พลังป้องกันที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในชั่วพริบตาส่งผลให้ไป๋ฉางเซิงสามารถต้านทานการโจมตีจากปลาคาร์ปมังกรทั่วไปได้อย่างสมบูรณ์
ความรู้สึกเจ็บจี๊ดๆก่อนหน้านี้หายวับไปสิ้นแม้แต่แรงกระแทกจากปลาคาร์ปมังกรเกล็ดม่วงก็ยังลดทอนความรุนแรงลงไปหลายส่วน
แม้การถูกพุ่งชนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจะยังทำให้เขาเสียหลักในการว่ายน้ำอยู่บ้างแต่อย่างน้อยมันก็ไม่รุนแรงถึงขั้นทำให้เกล็ดงูแตกกระจายในการโจมตีเพียงครั้งเดียวอีกต่อไป
เมื่อตั้งหลักได้ไป๋ฉางเซิงก็เร่งความเร็วว่ายน้ำมุ่งหน้าสู่ริมฝั่งอย่างสุดกำลัง
ฝูงปลาคาร์ปมังกรที่ว่ายมาสกัดหน้าได้รวมกลุ่มกับพวกที่ไล่ตามหลังมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่สำหรับการโจมตีระดับนี้ ไป๋ฉางเซิงเลือกที่จะเมินเฉยและพุ่งทะลวงไปโดยไม่แยแส
เขามีเพียงการเอี้ยวตัวหลบหลีกการพุ่งชนของปลาคาร์ปมังกรเกล็ดม่วงบ้างเป็นครั้งคราวแม้ว่ามันจะดูไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่นักก็ตาม
“แปดสิบเมตร!”
“หกสิบเมตร!”
เจียงจืออวี๋ขมวดคิ้วแน่นเธอมองดูระลอกคลื่นที่ม้วนตัวอยู่บนผิวน้ำพลางคำนวณระยะทางในใจ
“ใกล้อีกนิด ใกล้อีกนิด...”
“สี่สิบเมตร... สามสิบเมตร...”
ไป๋ฉางเซิงขยับเข้าใกล้ริมฝั่งมากขึ้นทุกทีทว่าดูเหมือนฝูงปลาคาร์ปมังกรที่ไล่ตามหลังมาจะเริ่มสัมผัสได้ถึงอันตรายบางอย่างความถี่ในการโจมตีของพวกมันเริ่มลดลง คล้ายกำลังระแวดระวังคนสองคนที่ยืนอยู่บนฝั่ง
สัญชาตญาณในการรับรู้ถึงวิกฤตของพวกมันช่างเฉียบคมนักมิน่าล่ะพวกมันถึงได้จับตัวยากและมีราคาแพงมหาศาลขนาดนี้
ไป๋ฉางเซิงเหลียวหลังกลับไปมองปลาคาร์ปมังกรเกล็ดม่วงสามตัวที่เคยไล่บี้ตามติดมาคราวนี้พวกมันกลับรักษาระยะห่างอยู่ไกลๆ โดยไม่มีท่าทีว่าจะพุ่งเข้ามาโจมตีอีก
ไม่ได้การถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป พวกลูกสมุนปลาพวกนี้คงจะสลายตัวไปก่อนที่เขาจะถึงฝั่งแน่
ถึงตอนนั้นต่อให้เจียงจืออวี๋จะมีวิธีสังหารพวกมัน แต่ถ้าติดเรื่องข้อจำกัดของระยะทางเธอก็คงลงมือไม่ได้
หากปล่อยให้พวกมันหนีไปได้การที่เขาต้องเจ็บตัวปางตายเมื่อครู่ก็คงสูญเปล่าไปโดยปริยาย!
