“นี่คืออะไร...”
ในห้องอาหาร หลี่เจ๋ออันยกช้อนที่มีซุปสีประหลาดขึ้นมา เมื่อเห็นฟองอากาศผุดขึ้นมาไม่หยุด ทันใดนั้นก็รู้สึกเสียวไปทั้งร่าง
“นี่ นี่คือของกินใช่มั้ย...”
“ใช่แล้ว ของกิน!” เหลียวชาชารีบเท้าเอวและยืนขึ้น “นี่คือซุปที่ฉัน คุณหนูคนนี้เพิ่งทำสดใหม่ มีแค่หนึ่งเดียวในโลก!”
“แต่...ทำไมฉันรู้สึกว่าซุปนี่มันแปลกๆ ...” หลี่เจ๋ออันรู้สึกปากแห้ง และอดจ้องมันไม่ได้
“หลี่เจ๋ออัน เจ้าตัวน่ารังเกียจ!” หางหมูทั้งสองข้างของเหลียวชาชาชี้ขึ้นด้วยความโกรธ “นายไม่ได้รับอนุญาตให้พูด!”
หลี่เจ๋ออันลูกชายผู้อวดดีของเจ้าหน้าที่ ได้ถูกฉินเฉากำราบอย่างราบคาบแล้ว ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเมื่อก่อน เขาจะต้องทะเลาะกับเหลียวชาชาเสียงดัง อย่างแย่ที่สุดเขาก็จะเรียกเพื่อนมาช่วยทำให้เธอเงียบเสียงลง
แต่ตั้งแต่ที่เขาเห็นความแข็งแกร่งของฉินเฉา เขาก็กลายเป็นเหมือนมะเขือยาวที่ถูกแช่แข็ง เหี่ยวแห้งอย่างสมบูรณ์ แม้ว่าเขาจะฉุนกับสิ่งที่เหลียวชาชาพูด แต่เขาก็เงียบและนั่งลง โดยไม่พูดอะไร
“มา ใครอยากจะชิมซุปของฉันก่อน!” เหลียวชาชาโชว์ซุปของเธอ และแนะนำมันกับทุกคน
นักเรียนทุกคนพากันปิดปากแน่น ไม่ส่งเสียงออกมา พวกเขาไม่ใช่คนโง่ มองแค่ครั้งเดียวก็รู้แล้วว่าซุปนั่นมีอะไรแปลกๆ เงียบไว้จะดีกว่า มาเป็นแขกบ้านเหลียวชาชา พวกเขาไม่อยากเสียชีวิตเพราะสิ่งนี้
“โฮ่ง โฮ่ง!” ในเวลานี้ ลูกสุนัขของพ่อบ้านอาฟู่ทันใดนั้นก็แอบเข้ามาในห้องอาหาร นอนอยู่ใต้เท้าของเหลียวชาชา เหมือนกับได้กลิ่นหอม จึงเห่าออกมา
“ลูกหมา!” ลูกหมาสีขาวตัวเล็กๆ น่ารัก ทันใดนั้นก็ดึงดูดความสนใจของเด็กสาวทุกคนไป หนึ่งในนั้นอดไม่ได้ต้องลุกเข้าไปลูบตัวมัน
“หวางไค แกลองก่อนเพื่อนเลย!” เมื่อเห็นหมาน้อยตัวนี้ เหลียวชาชาก็ตาโต เธอตักซุปใส่ลงไปในชามบนพื้น
หมาน้อยรีบเข้าไปกิน แลบลิ้นเล็กๆ ของมันเลียซุปไปสองที
“อู้ววววว....” ใครจะคิด หลังจากเลียไปสองครั้ง ขนขาวๆ ของมันก็ลุกชี้ชัน มันส่งเสียงร้องโหยหวนน่าสงสาร กลิ้งลงไปกระตุกอยู่บนพื้น และจากนั้นก็ไม่ส่งเสียงอะไรออกมาเลย
กลุ่มนักเรียนพากันเซ่อ คิดว่า ‘โอ้ ยาพิษจริงๆ ด้วย!’
