พรของอันผิง.

    บทที่ 31 การค้าขายพริก

    บทที่31 การค้าขายพริก


            วันที่สอง หลังจากอันผิงรดน้ำถั่วงอกมาตลอด ในที่สุดมันก็งอกออกมาแม้ลำต้นจะขาว แต่ไม่อวบ ก็ยังถือว่าเป็นถั่วงอกท่านแม่ก็แสดงสีหน้าแปลกใจอีกเช่นเคย และที่สำคัญท่านแม่ก็รู้จักสิ่งนี้อีกแล้ว เพียงแค่ไม่รู้วิธีทำก็เท่านั้นสายตาท่านแม่ที่มองมายังอันผิง เหมือนเริ่มสงสัยบ้างแล้วว่าเธอรู้อะไรหลายๆอย่างแบบนี้ได้อย่างไร แต่ก็แค่แวบเดียวเท่านั้นด้วยใจท่านแม่คงอยากคิดว่ามันคือความบังเอิญ จากนั้นใบหน้าจึงเต็มไปด้วยความชื่นชม

            แต่อันผิงจับสังเกตนั้นได้สงสัยพักนี้เธอคงต้องเพลาเรื่องการปลูกอะไรต่อมิอะไรไปก่อน น่าจะดีกว่ายังดีท่านแม่ยังไม่ได้คาดคั้น หรือตะล่อมถามว่ารู้วิธีเพาะถั่วงอกได้อย่างไร

            อันผิงว่าลึกๆ ท่านพ่อและท่านแม่อาจมีความสงสัยอยู่บ้างแต่ก็อย่างที่บอก บางทีมันก็ทับซ้อนเหมือนเป็นเหตุบังเอิญด้วย

            เพราะฉะนั้นมื้อเย็น จึงมีผัดถั่วงอกขึ้นบนโต๊ะอาหารด้วยอันหยางช่างเป็นเด็กที่กินผักได้ไม่มีบ่น เขาชอบมาก แล้วไม่พลาดที่จะเอ่ยชมน้องสาวเล่นอะไรก็เป็นของกินหายากทั้งนั้น เขาถามต่อว่า ต่อไปน้องสาวจะปลูกอะไรอีก

            อันผิงได้แต่ส่ายหน้าว่าไม่รู้ ช่วงนี้คงต้องอยู่เงียบๆ ไปก่อนดีกว่า

            ส่วนท่านพ่อกับท่านแม่ก็ลูบหัวเธออย่างเอ็นดู

            ถ้าโลกนี้มีถั่วงอกแล้ว แต่ดูท่ามันยังไม่เป็นที่รู้จักนั่นคงเพราะมันคงสืบทอดเฉพาะกลุ่มเป็นแน่ และอีกอย่างคือการขนส่งต้องใช้เวลาทีแรกอันผิงเกือบถอดใจเรื่องขายถั่วงอกเสียแล้วคิดว่าคงทำได้แค่ทำเป็นอาหารกินกันในบ้านถ้าไม่ใช่เพราะอีกสองวันต่อมาท่านแม่จะสั่งซื้อเมล็ดถั่วเขียวมาสองกระสอบกิจการถั่วงอกของบ้านอันจึงได้เริ่มตั้งแต่บัดนี้

            รายได้น่าจะดีไม่น้อย ดูจากสีหน้าของท่านแม่ และท่านพ่อแต่การเพาะถั่วงอกนั้น กลับเป็นท่านพ่อและท่านแม่ที่ทำกันเองบางทีเมื่ออันหยางได้หยุดเรียนเขาก็มาร่วมด้วย เพราะขั้นตอนไม่ได้ยุ่งยากสักนิดเพียงแค่จ้างอาจางฝายสานตะกร้าไม้ไผ่แบบไม่มีรูและการขายก็เป็นเหลาในเมืองมารับด้วยตนเอง

            นั่นจึงทำให้อันผิงได้รู้ว่าการทำถั่วงอกที่เธอแกล้งทำเป็นปลูกได้เพราะบังเอิญนี้นั้นไม่ได้ผิดลิขสิทธิ์แต่อย่างใดบ้านเธอก็จะมีรายได้ทดแทนค่าจ้างทำไข่เค็มแล้วสินะ

            การขายถั่วงอกนั้น ทำให้ชาวบ้านสนใจ แต่ด้วยท่านพ่อขอปิดบังวิธีไว้เพราะให้เป็นความลับของลูกหลานตระกูลอัน พวกเขาจึงไม่กล้าเซ้าซี้ด้วยรู้ว่าตัวเองนั้นก็ได้สูตรไปจากบ้านอันไปหลายอย่าง