เมื่อคิดได้ดังนั้นไป๋ฉางเซิงจึงตัดสินใจหักหัวกลับ พุ่งเข้าใส่ฝูงปลาคาร์ปมังกรทันที
เขาต้องกระตุ้นสัญชาตญาณการหวงถิ่นของพวกมันขึ้นมาใหม่
ต้องทำให้พวกมันรู้สึกว่าเขาจะไม่ยอมจากไปง่ายๆพวกมันถึงจะยอมไล่ตามต่อ
เขาอ้าปากงับเข้าที่ลำตัวของปลาคาร์ปมังกรตัวหนึ่งที่พุ่งเข้ามาหมายจะชนเขา
การสวนกลับที่กะทันหันนี้ทำให้พวกมันตั้งตัวไม่ติด
จะอย่างไรเสียไป๋ฉางเซิงก็อยู่ในระดับทหารอสูรระดับสองระดับสูง หากเทียบกับปลาคาร์ปมังกรเหล่านี้ แค่ค่าพลังเลือดเขาก็กินขาดแล้ว
ก่อนหน้านี้เพราะถูกปลาคาร์ปมังกรเกล็ดม่วงรุมโจมตีจนตั้งตัวไม่ติดเขาจึงตอบโต้อะไรไม่ได้ แต่ตอนนี้เมื่อสิ่งรบกวนลดน้อยลงการจะฆ่าปลาคาร์ปมังกรสักไม่กี่ตัวจึงไม่ใช่เรื่องยาก
ปลาคาร์ปมังกรที่ถูกงับพยายามดิ้นรนขัดขืนแต่ต่อหน้าไป๋ฉางเซิงที่มีค่าพลังเลือดเหนือกว่ามันอย่างลิบลับการดิ้นรนนั้นจึงเป็นเพียงการกระทำที่เปล่าประโยชน์
เขาออกแรงงับ รสคาวของเลือดปลาไหลซึมไปทั่วช่องปากก่อนจะกลืนมันลงท้องไปทั้งตัวในคราวเดียว
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นตามมา
[ยินดีด้วย โฮสต์กลืนกินปลาคาร์ปมังกร ได้รับค่าพลังเลือด 6 ได้รับแต้มวิวัฒนาการ 9]
[ตรวจพบสาขาสายวิวัฒนาการ: เลือดมังกร]
[ปริมาณสายเลือดมังกรต่ำเกินไป ไม่สามารถปลดล็อคสาขาสายวิวัฒนาการนี้ได้]
เป็นไปตามคาดแม้ปลาคาร์ปมังกรเพียงตัวเดียวจะถือว่าหายากแต่มันก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการในการปลดล็อค
ต่อให้กลืนกินเข้าไปทั้งตัวก็ยังไม่บรรลุเงื่อนไขอยู่ดี
ดูท่าแล้วคงต้องหาทางกลืนกินปลาคาร์ปมังกรเกล็ดม่วงให้ได้สักตัว ถึงจะปลดล็อคได้สำเร็จ
ไป๋ฉางเซิงเบนสายตาไปมองปลาคาร์ปมังกรเกล็ดม่วงทั้งสามตัวที่อยู่ไกลออกไป
พวกเกล็ดม่วงที่เคยดุร้ายก่อนหน้านี้กลับมองดูไป๋ฉางเซิงที่กำลังล่าเพื่อนพ้องของพวกมันด้วยสายตาเย็นชาประหนึ่งมองไม่เห็นสิ่งใด
แต่สำหรับไป๋ฉางเซิงแล้วพวกมันจะเมินเฉยหรือไม่นั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป
ในเมื่อพวกเกล็ดม่วงไม่ยอมขยับเข้ามาเขาก็จะชิงลงมือก่อน
แม้ค่าพลังเลือดที่ได้จากปลาคาร์ปมังกรธรรมดาจะไม่สูงนักแต่แต้มวิวัฒนาการที่ได้กลับน่าพึงพอใจยิ่ง
สัตว์อสูรระดับหนึ่งทั่วไปไม่อาจให้แต้มวิวัฒนาการได้มากเท่านี้เลย
ไป๋ฉางเซิงที่เพิ่งผลาญแต้มวิวัฒนาการไปเกือบสามร้อยแต้มกลับมาหิวกระหายในแต้มวิวัฒนาการถึงขีดสุดอีกครั้ง
เขาลงมือโจมตีติดต่อกันสามครั้งซ้อนเข้าเป้าทุกนัด ทำให้มีแต้มวิวัฒนาการไหลเข้าบัญชีอีกเกือบสามสิบแต้ม