เหลียวชาชาอ้าปากด้วยความประหลาดใจ เธอไม่เคยคิดเลยว่าซุปที่เธอทำจะทรงพลังขนาดนี้
“หวางไค! พระเจ้า หวางไคลูกพ่อ!” ในตอนนี้เอง พ่อบ้านอาฟู่ก็พุ่งเข้ามา อุ้มลูกหมาของเขา และน้ำตาไหลราวกับสูญเสียลูกชายของตัวเองไป
“เอ่อ...ลูงฟู่...ขอโทษกับความสูญเสียของลุง...” หลังจากเซ่อไปนานเหลียวชาชาในที่สุดก็พูดประโยคนี้ออกมา
พ่อบ้านอาฟู่ไม่กล้าจะถามหาความรับผิดชอบจากเหลียวชาชา ฉะนั้น ด้วยน้ำตานองหน้า เขาเดินออกไปจากบ้านเพื่อฝังสุนัขของเขา
“นี่...ใคร ใครอยากได้ซุปบ้าง...” เหลียวชาชายืนอย่างขลาดๆ อยู่ที่นั่น และชั่วขณะก็ถามออกมา
ทุกคนส่ายหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย ทุกคนพากันคิดว่า ‘กินซุปเหรอ? ฆ่าตัวตายมากกว่า!’
“นี่ซุปที่ฉันทำไม่มีใครอยากกินเลยเหรอ?” เหลียวชาชาบุ้ยปาก นั่งอยู่ที่นั่นอย่างหดหู่ใจ มองไปที่ซุปของเธอ อย่างหมดหนทาง
ในตอนนี้เอง อู๋ซิ่นที่หน้าแดงก็เข้ามาและนั่งลงที่โซฟาใกล้ๆ ฝังหน้าของเธอเข้ากับแขนตัวเอง
“อู๋ซิ่น? เป็นอะไรเหรอ?” นักเรียนบางคนสะดุ้ง คิดว่า ‘เธอเป็นอะไร? หรือว่าเผลอกินซุปยาพิษของเหลียวชาชาเข้าไป?’
หลิวหยานรีบเดินเข้าไป ตบแขนอู๋ซิ่นเบาๆ แล้วถาม
“ไม่ ไม่มีอะไร!” ตาของอู๋ซิ่นดูแตกตื่น กลัวที่จะมองตาหลิวหยาน เธอยืนขึ้น ลูบหน้าตัวเอง และพูดว่า “แค่เหนื่อยนิดหน่อยน่ะ...”
“ใครบอกให้เธอไปช่วยเตรียมอาหารล่ะ!” หลิวหยานหยอก “มาเถอะ นั่งพักสักหน่อย อยากลองซุปของเหลียวชาชามั้ย?”
ทุกคนมองมาที่อู๋ซิ่นด้วยสายตาแปลกๆ เมื่อนึกถึงซุป อู๋ซิ่นหน้าแดงอีกครั้ง และรีบนั่งลงที่ด้านข้าง ลมหายใจของเธอกระชั้นถี่ และอุณหภูมิของตัวเธอราวกับซุปที่กำลังต้มอยู่
“พวกเธอกินไปก่อนเถอะ อย่าสนใจฉัน” เมื่อกี้อู๋ซิ่นช่วยถือจานมาที่โต๊ะ แต่ตอนนี้ ภายใต้สายตาที่จับจ้องของทุกคน เธอรู้สึกว่าทั้งร่างแห้งและร้อน ฉะนั้น เธอจึงโบกมือและพูดอย่างเร่งรีบว่า
“ฉะ ฉันมีเรื่องต้องทำ ขอตัวกลับก่อนนะ” จากนั้น เธอก็ยืนขึ้นและเตรียมจากไป
“กลับบ้าน? รีบเรื่องอะไร!” เหลียวชาชารีบหยุดเธอ “เธอช่วยเตรียมอาหารพวกนี้ เธอจะไปโดยที่ไม่กินไม่ได้ ไม่อย่างนั้น ผู้คนจะพูดได้ว่าตระกูลเหลียวของเราไม่สนใจแขกเหรื่อ!”
