ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 56 เทพวัชระ

           กลางอากาศ เทพปีกเงินสงบนิ่งไม่ไหวติงเปลวไฟสีเงินสาดแสงรายล้อมเขาไว้ แลดูดุจเทพอันสูงส่ง

            เขาสวมชุดสีเงินแวววาว สะท้อนแสงจากเส้นผมและปีกสีเงินของเขาโดดเด่นเหนือผู้คน คล้ายๆ กับเทพเจ้าแลมองลงมายังแดนดิน

            บนพื้นดิน ซากสัตว์ประหลาดขาดเป็นสองท่อน เลือดไหลนองเป็นบริเวณกว้างก้อนหิน ต้นไม้ ใบหญ้า พื้นดินล้วนอาบด้วยสีแดงสด เป็นภาพอันน่าสยดสยอง

            สัตว์ประหลาดตัวยาวสิบกว่าเมตร หนังหนาฟันแทงไม่เข้า ไม่เกรงกลัวอาวุธปืนทลายต้นไม้ใบหญ้าราบเป็นหน้ากลอง สังหารมนุษย์พิเศษไปหลายสิบคนหากสุดท้ายกลับถูกฆ่าตายอยู่ตรงนี้

            เหตุการณ์พลิกผันอย่างสิ้นเชิง คนจำนวนไม่น้อยต่างอกสั่นขวัญแขวนเทพปีกเงินช่างน่าเกรงขาม ห้าวหาญเกินใครจริงๆ

            “โฮก!”

            บนพื้นดินยังเหลือสัตว์ประหลาดอีกตัว เสียงร้องของมันปานเสียงฟ้าร้องมันแสยะเขี้ยว แหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ตาแดงดั่งสายเลือด เสียงร้องโหยหวนคร่ำครวญ

            ผู้คนต่างอุดหู สีหน้าแสดงความเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่งคลื่นเสียงของสัตว์ประหลาดตัวนี้มีพลังทำลายล้างสูงส่ง

            สามารถเห็นได้ว่า ต้นไม้ใบหญ้าที่รายล้อมต่างฉีกขาด กรวดทรายถูกพัดปลิวยามที่มันร้องคำราม ฝุ่นควันคละคลุ้งท่วมฟ้า

            มันออกท่าออกทาง ต้องการที่จะทะยานสู่ท้องฟ้า พุ่งเข้าแก้แค้นให้คู่ของมัน

            เทพปีกเงินล่องลอยอยู่กลางอากาศ ไร้สรรพสำเนียง ดวงตาสีเงินเป็นประกายเขากวาดตามองเบื้องล่างด้วยสีหน้าเรียบเฉย สุขุมนุ่มลึก

            เสียงฟุ่บดังขึ้น สัตว์ประหลาดร่างยาวสิบกว่าเมตรเคลื่อนไหวรวดเร็วและเฉียบคม ดุจสายฟ้าสีเขียว เพียงพริบตาเดียวก็พุ่งไปร่วมสิบเมตร

            แต่ว่า มันไม่ได้ทะยานขึ้นไปกลางอากาศ​แต่กลับพุ่งเข้าหาต้นไม้ต้นเล็กที่อยู่ไม่ห่างออกไปมันคิดจะเขมือบลูกสนสีม่วงทองลูกนั้น

            ถึงแม้ว่าดวงตาแดงฉานจะเต็มไปด้วยแววเคียดแค้น หากมันยังคงควบคุมสัญชาตญาณสัตว์ป่าเอาไว้เลือกที่จะพุ่งเข้าไปแย่งลูกไม้วิเศษก่อน ขอแค่กลืนลงไปพลังของมันก็จะเพิ่มพูนมหาศาล

            เมื่อนั้น มันก็จะสามารถหลุดพ้นออกจากเทือกเขาไท่หังซานทะยานไปทั่วดินแดนแถบเหนือ แล้วเริ่มสร้างอาณาจักรของมันในป่าลึกลับ

            ส่วนคู่แค้นน่ะ แค่พลังความสามารถเพิ่มพูนก็กำจัดได้สิ้นซากแล้ว

            เรื่องนี้เกินความคาดหมายของผู้คนดวงตาแดงฉานทั้งคู่ของสัตว์ประหลาดกลับไร้ซึ่งวี่แววว่าจะโจมตีแปลกประหลาดอย่างยิ่ง