อันที่จริงด้วยความเร็วของปลาคาร์ปมังกร ไป๋ฉางเซิงไม่ควรจะงับพวกมันได้ง่ายๆ ขนาดนี้แต่ต้องโทษที่จำนวนพวกมันมีมากเกินไปและพวกมันก็ไม่ได้ฉลาดเหมือนปลาคาร์ปมังกรเกล็ดม่วงที่รู้จักหลบหลีกการโจมตีซึ่งๆหน้า
มันเหมือนกับคนที่ยิงปืนไม่แม่นแต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกองทัพนับพันนับหมื่นแค่หลับตาเหนี่ยวไกยังไงก็ต้องโดนใครสักคนแน่นอน
ทว่าสถานการณ์เช่นนี้อยู่ได้ไม่นานนัก
ปลาคาร์ปมังกรเกล็ดม่วงทั้งสามตัวก็เริ่มทนดูต่อไปไม่ไหว
แม้พวกมันจะเกรงกลัวมนุษย์สองคนที่อยู่บนฝั่งแต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกมันจะยอมทนเห็นไป๋ฉางเซิงเข่นฆ่าพวกพ้องของตนอยู่ฝ่ายเดียว
“มาแล้ว!”
เมื่อเห็นปลาคาร์ปมังกรเกล็ดม่วงพุ่งเข้ามาหาอีกครั้งไป๋ฉางเซิงก็ลอบยินดีในใจ ก่อนจะหันหลังโกยแน่บพุ่งตรงไปยังริมฝั่ง
“สามสิบเมตร!”
“ยี่สิบเมตร!”
“ตอนนี้แหละ!”
เจียงจืออวี๋ที่เฝ้ามองฝูงปลาคาร์ปมังกรที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงยี่สิบเมตรไม่รอช้าอีกต่อไป
“เข็มผลาญวิญญาณ!”
เจียงจืออวี๋แผดเสียงกังวานวินาทีต่อมาคลื่นพลังที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าก็พุ่งเข้าใส่ฝูงปลาคาร์ปมังกรที่อยู่ใต้ผิวน้ำทันที
แม้การโจมตีจะไร้รูปลักษณ์แต่ภาพที่ผิวน้ำยุบตัวลงไปหลายส่วนก่อนจะม้วนตัวพุ่งขึ้นมาเป็นระลอกคลื่นนั้นก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นถึงอานุภาพที่น่าสะพรึงกลัวของกระบวนท่านี้
“ว้าว!”
หลินจิงเหยาที่ยืนอยู่ข้างๆอดไม่ได้ที่จะร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ
เธอรู้ว่าเจียงจืออวี๋แข็งแกร่งกว่าเธอมากแต่สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาในตอนนี้นับเป็นการตอกย้ำความจริงที่ว่าช่องว่างระหว่างเธอกับเพื่อนสนิทนั้นกว้างใหญ่เกินกว่าจะพรรณนาออกมาเป็นคำพูดได้
ส่วนไป๋ฉางเซิงที่อยู่ในน้ำเขาสัมผัสได้เพียงเลือนลางว่ามีบางอย่างพุ่งเฉียดผ่านตัวเขาไปในชั่วพริบตา
วินาทีถัดมาผิวน้ำด้านหลังเขาก็ระเบิดออกเป็นระลอกคลื่นก่อนที่ความเงียบงันประดุจป่าช้าจะเข้าปกคลุม
เมื่อเหลียวหลังกลับไปมองปลาคาร์ปมังกรเกล็ดม่วงทั้งสามตัวที่เคยฮึกเหิมก่อนหน้านี้กลับมีท่าทีนิ่งค้างประหนึ่งถูกแช่แข็งร่างกายขนาดใหญ่ของพวกมันถูกกระแสน้ำพัดพาให้ลอยตุ๊บป่องไปตามแรงคลื่น
ส่วนพวกปลาคาร์ปมังกรธรรมดาที่มีความแข็งแกร่งน้อยกว่าพวกเกล็ดม่วงหลายเท่านั้นตอนนี้ต่างพากันหงายท้องขาวโพลน สิ้นใจตายกันไปจนหมด
นี่มัน...