“ไม่เป็นไร...ฉัน ฉันไม่หิว...” อู๋ซิ่นโบกมือไปมา ฉากที่ทำให้เธออายเมื่อกี้นี้ยังคงเกิดขึ้นในใจของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า หัวใจของเธอเต้นถี่ และเหมือนว่าจะหลุดออกมาได้ทุกขณะ
“ใช่ กินข้าวกันก่อนแล้วค่อยไป” ในตอนนี้เอง หยูลู่ในชุดเดรสสีขาวก็เดินเข้ามาในห้องกินข้าว ร่างที่งดงามของเธอบวกกับความมีน้ำมีนวลทำให้รูปร่างของเธอยิ่งดึงดูดใจขึ้นไปอีก
เด็กผู้ชายที่กำลังนั่งอยู่ในห้องกินข้าวคิดจนปากคอแห้งผาก
“แฮ่ม อู๋ซิ่นอย่าเพิ่งรีบไปเลย ลองชิมซุปหม้อนี้ก่อน....” ขณะที่ลูบจมูกตัวเอง ฉินเฉาก็เข้ามาพร้อมกับถือหม้อซุปที่กำลังเดือดด้วยมือเดียว
ทุกคนตกใจ อุณหภูมิของซุปร้อนๆ นี่ต้องน่ากลัวแน่นอน! โดยไม่ถือที่หูจับ ฉินเฉาจับที่หม้อโดยตรง ทำเหมือนกับเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเขา
เมื่อฉินเฉาวางหม้อลงบนโต๊ะ หลี่เจ๋ออันรู้สึกสงสัย เลยใช้นิ้วแตะไปที่หม้อ
“โอ๊ย!” เด็กชายรีบดึงมือออกมาและเป่าลมเย็นๆ จากปากไปที่นิ้วตัวเอง นิ้วของเขาก็เริ่มบวม
หลี่เจ๋ออันดูดนิ้วตัวเอง และมองไปที่สัตว์ประหลาดฉินเฉา ที่ทำเหมือนกับไม่มีอะไร
“ฉัน ฉันมีเรื่องต้องทำจริงๆ” อู๋ซิ่นเบนหน้าหนีการจ้องของฉินเฉา เธอกลัวจริงๆ และแตกตื่นกับฉากที่เกิดในห้องครัว
“เฮ้ เธอกลัวว่าฉันจะกินเธอหรือไง ถ้าเธออยู่ที่นี่?” เมื่อเห็นสาวน้อยใสซื่อขนาดนี้ ฉินเฉาอดแหย่ไม่ได้
อู๋ซิ่นอาย หน้าแดงเหมือนกับมะเขือเทศ และก้มหัวลง แทบฝังเข้าไปในหน้าอกของเธอ
หยูลู่รีบจ้องฉินเฉา ดึงมืออู๋ซิ่นมาถือไว้และพูดอย่างนุ่มนวลว่า
“นักเรียนอู๋ซิ่น เราไม่ใช่คนนอก แม้ว่าฉินเฉาคนนี้จะไม่อะไรมาก แต่ซุปที่เขาทำอร่อยจริงๆ เธอไม่อยากลองเหรอ? อร่อยนะ”
ด้วยการรล่อลวงจากหยูลู่ อู๋ซิ่นอดตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้ เธออยากจะชิมซุปที่ฉินเฉาทำเองจริงๆ ...
‘แต่ทำไมพวกเขาทำเรื่องน่าอายในห้องครัวกัน...พระเจ้า น่าอายจริงๆ’ เธอคิด
“เอาล่ะ อู๋ซิ่นนั่งลงได้แล้ว!” ฉินเฉารีบพูด “มา ฉันจะช่วยเธอเสิร์ฟเอง”
โดยไม่อธิบายอีก หยูลู่ดันอู๋ซิ่นที่กำลังอายให้นั่งลงไป
“เฮ้ นี่ซุปของเหลียวชาชาเหรอ?!” ฉินเฉาเห็นอันดับหนึ่งของซุปมฤตยูอยู่กลางโต๊ะ อดถามออกมาดังๆ ไม่ได้ พลางคิดว่า ‘พระเจ้า ซุปนี่สีอะไรกันแน่ ทั้งดำและแดงผสมกัน นรกอะไรเนี่ย...แค่เห็นก็สั่นแล้ว....’
“ใช่แล้ว! ซุปฉันเอง!” เหลียวชาชายืนขึ้นอย่างไม่พอใจ “นายมีปัญหาหรือไง?”
