ระบบกลืนกินระดับเทพ : เส้นทางวิวัฒนาการของตัวข้าผู้เป็นสัตว์อสูร (อ่อนแอ)

    เล่มที่ 2 บทที่ 41 เข็มผลาญวิญญาณ!

            พลังป้องกันที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในชั่วพริบตาส่งผลให้ไป๋ฉางเซิงสามารถต้านทานการโจมตีจากปลาคาร์ปมังกรทั่วไปได้อย่างสมบูรณ์

            ความรู้สึกเจ็บจี๊ดๆก่อนหน้านี้หายวับไปสิ้นแม้แต่แรงกระแทกจากปลาคาร์ปมังกรเกล็ดม่วงก็ยังลดทอนความรุนแรงลงไปหลายส่วน

            แม้การถูกพุ่งชนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจะยังทำให้เขาเสียหลักในการว่ายน้ำอยู่บ้างแต่อย่างน้อยมันก็ไม่รุนแรงถึงขั้นทำให้เกล็ดงูแตกกระจายในการโจมตีเพียงครั้งเดียวอีกต่อไป

            เมื่อตั้งหลักได้ไป๋ฉางเซิงก็เร่งความเร็วว่ายน้ำมุ่งหน้าสู่ริมฝั่งอย่างสุดกำลัง

            ฝูงปลาคาร์ปมังกรที่ว่ายมาสกัดหน้าได้รวมกลุ่มกับพวกที่ไล่ตามหลังมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่สำหรับการโจมตีระดับนี้ ไป๋ฉางเซิงเลือกที่จะเมินเฉยและพุ่งทะลวงไปโดยไม่แยแส

            เขามีเพียงการเอี้ยวตัวหลบหลีกการพุ่งชนของปลาคาร์ปมังกรเกล็ดม่วงบ้างเป็นครั้งคราวแม้ว่ามันจะดูไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่นักก็ตาม

            “แปดสิบเมตร!”

            “หกสิบเมตร!”

            เจียงจืออวี๋ขมวดคิ้วแน่นเธอมองดูระลอกคลื่นที่ม้วนตัวอยู่บนผิวน้ำพลางคำนวณระยะทางในใจ

            “ใกล้อีกนิด ใกล้อีกนิด...”

            “สี่สิบเมตร... สามสิบเมตร...”

            ไป๋ฉางเซิงขยับเข้าใกล้ริมฝั่งมากขึ้นทุกทีทว่าดูเหมือนฝูงปลาคาร์ปมังกรที่ไล่ตามหลังมาจะเริ่มสัมผัสได้ถึงอันตรายบางอย่างความถี่ในการโจมตีของพวกมันเริ่มลดลง คล้ายกำลังระแวดระวังคนสองคนที่ยืนอยู่บนฝั่ง

            สัญชาตญาณในการรับรู้ถึงวิกฤตของพวกมันช่างเฉียบคมนักมิน่าล่ะพวกมันถึงได้จับตัวยากและมีราคาแพงมหาศาลขนาดนี้

            ไป๋ฉางเซิงเหลียวหลังกลับไปมองปลาคาร์ปมังกรเกล็ดม่วงสามตัวที่เคยไล่บี้ตามติดมาคราวนี้พวกมันกลับรักษาระยะห่างอยู่ไกลๆ โดยไม่มีท่าทีว่าจะพุ่งเข้ามาโจมตีอีก

            ไม่ได้การถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป พวกลูกสมุนปลาพวกนี้คงจะสลายตัวไปก่อนที่เขาจะถึงฝั่งแน่

            ถึงตอนนั้นต่อให้เจียงจืออวี๋จะมีวิธีสังหารพวกมัน แต่ถ้าติดเรื่องข้อจำกัดของระยะทางเธอก็คงลงมือไม่ได้

            หากปล่อยให้พวกมันหนีไปได้การที่เขาต้องเจ็บตัวปางตายเมื่อครู่ก็คงสูญเปล่าไปโดยปริยาย!

