"เชิ้ตลายต้นมะพร้าวสีเหลืองมัสตาร์ด... หรือว่าจะเชิ้ตลายสับปะรดสีส้มแสดดีนะ?"
ผมนั่งจมปุ๊กอยู่บนพื้นกระเบื้องยางลายไม้ของห้องสตูดิโอขนาดอบอุ่นของตัวเอง รอบตัวมีกางเกงขาสั้นและเสื้อเชิ้ตลายดอกละลานตาแผ่กระจายอยู่เต็มเตียงนอนเดี่ยวสีเทาอ่อน ประหนึ่งว่าห้องนอนของผมกำลังโดนพายุโซนร้อนถล่มเข้าใส่อย่างจังจนเสื้อผ้าปลิวว่อนไปคนละทิศละทาง มือซ้ายถือเสื้อลายต้นมะพร้าวที่ดูชิคๆ ส่วนมือขวาถือเสื้อลายสับปะรดสีเจ็บจี๊ดพลางขมวดคิ้วแน่นจนแทบจะเป็ปมโบว์ ใบหน้าของผมยุ่งเหยิงราวกับกำลังเผชิญหน้ากับโจทย์งานออกแบบชิ้นโบแดงที่ยากที่สุดในชีวิตการเป็เด็กฝึกงาน
ในหัวของผมตอนนี้มีแผนการเดินทางครั้งใหญ่แล่นวนเป็วงกลมปั่นป่วนจนแทบไม่ได้นอน นั่นก็คือ ‘ทริปฉลองการคบกันอย่างเป็ทางการ’ ที่พี่ธีร์—เออ ใช่ครับ... พี่ธีร์ หรือ ‘บอสจอมมาร’ แห่ง T-Group ที่ทุกคนในออฟฟิศต่างเกรงกลัวจนหัวหดนั่นแหละ ตอนนี้เขาขยับสถานะจากเ้านายสุดโหดจอมไร้ความรู้สึกมาเป็แฟนหมาดๆ ของผมเรียบร้อยแล้ว!
และเพื่อเฉลิมฉลองสถานะใหม่พ่วงด้วยวันหยุดยาวสามวันสองคืน พี่ธีร์จึงสั่งการ (แกมบังคับด้วยสายตาอ้อนๆ แบบที่ผมปฏิเสธไม่ได้เลยสักครั้ง) ให้ผมยื่นใบลากิจในวันศุกร์เพื่อรวบหัวรวบหางเป็ทริปสุดสัปดาห์แสนหวาน ตอนแรกผมก็เกร็งแทบตายเพราะเพิ่งจะก้าวเข้ามาเป็เด็กฝึกงานได้ไม่กี่เดือนแท้ๆ แต่ดันกล้าดีลางานวันศุกร์แบบนี้พนักงานคนอื่นจะมองยังไงล่ะ เเต่พอผมจำใจกดส่งใบลาในระบบผ่านแอปพลิเคชันจัดการงานของออฟฟิศไปได้ไม่ถึงห้าวิ หน้าจอก็เด้งหน้าต่างอนุมัติสีเขียววิบวับกลับมาทันทีพร้อมตราประทับของ CEO โดยตรง แถมท้ายด้วยข้อความหมายเหตุสั้นๆ จากบอสใหญ่ผู้มีสิทธิ์ขาดสูงสุดว่า ‘อนุมัติและเตรียมตัวให้พร้อม อย่าลืมทานมื้อเช้าล่ะ’
สองมาตรฐานแบบประจักษ์แก่สายตาขนาดนี้ ถ้าพี่ๆ ในแผนก Creative Design รู้เข้า ผมคงโดนล้อจนหน้าไหม้กลายเป็ผงถ่านและคงไม่มีหน้าเดินไปที่ตึก T-Group อีกแน่ๆ!
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญในตอนนี้หรอกครับ ประเด็นคือผมจัดกระเป๋าไม่เสร็จเสียที! ผมพับเสื้อเชิ้ตลายต้นมะพร้าวสีเหลืองมัสตาร์ดลงกระเป๋าเดินทางล้อลากสีครีมขนาดกะทัดรัด ตามด้วยกางเกงขาสั้นสีเบจ กางเกงลินินขายาวเผื่อใส่ตอนเย็น ครีมกันแดดเนื้อบางเบาสูตรกันน้ำห้าสิบเท่า แว่นตากันแดดอันเก่าที่ซื้อมาจากตลาดนัดแถวหอพัก และของกระจุกกระจิกอีกสารพัดอย่างที่ดูเกินจำเป็ เช่น ห่วงยางเป็ดเหลืองขนาดจิ๋วสำหรับลอยแก้วน้ำ หรือยาแก้เมาคลื่นทั้งๆ ที่พี่ธีร์บอกว่าจะพาไปพักพูลวิลล่าส่วนตัวบนบกเฉยๆ ไม่ได้ลงเรือเลยสักนิด
แต่ก็นั่นแหละครับ คนมันตื่นเต้นจนหัวใจเต้นตึกตักรัวกระชั้นเป็จังหวะเพลงสามช่าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงที่ผ่านมา นอนพลิกตัวไปมาบนเตียงจนตาค้างสว่างโล่เหมือนนกฮูกยันเกือบตีสาม จินตนาการไปไกลแสนไกลว่าวิวทะเลชะอำหรือหัวหินที่คุณบอสอุบเงียบไว้จะเป็อย่างไร และการไปเที่ยวค้างคืนด้วยกันครั้งแรกของเราสองคนในฐานะ ‘คนรัก’ จะหวานชื่นขนาดไหน แค่คิดแก้มผมก็ร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เสียอย่างนั้น ต้องเอาหน้าซุกหมอนข่มความเขินจนเหนื่อยใจตัวเองจริงๆ สุดท้ายผมตัดสินใจโยนเสื้อทั้งสองตัวลงกระเป๋าไปเลย ยาแก้เมาคลื่นกับห่วงยางเป็ดก็ยัดใส่ช่องข้างๆ ด้วย เอาเป็ว่าเตรียมไว้ก่อนดีกว่าแก้ล่ะนะ!
