Live On! ความสัมพันธ์ลับของสตรีมเมอร์สุดเซ็กซี่กับซีอีโอจอมหยิ่ง (Yaoi 25+) 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 53

            ช่วงค่ำสองวันต่อมาหลังจากฝากฝังเสี่ยวถิงไว้กับพี่เลี้ยงเด็กช่วงกลางคืนเว่ยเจียก็เดินทางมายังสำนักงานใหญ่ของอัลดัส

            เขารู้ว่าอัลดัสเป็นบริษัทบันเทิงชั้นนำของประเทศและรู้ว่าเจ้านายร่ำรวยมหาศาลแต่เมื่อได้เห็นสำนักงานใหญ่ที่โอ่อ่าตระการตาและป้อมยามหน้าประตูที่มีขนาดใหญ่กว่าห้องของเขาเสียอีกเขาก็เพิ่งตระหนักว่าความยากจนได้จำกัดจินตนาการของเขาเสียแล้ว

            เขาเหลือบมองเสื้อผ้าเก่าคร่ำครึของตนเองพลันรู้สึกเคอะเขินขึ้นมา

            ขณะที่เขายืนลังเลอยู่ข้างป้อมยามนั้นเหล่าสาวงามที่แต่งกายทันสมัยและเปล่งประกายออร่าก็เดินผ่านเขาไปเป็นกลุ่มพวกเธอพูดคุยกันเรื่องการประกวดและสัญญาการเป็นศิลปิน พอเดินผ่านเว่ยเจียพวกเธอก็ขมวดคิ้วและเหลือบมองเขา เว่ยเจียจึงตระหนักว่าตนเองกำลังขวางทางอยู่รีบหลีกทางไปยืนข้าง ๆ

            "เด็กฝึกงานคนใหม่เหรอ? ไม่รู้จักกาลเทศะเสียเลย" เขาได้ยินเหล่าสาวงามพึมพำเบาๆ แล้วเดินเข้าไปในห้องโถง

            เหล่าสาวงามที่พูดคุยกระซิบกระซาบกันกลิ่นหอมที่รุนแรง ใบหน้าที่งดงาม และโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์นับไม่ถ้วนบนผนังล้วนย้ำเตือนเว่ยเจียว่าเสื้อผ้าเก่าคร่ำครึ ใบหน้าที่แสนธรรมดาแม้กระทั่งฐานะของเขา ล้วนไม่เข้ากับโลกที่สวยงามและเปล่งประกายนี้เลย

            'ไม่น่ามาเลยจริง ๆ'

            เขาคิดอย่างอึดอัด อารมณ์หดหู่ลงเล็กน้อยมองปลายรองเท้าผ้าใบเก่า ๆ ของตัวเอง ลังเลว่าจะเดินหน้าต่อไปดีหรือไม่

            อาจเป็นเพราะยืนทื่ออยู่นานเกินไป รปภ.หน้าประตูเห็นท่าทางแปลก ๆ ของเขา กำลังจะเดินออกมาไล่ทว่าเฉิงหลานที่อยู่ในชุดสูทเรียบหรูก็เดินออกมาจากลิฟต์พอดีเมื่อเห็นเขาจึงแย้มรอยยิ้มที่อ่อนโยน พยักหน้าเล็กน้อย"รอมานานแล้วครับ เชิญตามผมมา"

            เมื่อเห็นว่าเลขาเฉิงมีท่าทีเคารพ รปภ.ตระหนักว่าตนเองเกือบจะไล่ผิดคน รีบถอยหลังไป พร้อมส่งรอยยิ้มขอโทษให้เว่ยเจีย

            เว่ยเจียยักไหล่อย่างจนใจไม่โทษที่อีกฝ่ายเข้าใจผิดในตัวเขา ก้มหน้าเดินตามเฉิงหลานเข้าไปในอาคาร

