ตอนที่สามสิบเจ็ด Those who left Behind
มีคนเปรียบเปรยในหมู่ที่รอดชีวิตในโลกที่ถูกสาปนี้ว่า
คนที่เหลือรอดชีวิตคือคนโชคร้ายคนที่ตายคือคนโชคดี
คนที่รอดชีวิตคือคนที่รู้ว่าโลกที่ดีกว่านี้นั้นเป็นอย่างไร
โลกที่เราไม่ต้องค้นหาตามถังขยะเพื่อเอาชีวิตรอด
โลกที่เราไม่ต้องแลกเด็กทารกกับน้ำสะอาดหนึ่งแกลลอน
พวกเราอยู่ในสัญชาตญาณดิบที่ทำให้เราอยู่ไม่ต่างกับสัตว์ป่า
ผมกับลูกสาวทำได้แค่เพื่อเอาชีวิตรอดในโลกที่โหดร้ายนี้เท่านั้น
พวกเราไม่ยอมก้มหัวให้กับพวกคนในชุมชน
ทำให้เราต้องเอาตัวรอดจากพวกRaider พวกปล้นชิงที่เอาตัวรอดได้ในนอกเขตปลอดภัยของตัวเมืองและจาก“พวกมัน”
คนตายที่เดินได้
บางครั้งผมสงสัยว่าในร่างกายที่ลุกขึ้นมาฆ่าพวกเรานั้นยังมีจิตใจหรือวิญญาณข้างในนั้นหรือเปล่านะ?
จะมีใครบ้างไหมที่ไม่อยากฆ่าและกินพวกเราอยู่ในร่างคนตายที่เดินได้เหล่านั้นไม่อยากจะฆ่าเราแต่ห้ามสัญชาตญาณตนเองไม่ได้?
เช้าวันนี้ที่หลังจากเขาและลูกสาวตื่นขึ้นมาจากหลุมที่ขุดกลบตนเองไว้เพื่อหลบจากทั้งคนเป็นและคนตายก็ได้มาเจอภาพที่น่าอัศจรรย์ราวกับฝันไป
เมืองที่นับว่าเป็นเขตอันตรายเพราะมีพวกมันและไนท์สโตล์กเกอร์อยู่
แต่ก็นับว่าเป็น
“คลังสมบัติ”
แห่งหนึ่งเพราะการมีพวกมันและไนท์สโตล์กเกอร์อยู่จำนวนมากแสดงว่าของที่ใช้ประโยชน์ได้ยังไม่หมดไป
ยังไม่หายไปหมดเพราะ”พวกมัน”เฝ้าอยู่และอาจจะมีกระเป๋าหรือของตกของหลายคนที่มาล่าสมบัติในเมืองด้วย
เขาคิดจะใช้แผนที่และความคุ้นเคยของเขาเอา”สมบัติ”บางอย่างที่ค้นหาได้จากเมืองนี้ไปแลกสินค้ากับคาราวานที่ผ่านไปมาหรืออาจจะคนจรด้วยกันสักอย่างสองอย่าง
หรืออาจจะเจอเหล้าที่มีค่ามากด้วยก็เป็นได้
แต่ราวกับเขาเจอความฝันที่หลอกหลอนเขา
ทั้งเมืองกลายเป็นทุ่งดอกไม้
แต่ว่า..
สัญชาตญาณของเขาบอกว่ามันมีสิ่งผิดปรกติ
ทั้งที่มีดอกไม้งอกงามอยู่เต็มเมืองแต่เขากลับไม่ได้ยินเสียงนกร้องหรือแมลงเลย
การเป็นคนจรอยู่ตามพื้นที่อันตรายต่างๆทำให้เขามีสัญชาตญาณที่ดีในการจับสิ่งผิดสังเกต
สัญชาตญาณนี้ทำให้และลูกสาวมีชีวิตรอดต่อมาได้
เขากระชับลูกสาวให้แน่นขึ้นกับอกของตนเอง
ฉึบ
เขาชักปืนออกมาเล็งไปทางเด็กหนุ่มชาวเอเชียคนหนึ่ง
เขาตัดผมเรียบง่ายในชุดนักเรียนสีดำที่ดูราวกับรีดมาอย่างดี
สัญชาตญาณของเขาบ่งบอกถึงอันตรายทันที
เพราะในโลกนี้นั้นแค่น้ำยังเป็นสิ่งที่หายาก
อย่าว่าแต่คนทีมีกลิ่นสบู่และกลิ่นหอมตามร่างกายแบบไม่แปดเปื้อนโคลนเช่นนี้นั้นตัดกับทุกอย่างที่มีในโลกนี้
“แกเป็นใครอย่าเข้ามานะ”
เด็กหนุ่มบอกกล่าวกลับมาด้วยสำเนียงเหมือนกับเขาไม่ผิดเพี้ยนว่า
“คุณต่างหากที่อย่าเข้ามาออกไปจากบริเวณนี้เสียมันอันตราย”
เด็กหนุ่มกล่าวเตือนอย่างเงียบๆไม่ใส่ใจกับการใช้ปืนขู่ของเขา