—-----------
เช้าวันศุกร์ที่แสนสดใส ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพมหานครไร้เมฆหมอกอึดอัด มีเพียงไอแดดยามเช้าที่ส่องสว่างนวลตา ผมหิ้วกระเป๋าเดินทางพร้อมสะพายกระเป๋าผ้าสีครีมคู่ใจลงมายืนรอที่หน้าล็อบบี้คอนโดั้แ่แปดโมงเช้า ยืนโยกตัวไปมาตามจังหวะเพลงในใจพยายามสะกดความตื่นเต้นปนง่วงนอนจากอาการนอนไม่หลับเมื่อคืน ในมือยังถือแก้วน้ำเต้าหู้อุ่นๆ ที่ซื้อจากคุณป้าหน้าปากซอยไว้จิบแก้หิว
ไม่นานนัก รถสปอร์ตคันหรูระดับซูเปอร์คาร์อย่าง Aston Martin สีเทาเข้มเมทัลลิกเงาวับสะท้อนแสงแดดระยิบระยับก็แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าอย่างนิ่มนวลและเงียบกริบ เสียงท่อไอเสียคำรามต่ำเบาๆ แสดงถึงพละกำลังมหาศาลใต้ฝากระโปรงรถคันนี้ ซึ่งเป็รถคันโปรดที่พี่ธีร์มักใช้ในวันหยุดส่วนตัวเท่านั้นและน้อยคนนักในบริษัทที่จะเคยเห็นมัน ผมก้าวเท้าเข้าไปหาตัวรถด้วยหัวใจที่เต้นรัวแรงแทบทะลุออกมานอกอก
ทันทีที่กระจกหน้าต่างฝั่งคนขับที่ติดฟิล์มเข้มค่อยๆ เลื่อนลงมาทีละน้อย เผยให้เห็นใบหน้าคมคายและโครงหน้าหล่อเหลารูปสลักของคนหลังพวงมาลัย ผมถึงกับอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน มือไม้ที่หิ้วกระเป๋าเดินทางล้อลากอยู่เกือบร่วงหลุดจากมือจนต้องรีบคว้าไว้แทบไม่ทัน
"พี่ธีร์...?" ผมอุทานออกมาเสียงแ่เบาปนงุนงงแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง
บอสใหญ่จอมเนี้ยบแห่ง T-Group ผู้ที่ตลอดเวลาสามร้อยหกสิบห้าวันจะต้องสวมสูทสามชิ้นสั่งตัดสีเข้มเนี้ยบกริบ ั้แ่สูทตัวนอก เสื้อกั๊กตัวใน เนกไทไหมพรมเส้นยาว และรองเท้าหนังขัดเงาวับจนมดเดินสะดุดล้ม... บัดนี้ มาเฟียอสังหาริมทรัพย์คนนั้นได้สลัดมาดทิ้งไปหมดเกลี้ยงอย่างไร้ร่องรอย!