            ลิฟต์มุ่งหน้าตรงขึ้นไปยังชั้นบนสุดเมื่อประตูเปิดออก กลิ่นหอมที่น่าดึงดูดก็อบอวลอยู่ทั่วบริเวณพรมชั้นดีลายดอกไม้ไฟที่ซับซ้อนก็ปรากฏแก่สายตาเว่ยเจียเดินผ่านเจ้าหน้าที่จำนวนมาก แต่ไม่มีใครมองเขาทุกคนต่างวุ่นอยู่กับงานของตนเอง

            เว่ยเจียแอบมองเจ้าหน้าที่เหล่านั้นทุกคนล้วนมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นเกินใครเลขาเฉิงหลานที่มีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาไม่ต้องพูดถึงแม้แต่ผู้ช่วยธุรการที่แผนกต้อนรับก็ยังสวยราวกับดาราหญิงเว่ยเจียระลึกถึงคำพูดของเจี่ยนซีเมิ่งที่ว่า "ถ้าหน้าตาไม่ถึงขั้นยังไม่มีสิทธิ์เข้ามาทำงานในบริษัทของเขา" ก็อดคิดไม่ได้ว่าหมอนี่หื่นได้อย่างหน้าชื่นตาบานเสียจริงแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหมอนี่มีต้นทุนให้โอหังได้จริง ๆ น่าเจ็บใจชะมัดโลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย…!

            เว่ยเจียพึมพำในใจ ขณะนั้นเฉิงหลานได้นำเขามาถึงหน้าห้องประชุม

            เฉิงหลานเคาะประตูแก้ว ภายในห้องก็มีเสียงใสๆ ตอบรับ เป็นเสียงของเจี่ยนซีเมิ่ง "เข้ามา"

            เฉิงหลานพยักหน้าเล็กน้อยเปิดประตูแล้วหลีกทางให้เชิญเว่ยเจียเข้าไปก่อน

            "ทำไมเพิ่งมา?" เจี่ยนซีเมิ่งถามด้วยสีหน้าขมวดคิ้ว

            เพื่อแสดงความสำคัญเจี่ยนซีเมิ่งจึงสวมชุดสูทเต็มยศในวันนี้เขามีรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วชุดสูทที่สั่งตัดมาอย่างดีจึงขับเน้นจุดเด่นของเขาออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบไหล่กว้าง เอวคอด ขาเรียวยาว ทุกอย่างตั้งแต่องศาโค้งงอนของทรงผมไปจนถึงความยาวของขากางเกงล้วนไร้ที่ติชายคนนี้ละเอียดประณีตราวกับมนุษย์ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยจาก AIแม้แต่ดวงตาพิฆาตที่เปล่งประกายระยิบระยับก็ดูเหมือนจะประดับไปด้วยดวงดาว

            ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอัลฟ่าหล่อเหลาจนเขาตะลึงหรือเป็นเพราะแสงไฟนีออนสว่างจ้าเกินไป เว่ยเจียรู้สึกว่าเวียนหัวเล็กน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับดวงตาดำขลับที่ลึกล้ำของชายหนุ่ม เขาก็รู้สึกว่าปลายหูแดงก่ำทำได้เพียงก้มหน้าพึมพำเบา ๆ "รถเมล์มาช้า"

            เมื่อเห็นรอยเปื้อนโคลนบนขากางเกงของเด็กหนุ่มเจี่ยนซีเมิ่งก็อดขมวดคิ้วไม่ได้

            "วันนี้ถือว่าโชคดีไปนะซุนหยินหย่าก็มีธุระทำให้ล่าช้าเหมือนกัน ถ้าทำให้เธอเสียเวลาไปแม้แต่นาทีเดียวนายคงรับผิดชอบไม่ไหวแน่" เจี่ยนซีเมิ่งบ่นพึมพำพลางสำรวจการแต่งกายของเว่ยเจียคิ้วขมวดมุ่นยิ่งกว่าเดิม

            "ฉันบอกให้นายแต่งตัวให้ดีก่อนมาไม่ใช่เหรอทำไมใส่ชุดนอนออกมาอย่างนี้"

            เห็นเพียงว่าใบหน้าของเว่ยเจียก้มต่ำลงกว่าเดิม

            "นี่คือชุดที่ดีที่สุดของผมแล้ว"เด็กหนุ่มครางเสียงอู้อี้ ปลายหูแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม

            'คอเสื้อที่เป็นขุย ขากางเกงที่สึกหรอรองเท้าผ้าใบที่ดูไม่ออกว่าเป็นสีดำหรือสีเทา…นี่คือชุดที่ดีที่สุดแล้วงั้นเหรอ?!'

            ค่านิยมความฟุ่มเฟือยของคุณชายเจี้ยนที่ใส่เสื้อเชิ้ตไม่เกินสามครั้งถูกท้าทายอีกครั้งผู้ช่วยสาวสวยที่อยู่ตรงข้ามก็รู้สึกงุนงงไม่แพ้กันคนที่เลขาเฉิงอุตส่าห์พามาด้วยตนเอง มีความสำคัญต่อเจ้านายอย่างเห็นได้ชัดเจนเธอคิดว่าอย่างน้อยก็ต้องเป็นดาราสาวสวยสะพรั่งหรืออย่างน้อยก็ต้องมีใบหน้าที่ไม่ด้อยไปกว่าคู่หมั้นของเจ้านายอย่างไป๋จิ่งใครจะคิดว่าจะเป็นเด็กหนุ่มธรรมดาที่พบเห็นได้ทั่วไปตามท้องถนนแบบนี้!อย่าว่าแต่ความงามสะพรั่งเลย แม้แต่ความหมดจดก็ยังไม่ถึงขั้น อืม…หรือว่าฝีมือบนเตียงจะดี…?

            ผู้ช่วยสาวสวยมองผิวขาวผ่องและรูปร่างเพรียวบางของเว่ยเจียแล้วคิดในใจเหยียดตัวขึ้นจัดผมลอนให้เข้าที่ แล้วส่งยิ้มที่มีความหมายให้เว่ยเจีย

            เธอตั้งใจจะทักทายแต่ในสายตาของเว่ยเจียที่ค่อนข้างขี้อาย รอยยิ้มของหล่อนกลับกลายเป็นการยั่วยุ

            'ยิ้มทำไมกัน น่าโมโหจริง ๆ'

            เว่ยเจียกำชายเสื้อตัวโคร่งที่ซักจนย้วยและแขนเสื้อแจ็กเก็ตที่ขาดรุ่ยเล็กน้อยรู้สึกว่าการยืนอยู่ในพื้นที่ที่สวยงามราววิมานแห่งนี้ช่างน่าอึดอัดราวกับว่าความต่ำต้อยของตนเองถูกเปิดเผยออกมา

            แต่เจี่ยนซีเมิ่งไม่รู้ถึงความกระอักกระอ่วนของเขาในขณะนี้มองเสื้อผ้าที่บางเบาเปรอะเปื้อนโคลน คิดว่าเจ้าจิ้งจอกน้อยตัวนี้จะหนาวเอาจึงคว้าเสื้อถักที่พาดอยู่บนพนักเก้าอี้มาคลุมให้เว่ยเจียอย่างไม่ลังเล

            เจ้าจิ้งจอกน้อยมองเขาอย่างงุนงงดวงตาเรียวรีฉายแววแปลกประหลาด ไม่ว่าจะรู้สึกงงงวยหรือปลาบปลื้มเจี่ยนซีเมิ่งไม่แน่ใจ แต่เขาอนุมานเอาเองว่าเป็นอย่างหลังเพื่อให้สมกับความห่วงใยที่เอ่อล้นอยู่ในใจของเขาในขณะนี้

            เฉิงหลานที่ยืนอยู่ข้างหลังเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นอดกลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่อยู่

            เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของเลขาเจี่ยนซีเมิ่งเพิ่งตระหนักว่าตนเองปกป้องเว่ยเจียโดยไม่รู้ตัวเมื่อนึกถึงคำพูดหยอกล้อของเฉิงหลานเป็นประจำคุณชายเจี่ยนผู้หยิ่งผยองมาโดยตลอดก็ไม่อยากให้ใครจับได้ถึงความในใจจึงจงใจทำหน้าขรึม ตอบกลับอย่างหยิ่งยโส "ห้ามใส่เสื้อผ้าซอมซ่อแบบนี้อีกนะมันทำให้ฉันเสียหน้า"

            เดิมทีเว่ยเจียรู้สึกอบอุ่นกับการกระทำของอัลฟ่าแต่คำว่า"เสียหน้า" ของเจ้านายก็ทำลายความคาดหวังเล็กๆ น้อย ๆ ของเขาจนแหลกสลายในพริบตา

            'ถ้ากลัวเสียหน้าก็อย่าทำดีกับฉันสิ!เสแสร้ง!'

            เขาด่าทอในใจแต่หัวใจกลับเหมือนถูกบีบรัดแน่น เจ็บปวดจนเกินบรรยาย ลำคอขมปร่าไปหมดแต่เขาไม่สามารถแสดงท่าทีเจ็บปวดออกมาได้ คนอื่นดูถูกเขาอยู่แล้วเขาจะยิ่งเศร้าไม่ได้ มันจะยิ่งดูน่าสมเพช!ดังนั้นเว่ยเจียจึงแสดงท่าทีเย็นชาตามปกติ รวบเสื้อถักแบรนด์เนมนั้นให้กระชับก้มหน้าพึมพำ "ผมผิดเอง"

            เมื่อเห็นเขามีท่าทีเย็นชาเจี่ยนซีเมิ่งก็รู้สึกงุนงงเล็กน้อย ยิ่งรู้สึกเสียใจมากขึ้นไปอีกแต่ผู้ช่วยและเลขายังคงจับจ้องอยู่ที่เขาเขาจึงไม่กล้าแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมา ทำได้เพียงเม้มปาก

            ขณะนั้นเองเสียงส้นสูงกระทบพื้นก็ดังมาจากด้านนอกประตู ซุนหยินหย่าคงมาถึงแล้วเขาหันกลับไปส่งสัญญาณให้เฉิงหลาน เฉิงหลานรับรู้ถึงสายตาของเขาจึงเปิดประตูอย่างเคารพ

            ในเสี้ยววินาทีต่อมาผู้หญิงร่างสูงผอมในชุดดำทั้งตัวก็ปรากฏตัวขึ้นในห้อง ใบหน้าแต่งแต้มเพียงเล็กน้อยผมสีดำสนิทถูกซอยบาง ใบหน้าที่เล็กเท่าฝ่ามือมีรูปหน้าที่สวยงามริมฝีปากบางเม้มแน่น ทำให้ใบหน้าของเธอมีกลิ่นอายของความคมคาย

            "คุณซุน ผมรออยู่นานแล้ว!"

            เจี่ยนซีเมิ่งก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วกำลังจะยื่นมือไปจับมือกับอีกฝ่าย ทว่าหญิงสาวกวาดสายตาไปเห็นเว่ยเจียปัดมือที่เจี่ยนซีเมิ่งยื่นออกมา แล้วก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วโผเข้ากอดเว่ยเจียไว้แน่น

            "เสี่ยวเจียในที่สุดฉันก็เจอเธอแล้ว!"

            ทุกคนในห้องต่างตกตะลึงโดยเฉพาะเว่ยเจียที่ถูกกอดไว้แน่น

            เว่ยเจียสูงเพียงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรในขณะที่ซุนหยินหย่าเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะสาวงามขายาวเมื่อรวมกับรองเท้าส้นสูงที่สง่างามเว่ยเจียที่ถูกกอดไว้แน่นจึงดูน่าทะนุถนอมราวกับนกน้อย

             

    คล้ายกับเรื่องLive On! ความสัมพันธ์ลับของสตรีมเมอร์สุดเซ็กซี่กับซีอีโอจอมหยิ่ง (Yaoi 25+) 【จบ】 ที่คุณอ่าน