            เมื่อคิดได้ดังนั้นไป๋ฉางเซิงจึงตัดสินใจหักหัวกลับ พุ่งเข้าใส่ฝูงปลาคาร์ปมังกรทันที

            เขาต้องกระตุ้นสัญชาตญาณการหวงถิ่นของพวกมันขึ้นมาใหม่

            ต้องทำให้พวกมันรู้สึกว่าเขาจะไม่ยอมจากไปง่ายๆพวกมันถึงจะยอมไล่ตามต่อ

            เขาอ้าปากงับเข้าที่ลำตัวของปลาคาร์ปมังกรตัวหนึ่งที่พุ่งเข้ามาหมายจะชนเขา

            การสวนกลับที่กะทันหันนี้ทำให้พวกมันตั้งตัวไม่ติด

            จะอย่างไรเสียไป๋ฉางเซิงก็อยู่ในระดับทหารอสูรระดับสองระดับสูง หากเทียบกับปลาคาร์ปมังกรเหล่านี้ แค่ค่าพลังเลือดเขาก็กินขาดแล้ว

            ก่อนหน้านี้เพราะถูกปลาคาร์ปมังกรเกล็ดม่วงรุมโจมตีจนตั้งตัวไม่ติดเขาจึงตอบโต้อะไรไม่ได้ แต่ตอนนี้เมื่อสิ่งรบกวนลดน้อยลงการจะฆ่าปลาคาร์ปมังกรสักไม่กี่ตัวจึงไม่ใช่เรื่องยาก

            ปลาคาร์ปมังกรที่ถูกงับพยายามดิ้นรนขัดขืนแต่ต่อหน้าไป๋ฉางเซิงที่มีค่าพลังเลือดเหนือกว่ามันอย่างลิบลับการดิ้นรนนั้นจึงเป็นเพียงการกระทำที่เปล่าประโยชน์

            เขาออกแรงงับ รสคาวของเลือดปลาไหลซึมไปทั่วช่องปากก่อนจะกลืนมันลงท้องไปทั้งตัวในคราวเดียว

            เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นตามมา

            [ยินดีด้วย โฮสต์กลืนกินปลาคาร์ปมังกร ได้รับค่าพลังเลือด 6 ได้รับแต้มวิวัฒนาการ 9]

            [ตรวจพบสาขาสายวิวัฒนาการ: เลือดมังกร]

            [ปริมาณสายเลือดมังกรต่ำเกินไป ไม่สามารถปลดล็อคสาขาสายวิวัฒนาการนี้ได้]

            เป็นไปตามคาดแม้ปลาคาร์ปมังกรเพียงตัวเดียวจะถือว่าหายากแต่มันก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการในการปลดล็อค

            ต่อให้กลืนกินเข้าไปทั้งตัวก็ยังไม่บรรลุเงื่อนไขอยู่ดี

            ดูท่าแล้วคงต้องหาทางกลืนกินปลาคาร์ปมังกรเกล็ดม่วงให้ได้สักตัว ถึงจะปลดล็อคได้สำเร็จ

            ไป๋ฉางเซิงเบนสายตาไปมองปลาคาร์ปมังกรเกล็ดม่วงทั้งสามตัวที่อยู่ไกลออกไป

            พวกเกล็ดม่วงที่เคยดุร้ายก่อนหน้านี้กลับมองดูไป๋ฉางเซิงที่กำลังล่าเพื่อนพ้องของพวกมันด้วยสายตาเย็นชาประหนึ่งมองไม่เห็นสิ่งใด

            แต่สำหรับไป๋ฉางเซิงแล้วพวกมันจะเมินเฉยหรือไม่นั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป

            ในเมื่อพวกเกล็ดม่วงไม่ยอมขยับเข้ามาเขาก็จะชิงลงมือก่อน

            แม้ค่าพลังเลือดที่ได้จากปลาคาร์ปมังกรธรรมดาจะไม่สูงนักแต่แต้มวิวัฒนาการที่ได้กลับน่าพึงพอใจยิ่ง