ไป๋ฉางเซิงเคยคิดว่าค่าพลังเลือดของเขาสูงกว่าเจียงจืออวี๋มากนักหากวัดกันที่ความแข็งแกร่งเขาต้องเหนือกว่าเธอแน่นอน
แต่ดูเหมือนว่าเขาจะคิดผิดไปถนัดใจสิ่งที่เขาเหนือกว่าเธอมีเพียงแค่ค่าพลังเลือดเท่านั้น
เจียงจืออวี๋ที่เคยเป็นถึงจักรพรรดินีในชาติปางก่อนมีศาสตร์และศิลป์ในการต่อสู้ที่ตัวเขาในตอนนี้ไม่อาจนำมาเปรียบเทียบได้เลย
ไม่ต้องดูอื่นไกลแค่การโจมตีทางจิตเมื่อครู่ครั้งเดียว ก็เพียงพอที่จะปลิดชีพเขาได้ง่ายๆ แล้ว!
เธอสามารถรวมพลังโจมตีเป้าหมายเดียวแบบข้ามขั้นได้และตอนนี้ยังสามารถกระจายพลังเพื่อโจมตีเป็นวงกว้างปลิดชีพปลาคาร์ปมังกรนับสิบตัวได้ในคราวเดียว!
อานุภาพของมันช่างรุนแรงเกินกว่าที่ไป๋ฉางเซิงจะจินตนาการไปถึงจริงๆ
ถ้าหากเขาเรียนรู้ท่านี้ได้ละก็...
ในหัวของไป๋ฉางเซิงมีความคิดแล่นพล่านไปหมดแต่ส่วนใหญ่เป็นความตกตะลึงในความแข็งแกร่งของเจียงจืออวี๋เสียมากกว่า
“เสี่ยวไป๋ ลากศพปลาคาร์ปมังกรพวกนี้ขึ้นมาให้หมดนะ”
เสียงของเจียงจืออวี๋ดังขึ้นอีกครั้ง
น้ำเสียงของเธอในตอนนี้เจือไปด้วยความอ่อนเพลียอยู่หลายส่วนเมื่อเทียบกับเมื่อครู่
เห็นได้ชัดว่าการรีดเค้นพลังเพื่อโจมตีในระดับนี้ส่งผลเสียต่อร่างกายไม่น้อยแต่ยังดีที่ครั้งนี้เธอไม่ถึงกับหมดสติเหมือนตอนที่ปะทะกับราชันหมาป่ากระดูกเหล็ก
เมื่อไป๋ฉางเซิงได้ยินดังนั้นเขาก็บิดตัวว่ายน้ำเข้าไปงับปลาคาร์ปมังกรเกล็ดม่วงตัวหนึ่งแล้วลากมันเข้าหาฝั่ง
ทำซ้ำเช่นนี้อยู่หลายครั้งเมื่อถึงครั้งที่สามไป๋ฉางเซิงก็อ้าปากกัดปลาคาร์ปมังกรเกล็ดม่วงตัวที่สามจนขาดสะบั้นก่อนกลืนเนื้อปลาลงท้อง
และในคราวนี้เองเสียงแจ้งเตือนจากระบบก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสียที