[นิยายแปล] I Am Fated Villain ยึดครองใต้หล้าด้วยระบบมารร้ายแห่งโชคชะตา

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 149 หรือว่าเขาได้บรรลุบางสิ่งในจิตใจแล้ว การหลงรักอย่างลึกซึ้ง

    ตอนที่ 149 หรือว่าเขาได้บรรลุบางสิ่งในจิตใจแล้ว การหลงรักอย่างลึกซึ้ง

            เยวี่ยหมิงคงนั่งนิ่งอยู่ภายในราชรถหยกขาว

            ร่างงามสง่าดุจเทพธิดาสลักจากสวรรค์ มวยผมเงางามประดับไว้อย่างเรียบง่าย ใบหน้างดงามประหนึ่งภาพวาด งามจนผู้ใดได้มองต้องสะท้านลึกถึงจิตวิญญาณ

            ดวงเนตรหงส์ดำดุจอัญมณีล้ำค่าสะท้อนความสงบลึกล้ำ

            ทว่าในยามนี้ กลับเผยให้เห็นถึงรอยแดงระเรื่อจางๆ บนปรางแก้ม อันสะท้อนถึงความรู้สึกระคนยินดีแกมประหลาดใจ

            ถ้อยคำของกู้ฉางเกอคล้ายกับพัดพาหัวใจของนางให้ปั่นป่วน อดมิได้ที่จะหวั่นไหว 

            เพราะถ้อยคำเหล่านั้นออกมาจากปากของเขา หากเป็นผู้ใดอื่น กล่าวขึ้นก็เป็นเพียงแค่ลมพัดผ่านเท่านั้น

            ทว่า…สำหรับกู้ฉางเกอนั้น ทุกถ้อยคำที่เอ่ยออกจากปากเขาล้วนมีความหมายที่ต่างออกไป

            เยวี่ยหมิงคงพลันฉุกคิด หรือว่ากู้ฉางเกอจะได้บรรลุบางสิ่งในใจเขาแล้ว เขารู้กระทั่งว่านางงดงามถึงเพียงใดน่ะหรือ

            นางมั่นใจในเสน่ห์ของตนเองมาโดยตลอด น้อยคนในใต้หล้าจึงจะเทียบนางได้ 

            ทว่าเหตุใดกู้ฉางเกอกลับยังมิไหวหวั่น แม้ในชาติก่อนหรือในชาติปัจจุบัน ความมิใส่ใจของเขาทำให้นางรู้สึกสะท้อนใจอยู่ลึกๆ

            "หลงเถิงริคิดหวังในสิ่งที่มิควรคิด ปล่อยให้มันสิ้นชีพไปเช่นนี้ก็ถือว่ายังปรานีเกินไปแล้ว" กู้ฉางเกอเอ่ยด้วยรอยยิ้มบางๆ น้ำเสียงผ่อนคลาย ราวกับมิรับรู้ถึงความผันผวนในจิตใจของเยวี่ยหมิงคง

            การกล่าววาจาอันอ่อนหวานเช่นนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับเขายิ่ง

            เยวี่ยหมิงคงสบตาเขามิกะพริบ คล้ายกับพยายามมองให้ทะลุไปถึงเบื้องลึกในจิตใจของเขา

            "หลงเถิงรนหาเรื่องสิ้นชีพด้วยตนเอง ก็มิมีผู้ใดอื่นจะมากล่าวโทษได้" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ทั้งที่ในใจกลับลอบยินดี หากแต่สีหน้ากลับไร้ซึ่งร่องรอยใดๆ

            กู้ฉางเกอมองปราดเดียวก็รู้ว่านางชื่นชอบถ้อยคำเช่นนี้ ทว่าเขาก็เพียงแต่ยิ้มรับ “ก็จริง หากข้ามิลงมือ เจ้าก็คงมิปล่อยเขาไว้เช่นกันใช่หรือไม่ เยวี่ยหมิงคง”