            สัตว์อสูรระดับหนึ่งทั่วไปไม่อาจให้แต้มวิวัฒนาการได้มากเท่านี้เลย

            ไป๋ฉางเซิงที่เพิ่งผลาญแต้มวิวัฒนาการไปเกือบสามร้อยแต้มกลับมาหิวกระหายในแต้มวิวัฒนาการถึงขีดสุดอีกครั้ง

            เขาลงมือโจมตีติดต่อกันสามครั้งซ้อนเข้าเป้าทุกนัด ทำให้มีแต้มวิวัฒนาการไหลเข้าบัญชีอีกเกือบสามสิบแต้ม

            อันที่จริงด้วยความเร็วของปลาคาร์ปมังกร ไป๋ฉางเซิงไม่ควรจะงับพวกมันได้ง่ายๆ ขนาดนี้แต่ต้องโทษที่จำนวนพวกมันมีมากเกินไปและพวกมันก็ไม่ได้ฉลาดเหมือนปลาคาร์ปมังกรเกล็ดม่วงที่รู้จักหลบหลีกการโจมตีซึ่งๆหน้า

            มันเหมือนกับคนที่ยิงปืนไม่แม่นแต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกองทัพนับพันนับหมื่นแค่หลับตาเหนี่ยวไกยังไงก็ต้องโดนใครสักคนแน่นอน

            ทว่าสถานการณ์เช่นนี้อยู่ได้ไม่นานนัก

            ปลาคาร์ปมังกรเกล็ดม่วงทั้งสามตัวก็เริ่มทนดูต่อไปไม่ไหว

            แม้พวกมันจะเกรงกลัวมนุษย์สองคนที่อยู่บนฝั่งแต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกมันจะยอมทนเห็นไป๋ฉางเซิงเข่นฆ่าพวกพ้องของตนอยู่ฝ่ายเดียว

            “มาแล้ว!”

            เมื่อเห็นปลาคาร์ปมังกรเกล็ดม่วงพุ่งเข้ามาหาอีกครั้งไป๋ฉางเซิงก็ลอบยินดีในใจ ก่อนจะหันหลังโกยแน่บพุ่งตรงไปยังริมฝั่ง

            “สามสิบเมตร!”

            “ยี่สิบเมตร!”

            “ตอนนี้แหละ!”

            เจียงจืออวี๋ที่เฝ้ามองฝูงปลาคาร์ปมังกรที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงยี่สิบเมตรไม่รอช้าอีกต่อไป

            “เข็มผลาญวิญญาณ!”

            เจียงจืออวี๋แผดเสียงกังวานวินาทีต่อมาคลื่นพลังที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าก็พุ่งเข้าใส่ฝูงปลาคาร์ปมังกรที่อยู่ใต้ผิวน้ำทันที

            แม้การโจมตีจะไร้รูปลักษณ์แต่ภาพที่ผิวน้ำยุบตัวลงไปหลายส่วนก่อนจะม้วนตัวพุ่งขึ้นมาเป็นระลอกคลื่นนั้นก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นถึงอานุภาพที่น่าสะพรึงกลัวของกระบวนท่านี้

            “ว้าว!”

            หลินจิงเหยาที่ยืนอยู่ข้างๆอดไม่ได้ที่จะร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ

            เธอรู้ว่าเจียงจืออวี๋แข็งแกร่งกว่าเธอมากแต่สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาในตอนนี้นับเป็นการตอกย้ำความจริงที่ว่าช่องว่างระหว่างเธอกับเพื่อนสนิทนั้นกว้างใหญ่เกินกว่าจะพรรณนาออกมาเป็นคำพูดได้

            ส่วนไป๋ฉางเซิงที่อยู่ในน้ำเขาสัมผัสได้เพียงเลือนลางว่ามีบางอย่างพุ่งเฉียดผ่านตัวเขาไปในชั่วพริบตา