            เมื่อเห็นถั่วงอก อีกสิ่งหนึ่งที่เธอนึกถึงคือ เต้าหู้ ที่ทำจากถั่วเหลืองเมื่อมีถั่วเขียวขายก็ต้องมีถั่วเหลือง แต่พออ่านวิธีทำแล้วนั้นสิ่งที่ต้องมีคือหินสำหรับโม่แป้ง และบ้านเธอไม่มี ก็คงต้องพับโครงการนี้ไว้ก่อนจนกว่าเธอจะโตกว่านี้สินะ ไหนจะน้ำเต้าหู้อีก

            ไม่ทันไร หัดปักผ้าบ้าง ตามท่านพ่อไปโรงเรียนบ้างเล่นกับพี่สาวสือเว่ยเว่ย และจางชิวเหมยบ้าง และไปเรียนว่ายน้ำกับลุงโจวก็ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้ว พริกที่แปลงหลังบ้านก็ออกผลแล้ว จนสามารถเก็บได้ถึง 1ตะกร้าขนาดกลาง และรออีก 2 วันก็เก็บได้อีก

            การค้าขายนี้ก็ยังคงเป็นเหลาอาหารที่รับซื้อ และเอาไปกระจายต่อตอนนี้เจ้าของสาขาตระกูลจู นามว่าคุณชายจูเหล่าซาน มาคุยเรื่องการค้าขายพริกนี้ด้วยตนเองและถึงขั้นทำสัญญาซื้อขาย เรื่องนี้รวมถึงถั่วงอกไว้ด้วยเพราะว่าตอนนี้ถั่วงอกถือเป็นอีกหนึ่งรายการอาหารขึ้นชื่อของเหลาอาหารจูไปด้วย

            อันผิงแม้จะมั่นใจว่าท่านพ่อจะต้องไม่พลาดเรื่องสัญญาพวกนี้เป็นแน่ แต่เธอก็ขอพรให้ท่านพ่อเห็นจุดที่เสียเปรียบเสียก่อนที่จะเซ็นสัญญาก็นะเพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน เพราะไม่ถูกกับพวกสัญญาแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วเธอจึงถามเสี่ยวหลงเป่าเอาว่า สัญญาซื้อขายเป็นอย่างไรบ้าง 

            ‘ครอบครัวท่านไม่เสียเปรียบขอรับ’

            ได้ยินแค่นี้เธอก็สบายใจแล้ว

            เพราะกิจการพริกเป็นไปได้ด้วยดีแต่ต้นพริกที่อันผิงขอพรรวมอายุได้ร่วม 3 เดือนแล้วมันจึงเริ่มแห้งตาย จึงทำให้ท่านพ่อรู้ว่าอายุของต้นพริกเท่ากับว่าสวนพริกหลังบ้านจะมีอายุเท่ากับที่แปลงดอกไม้ของอันผิง

            ท่านพ่อจึงได้ซื้อที่ดินเพิ่ม ซึ่งที่ใหม่ก็ต่อจากที่ข้างบ้านนั่นล่ะแต่ซื้อต่อด้านหลังเพิ่มไปอีกสิบหมู่ดีว่าผู้ใหญ่บ้านก็ยังปราณีจึงได้ราคาเท่าเดิม แต่งวดนี้ต้องจ่ายค่าดำเนินการแต่จากสีหน้าของท่านพ่อน่าจะไม่โดนขูดรีดเยอะ เมื่อมีโฉนดแล้วก็จ้างคนมาถางหญ้าขุดบ่อน้ำ พร้อมล้อมรั้วไม้ไผ่ ตอนนี้ก็รอต้นกล้าพริกที่ท่านพ่อเพาะไว้ซึ่งน่าจะเหลือเวลาอีกหนึ่งอาทิตย์ น่าจะนำมาปลูกในที่ใหม่ได้

            เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกที่ขยายขึ้นท่านพ่อจึงจ้างอาจางฝายให้เป็นหัวหน้าคนงานแทน ไม่ต้องลงมือทำอะไรทำแค่คุมคนเท่านั้นพอ งานนั้นจะแบ่งเป็นวันๆ ไปโดยประกาศที่ลานหมู่บ้านว่าวันไหนต้องการคนงานบ้าง และค่าแรงก็เท่ากับในเมืองคือวันละ 30 อีแปะ ซึ่งจริงๆ ท่านพ่อก็ให้ราคานี้มาตลอดพวกเขาไม่ต้องเสียเงินอีกสองแปะ หรือเดินเท้าเข้าไปทำงานในเมือง 

            แน่นอนว่าชาวบ้านสนใจอยู่แล้ว ระหว่างรอฟางข้าว มีอะไรให้ทำพวกเขาก็ทำไม่ได้เกี่ยงงาน นี่คือข้อดีของพวกชาวบ้าน ต่อให้มีเงิน เขาก็ยังจะรู้จักจะหาเพิ่ม

            ตอนแรกอันผิงคิดว่า จะมีปัญหาถ้าให้อาจางฝายคุมงาน แต่โชคดีชาวบ้านหมู่บ้านหยางยังถือว่าเป็นคนดีไม่น้อยพวกเขาไม่ได้มีทีท่าไม่พอใจอะไรอาจางฝาย ที่มีตำแหน่งเป็นคนคุมงานพวกเขาอีกที

            อันผิงจึงโล่งใจในจุดนี้ และเธอคาดว่าท่านพ่อและท่านแม่ก็คิดเหมือนกัน แต่เป็นครอบครัวเธอที่คิดมากกันไปเอง

            แต่ปัญหาอีกอย่างก็คือ ผู้ใหญ่บ้านมาเยือนเรื่องก็มาจากการปลูกพริกนั่นแหละ ท่านพ่อเหมือนจะคาดเดาได้ว่าเพราะเรื่องนี้เมื่อปรึกษาหารือกัน ท่านพ่อจึงเสนอว่า จะขายต้นกล้าพริกให้ชาวบ้าน ต้นละ 1อีแปะแทน แต่จะไม่บอกวิธีการเพาะเมล็ดพริก แต่ถ้าอนาคตชาวบ้านจะจับทางได้ท่านพ่อก็ไม่มีปัญหาอะไร

            ทีแรกอันผิงคิดว่าผู้ใหญ่บ้านจะไม่ยอม แต่เกินคาดผู้ใหญ่บ้านกลับเห็นด้วยในเรื่องนี้ และท่านพ่อก็ดักทางเพิ่มเติมว่าสภาพดินอาจมีผลต่อการปลูกอันนี้ท่านพ่อไม่รับปากว่าแต่ละบ้านจะได้ผลผลิตเท่ากันไหม และถ้าการปลูกครั้งแรกจนเก็บเกี่ยวรอบแรกได้ การขายต้นกล้าครั้งต่อไป จะเป็นต้นละ 2อีแปะ

            เพราะต่อให้ขึ้นราคา แต่ว่าราคาไม่ได้แพงมากนัก ผู้ใหญ่บ้านจึงตกลงส่วนหนึ่งอันผิงเดาว่า ท่านพ่อโอนอ่อนต่อหมู่บ้านหยางมากที่สุดแล้วถ้าเทียบกับเฒ่าหวัง ท่านพ่อถือว่าใจดีมากกว่าล้านเท่า

            แต่สิ่งที่อันผิงกังวลคือ ถ้าได้ต้นกล้าจากบ้านเธอไป ปัญหาคือชาวบ้านเอาไปปลูก มันจะไม่ตายใช่ไหม เธอไม่อยากให้มีประเด็นนี้คนเราปลูกอะไรก็มักตั้งความหวังไว้ว่ามันต้องได้ผลดี

            ‘เสี่ยวหลงเป่า ต้นกล้าพริกที่เพาะจากที่บ้านถ้าท่านพ่อเอาขายออกไปให้ชาวบ้าน มันมีโอกาสที่มันจะโตและออกผลไหม ข้ากลัวชาวบ้านปลูกไม่กี่วันมันจะตายไปเสียก่อน’

            ‘ต้นกล้าจากดินที่ดี นำไปปลูกที่อื่นย่อมเติบโตขอรับแต่คนที่นำไปปลูกต้องดูแลมันด้วยขอรับ ปลูกอย่างเดียว ถ้าไม่รดน้ำ มันก็ตายได้’

            ระบบอธิบายได้ตรงตัว ถ้าอย่างงั้นก็อยู่ที่ขั้นตอนดูแลแล้วล่ะอันผิงจึงรู้สึกสบายใจ ที่เรื่องขายต้นกล้านี้จะไม่มีอะไรกระทบมาถึงบ้านเธอแล้ว

            จะว่าไป แค่ต้นกล้าพริก ก็ขายได้ต้นละ 1 อีแปะ ถ้าแต่ละบ้านซื้อสัก 20 ต้นก็ได้ 20อีแปะแล้ว ถึงจะเป็นเงินไม่เยอะ แต่ท่านพ่อก็มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกเธอเริ่มรู้แล้วว่าอันหยางหัวการค้าเหมือนใครและอนาคตจะไม่ใช่แค่หมู่บ้านหยางที่จะปลูกพริก มันจะต้องขยายไปอีกหลายที่ตอนนั้นบ้านเธออาจทำแค่ปลูกต้นกล้าขายก็สบายแล้ว