            ยามนี้รอบกายไร้ผู้คน กู้ฉางเกอกล่าวอย่างตรงไปตรงมา เขามั่นใจว่าเยวี่ยหมิงคงซึ่งเป็นผู้กลับชาติมาเกิดใหม่ย่อมรู้ดีถึงธาตุแท้ของหลงเถิง

            ทว่านางกลับเลือกที่จะใช้เล่ห์กลกระตุ้นให้เขาลงมือจัดการกับหลงเถิงเสียเอง นี่สะท้อนให้เห็นว่านางเองก็เกลียดชังหลงเถิงอย่างสุดจะทน

            เขาผู้ซึ่งเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนและเอาอกเอาใจต่อเยวี่ยหมิงคง ก็มิได้ถือสาในเล่ห์กลครั้งนี้

            "เจ้าหมายความว่าอย่างไร" เยวี่ยหมิงคงกล่าวเสียงเย็น พร้อมสบตาเขา

            กู้ฉางเกอยิ้ม มิคิดจะตอบโต้อย่างตรงไปตรงมา "ศพของหลงเถิงอยู่ในมือข้า เจ้าคิดจะทำสิ่งใดก็บอกสามีคนนี้มาเสีย บางทีข้าอาจจะยอมยกให้ก็เป็นได้"

            "เจ้า..." เยวี่ยหมิงคงชะงัก ถ้อยคำของกู้ฉางเกอนั้นแทงทะลุถึงจุดมุ่งหมายในใจนาง สิ่งที่นางปรารถนามากที่สุดในตอนนี้ก็คือหยดโลหิตมังกรหลากสีของหลงเถิง ซึ่งกล่าวกันว่ามีที่มาอันลึกลับและเก่าแก่ยิ่ง

            หากนางสามารถหลอมรวมโลหิตหยดนี้ได้ พลังของนางก็จะพุ่งทะยาน อีกทั้งยังได้รับพรสวรรค์อันยิ่งใหญ่ของเผ่ามังกร

            เยวี่ยหมิงคงมิคิดว่ากู้ฉางเกอจะมองเห็นเจตนาของนางอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ความพ่ายแพ้เล็กๆ นี้ทำให้นางขุ่นเคืองและผิดหวังในตนเอง

            นางสงสัยนักว่าเหตุใดทุกคราที่อยู่ต่อหน้ากู้ฉางเกอ นางจึงกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่เสมอ

            "หากข้าบอกความจริง เจ้าจะยกศพของหลงเถิงให้กับข้าหรือไม่" เยวี่ยหมิงคงปรับจิตใจให้สงบก่อนเอ่ยถาม

            เหตุใดเจ้าจึงมิเคยเชื่อใจว่าที่สามีผู้นี้เลยเล่า" กู้ฉางเกอกล่าวด้วยน้ำเสียงเสียดาย ใบหน้าแฝงความลึกลับจนยากจะหยั่งถึงความคิดของเขา

            เยวี่ยหมิงคงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวขึ้นเรียบๆ "ข้าได้ยินมาว่า ในร่างของหลงเถิงนั้นมีหยดโลหิตมังกรแท้ ซึ่งมีคุณประโยชน์อย่างยิ่งต่อข้า"

            นางมิอาจคาดเดาได้ว่าหากบอกความจริงนี้ไป กู้ฉางเกอจะกลับคำหรือไม่ ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็เป็นผู้ฝึกวิชามหามารกลืนเทพ ซึ่งต้องการพลังจากต้นกำเนิดของร่างกายหลากหลายชนิด

            โดยเฉพาะโลหิตมังกรแท้ที่สืบทอดมาจากมังกรที่มีต้นกำเนิดอันลึกลับและโบราณ

            ด้วยนิสัยที่เห็นแก่ตัวของกู้ฉางเกอ เขาคงมิยอมปล่อยของล้ำค่าเช่นนี้ไปได้โดยง่าย ทว่าถึงนางจะมิได้กล่าวออกไป เขาก็คงใช้วิธีของตนในการหลอมหยดโลหิตนั้นออกมาได้อยู่ดี

            "โลหิตมังกรแท้หรือ" กู้ฉางเกอชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินถ้อยคำนั้น คล้ายกับคิดถึงหยดโลหิตมังกรหลากสีที่เขาเคยหลอมรวมเข้าในร่าง นั่นอาจเป็นโลหิตมังกรที่เยวี่ยหมิงคงกล่าวถึงก็เป็นได้

            ทว่าเนื่องจากหยดโลหิตนั้นได้มาจากรางวัลของระบบ หลังจากเขาสังหารหลงเถิง มันย่อมเกี่ยวข้องกับหลงเถิงอย่างมิต้องสงสัย กล่าวได้ว่า...ในร่างหลงเถิงนั้นอาจยังมีหยดโลหิตมังกรแท้หลงเหลืออยู่

            ความคิดแรกที่แล่นผ่านในใจของกู้ฉางเกอคือการถอนคำพูด เขาต้องการเก็บสิ่งล้ำค่านี้ไว้เพื่อเสริมพลังตนเอง

            ทว่าเมื่อนึกได้ว่าเขาเคยหลอมรวมหยดโลหิตไปครั้งหนึ่งแล้ว ผลลัพธ์ก็คงลดลงหากหลอมรวมขึ้นอีกครั้ง และยิ่งไปกว่านั้น เขารับรู้ได้ถึงอารมณ์ที่ซ่อนเร้นของเยวี่ยหมิงคง ถึงแม้นางจะปกปิดไว้ภายใต้สีหน้าอันสงบนิ่ง

            เขาหัวเราะเบาๆ แล้วเอ่ยขึ้น "ก่อนหน้านี้เจ้าคิดครอบครองมรดกของเย่หลิง คราวนี้กลับอยากได้โลหิตมังกรของหลงเถิง เจ้านี่ช่างเล่ห์เหลี่ยมเสียจริงนะ เยวี่ยหมิงคง วันๆ เจ้าเอาแต่คิดสิ่งใดอยู่กันแน่ แผนการพวกนี้เจ้าคำนวณมาได้มิน้อยเลยทีเดียว"

            ถ้อยคำของกู้ฉางเกอทำให้เยวี่ยหมิงคงลอบขุ่นเคืองอยู่ในใจ เพียงชั่วครู่ นางก็แทบอยากจะบีบคอเขาให้ตายอยู่ตรงนั้น

            คำชื่นชมเมื่อครู่ยังทำให้นางรู้สึกยินดีอยู่เล็กน้อย ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นดั่งคำลวงไปเสียได้

            "วันๆ เอาแต่คิดสิ่งใดหรือ อีกทั้งช่างเล่ห์เหลี่ยมอย่างนั้นหรือ"

            นางคิดในใจว่า ก่อนเขาจะกล่าววาจาเช่นนี้ เขาได้มองดูตนเองบ้างหรือไม่

            เยวี่ยหมิงคงยังมิรู้ว่าเย่หลิงในเวลานี้อยู่ที่ใด ทว่าด้วยสายตาของกู้ฉางเกอ ก็คงมิมีทางที่นางจะได้เข้าใกล้มรดกของเย่หลิงได้

            ตอนนี้เมื่อได้ฟังคำเขา นางก็รู้ได้ในทันทีว่าโลหิตมังกรแท้หยดนี้ นางคงจะหมดหวังแล้ว

            เยวี่ยหมิงคงจึงเลือกที่จะนิ่งเงียบ มิเอ่ยวาจาใดอีก นางทำท่าทีเย็นชา ราวกับมิสนใจสิ่งใด คล้ายว่ากำลังแสดงความมิพอใจออกมาอย่างชัดเจน

            "ดูท่าทีเจ้าสิ ทำราวกับว่าข้ารังแกเจ้าอยู่เช่นนั้น" กู้ฉางเกอกล่าวด้วยรอยยิ้ม น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งความรู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย

            เสียงแหวกอากาศพลันดังสะท้อน เยวี่ยหมิงคงเงยหน้าขึ้นทันใด ปอยผมดำขลับพลิ้วไหว ดวงหน้าที่งดงามราวกับภาพวาดบิดเบี้ยวเล็กน้อยจากความโกรธเคือง ดวงตาประดุจน้ำแข็งพุ่งประกายคมกริบ เสมือนใบมีดอันเย็นเยียบที่พร้อมจะเฉือนเนื้อเขาให้สิ้น

            "กู้ฉางเกอ เจ้าช่างหน้าด้านหน้าทนยิ่งนัก! วันๆ เอาแต่รังแกข้า นอกจากเรื่องนี้ เจ้าทำสิ่งใดเป็นบ้าง"

            นางคำรามเสียงเย็น เตรียมพร้อมจะก้าวลงจากราชรถ ความอดทนที่มีแทบหมดสิ้น ถ้อยคำของกู้ฉางเกอทำเอานางโกรธเกรี้ยวจนแทบคลั่ง ทั้งยังรู้สึกคับข้องหมองใจอย่างยิ่ง

            อันใดคือทำราวกับว่าเขารังแกนาง นั่นมันมิใช่ความจริงหรอกหรือ

            เมื่อเห็นท่าทีของเยวี่ยหมิงคง กู้ฉางเกอพลันยิ้มอ่อนลง ก่อนเก็บซ่อนความคิดเย้าแหย่ไว้ในใจ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย

            "ข้ายอมให้เจ้าเอาศพของหลงเถิงไปได้ ทว่ามีข้อแม้อย่างหนึ่ง เจ้าต้องเรียกข้าว่าสามีให้ข้าได้ยินเสียก่อน"

            "อันใดนะ!" เยวี่ยหมิงคงชะงักงัน นางตกตะลึง ดวงตางามเบิกกว้างเล็กน้อย ราวกับมิอยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนได้ยิน

            กู้ฉางเกอคิดจะยกศพของหลงเถิงให้กับนางจริงๆ หรือ และเขามิรู้สึกแม้แต่อยากจะครอบครองหยดโลหิตมังกรแท้นั้นเลยหรือ

            ความใจกว้างนี้ช่างผิดวิสัยยิ่งนัก ทำเอานางสงสัยว่าวันนี้เป็นกู้ฉางเกอตัวจริงหรือไม่

            "สามี"

            คำนี้ถูกเปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น มิมีร่องรอยเขินอายหรือหวั่นไหวให้เห็น

            นางมิแม้แต่จะรู้สึกกระดากอาย แม้สตรีส่วนใหญ่อาจจะรู้สึกลังเลหรือตะขิดตะขวงใจ ทว่านางหาได้เป็นเช่นนั้นไม่

            ชาติก่อนนางแต่งงานกับกู้ฉางเกอมาแล้ว ชาตินี้ก็มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งฉันสามีภรรยา คำนี้ย่อมหลุดออกมาจากปากของนางได้เป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง

            "มิคาดคิดเลยว่าเจ้าจะเชื่อฟังข้าได้ถึงเพียงนี้" กู้ฉางเกอหัวเราะเบา

            เยวี่ยหมิงคงพลันรู้สึกเหมือนถูกเขาหยอกล้ออีกครั้ง ทว่าก่อนที่นางจะทันได้กล่าวตอบโต้ แสงเจิดจ้าพลันสว่างวาบจากแหวนมิติของกู้ฉางเกอ ร่างมหึมาของมังกรปรากฏขึ้นกลางอากาศ

            หลงเถิงคืนสู่ร่างเดิมหลังจากที่สิ้นชีพ ร่างของมังกรขนาดมหึมานั้นส่งกลิ่นอายของพลังอันมหาศาล แม้ชีวิตจะดับสูญไปแล้ว ทว่าร่องรอยของความน่าเกรงขามก็ยังคงเหลืออยู่ เกล็ดมังกรสีเขียวดำแวววาว ราวกับหล่อขึ้นจากเหล็กกล้าอันแข็งแกร่ง

            เยวี่ยหมิงคงจ้องมองไปยังร่างของมังกรที่ไร้ชีวิต นางตรวจสอบโดยละเอียดและพบว่า มิมีร่องรอยการถูกแตะต้องหรือหลอมรวมใดๆ ซึ่งทำให้นางโล่งใจ ทว่าความสงสัยพลันเกิดขึ้น นางหันสายตาไปยังกู้ฉางเกอแล้วถามขึ้น

            "เจ้าจะมิหลอมรวมกลืนกินร่างมังกรนี้จริงหรือ"

            "เพราะเหตุใดเล่า"

            นางเอ่ยถามเสียงเย็น มิปิดบังความประหลาดใจในใจของตน

            กู้ฉางเกอเป็นผู้ฝึกวิชามหามารกลืนเทพ การได้รับพลังต้นกำเนิดย่อมสำคัญยิ่ง แล้วเหตุใดเขาจึงยอมปล่อยหยดโลหิตมังกรแท้อันล้ำค่านี้ไปได้

            เยวี่ยหมิงคงรู้สึกว่าคำตอบของกู้ฉางเกอในวันนี้ช่างลึกลับและเกินคาดเดานัก

            เมื่อได้ยินดังนั้น กู้ฉางเกอเผยรอยยิ้มบาง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ข้าตั้งใจจะหลอมรวมและกลืนกินต้นกำเนิดของหลงเถิงอยู่แล้ว ทว่าในเมื่อเป็นเจ้าที่ต้องการมัน สามีก็ย่อมยกให้ได้ มิมีเหตุผลใดให้ต้องถามเลย"

            ความจริงแล้ว เหตุผลหลักที่เขายอมปล่อยไปเช่นนี้ ก็เพราะในดินแดนของตระกูลพญาอินทรีแห่งรัตติกาลยังมีทรัพยากรฝึกตนอีกมากมายรอเขาอยู่ กู้ฉางเกอหาได้ขัดสนถึงขั้นต้องพึ่งพาศพมังกรตัวนี้ไม่

            เมื่อได้ยินคำตอบ เยวี่ยหมิงคงถึงกับนิ่งอึ้งไป นางรู้สึกสับสนอยู่ในใจ บุคลิกและนิสัยเดิมของกู้ฉางเกอนั้นมิน่าจะตอบตกลงอย่างง่ายดายเช่นนี้

            เขาเคยเป็นผู้ที่สรรหาทรัพยากรฝึกตนจากทุกที่ แม้จะต้องลอบโจมตียอดอัจฉริยะรุ่นเยาว์มากพรสวรรค์ก็ตาม

            ต้นกำเนิดของหลงเถิงนั้นล้ำค่ามิน้อย เมื่อเทียบกับยอดอัจฉริยะรุ่นเยาว์ส่วนใหญ่แล้วก็นับว่าเหนือกว่ามาก ทว่ากู้ฉางเกอกลับยินดีมอบให้กับนางโดยที่มิลังเลใดๆ เรื่องนี้ทำให้เยวี่ยหมิงคงรู้สึกประทับใจยิ่ง ความขุ่นเคืองในใจก่อนหน้านี้ค่อยๆ สลายไปหมดสิ้น

            "หากร่างมังกรนี้สำคัญต่อเจ้านัก เช่นนั้นก็เก็บเอาไว้ใช้เองเถิด" นางกล่าวออกไปด้วยท่าทีแปลกใจ คล้ายกับเป็นถ้อยคำที่หลุดออกจากปากโดยมิตั้งใจ

            เมื่อกล่าวจบ นางเองก็ชะงักงัน มิคาดคิดว่าตนจะพูดเช่นนั้นออกไป ทั้งที่โอกาสแย่งชิงทรัพยากรจากมือกู้ฉางเกอนั้นหาได้ง่ายดายไม่ ทว่านางกลับยอมคืนให้กับเขาโดยง่ายดาย ความรู้สึกผิดหวังลึกๆ พลันก่อตัวขึ้นในใจ

            ถ้อยคำที่เหมือนกับสายธารที่ไหลผ่านไปนั้นย่อมมิอาจเรียกคืนได้

            เยวี่ยหมิงคงแม้จะลอบเสียใจ ทว่าก็เลือกที่จะเก็บอารมณ์ไว้ มิให้กู้ฉางเกอได้หัวเราะเยาะเอาได้

            "ในเมื่อข้ากล่าวว่าจะให้เจ้า นั่นก็ย่อมต้องให้ไปอยู่แล้ว" กู้ฉางเกออึ้งงันไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินถ้อยคำของนาง ก่อนจะหัวเราะขึ้นเบาๆ

            "มินึกว่าเจ้าจะใส่ใจสามีเช่นนี้ ทำเอาข้ารู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก"

            เยวี่ยหมิงคงแค่นเสียงเย็น กล่าวอย่างเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความน้อยใจ "เจ้ามารู้ตัวตอนนี้ ก็ยังมินับว่าสายเกินไป"

            กู้ฉางเกอส่ายศีรษะพลางถอนหายใจ คล้ายกับมีคำพูดอันใดติดอยู่ในลำคอ ทว่าท้ายที่สุดเขาก็มิได้กล่าวอันใดออกมา

            เขาเพียงแต่หัวเราะอยู่ในใจ มิคาดคิดว่าเยวี่ยหมิงคงจะกล่าวเช่นนี้ออกมา สิ่งล้ำค่าถูกวางไว้ตรงหน้า นางกลับพยายามจะพะวงถึงเขาอีก นี่เป็นความซื่อสัตย์ที่ชวนหัวเสียมิน้อย

            ถึงกระนั้น กู้ฉางเกอก็แน่ใจว่า หากถึงวันที่เยวี่ยหมิงคงแข็งแกร่งกว่าเขา ถึงขั้นพอจะสังหารเขาได้จริง

            นางคงยังมิอาจลงมือได้

            เต็มที่ก็คงเป็นเพียงการกระทืบเท้าขณะโยนกระบี่ทิ้งด้วยความคับข้องใจ แล้วหมุนตัวจากไปเท่านั้น

            ผู้คนมากมายต่างมองออกว่านางคือว่าที่จักรพรรดินีผู้เหี้ยมโหด ทว่าลึกลงไปแล้วนางยังมีจุดอ่อนที่มิอาจปกปิดได้

            ด้วยความคิดนี้ กู้ฉางเกอจึงมิได้ลังเลอีกต่อไป เขายื่นร่างมังกรให้เยวี่ยหมิงคงตามคำพูดที่ให้ไว้ แม้จะเป็นทรัพยากรล้ำค่า เขาก็หาได้คิดกลับคำไม่

            เยวี่ยหมิงคงมองดูเขาอย่างเงียบงัน มิรู้ว่าจะกล่าวสิ่งใดดี นางจับได้ถึงน้ำเสียงทอดถอนหายใจเมื่อครู่ของเขา คล้ายกับมีบางสิ่งแอบแฝงอยู่

            ทว่ากู้ฉางเกอก็กลับเลือกที่จะนิ่งเงียบ มิเอ่ยคำใดอีก ความเงียบงันนี้ทำให้นางรู้สึกอึดอัดใจอยู่ลึกๆ

            “ข้าจะไปแล้ว”

            กู้ฉางเกอกล่าวสั้นๆ ดวงตาเหลือบมองไปยังขอบฟ้า

            เขาเรียกเหล่าผู้ติดตามมารวมตัวกัน ก่อนที่ร่างของเขาจะแปรเปลี่ยนเป็นสายรุ้งศักดิ์สิทธิ์ พาเหล่าผู้ติดตามเหาะเหินจากไป

            ระหว่างที่เขาประลองกับหลงเถิงเมื่อครู่ หากเขาจำมิผิด บริเวณนั้นมีคลื่นพลังแปลกประหลาดแผ่ออกมา แม้หลงเถิงจะถูกสังหารแล้ว ทว่าบางเรื่องก็ยังจำเป็นต้องสะสางให้เรียบร้อย

            ภายนอกนั้น ตระกูลเซียนโบราณอาจจะมิกล้าแสดงออกถึงสิ่งใด ทว่าในใจก็ย่อมมิอาจยินยอมได้

            เพราะหลงเถิงคือลูกหลานที่พวกเขาทุ่มเทบ่มเพาะจนกลายเป็นผู้สืบทอดแห่งความหวัง ทว่าสุดท้ายกลับสิ้นชีพเสียก่อนจะสร้างชื่อเสียงได้

            เปรียบดั่งคำโบราณที่ว่า เมื่อออกศึกครั้งแรกกลับพ่ายแพ้ตั้งแต่ยังมิได้เริ่มต้น

            "ศพของหลงเถิงอยู่ในมือของเยวี่ยหมิงคงแล้ว ตระกูลเซียนโบราณนั้นอาจเคลื่อนไหวเพื่อแย่งชิง" กู้ฉางเกอครุ่นคิด น้ำเสียงในใจเย็นเยียบ

            "นางอาจจะต้องพบเจอกับปัญหาอยู่บ้าง ข้าจะถือโอกาสจัดการให้ก็แล้วกัน"

            เขาพิจารณาสถานการณ์อย่างรอบด้าน วันนี้เขาได้ลงมือทำมากเพียงพอแล้ว

            ชั่วระยะหนึ่ง เขาตัดสินใจจะปล่อยให้เยวี่ยหมิงคงจัดการกับโอกาสวาสนาของนางเอง

            ด้วยปัญญาอันเฉียบแหลมและประสบการณ์จากการกลับชาติมาเกิดใหม่ นางย่อมดำเนินไปในเส้นทางที่เขาคาดการณ์ไว้โดยมิต้องกังวล

            "เรื่องของถ้ำมหาเทพวัฏสงสารของเย่หลิง ข้าคงยังมิรีบร้อนนัก ตามตรรกะทั่วไปแล้ว เย่หลิงคงยากจะค้นพบกับถ้ำอันลึกลับนั้นได้ภายในเวลาอันสั้น" กู้ฉางเกอแสยะยิ้มเล็กน้อย

            "เขาอาจต้องทะลวงขอบเขตพลังอีกหลายครั้ง หรือเก็บสมบัติล้ำค่าเพิ่มระหว่างทาง"

            "ส่วนการแทรกซึมเคล็ดวิชาอาภรณ์เซียนแห่งการอุทิศไปทั่วทั้งตระกูลพญาอินทรีแห่งรัตติกาลนั้นก็ยังคงต้องใช้เวลา เวลานี้คงจะเร่งรีบมิได้"

            ร่างของเขาเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วไปพร้อมกับผู้ติดตาม ก่อนมุ่งหน้าสู่จุดที่สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังอันลึกลับนั้น

            ขณะที่บริเวณรอบภูผาซึ่งเคยเต็มไปด้วยผู้ฝึกบำเพ็ญเพียร บัดนี้กลับเหลือเพียงความเงียบงัน

            ผู้ที่ยังอยู่ล้วนแล้วแต่หวังจะทักทายเขาสักคำ ทว่ากู้ฉางเกอหาได้สนใจผู้ใดไม่

            …

            เยวี่ยหมิงคงจ้องมองไปยังทิศทางที่กู้ฉางเกอหายลับไป

            นางนั่งอยู่ในราชรถหยกขาว ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกอันซับซ้อน ก่อนจะยกมือกดขมับ ราวกับกำลังรู้สึกเหนื่อยล้าเหลือเกิน

            ทุกสิ่งที่กู้ฉางเกอทำในวันนี้ ช่างยากที่จะเข้าใจนัก

            อารมณ์ที่วูบผ่านบนใบหน้าของเขาเมื่อครู่ ดูเหมือนว่าเขามีบางสิ่งอยากจะพูด ทว่ากลับมิได้เอ่ยออกมา และนั่นยิ่งทำให้นางสับสน

            ทั้งในชาติก่อนและในชาตินี้ นางมิเคยเห็นกู้ฉางเกอมีท่าทีเช่นนี้มาก่อน

            บุคลิกเดิมของเขาในชาติก่อนนั้นมิใช่เช่นนี้ ทุกอย่างดูผิดธรรมชาติ คล้ายกับมีบางสิ่งที่เปลี่ยนแปลงเขาอย่างฉับพลัน…

            "ทว่ามิว่าอย่างไร ธาตุแท้แห่งความเย็นชาและความมืดมนของกู้ฉางเกอนั้นยังคงฝังลึก แม้ในตอนนี้เขาจะมิมีเจตนาร้ายต่อข้า ทว่าผู้ใดเล่าจะมั่นใจได้ว่าในอนาคตจะยังคงเป็นเช่นนี้"

            "เพื่อป้องกันมิให้โศกนาฏกรรมเกิดขึ้นซ้ำ ข้าจำเป็นต้องแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น ในยามนี้พลังของกู้ฉางเกอนั้นลึกล้ำจนมิอาจหยั่งถึง หากทุกสิ่งที่เขาทำลงไปในยามนี้เป็นเพียงแค่ภาพลวงตาที่สร้างขึ้นมาเพื่อหลอกลวงข้า เช่นนั้นก็น่าหวาดหวั่นยิ่งนัก..."

            เยวี่ยหมิงคงครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้นี้ ทว่าในใจกลับรู้ว่ามันมิน่าจะเป็นจริง เพราะกู้ฉางเกอมิมีเหตุผลอันใดให้ต้องทำเช่นนั้น

            อย่างไรก็ดี นางยิ่งยึดมั่นในแผนการเดิมที่วางไว้ เมื่อออกจากดินแดนเซียนโบราณ นางต้องสืบสวนเรื่องราวในอดีตของกู้ฉางเกอให้กระจ่าง

            เยวี่ยหมิงคงมิอาจนิ่งนอนใจได้

            ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกับเขาอีกครั้งในตระกูลกู้ นางก็รู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในตัวเขา

            มิว่าจะเป็นท่าทีที่แสดงต่อกู้เซียนเอ๋อร์ หรือการยอมรับผิดและช่วยเหลือกู้เซียนเอ๋อร์ด้วยตนเอง การกระทำเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่นางมิเคยคาดคิด

            ยิ่งไปกว่านั้น วันนี้เขายังมอบโลหิตมังกรแท้ของหลงเถิงให้แก่นาง ทั้งหมดนี้ช่างขัดแย้งกับภาพลักษณ์ที่นางเคยรู้จัก

            กู้ฉางเกอที่เย็นชาและมองแต่ผลประโยชน์ กลับแสดงความเปลี่ยนแปลงที่ทำให้นางสับสน

            การที่นางหลงรักเขาถือเป็นโชคร้ายอันใหญ่หลวง และการรักเขาอย่างลึกซึ้งนั้นก็เกินกว่าจะใช้คำว่าโชคร้ายมาอธิบายได้

            ทว่าในยามนี้ ความเปลี่ยนแปลงในตัวเขา กลับทำให้เยวี่ยหมิงคงมองเห็นแสงแห่งความหวัง

            "มุ่งหน้าไปยังเทือกเขาไป่เหิงทางทิศตะวันออก"

            นางออกคำสั่งเสียงเย็น เตรียมมุ่งหน้าไปยังสถานที่แห่งนั้นเพื่อเริ่มต้นจัดเตรียมบางสิ่ง

            จากความทรงจำในชาติก่อน นางรู้ดีว่า ในบริเวณใกล้เคียงกับเทือกเขาไป่เหิง คือสถานที่ที่จิตวิญญาณแห่งเซียนกำลังจะถือกำเนิดขึ้น...

    คล้ายกับเรื่อง[นิยายแปล] I Am Fated Villain ยึดครองใต้หล้าด้วยระบบมารร้ายแห่งโชคชะตา ที่คุณอ่าน

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179