครั้งนี้ไปถึงไหน ประสบการณ์การรบก็ยังนับว่าเป็นศูนย์อีกต่างหาก“แม่ว่าลูกปล่อยให้เป็นหน้าที่ของท่านพ่อของลูกดีกว่าหรือไม่ แม่ว่าเจ้ายังไม่พร้อมที่จะ...” เซล่ายังไม่ลดความพยายามของตัวเองที่จะกล่อมให้ลูกเลิกล้มความตั้งใจกับการทำสงคราม แต่รีออนก็กล่าวแทรกขึ้นมาเสียก่อน และมันเป็นประโยคที่เธอไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้เลย“ท่านแม่ไม่ไว้ใจใช่หรือไม่.. ท่านเองก็คงไม่ต่างอะไรกับท่านพ่อซินะ ที่เชื่อข่าวลือลอยๆพวกนั้น” รีออนหันมามองราชินีด้วยหางตา ถึงจะเป็นแม่ของรีออน แต่ก็นับว่าเธอคนนี้ไม่ใช่แม่ของเขาอย่างแท้จริง และคนที่คอยขัดความตั้งใจในการทำอะไรสักอย่าง เขามักจะไม่ค่อยสนทนาด้วยตั้งแต่สมัยที่อยู่โลกก่อนแล้ว“แม่... แม่แค่เป็นห่วงเจ้า.. ในวันที่แม่ได้ยินว่าลูกเสียชีวิตไปแล้วนั้น...” เซล่าก้มหน้าน้ำตาซึมราวกับเด็กน้อย แม้จะได้ชื่อว่าเป็นมารดาของแผ่นดิน แต่เธอก็ยังเป็นเพศหญิงที่มีความอ่อนไหวกับเรื่องพวกนี้อยู่ และยิ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับบุตรแล้ว มันก็เป็นเรื่องที่น่าใจหายไม่น้อย รีออนที่เผลอหลุดตัวไปก็ถอนหายใจออกมา ก่อนจะพูดออกมาเพื่อหวังจะให้เธอนั้นสบายใจขึ้น“ท่านแม่ข้าขอโทษ.... ท่านแม่จริงๆข้าน่ะเก่งนะขอรับ” รีออนเดินเข้ามากุมมือของเซล่าก่อนจะกล่าวออกไป แม้ว่าคำพูดของเขาจะดูเหมือนเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองสูง แต่ด้วยคำพูดเพียงแค่ประโยคเดียวมันกลับทำให้ผู้ที่ได้ยินมันถึงกับยิ้มออกมา แน่นอนว่ารวมถึงตัวของแคทเทอรีนเองก็ด้วย“แม่เข้าใจแล้ว.. ไปเถอะลูกแม่ ไปทำหน้าที่ของเจ้าอย่างที่บุรุษทุกคนควรจะกระทำเถอะ” เซล่าลูบหัวของรีออน และกล่าวส่งเสริมให้ลูกชายของตัวเองอย่างชื่นชม รีออนยิ้ม และเดินออกไปโดยที่ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา ในคืนนี้หน้าที่ของเขายังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะตอนนี้มันเป็นเวลาที่จะต้องทำการหล่อปืนใหญ่กระบอกแรกลงแม่พิมพ์ที่ทำมาจากดินเหนียว เขาจึงต้องไปดูมันด้วยตัวเองเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องผิดพลาด การหล่อปืนใหญ่ที่ต้องทำในตอนกลางคืนนั้น ส่วนหนึ่งก็เพราะอากาศที่เย็นตัวลงช่วยให้การหล่ออาวุธสามารถทำมันได้มีประสิทธิภาพที่มากขึ้น และอีกอย่างพื้นดินที่เป็นแม่พิมพ์แบบเองก็มีความเย็นที่สะสมมาตั้งแต่หัวค่ำ เวลานี้เหมาะสมที่จะหล่อเหล็กลงไปยังแม่พิมพ์พอดี “ท่านผู้บัญชาการขอรับ... ข้ากำลังจะเดินทางไปเชิญท่านรับชมการหล่อปืนใหญ่อยู่พอดีขอรับ” นายกองพันที่ 5 เอ่ยออกมา ตอนนี้เขาตื่นเต้นมากที่จะได้เห็นสิ่งที่ผู้บัญชาการคนนี้ให้มา เท่าที่เขาได้รับฟังมาอาวุธชิ้นนี้นับว่าเป็นผลงานชิ้นเอกที่สามารถเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์เลยทีเดียว รีออน และแคทเทอรีนรับชมการหล่อ แม้จะมีปัญหาเล็กน้อยแต่รีออนก็สามารถแก้ไขมันได้อย่างรวดเร็ว จนการหล่อเหล็กลงแม่พิมพ์นั้นประสบผลสำเร็จไปได้ด้วยดี จนกว่าจะถึงพรุ่งนี้เช้าที่จะต้องนำสิ่งที่หล่อขึ้นมาจากพื้นดิน เขาก็สั่งให้คนอื่นไปพักผ่อนได้ และแน่นอนว่าเขาก็ไม่ลืมที่จะให้ทหารกับกลุ่มหนึ่งเฝ้ามันเอาไว้ กันคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปจากบริเวณนี้ เขาไม่อยากให้ใครก็ตามมาพบกับอาวุธลับนี้ เมื่อกลับมาถึงบ้านของท่านเจ้าเมือง รีออนก็แยกย้ายกับแคทเทอรีนไปพักผ่อน แต่รีออนนั้นยังไม่นอน เขาจะต้องดูรายงาน และวางแผนสำหรับวันพรุ่งนี้ต่อ และสิ่งของที่เขาผลิตจำพวกระเบิดก็สามารถผลิตออกมาได้แล้ว 1 หมื่นชิ้นต่อชนิด คาดว่าพรุ่งนี้เช้าอย่างน้อยๆก็น่าจะเพียงพอให้ทหารได้ลองฝึกใช้กันคนละ 2-3 ลูกต่อชนิด อย่างสุดท้ายที่เขากำลังทำนั้น ถึงมันจะไม่ดีแต่เพื่อความปลอดภัยของคนในเมือง และป้องกันสายลับที่จะเข้ามาสืบข่าว เขาได้ผลิตสารระเหยชนิดหนึ่งที่ไม่มีทั้งกลิ่น รส และสีขึ้นมาสองชนิด สารสองตัวนี้เป็นที่นิยมมากในโลกก่อนของเขาสำหรับป้องกันสายลับ สารตัวแรกที่จะถูกปล่อยไปยังทั่วทั้งเมืองนั้น เป็นสารเพิ่มความคุ้มกันทางร่างกาย และยังเป็นตัวทำลายสารตัวที่สองอีกด้วย ส่วนตัวที่สองเป็นชนิดแบบยาพิษก็ว่าไม่ผิด มันจะออกฤทธิ์ร้ายแรง หากได้รับมันในประมาณที่มากพอ จะทำให้กล่องเสียงของคนที่โดนไปนั้นเสียหาย ถึงขั้นที่ไม่สามารถจะพูดได้อีกต่อไปเลยในชีวิต แต่มันก็มีข้อดีอยู่ตรงที่ว่า ในครั้งแรกมนุษย์สามารถรับสารตัวนี้ได้อย่างไม่มีปัญหาใดๆ แต่ถ้าขาดมันไปเพียงแค่ครึ่งวัน อาการก็จะเริ่มแสดงออกมาให้เห็น มันเหมือนกับยาเสพติดที่ทำให้คนติดมัน และถ้าขาดมันก็จะลงแดงประมาณนี้ ทางที่จะแก้ไขได้ต้องใช้สารตัวแรกในการทำลายเพียงแค่ครั้งเดียวก็หายเป็นปกติถาวร หากสายลับต้องการที่จะออกจากเมืองไปส่งข่าวให้กับกองทัพตัวเองแล้วล่ะก็ พวกเขาคงจะต้องพบกับฝันร้ายอย่างแน่นอน และตอนนี้รีออนก็เริ่มปล่อยสารตัวที่สองในทันทีก่อนที่จะนอนหลับพักผ่อน เช้าวันใหม่ รีออนกับแคทเทอรีนยังคงวุ่นวายเสมอ ชาวบ้านจากหมู่บ้านต่างๆเองก็เริ่มที่จะอพยพเข้ามาในเมืองบ้างแล้วเป็นส่วนใหญ่ แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องช่วยเหลือในการสร้างค่ายที่พักอาศัยชั่วคราว จากนั้นก็เป็นการทดลองสอบระเบิด ซึ่งหลายๆคนที่ได้เห็นประสิทธิภาพของมันก็ทำให้มีหวังมากขึ้นในการชนะสงครามครั้งนี้ เวลาเที่ยงรีออนเดินทางไปยังป่า ‘เลสเซนต์’ อีกครั้ง เหตุที่ต้องไปมีอยู่สองเหตุผล หนึ่งคือไปตรวจสอบความเรียบร้อยของการวางกับดัก ซึ่งมันจะเป็นกับดักทั้งหมด 3 ชั้น แต่ละชั้นจะมีอีก 2 ชั้นย่อย ชั้นย่อยแรกจะถูกติดตั้งด้วยเส้นเอ็นบางๆที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น และมัดกับปากขวดสารหลอนประสาททำให้ศัตรูเกิดอะไรการหลอนได้ในทันที ส่วนชั้นที่สองย่อยจะเป็นกับดักเพื่อสังหารอย่างแท้จริง มีทั้งหลุมลึก และมีไม้แหลมข้างล่าง กับดักหอกไม้ ท่อนไม้ ธนู และอื่นๆอีกหลายอย่างกระจายกันไปทั่วบริเวณชั้นย่อยที่สอง และทำ 2 ชั้นย่อยนี้อีก 2 ชั้นรวมทั้งหมดเป็น 3 ชั้นที่เหมือนกัน ศัตรูจะต้องเสียเวลามากพอที่จะผ่านมันไปได้ก็ต้องสูญเสียกองกำลังไม่น้อยเลยทีเดียว และที่สำคัญมันก็เพิ่มการถ่วงเวลาให้กับการสร้างทุ่งสังหารให้แล้วเสร็จ เพราะจากที่รีออนคาดการณ์เอาไว้มันน่าจะสร้างไม่ทันทั้งหมดภายในสามวันอย่างแน่นอน ส่วนเหตุผลที่สองที่เขาจะต้องมาอยู่ตรงนี้ ก็เพราะจะต้องมารอนำทางให้กับทัพหลวงของราชาฟรีลิมให้เดินมาทางที่เขาได้กำหนด ไม่อย่างนั้นกับดักของเขาจะเสียหายได้ทั้งหมด และต้องเสียเวลาทำมันใหม่ “มากันแล้วซินะ....” กองทัพหลักหมื่นพร้อมกับธงสีแดงโบกสะบัดแสดงถึงตราราชวงศ์ซาทารอสอย่างชัดเจน เดินทางเข้ามาใกล้เรื่อยๆ รีออน และแคทเทอรีนต่างก็มองไปยังกองม้าที่มีจำนวนไม่น้อย โดยที่ตรงกลางทัพมีพระราชาฟรีลิมอยู่ .....