            มันเคลื่อนไหวอย่างบ้าคลั่ง พื้นดินแตกแยกเพราะย่างก้าวอันหนักแน่นทุกครั้งที่มันก้าวกระโดด ระยะห่างร่วมสิบเมตร แผ่นดินไหวเยือก

            “เร็ว ขวางมันไว้!” เสียงผู้คนร้องตะโกน

            ให้ตายก็ปล่อยให้ลูกสนสีม่วงทองเข้าไปอยู่ในปากไอ้สัตว์ประหลาดนี่ไม่ได้

            ตึง!

            เหมือนกับกลองขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่กลางอากาศ เสียงดังสนั่นสะท้านสะเทือนปานฟ้าร้องไปทั่วสารทิศ

            จากนั้น ผู้คนกลับเห็นว่าสัตว์ประหลาดถูกผลักลอยออกไปด้วยพลังมหาศาลมันกระแทกเข้ากับภูเขาที่อยู่ห่างออกไป ต้นไม้เก่าแก่หักสะบั้นดินทรายกระจัดกระจาย

            เกิดอะไรขึ้น? ผู้คนต่างตกตะลึง งุนงงอย่างยิ่ง

            ที่ตรงนั้นมีคนผู้หนึ่งปรากฏกายขึ้นยืนอยู่ไม่ห่างจากต้นไม้พิสดารเท่าไหร่เป็นคนผู้นั้นที่ฟาดสัตว์ประหลาดกระเด็นออกไป ภาพที่เห็นชวนให้ผู้คนแตกตื่นความเงียบบังเกิดขึ้นทันใด

            เขาสวมชุดสำหรับฝึกกังฟู เป็นชุดหลวมๆ ร่างทั้งร่างแลดูแข็งแรง ไม่มีกล้ามเนื้อส่วนเกินสักนิดท่าทางทรงพลังอย่างยิ่ง!

            เพียงแค่มองก็ให้ความรู้สึกว่าเขาต้องมีพลังอันน่าตื่นตาตื่นใจอย่างแน่นอน

            คนผู้นี้พิเศษอย่างยิ่ง หน้าตาไม่ถึงกับหล่อเหลา หากท่วงท่าโดดเด่นคลับคล้ายพุทธะผู้สงบสำรวม หากซุ่มซ่อนไว้ด้วยพลังอันน่าเกรงขาม

            เขาตัดผมสั้น ผิวหนังใสออกเหลือง คล้ายๆ บุษราคัมทั้งยังเปล่งประกายเรืองรอง ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน

            ร่างกายของเขาล่ำสัน ให้ความรู้สึกแข็งแกร่งของบุรุษเพศตาทั้งคู่เป็นประกายแวววาว

            “เขาคือ...เทพวัชระ!”

            มีคนร้องเสียงหลงคาดเดาตัวตนของเขาวุ่นวาย

            สี่สุดยอดมนุษย์พิเศษ พวกเขามีพลังมหาศาลกันถึงเพียงไหนนะ?

            ก่อนหน้านี้ ใครที่มีตาล้วนเห็นได้ชัดเจนว่า สัตว์ประหลาดตัวยาวสิบกว่าเมตรแผลงฤทธิ์บดขยี้ตลอดทางแม้แต่มนุษย์พิเศษที่ขยายร่างเป็นมนุษย์ต้นไม้ยักษ์สูงสิบกว่าเมตรยังถูกมันฆ่าอย่างง่ายดาย

            ตอนนี้ มนุษย์เพียงคนเดียวกลับตบมันกระเด็นหากกล่าวกันในแง่ของพละกำลังเพียงอย่างเดียวแล้วล่ะก็ น่ากลัวกว่าสัตว์ประหลาดนั่นเสียอีก

            เจ้าสัตว์ประหลาดตะกายพลิกตัวทันควัน ดวงตาเต็มไปด้วยเพลิงโทสะอีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น มันก็ได้กินลูกสนนั่นแล้ว ดันมีคนมาขัดลาภปากเสียได้

            พร้อมกันนั้น ดวงตาทั้งคู่ของมันฉายแววหวาดกลัวเมื่อครู่คนผู้นั้นใช้เพียงหมัดลุ่นๆ ก็ชกมันคว่ำแล้วสิ่งนี้สร้างความกังวลให้มันหน่อยๆ

            พรึ่บ!