“ไม่ ไม่...” ฉินเฉากลืนคำพูดกลับไปด้วยความกลัวว่าเหลียวชาชาจะบังคับให้เขากินซุปนั่น เขาเอาซุปของเขาเสิร์ฟแขก และจากนั้นก็นั่งข้างหยูลู่
หยูลู่เตะเท้าเขา และจ้องเขา ความหมายคือให้ไปนั่งไกลๆ เธอ เพื่อไม่ให้พวกเขาสงสัย
ฉินเฉาไม่กลัวความเจ็บปวด แต่ยังคงขลาดเขลากับเรื่องน่าอาย
“เฮ้ ทำไมพวกเธอยังไม่กินซุปอีกล่ะ?” หยูลู่มองขึ้นมา และเห็นว่าทุกคนยังไม่เคลื่อนไหว
ทุกคนนั่งอย่างเจียมตัว แต่หน้าของพวกเขาแต่ละคนซีด
“เหอเหอ....เราไม่ค่อยหิว ไม่ค่อยหิว...” หลิวหยานสีหน้าน่าเกลียด บางทีเธออาจจะยังกลัวกับซุปของเหลียวชาชาอยู่
อู๋ซิ่นไม่ได้เห็นฉากสุนัขถูกพิษเมื่อกี้ เธอยกซุปที่ฉินเฉาทำและเสิร์ฟด้วยตัวเองขึ้นดื่มอย่างช้าๆ
“ว้าว ซุปนี่อร่อยมาก!” หลังจากที่ดื่มเข้าไป อู๋ซิ่นก็ทิ้งฉากที่อยู่ในใจเมื่อกี้ไปจากใจของเธอ
“อร่อยใช่มั้ยล่ะ?” ฉินเฉาหัวเราะ “ซุปที่ฉันทำเป็นซุปเรียกน้ำย่อย ที่ด้านขวาของเธอ เป็นซุปที่หยูลู่ทำ มันจะช่วยให้หลังจากทานมื้อหลักเข้าไปย่อยได้ดีขึ้น”
“เอิ่ม!” อู๋ซิ่นไม่สนเกี่ยวกับเรียกน้ำย่อยหรือว่ามื้อหลัก เธอถือถ้วยและดื่มต่อทันที
“ระวังหน่อย มันร้อน!” ก่อนที่ฉินเฉาจะเตือนเสร็จ อู๋ซิ่นก็วางถ้วยที่ว่างเปล่าลงพร้อมกับเลียริมฝีปาก
นักเรียนคนอื่นพากันมองด้วยความตะลึง คิดว่า ‘นั่นมันกินได้จริงๆ ใช่มั้ย?’ รวบรวมความกล้า หลิวหยานหยิบช้อนขึ้นมา และซดเข้าไปอย่างระวัง
“อร่อย!” เพียงคำเดียว เธอก็รู้สึกมีความสุขอย่างอธิบายไม่ถูก และท้องของเธอก็รู้สึกอุ่นๆ
ในตอนนี้ เธอไม่รออะไรอีกแล้ว ยกซุปจากถ้วยขึ้นซดโดยตรงเลย
“ฉันก็จะกินด้วย!”
“อร่อย!”
“ขออีกชาม ขออีกชาม!” ด้วยการยืนยันจากหลิวหยาน นักเรียนคนอื่นเริ่มกินซุปของตัวเอง
“น่ารำคาญ!” ตาของเหลียวชาชาแดงก่ำด้วยความโกรธ “ทำไมไม่มีใครอยากกินซุปฉันเลย!”
“ซุปเธอมันทำให้ตายอ่ะ...” ฉินเฉาที่นั่งอยู่ถัดจากหยูลู่พึมพำออกมา ที่ใต้โต๊ะ หยูลู่เตะขาเตือนเขา กลัวว่าเหลียวชาชาจะแก้แค้นเขา
“ฉินเฉา!” เธอตะโกน ยืนขึ้น ตักซุปมฤตยูของเธอถ้วยใหญ่วางไว้ตรงหน้าฉินเฉา “คุณหนูคนนี้อยากจะกินซุปนี่! นายเป็นบอดี้การ์ดของฉัน ช่วยฉันชิมดูหน่อยว่ามีพิษมั้ย!”
“แค่กๆ ...” ฉินเฉาจู่ๆ ก็พ่นผักที่อยู่ในปากของเขาออกมา ยื่นตะเกียบของเขาออกไป ชี้ไปที่ซุปที่มีฟองอากาศผุดขึ้นมา และพูดกับเหลียวชาชา
“เธอ เธออยากให้ฉันกินซุปนี่?”
“ใช่แล้ว!” เหลียวชาชาพูดอย่างไม่พอใจ พร้อมพยักหน้า
“เอาล่ะ ทำไมเธอไม่ฆ่าฉันเลยล่ะ!” ฉินเฉาถอยไป พิงเข้ากับเก้าอี้ ถอยห่างจากซุป
“ฉินเฉา ชาชาจะเสียใจนะถ้านายทำอย่างนี้” หยูลู่ยิ้ม ผลักซุปไปใกล้ฉินเฉา “ถ้านายกินนี่เข้าไป ฉันจะยกโทษให้กับเรื่องเมื่อกี้”
“นี่....” ฉินเฉาลูบจมูก เขารู้ว่าหยูลู่เป็นคนรักหน้าตา ฉะนั้น เรื่องที่เขาทำเมื่อกี้ในห้องครัวต้องทำให้เธอโกรธแน่ๆ
“อู๋ซิ่น ว่ายังไง เธอว่าเขาจะกินซุปนี่ใช่มั้ย?” หยูลู่รีบหาพวก และหันไปถามอู๋ซิ่นที่อยู่ใกล้ๆ
อู๋ซิ่นลังเล แต่หลังจากคิดชั่วขณะ เธอก็ทำหน้ามั่นใจ และพยักหน้า
จบตอน