            ท่านพ่อยังอธิบายเพิ่มเติมว่า พริกสามารถเก็บแล้วนำมาตากแห้งได้หากผลผลิตมากเกินไป และพริกแห้งนั้นอยู่ได้นานมาก และถ้าขายที่ในเมืองยากก็ให้มาขายที่บ้านอันได้ ท่านพ่อจะรับซื้อ แต่เรื่องนี้ต้องรอดูอีกทีในอนาคตและแต่ละบ้านควรลองปลูกแค่ 10-20 ต้นก่อน

            พูดคุยกันอยู่นาน ท่านแม่คงต้องการเอาใจผู้ใหญ่บ้านจึงห่อถั่วงอกให้ผู้ใหญ่บ้านนำกลับบ้าน และบอกวิธีผัดให้อร่อยกับผู้ใหญ่บ้านไปด้วย 

            ทีแรกอันผิงนึกว่าผู้ใหญ่บ้านจะตื๊อของการทำถั่วงอกเพิ่มแต่เขาไม่ได้เอ่ยอะไร ใบหน้ายิ้มแย้ม อาจเพราะการเจรจาเรื่องพริกนั้นถือว่าสำเร็จกว่าที่เขาคาดคิดเอาไว้เขาปฏิเสธถั่วงอกพอเป็นพิธี จากนั้นก็ยื่นมือมารับไว้

            แต่พอนึกถึงการทำสัญญาที่ทำกับเครือจูแล้ว ท่านพ่อจะมีปัญหาไหมจะถามท่านพ่อก็ใช่ที่

            ‘เสี่ยวหลงเป่า แล้วสัญญาที่ทำไว้กับเครือจูล่ะถ้าเราให้ชาวบ้านปลูกจะมีปัญหาอะไรไหม’

            เสี่ยวหลงเป่า ปรากฏตัวออกมา ทั้งที่จะตอบเธอในความคิดก็ได้แต่มันคงอยากจะแสดงสีหน้างอๆ นั้นให้เธอดูเป็นแน่

            ‘เรื่องสัญญา ทำแค่เรื่องซื้อขายพืชผลพริกอนาคตบ้านท่านอาจรับซื้อพริกไปขายให้เครือจูได้ด้วย ท่านอยากอ่านสัญญาไหมขอรับ’

            ประโยคเหมือนถาม แต่หนังสือสัญญานั้นปรากฏขึ้นตรงหน้าอันผิงและสายตากดดันของเสี่ยวหลงเป่าที่มองมา เหมือนบอกว่า เจ้าอ่านสิ

            อันผิงเลยหัวเราะแห้งๆ

            ‘ฉันไม่ค่อยถูกกับสัญญาพวกนี้เท่าไหร่ ถามเสี่ยวหลงเป่าดีที่สุดฉัน เอ่อ ขอบใจมากนะ เก็บสัญญาไปเถอะ’

            ไม่รู้ว่าอันผิงคิดไปเองหรือเปล่า เสี่ยวหลงเป่าเหมือนส่ายหน้าไปมาเหมือนไม่พอใจที่เธอไม่อ่านแต่ก็ยอมเก็บสัญญาให้หายไปจากตรงหน้าของอันผิง เธอจึงได้แค่ยิ้มเจื่อนๆ แทน

            เพราะท่านพ่อเปิดโรงเรียนมาร่วมสองเดือนแล้ว เด็กๆที่เรียนเริ่มมีความรู้พื้นฐานกันแล้ว ดังนั้นท่านพ่อจึงให้อันผิง สือเว่ยเว่ยจางเหล่า และจางชิวเหมย ไปเข้าเรียนด้วย เพื่อเรียนรู้ขั้นตอนต่อไปอันผิงไม่อยากเรียน แต่ทำอะไรไม่ได้ เข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม ทำตัวให้เหมือนคนที่นั่น

            เธอที่เป็นผู้ใหญ่ในร่างเด็ก ก็เลยต้องเข้ากระบวนการเรียนอีกครั้งถือว่าไปลงคอร์สเรียนเขียนพู่กันละกัน เพราะจนบัดนี้ ลายมือที่เขียนด้วยพู่กันนั่นผอมลงเล็กน้อย

     

    คล้ายกับเรื่องพรของอันผิง. ที่คุณอ่าน

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271