            สัตว์ประหลาดยังเลือกที่จะโจมตี ลูกสนใกล้สุกงอมแล้วห่างอีกแค่คืบเท่านั้น จะปล่อยมือง่ายๆ ได้อย่างไร?

            ที่จริง เทพวัชระก็ลงมือแล้ว แถมยังรวดเร็วกว่ามันเสียอีกชั่วระยะห่างสิบเมตรเท่านั้นเพียงเขาสืบเท้าก็เหมือนกับย่นระยะอันห่างไกลให้หดสั้น แค่พริบตาก็ถึงตัว

            “ตึง!”

            ครั้งนี้ เขาใช้เงาหมัดวัชระ ด้วยพละกำลังมหาศาลเหวี่ยงเข้าใส่ปากอันใหญ่โตของสัตว์ประหลาด จนเขี้ยวฟันหักร่วงกราวเลือดกระจายกบปาก

            สัตว์ประหลาดกระเด็นไปอีกครั้งร่วงกระแทกกับพื้นไกลออกไปพลังขนาดนี้มันต้านทานไม่ไหว

            สัตว์ประหลาดที่แรกเริ่มกราดเกรี้ยวไร้เทียมทานสุดท้ายกลับชนเข้ากับคนที่แกร่งกว่า เพียงใช้แรงที่เหนือกว่าเท่านั้นก็กดข่มมันจนอยู่หมัด

            บนพื้นคือเขี้ยวที่หลุดร่วง ล้วนมีความยาวหนึ่งฟุต คมขาวราวกับหิมะหากอาบด้วยเลือดสีแดงเข้มอันน่าสะพรึงกลัว

            “เขาคือเทพวัชระนี่เอง ช่างห้าวหาญ พละกำลังน่ากลัวอย่างยิ่ง!”

            “เทพวัชระมาแล้ว อย่างนี้ต้องเจอกับเทพปีกเงินสักหน่อยวันนี้พวกเรามาไม่เสียเที่ยวแล้ว!”

            คนจำนวนมากต่างก็ตื่นเต้นยินดี

            เมื่อครู่ยังวิตกกังวลกันเรื่องความร้ายกาจของสัตว์ประหลาดอยู่เลยแต่ตอนนี้หาได้คำนึงถึงแต่อย่างใด มีเทพวัชระอยู่ตรงนี้แล้ว ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

            กลางอากาศ เทพปีกเงินเริ่มเคลื่อนไหวแสงสีเงินพร่างพรายร่อนลงยังยอดเขาแห่งหนึ่งที่ห่างออกไปไม่ไกล

            ตรงนั้นมีผู้คนหลายคน ล้วนเป็นบุคคลสำคัญของเทียนเสินเซิงอู้!

            หลินนั่วอียืนอยู่บนยอดเขา ร่างสูงโปร่ง เยือกเย็น งดงามผมยาวสลวยถึงบั้นเอว ใบหน้านวลละอองไม่สามารถอ่านอะไรได้ เธอนิ่งอย่างยิ่ง

            เทพปีกเงินลอยลงสู่พื้นดิน หญิงสาวลุกขึ้นยืนเคียงข้าง

            เมื่อผู้คนเห็นเข้าล้วนเผยสีหน้าประหลาดใจ

            เมื่อตอนที่หลินนั่วอีถูกถ่ายรูปด้านข้างผู้คนต่างก็รู้สึกว่าเธองดงามอย่างยิ่ง จับเธอเป็นคู่จิ้นกับเทพปีกเงินเรื่องนี้กลายเป็นหัวข้อถกเถียงร้อนแรงยามนี้ผู้ที่ได้เห็นกับตาตัวเองต่างรู้สึกว่าหญิงสาวงดงามกว่ารูปถ่ายนั้นหลายเท่าชวนให้พิศวงยิ่งขึ้น

            บนเขายังมีชายหนุ่มอีกคนหนึ่ง ท่วงท่าโดดเด่น ใบหน้าคมคายเดินมาหยุดอยู่อีกข้างของหลินนั่วอี ออกคำสั่งจัดการนู่นนี่ไม่หยุดปาก

            “มู่?”

            ฉู่เฟิงมองไปทางนั้น ค่อยๆ จำพวกเขาได้ทีละคน

            เขาเคยเห็นรูปของมู่อีกทั้งยังรู้ด้วยว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับสวีหวั่นชิงนั้นไม่ธรรมดาเลยด้วยเหตุนี้จึงจดจำได้อย่างแม่นยำ

            “โครม!”

            กลางลาน สัตว์ประหลาดถูกเทพวัชระอัดเสียจนไม่อาจเผ่นหนีไปได้มันกระแทกเข้ากับต้นไม้เก่าแก่ต้นแล้วต้นเล่าจนอลหม่านวุ่นวาย

            คนไม่น้อยสังเกตว่าเทพวัชระเหมือนกับกำลังอุ่นเครื่องมากกว่าที่จะเร่งมือเผด็จศึก

            ผู้คนต่างก็รู้ว่า คู่แข่งของเขาก็คือเทพปีกเงินหาได้ใส่ใจสัตว์ประหลาดตัวนั้นแต่อย่างใด ตอนนี้ก็แค่ยืดแข้งยืดขาเท่านั้น

            สัตว์ประหลาดโมโหขึ้นมาแล้ว มันอ้าปากกว้างพ่นเปลวไฟสีดำกลิ่นซัลเฟอร์รุนแรง มันทุ่มสุดตัว

            เห็นได้ชัดว่า เทพวัชระนั้นไม่ต้องการเปลืองแรงกับมันเท่าไหร่เสียงฟึ่บดังขึ้น กลางหลังพลันปรากฏดาบยาวขาวสว่างราวกับหิมะเล่มหนึ่งสืบเท้าเพียงก้าวเดียวก็พุ่งไปร่วมสิบเมตร ทะยานถึงเบื้องหน้า

            ปุ!

            แสงดาบสะบัดลง ขาวสว่างราวกับแม่น้ำสีเงิน สว่างวาบขึ้นกลางหุบเขาหัวอันมหึมาปลิวกระเด็นพร้อมเกล็ดเลือดปลิวกระจาย

            ดาบเดียวเท่านั้น เทพวัชระก็สังหารสัตว์ประหลาดไปเสียแล้วก่อนหน้านี้ก็แค่อุ่นเครื่องเท่านั้น!

            “เร็ว ถ่ายเก็บไว้หรือเปล่า? นี่เป็นข้อมูลอันล้ำค่าเลยนะเนี่ยไม่ใช้เอฟเฟกต์ มันจะกลายเป็นซีรีส์ฟอร์มยักษ์ระดับตำนาน!”

            ในเวลาอันน่าตื่นเต้นเช่นนี้ กลับมีคนร้องเร่งโวยวาย

            ผู้คนอึ้งไปชั่วครู่ จากนั้นก็เห็นโจวอี่เทียน คนที่เป็นผู้กำกับนั่นแหละกำลังพาพรรคพวกแบกอุปกรณ์ถ่ายทำ เก็บบันทึกภาพจากทุกมุม

            “เทพปีกเงิน เทพวัชระ ในซีรีส์ฟอร์มยักษ์ของพวกเราคือวีรบุรุษผู้ไร้เทียมทาน” โจวอี่เทียนยังตื่นเต้นไม่หยุด

            แต่ไม่มีใครสนใจเขา ทั้งยังไม่มีใครเฝ้าดูอีกด้วย

            ทุกคนล้วนถูกพลังอันน่ากลัวของเทพวัชระสะกด ดาบพุทธะปรากฏ ใครจะกล้าต่อกร?

            “เทพวัชระ ทางนี้!”

            บนยอดเขา เทพปีกเงินเอ่ยปาก ปีกทั้งคู่สะบัด แสงสีเงินสว่างไสวเรืองรองเขาบินไปทางหนึ่ง กวาดตามองมนุษย์พิเศษตลอดเส้นทาง

            เขาสูงส่ง สำหรับมนุษย์พิเศษคนอื่นๆ แล้วเรียกได้ว่าแทบจะไม่ต่างจากเทพยดาเลย!

            เทพวัชระเงยหน้าขึ้นเหมือนกับว่ารู้อยู่ก่อนแล้วว่าระหว่างพวกเขาต้องเกิดการปะทะกันอย่างแน่นอนบนพื้นดินเขาสืบเท้าก้าวด้วยความเร็วสูง พริบตาก็ทิ้งระยะห่างไกล

            ผู้ชมตะลึงไปตามๆ กัน นี่คือเดินบนพื้นดินงั้นหรือ? รวดเร็วไปไหมนั่นขนาดนกยังบินได้ไม่เร็วเท่าเลย

            โครม!

            ห่างออกไป ท่ามกลางขุนเขากว้างใหญ่ไพศาลเทพปีกเงินและเทพวัชระต่างเผชิญหน้า ศึกชี้ชะตาครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้น!

            “บุก ลูกไม้นั่นต้องเป็นของพวกเราเทียนเสินเซิงอู้เท่านั้น!” มู่เอ่ยปาก ออกคำสั่ง

            พร้อมกับสัญญาณมือจากเขา มนุษย์พิเศษจำนวนมากต่างก็ออกตัวทยอยกันมุ่งไปทางต้นไม้ต้นเล็กนั้น เพื่อยึดเอาชัยภูมิที่ได้เปรียบ ณ เวลานี้ลูกไม้พร้อมจะสุกงอมได้ทุกเมื่อ

            ในตอนนั้นเอง ผู้คนก็ได้เห็นปากกระบอกปืนดำทะมึนหลายกระบอกปรากฏอยู่บนยอดเขาสร้างความแตกตื่นให้ผู้คนอย่างมาก

            ในตอนนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงดังสนั่นมาแต่ไกลเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธหลายลำแลดูคล้ายอสุรกายเหล็กบินมาอย่างรวดเร็วแล้วลอยลำอยู่เหนือยอดเขา

            ผู้ชมต่างหน้าเปลี่ยนสี อาวุธที่เฮลิคอปเตอร์นั้น ต่อให้ยิงมั่วๆลงมายังสามารถถล่มพื้นที่ตรงนี้ได้อย่างราบคาบ

            “โจวเฉวียน นายรีบหนีไปก่อน!!”

            บนยอดเขา ฉู่เฟิงพูดเสียงต่ำเบา น้ำเสียงเคร่งเครียดเป็นอย่างมากแทบจะเป็นการออกคำสั่งเขาให้โจวเฉวียนรีบออกไปจากที่นี่ทันทีด้วยสังหณ์ถึงความผิดปรกติ

            สัญญาณอันตรายอย่างหนึ่งผุดขึ้นในใจของเขา

            โจวเฉวียนสำเหนียกได้ถึงความร้ายแรง ไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบพุ่งตัวลงจากเขาแล้วใส่เกียร์หมาโกยอ้าว พริบตาเดียวก็ห่างไปร่วมร้อยเมตรแล้ว

            ฉู่เฟิงหัวใจกระตุก อวัยวะทุกส่วนทั่วร่างรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดสัญชาตญาณกำลังร้องเตือนเขา เช่นที่เคยเป็นก่อนหน้านี้เมื่อมีคนเล็งอาวุธใส่เขา

            “คิดท้าทายเทียนเสินเซิงอู้ของฉัน ...​ตาย!”

            ห่างออกไป มู่เอ่ยอย่างเย็นชา ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความเลือดเย็นเขาโบกมือเป็นสัญญาณ

            ปังปังปัง...

            วินาทีนั้น กระบอกปืนระเบิดเสียงดังประกายไฟรุนแรงพุ่งตรงไปยังตำแหน่งของฉู่เฟิงที่อยู่บนยอดเขาเตี้ยกระสุนปืนทลายกำแพงเสียง ทั้งหมดเทรัวๆ ไปที่ยอดเขา

            ฉู่เฟิงออกตัวล่วงหน้า ดุจสัตว์ร้ายทะยานจากเขากลิ้งไปอีกด้านหลบห่ากระสุนทั้งหมด

            หวงหนิวโมโหปรี๊ด มันเคลื่อนตัวว่องไวพุ่งตัวตามไปหลบอยู่ด้านข้างของภูเขา

            กลางดวงตาของฉู่เฟิงสาดประกายเย็นเยียบเขาไม่อยากลงมือต่อเทียนเสินเซิงอู้ เพราะหลินนั่วอีอยู่ทางนี้แต่ตอนนี้กลับมีคนคิดสังหารเขา เขาจำต้องตัดสินใจ

            ฉู่เฟิงปรากฏตัว ยกปืนในมือที่เขาพกมาขึ้นอย่างเลือดเย็นและไร้ความปรานีเขาสาดกระสุนสังหารไปทุกทิศทาง

            ปัง!ปัง!ปัง!...

            เพียงแค่พริบตา เขาเหนี่ยวไกรัวๆปลิดชีพยอดฝีมือหกคนที่มารุมเล่นงานเขาเมื่อครู่ กระสุนหนึ่งนัดต่อหนึ่งคน แม่นยำโหดเหี้ยม

            ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหลายคนยังไม่ทันได้ตอบโต้อะไรก็จบชีวิตไปเรียบร้อยแล้ว

            “สวรรค์ หนิวเสินหวังหลบกระสุนพ้นด้วย จากนั้นยังโต้กลับเก็บมือดีของเทียนเสินเซิงอู้ไปตั้งหกคน!”

            “ปฏิกิริยาตอบโต้ของเขาไวขั้นไหนกันเนี่ย?หลบพ้นห่ากระสุนนั่นได้ยังไงกัน?!”

            คนทั้งกลุ่มไม่กล้าเชื่อในสิ่งที่ตาตัวเองเห็น

            มู่มีสีหน้าตะลึง นาทีนี้ เขาประหลาดใจเป็นอย่างมากรู้ได้ทันทีว่าคนผู้นี้ไม่ง่ายเลยทั้งยังสามารถหลบห่ากระสุนที่ระดมสังหารพ้นอีกด้วย

            หลินนั่วอีหันมามองเขา

            “ผมเห็นคนของคุณอาหลินเยี่ยอวี่ถูกเขาหยาม เลยคิดจะใช้จังหวะนี้กำจัดเขาซะไม่คิดเลยว่าเขาจะร้ายกาจขนาดนี้ ผมผิดเอง” มู่สารภาพ

            เพียงไม่กี่คำเท่านั้น เรียบง่าย และตรงไปตรงมาเพื่อที่จะบอกหลินนั่วอีว่าเขาลงมือเพื่ออาของเธอ

            ปัง!

            บนยอดเขา ฉู่เฟิงยกปืนขึ้นอีกครั้ง ยิงกระสุนหนึ่งนัดออกไป

            “หือ?!” มู่พลันหน้าเปลี่ยนสี เขาไม่ใช่คนธรรมดามีสัญชาตญาณอันน่ากลัว เสียงฟึ่บดังขึ้นแล้วเงียบลงเมื่อห่างออกไป

            กระสุนหนึ่งนัด พุ่งเฉียดตัวเขาไป

            “คนคนนี้ไม่ง่ายแฮะ!” ฉู่เฟิงประหลาดใจเขาเพิ่งเจอคนที่เหมือนกับเขาเป็นครั้งแรก คนที่สามารถหลบกระสุนพ้น

            แต่ว่า เทพวัชระและเทพปีกเงินก็ยังคงน่ากลัวกว่าด้วยไม่เกรงกลัวอาวุธปืนตั้งแต่แรก

            “ฆ่ามันซะ!” ดวงตาของมู่เย็นเยียบมองไปทางยอดเขาลูกเล็กนั่น เขาโบกมือออกคำสั่งสังหาร

            กระบอกปืนที่เรียงรายบนยอดเขาเปลี่ยนทิศเล็งไปยังยอดเขาที่ฉู่เฟิงอยู่

            พร้อมกันนั้น เฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธที่ลอยอยู่กลางอากาศก็หันไปทางตำแหน่งของฉู่เฟิงเช่นกัน

            “มู่ นายคิดจะฆ่าฉันเรอะ? ดีเลยจะได้ชำระหนี้แค้นครั้งก่อนในวันนี้เสียเลย!”กลางนัยน์ตาของฉู่เฟิง ผุดแววสังหารสาดประกายแวววาว

    คล้ายกับเรื่องซากเทวะ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468
    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.22M 3696
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.40M 2022
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734