พี่ธีร์ในวันนี้สวมเสื้อเชิ้ตผ้าลินินเนื้อดีลายขวางสีฟ้าพาสเทลสลับขาวสะอาดตา ตัวผ้าลินินมีรอยยับย่นตามธรรมชาติชวนให้ดูลำลองและอบอุ่นอย่างประหลาด เขาปลดกระดุมตรงคอเสื้อลงสองเม็ดเผยให้เห็นแผงอกกว้างและไหปลาร้าสุดเซ็กซี่ตามแบบฉบับคนออกกำลังกายเป็ประจำ กางเกงขาสั้นระดับเหนือเข่าสีครีมโชว์ท่อนขาแกร่งมีขนหน้าแข้งนิดๆ พอให้ดูแมน สวมแว่นตากันแดดสีดำสนิททรงเอวิเอเตอร์ล้อมกรอบสีทองหรู และที่ทำให้ผมแทบกรี๊ดในใจคือหมวกปานามาสีครีมคาดแถบริบบิ้นสีน้ำตาลเข้มที่สวมอยู่บนเส้นผมสีดำสนิทจัดทรงสบายๆ แบบธรรมชาติของเขา
นี่มันไม่ใช่บอสจอมมารแล้วครับ! นี่มันคือ ‘โหมดสุนัขโกลเด้นทัวริสต์ไซส์ั์’ ชัดๆ! ลุคนี้มันทั้งน่ารัก สดใส และดูเป็ธรรมชาติ จนใจผมบางเฉียบเหมือนกระดาษทิชชูเปียกน้ำไปแล้ว
ผมหลุดขำคิกคักอย่างกลั้นไม่อยู่ พลางก้าวเข้าไปเกาะขอบกระจกรถแล้วชะโงกหน้าเข้าไปแซวคนข้างในด้วยความร่าเริงทันที
"โอ้โหคุณบอสครับ วันนี้สลัดคราบจอมมารมาเป็โกลเด้นทัวริสต์เหรอครับเนี่ย? หมวกปานามานั่นเข้ากับเสื้อลายขวางสุดๆ ไปเลยครับ เหมือนเตรียมพร้อมจะไปวิ่งคาบลูกบอลยางชายหาดมากเลยครับพี่ธีร์ น่ารักเกินไปแล้วนะเนี่ย"
คนถูกแซวชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาที่ซ่อนอยู่ใต้แว่นดำเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อตรงปลายหูแล้วลามไปถึงแก้มอย่างเห็นได้ชัด พี่ธีร์ขยับตัวเล็กน้อยพยายามตีสีหน้านิ่งขรึมกลบเกลื่อนความขัดเขิน ก่อนจะยื่นมือแกร่งลอดผ่านช่องหน้าต่างออกมาบีบปลายจมูกของผมเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยวปนขัดเขินจนผมต้องร้องประท้วงเบาๆ
"ล้อเลียนแฟนั้แ่เริ่มทริปเลยนะพู่กัน ยืนหัวเราะอยู่ได้ ขึ้นรถได้แล้วครับ แดดเริ่มแรงแล้ว เดี๋ยวจะผิวเสียหมดนะ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างนุ่มนวลทว่ามีกระแสความคลั่งรักอุ่นซ่านลึกซึ้งโชยออกมาด้วย
พี่ธีร์เปิดประตูฝั่งคนขับก้าวลงมาจากรถสปอร์ตคันงามอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูประจำตัวเขาผสมปนเปกับกลิ่นแดดอุ่นยามเช้าโชยเข้าจมูกของผมชวนให้เคลิ้มฝัน เขาเดินอ้อมมาแย่งกระเป๋าเดินทางใบเล็กของผมไปถือไว้เองอย่างไม่ยอมให้ปฏิเสธ ลำพังกำลังของเด็กฝึกงานตัวน้อยหรือจะต้านทานไหว จากนั้นเขาก็เดินไปเปิดห้องสัมภาระด้านหลังรถแล้วจัดวางคู่กันอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของเขาเองอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะเดินมาเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารให้ผมพร้อมส่งสายตาดุๆ ปนเอ็นดูผ่านเลนส์แว่นกันแดดสีเข้ม
"เชิญครับ คุณแฟนนายแบบเชิ้ตลายสับปะรด"
เขาเย้ากลับพลางกวาดสายตามองเสื้อเชิ้ตลายสับปะรดสีส้มแสดแจ๋นที่ผมจงใจใส่มาประชันโฉมในวันนี้
"แหม สีสันมันต้องสดใสให้เข้ากับทะเลสิครับพี่ธีร์! รับรองว่าถ่ายรูปออกมาแล้วเด่นแน่นอน"
ผมยืดอกตอบรับอย่างภูมิใจก่อนจะก้าวตัวเข้าไปนั่งบนเบาะหนังแท้สีเบจที่นุ่มสบายและอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมหรูของเขา
—---------
เสียงเครื่องยนต์ Aston Martin คำรามต่ำเบาๆ ขณะที่ตัวรถเคลื่อนผ่านถนนพระรามสองมุ่งหน้าลงสู่ภาคใต้ จุดหมายปลายทางคือทะเลชายหาดชะอำ-หัวหิน ทิวทัศน์สองข้างทางค่อยๆ เปลี่ยนจากป่าคอนกรีตระฟ้าของกรุงเทพฯ เป็ผืนนากลางแจ้ง ดงต้นมะพร้าวที่พลิ้วไหวไปตามสายลม และนาเกลือสีขาวสะท้อนไอแดดยามสายระยิบระยับราวกับเกล็ดหิมะ แดดข้างนอกส่องประกายสีทองสะท้อนความร้อนระอุ แต่ภายในตัวรถกลับเย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศอุณหภูมิยี่สิบสามองศาพร้อมกลิ่นอโรม่าหอมอ่อนๆ ของไม้ซีดาร์ที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย
ผมขยับตัวดุ๊กดิ๊กบนเบาะหนังแท้พลางเสียบสายโทรศัพท์เข้ากับคอนโซลหน้ารถเพื่อเปิดเพลย์ลิสต์เพลงรักจังหวะมีเดียมป๊อปสนุกๆ ที่ผมใช้เวลาจัดเตรียมไว้เมื่อคืน เสียงดนตรีใสๆ ทำนองน่ารักสะท้อนอารมณ์ฟีลกู๊ดดังคลอไปทั่วห้องโดยสารอย่างรวดเร็ว
"ฉันชอบเวลาที่เธอ... หัวเราะแบบนี้..."
ผมพึมพำร้องเพลงตามเสียงเจื้อยแจ้ว โยกหัวไปตามจังหวะพร้อมส่งยิ้มกว้างจนตาหยีให้คนข้างๆ แกล้งส่งสายตาวิ้งๆ ไปให้ทีหนึ่ง
พี่ธีร์ที่กำลังจับพวงมาลัยด้วยมือขวาข้างเดียวหันมามองผมแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็รอยยิ้มบางเบาที่ชวนให้ใจสั่น แว่นตากันแดดของเขาถูกถอดออกไปวางตรงช่องเก็บของเรียบร้อยแล้ว เผยให้เห็นดวงตาคู่คมที่ทอดมองผมด้วยความรักใคร่และคลั่งรักแบบไม่มีกั๊กอีกต่อไป ดวงตาดุคู่เดิมที่ผมเคยกลัวบัดนี้มันเต็มไปด้วยความอบอุ่นและประกายระยิบระยับที่ทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยที่สุด
ในจังหวะที่รถแล่นยาวไปตามถนนพระรามสองสายหลักตรงดิ่ง ฝ่ามือหนาและอบอุ่นของพี่ธีร์ละออกจากพวงมาลัย ขยับเลื่อนเข้ามาวางทับประสานกุมลงบนมือขวาของผมที่วางอยู่เหนือคอนโซลกลางทันที นิ้วมือเรียวยาวและแข็งแกร่งของเขาสอดประสานเข้ากับนิ้วมือของผมอย่างแนบชิด ล็อกเข้าหากันแน่นคล้ายกับไม่อยากปล่อยให้หลุดลอยไปไหนแม้แต่มิลลิเมตรเดียว
ผมชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเต้นผิดจังหวะจนหน้าเริ่มร้อนวูบวาบ พยายามจะขยับมือเบาๆ เพราะกลัวเขาขับรถลำบาก ทว่าฝ่ามือหนากลับเพิ่มแรงบีบกระชับแน่นขึ้นอีกนิด ส่งผ่านไออุ่นร้อนผ่าวจากผิวกายของเขามายังผิวเนื้อของผมอย่างนุ่มนวลและอ่อนโยนที่สุด
"ขับรถมือเดียวมันอันตรายนะครับพี่ธีร์ จับสองมือดีกว่าไหม เดี๋ยวผมกุมมือพี่ไว้ข้างพวงมาลัยก็ได้"
ผมแกล้งท้วงเสียงอ้อมแอ้ม ยอมรับเลยว่าเขินจนไม่กล้าสบตากับใบหน้าหล่อเหลานั่นตรงๆ
"พี่ขับรถมือเดียวจนชินแล้วครับพู่กัน ปลอดภัยแน่นอน พี่เอาตำแหน่ง CEO เป็ประกันเลย... อีกอย่าง มือนี้ก็อยากกุมมือแฟนไว้ ไม่อยากปล่อยเลยสักวินาทีเดียว มันทำให้พี่รู้สึกมีพลังขับรถต่อ"
คำตอบที่ตรงไปตรงมาและน้ำเสียงทุ้มที่ราบเรียบแต่จริงใจสุดๆ ทำเอาผมแทบะเิตัวเองกลายเป็ผงโกโก้! อะไรมันจะหยอดเก่งขนาดนี้ล่ะบอสจอมมาร
พี่ธีร์ใช้นิ้วหัวแม่มือคอยลูบไล้หลังมือผมเบาๆ ราวกับคอยปลอบประโลมและสร้างความคุ้นเคย บรรยากาศเงียบสงบในรถอบอวลไปด้วยความสุขและความหวานซึ้งที่ชวนให้จิกเบาะหนังแท้จนแทบขาด จังหวะดนตรีรักยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ ผมแอบใช้ปลายนิ้วชี้ของตัวเองลากไล้ตามรอยเส้นเืบนหลังมือหนาของเขาเบาๆ เป็การหยอกกลับ พี่ธีร์สะดุ้งน้อยๆ ก่อนจะหันมาส่งสายตาดุคาดโทษแต่แฝงรอยยิ้มปนเอ็นดู ใบหูของเขาขึ้นสีแดงระเรื่อขณะที่ปากหยักกำลังขยับฮัมเพลงตามทำนองเพลงป๊อปอินดี้ที่ผมเปิดคลอเบาๆ ไปด้วยล่ะ
ภาพลักษณ์ CEO ผู้เก่งกาจและราวกับจอมมารจอมโหดหายวับไปกับตาราวกับไม่เคยมีอยู่จริง เหลือเพียงผู้ชายคลั่งรักธรรมดาๆ คนหนึ่งในชุดลำลองริมทะเลที่อยากกุมมือเด็กฝึกงานตัวเล็กๆ ของเขาไปตลอดการเดินทาง
พวกเราแวะปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่กลางทาง พี่ธีร์เดินลงไปซื้อน้ำและขนมขบเคี้ยวให้ผมโดยไม่ยอมให้ผมลงจากรถเพราะกลัวผมร้อน เขากลับมาพร้อมถุงขนมเต็มมือรวมถึงชาไข่มุกของโปรดของผมด้วย ความเป็พ่อบ้านสุดละมุนนี้ทำให้โร้ดทริปริมทะเลนี้กลายเป็ทริปที่ดีที่สุดั้แ่ผมเคยมีมาเลยล่ะครับ
—-------------------------
เวลาผ่านไปราวสองชั่วโมงกว่าๆ ล้อรถสปอร์ตคันหรูก็เลี้ยวเข้าสู่ถนนซอยส่วนตัวอันร่มรื่น สองข้างทางขนาบข้างไปด้วยทิวต้นสนสายพันธุ์ต่างประเทศและต้นมะพร้าวที่พลิ้วไหวล้อสายลมทะเลที่เริ่มแรงและเย็นขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นเกลืออ่อนๆ ปนกลิ่นไอทะเลสดชื่นพัดโชยเข้ามาทันทีที่ผมแง้มกระจกลงเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ของชายฝั่งชะอำ-หัวหิน
"ถึงแล้วครับพู่กัน บ้านพักตากอากาศของครอบครัวพี่เอง แต่่นี้ไม่มีใครมาใช้ พี่เลยจองไว้ให้เราสองคนโดยเฉพาะ"
เสียงทุ้มของพี่ธีร์เอ่ยขึ้นเบาๆ พลางเลี้ยวรถเข้าสู่ประตูรั้วเหล็กดัดสีดำสไตล์ยุโรป
ผมเบิกตากว้างมองภาพตรงหน้าด้วยความอัศจรรย์ใจและตื่นเต้นจนแทบนั่งไม่ติดเบาะ พูลวิลล่าสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลหลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ริมชายหาดส่วนตัวที่เงียบสงบ ตัวบ้านเน้นการออกแบบด้วยโครงสร้างกระจกใสบานใหญ่ั้แ่พื้นจรดเพดานสลับกับงานไม้สักทองโทนสีอุ่นล้ำค่า ล้อมรอบไปด้วยสวนหย่อมดอกไม้เขตร้อนสไตล์รีสอร์ตหรูหรา และที่เด่นสะดุดตาที่สุดคือ สระว่ายน้ำส่วนตัวขนาดใหญ่แบบไร้ขอบ (Infinity Pool) ที่ตั้งตระหง่านขนานไปกับผืนน้ำทะเลกว้างใหญ่ น้ำในสระใสแจ๋วสีฟ้าครามราวกับเชื่อมต่อกลืนหายไปกับเส้นขอบฟ้าและคลื่นน้ำทะเลสีน้ำเงินสดใสด้านนอกอย่างไร้รอยต่อ
"โห... สวยมาก! สวยกว่าในรูปที่ผมเคยแอบเสิร์ชดูในเน็ตอีกครับพี่ธีร์ นี่มัน์บนดินชัดๆ เลย"
ผมร้องอุทานลั่นรถด้วยความตื่นเต้นสุดขีดจนเก็บอาการไม่อยู่ สองมือเกาะกระจกรถแน่นเหมือนเด็กน้อยได้ไปเที่ยวสวนสนุกครั้งแรก
ทันทีที่รถจอดสนิทหน้าประตูวิลล่า ผมก็ทนไม่ไหวรีบเปิดประตูพุ่งตัวลงไปกึ่งวิ่งกึ่งะโโลดเต้นไปตามทางเดินหินอ่อนมุ่งตรงไปยังระเบียงไม้สักริมสระว่ายน้ำ ผมถอดรองเท้าแตะทิ้งไว้และเหยียบย่ำลงบนทรายละเอียดสีขาวนุ่มััความอุ่นชื้นของทรายริมหาด สายลมทะเลพัดปะทะใบหน้าจนผมสีอ่อนของผมพลิ้วไสวรุงรังไปหมด แต่ผมกลับหัวเราะร่าเริงอย่างมีความสุขพลางยื่นมือไปแตะละอองน้ำเย็นเฉียบของสระว่ายน้ำและมองดูคลื่นทะเลที่ซัดสาดเข้าหาฝั่งเบาๆ ทรายละเอียดสีขาวรอบหาดกว้างขวางเงียบสงบแทบไม่มีคนอื่นเลยนอกจากเสียงคลื่นลมและพวกเราสองคน
"พู่กัน! ระวังหน่อยครับ อย่าเพิ่งรีบวิ่งสิ เดี๋ยวจะสะดุดขอบสระลื่นล้มลงไปจะแย่นะ"
เสียงพี่ธีร์ะโเตือนตามหลังมาด้วยความเป็ห่วงปนระอากลัวผมจะซุ่มซ่ามจนได้แผล
ผมหันกลับไปมองก็พบภาพที่น่าเอ็นดูสุดๆ พี่ธีร์หิ้วกระเป๋าเดินทางใบโตของเขากับกระเป๋าของผมสองมือเต็มเหยียด สองขาก้าวตามผมต้อยๆ ลุคลำลองกับหมวกปานามาขยับไหวไปตามแรงเดิน แต่ดวงตาคมคู่นั้นกลับมองตรงมาที่ผมด้วยรอยยิ้มพรายเต็มแก้มอย่างไม่มีทีท่ารำคาญใจเลยสักนิดเดียว ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยความสุขใจที่ได้เห็นผมร่าเริง
"บอส T-Group กลายเป็เด็กหิ้วกระเป๋าไปซะแล้วสิครับเนี่ย ฮ่าๆ ถ้าพนักงานในบอร์ดบริหารมาเห็นคงช็อกหัวใจวายกันหมดแน่"
ผมหัวเราะแซวพลางวิ่งกลับไปหวังจะช่วยเขาถือกระเป๋าผ้าสีครีมเพื่อแบ่งเบาภาระ
"ไม่ต้องเลยครับ พู่กันเดินนำเข้าไปดูข้างในเถอะ พี่หิ้วเองได้สบายมาก แค่นี้จิ๊บๆ ครับ"
พี่ธีร์เบี่ยงตัวหลบไม่ยอมให้ผมช่วยถือ สปอยล์แฟนขั้นสุดยอดประหนึ่งเป็หน้าที่ระดับชาติที่เขาได้รับมอบหมายและต้องทำให้ดีที่สุด ห้ามให้แฟนตัวน้อยต้องออกแรงเหนื่อยเด็ดขาด
พวกเราพากันเดินเข้ามาด้านในพูลวิลล่าหรู ภายในติดตั้งระบบปรับอากาศอัตโนมัติเย็นฉ่ำและตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์โทนสีขาวครีมแบรนด์ดังระดับโลก ห้องนอนใหญ่ตั้งอยู่บริเวณชั้นล่างที่เปิดประตูกระจกบานเลื่อนออกไปก็เจอกับทางเดินลงสระว่ายน้ำและหาดทรายละเอียดได้ทันที เตียงนอนขนาดคิงไซส์สีขาวสะอาดหนานุ่มตั้งอยู่กลางห้องชวนให้ล้มตัวลงนอนกลิ้งเกลือกพักผ่อนร่างกาย
ผมทิ้งตัวนอนแผ่สองสลึงบนฟูกนุ่มๆ ทันทีพลางถอนหายใจยาวด้วยความฟินลืมเหนื่อยจากการจัดกระเป๋าและการเดินทาง
"อา... ์ชัดๆ เลยครับพี่ธีร์ เตียงนุ่มจนผมแทบอยากละลายกลายเป็น้ำหายไปกับฟูกเลยครับ กลิ่นห้องก็หอมผ่อนคลายมากๆ"
พี่ธีร์วางกระเป๋าเดินทางลงข้างตู้เสื้อผ้าอย่างเบามือและเป็ระเบียบเรียบร้อย ก่อนจะก้าวเดินมานั่งลงบนขอบเตียงนุ่มข้างๆ ตัวผม เขาโน้มใบหน้าคมคายเข้ามาใกล้จนผมมองเห็นสายตาคู่คมที่มีภาพสะท้อนของผมอยู่ในนั้นชัดเจน กลิ่นหอมสะอาดจากตัวเขาบวกกับไอกายอุ่นทำให้ผมเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว มือหนาเอื้อมมาลูบเรือนผมนุ่มของผมอย่างอ่อนโยนและนุ่มนวลแกมทะนุถนอมประหนึ่งว่าผมเป็สิ่งของล้ำค่าที่แตกหักง่าย
"ชอบไหมครับ? ทริปนี้พี่เตรียมและวางแผนล่วงหน้าเพื่อพู่กันโดยเฉพาะเลยนะ อยากได้อะไรเพิ่มหรืออยากไปกินร้านไหนบอกพี่ได้เลย พี่จะพาไปทุกที่ ตามใจพู่กันทุกอย่างเลยครับ"
สายตาที่จ้องมองมาเปี่ยมด้วยกระแสความรักและความเอ็นดูอย่างท่วมท้นจนหัวใจผมสั่นระริกราวกับมีลูกโป่งพองตัวอยู่ในอก ยอมรับเลยว่าผู้ชายคนนี้เวลาปรับโหมดเป็พ่อบ้านไมโครเวฟสายเปย์คอยดูแลเอาใจใส่แบบนี้ มันช่างเป็อันตรายต่อระบบหมุนเวียนเืและอัตราการเต้นของหัวใจผมเหลือเกิน!
"ชอบที่สุดเลยครับ... ขอบคุณนะครับพี่ธีร์ แฟนใครเนี่ย ดีที่สุดในโลกเลย"
ผมพึมพำตอบแก้มแดงก่ำลามไปถึงลำคอระหง ก่อนจะพลิกตัวหนีซุกหน้าลงกับหมอนนุ่มกลบเกลื่อนความเขินที่พุ่งขึ้นสูงปรี๊ดจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่ พี่ธีร์หัวเราะในลำคอเบาๆ ด้วยความเอ็นดูในปฏิกิริยาของผมก่อนจะก้มลงมากระซิบที่ข้างหูผมเบาๆ ว่า 'แฟนพู่กันไงครับ' เล่นเอาผมแทบดิ้นขลุกขลักด้วยความเขินอายอยู่บนเตียงนอน
—---------------------
่เวลาเย็นย่ำ แสงแดดจัดจ้าของวันค่อยๆ ลาจากขอบฟ้าไป ท้องฟ้าเหนือผืนน้ำทะเลกว้างใหญ่กลับกลายเป็เฉดสีชมพูพาสเทล ส้มละมุน และม่วงอ่อนระเรื่อชวนฝัน หรือที่นักแต่งภาพและกวีเรียกกันว่า่เวลา ‘Vanilla Sky’ แสงอาทิตย์อัสดงสีส้มทองทาทับทอดตัวลงบนระลอกคลื่นสีครามเข้ม เกิดเป็ประกายวิบวับระยิบระยับสะท้อนกับแสงไฟของวิลล่าราวกับมีใครนำเศษแก้วหรือผงเพชรแวววับมาโปรยปรายลงบนผืนน้ำไม่มีผิด
สายลมทะเลพัดเอื่อยเฉื่อยหอบเอาความเย็นและกลิ่นเกลือรื่นรมย์เข้ามาทักทายผิวแก้มจนรู้สึกผ่อนคลายสดชื่น ผมเปลี่ยนชุดหลังจากอาบน้ำเสร็จเป็เสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีขาวสบายๆ ตัวโคร่งปลดกระดุมบนเล็กน้อยกับกางเกงขาสั้นสีครีม เดินออกมายืนรับลมสบายๆ อยู่ที่ระเบียงไม้สักกว้างใหญ่ริมหาดทราย สองมือเกาะราวระเบียงแน่นพลางทอดสายตามองขอบฟ้ายามเย็นสุดลูกหูลูกตา สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึกๆ ปลดปล่อยความเหนื่อยล้าสะสมจากการทำงานออกแบบในออฟฟิศไปกับสายลมทะเล
ในจังหวะนั้นเอง ััอุ่นวาบและนุ่มนวลจากด้านหลังก็ทาบเข้ามาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย แผงอกกว้างและแข็งแกร่งของพี่ธีร์ที่เพิ่งอาบน้ำเปลี่ยนชุดเช่นกันขยับเข้ามาประชิดแแ่ซ้อนทับแผ่นหลังของผมไว้หมดเกลี้ยง วงแขนแกร่งทั้งสองข้างโอบล้อมรอบเอวบางของผมอย่างอ่อนโยน ดึงรั้งร่างของผมให้เอนหลังพิงเข้าหาแผ่นอกอุ่นร้อนของเขาอย่างเต็มที่โดยไม่มีช่องว่างให้ลมหนาวพัดผ่าน
"อ๊ะ... พี่ธีร์"
ผมกระซิบเรียกชื่อเขาเบาๆ ด้วยความใระคนขัดเขิน ทว่าแผ่นหลังกลับเอนซบอิงแนบชิดกับอกกว้างนั้นโดยอัตโนมัติราวกับเป็ชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ที่เข้าคู่กันได้อย่างพอดี
พี่ธีร์วางคางคมลงบนไหล่บางของผม ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดตรงซอกคอขาวจนผมรู้สึกขนลุกซู่ด้วยความซ่านไหวเบาๆ และรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก เขาซุกใบหน้าหล่อเหลาลงสูดกลิ่นหอมกรุ่นจากแป้งเด็กและกลิ่นสบู่หอมละมุนจากซอกคอของผมไปฟอดใหญ่จนได้ยินเสียงจมูกโด่งคมสันสูดลมหายใจดังฟอดใหญ่เหมือนกำลังเติมพลังงานชีวิต
"หอมจัง... กลิ่นตัวของพู่กันหอมกว่ากลิ่นทะเลและทุกอย่างบนโลกนี้เยอะเลย รู้ไหมว่ากลิ่นนี้ทำให้พี่หายเหนื่อยเป็ปลิดทิ้งเลยครับ"
คำพูดและน้ำเสียงทุ้มต่ำแสนหวานทำเอาหัวใจผมพองโตคับอกแก้มแดงยิ่งกว่าสีของท้องฟ้ายามเย็นเสียอีก
ผมหัวเราะเบาๆ พลางบิดตัวเล็กน้อยด้วยความจั๊กจี้ ก่อนจะเอื้อมมือทั้งสองข้างไปกุมมือหนาที่พาดโอบอยู่รอบเอวของผมไว้แน่น ปลายนิ้วััถึงความสากและอบอุ่นอันเป็เอกลักษณ์เฉพาะตัวของชายคนนี้ที่ผมเริ่มเสพติดมันขึ้นเรื่อยๆ คลื่นทะเลซัดสาดชายหาดทรายขาวเป็จังหวะสม่ำเสมอ แสงสีส้มอมชมพูสุดท้ายของวันส่องสะท้อนใบหน้าและแววตาของเราทั้งสองคน เกิดเป็ภาพความทรงจำที่งดงามโรแมนติกจนผมอยากจะสตัฟฟ์่เวลานี้เอาไว้ไม่ให้หมุนผ่านไปไหนเลย
"พี่ธีร์ครับ... ขอบคุณสำหรับทุกอย่างเลยนะครับ ขอบคุณที่ยอมเหนื่อยจัดทริปนี้ ขอบคุณที่ยอมสลัดสูทเท่ๆ มาสวมชุดลำลองโกลเด้นน่ารักๆ เพื่อถ่ายรูปเล่นกับผมด้วย วันนี้พี่เท่และน่ารักที่สุดเลยรู้ตัวไหมครับ"
ผมเอ่ยชื่นชมจากใจจริงพลางเงยหน้าขึ้นนิดๆ เพื่อสบตากับดวงตาคู่คมที่อยู่ใกล้แค่คืบ
พี่ธีร์หัวเราะในลำคอเสียงทุ้มต่ำเบาๆ แรงะเืจากแผงอกกว้างส่งผ่านมายังแผ่นหลังของผมทำให้รู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจอย่างที่สุด เขาตระกองกอดรัดเอวผมแน่นขึ้นอีกนิด ก้มลงมากดจูบเน้นย้ำเบาๆ ตรงขมับและข้างแก้มของผมอย่างรักใคร่และแสนทะนุถนอมคล้ายกลัวผมจะละลายหายไปต่อหน้าต่อตา
"เพื่อพู่กันแล้ว ลำบากกว่านี้ร้อยเท่าพี่ก็ยอมครับ ขอแค่เห็นพู่กันมีรอยยิ้มร่าเริง มีความสุขอยู่ข้างๆ พี่แบบนี้ก็เกินพอแล้วสำหรับคนอย่างพี่"
เขาตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังทว่าแฝงความนุ่มนวลชวนฝัน ก่อนจะขยับริมฝีปากมาคลอเคลียข้างใบหูของผมชวนให้ใจเต้นตึกตัก
"ข้อเสนอของบริษัทคู่แข่ง สัญญาการทำงาน หรืออะไรก็ตามที่เคยทำให้เราต้องกังวลใจ... ลืมมันไปให้หมดนะครับตอนนี้ พี่ไม่สนหรอก พี่สนแค่สัญญาใจระหว่างเราสองคนตรงนี้ ว่าวันหยุดยาวนี้ พู่กันจะต้องเป็ของพี่เพียงคนเดียว และตักตวงความสุขไปพร้อมกับพี่ให้มากที่สุด ตกลงไหมครับเด็กดี?"
คำมั่นสัญญาแสนโรแมนติกใต้ม่านฟ้าอัสดงสีส้มอมชมพูพาสเทลและไออุ่นจากอ้อมกอดนี้ทำเอาหัวใจของผมเต้นระรัวและซาบซ่านไปด้วยความรักจนล้นทะลักอก ผมซบศีรษะเอียงพิงไหล่แกร่งของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ ยอมศิโรราบต่อความคลั่งรักอันยิ่งใหญ่และไร้ขีดจำกัดของผู้ชายคนนี้โดยดุษฎี
"ครับพี่ธีร์... ตกลงครับ ผมสัญญาว่าจะเป็แฟนที่ดี และจะมีความสุขไปพร้อมกับพี่ตลอดทริปนี้และตลอดไปเลยครับ"
ผมตอบรับเสียงหวานใสพร้อมกับบีบมือหนาของเขาแน่นขึ้น แสงอาทิตย์ดวงกลมโตค่อยๆ ลับขอบฟ้าไปแล้วทิ้งไว้เพียงความมืดสลัวและแสงไฟสีเหลืองนวลรอบสระน้ำ ทว่าอ้อมกอดซ้อนหลังของพี่ธีร์กลับยังคงอุ่นซ่านลึกเข้าไปในใจของผม เป็ความรู้สึกฟีลกู๊ดแสนอบอุ่นที่กอดเก็บรักษาหัวใจดวงน้อยๆ ของผมไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดในค่ำคืนวันแรกริมชายทะเลนี้...