            วินาทีถัดมาผิวน้ำด้านหลังเขาก็ระเบิดออกเป็นระลอกคลื่นก่อนที่ความเงียบงันประดุจป่าช้าจะเข้าปกคลุม

            เมื่อเหลียวหลังกลับไปมองปลาคาร์ปมังกรเกล็ดม่วงทั้งสามตัวที่เคยฮึกเหิมก่อนหน้านี้กลับมีท่าทีนิ่งค้างประหนึ่งถูกแช่แข็งร่างกายขนาดใหญ่ของพวกมันถูกกระแสน้ำพัดพาให้ลอยตุ๊บป่องไปตามแรงคลื่น

            ส่วนพวกปลาคาร์ปมังกรธรรมดาที่มีความแข็งแกร่งน้อยกว่าพวกเกล็ดม่วงหลายเท่านั้นตอนนี้ต่างพากันหงายท้องขาวโพลน สิ้นใจตายกันไปจนหมด

            นี่มัน...

            ไป๋ฉางเซิงเคยคิดว่าค่าพลังเลือดของเขาสูงกว่าเจียงจืออวี๋มากนักหากวัดกันที่ความแข็งแกร่งเขาต้องเหนือกว่าเธอแน่นอน

            แต่ดูเหมือนว่าเขาจะคิดผิดไปถนัดใจสิ่งที่เขาเหนือกว่าเธอมีเพียงแค่ค่าพลังเลือดเท่านั้น

            เจียงจืออวี๋ที่เคยเป็นถึงจักรพรรดินีในชาติปางก่อนมีศาสตร์และศิลป์ในการต่อสู้ที่ตัวเขาในตอนนี้ไม่อาจนำมาเปรียบเทียบได้เลย

            ไม่ต้องดูอื่นไกลแค่การโจมตีทางจิตเมื่อครู่ครั้งเดียว ก็เพียงพอที่จะปลิดชีพเขาได้ง่ายๆ แล้ว!

            เธอสามารถรวมพลังโจมตีเป้าหมายเดียวแบบข้ามขั้นได้และตอนนี้ยังสามารถกระจายพลังเพื่อโจมตีเป็นวงกว้างปลิดชีพปลาคาร์ปมังกรนับสิบตัวได้ในคราวเดียว!

            อานุภาพของมันช่างรุนแรงเกินกว่าที่ไป๋ฉางเซิงจะจินตนาการไปถึงจริงๆ

            ถ้าหากเขาเรียนรู้ท่านี้ได้ละก็...

            ในหัวของไป๋ฉางเซิงมีความคิดแล่นพล่านไปหมดแต่ส่วนใหญ่เป็นความตกตะลึงในความแข็งแกร่งของเจียงจืออวี๋เสียมากกว่า

            “เสี่ยวไป๋ ลากศพปลาคาร์ปมังกรพวกนี้ขึ้นมาให้หมดนะ”

            เสียงของเจียงจืออวี๋ดังขึ้นอีกครั้ง

            น้ำเสียงของเธอในตอนนี้เจือไปด้วยความอ่อนเพลียอยู่หลายส่วนเมื่อเทียบกับเมื่อครู่

            เห็นได้ชัดว่าการรีดเค้นพลังเพื่อโจมตีในระดับนี้ส่งผลเสียต่อร่างกายไม่น้อยแต่ยังดีที่ครั้งนี้เธอไม่ถึงกับหมดสติเหมือนตอนที่ปะทะกับราชันหมาป่ากระดูกเหล็ก

              

            เมื่อไป๋ฉางเซิงได้ยินดังนั้นเขาก็บิดตัวว่ายน้ำเข้าไปงับปลาคาร์ปมังกรเกล็ดม่วงตัวหนึ่งแล้วลากมันเข้าหาฝั่ง

            ทำซ้ำเช่นนี้อยู่หลายครั้งเมื่อถึงครั้งที่สามไป๋ฉางเซิงก็อ้าปากกัดปลาคาร์ปมังกรเกล็ดม่วงตัวที่สามจนขาดสะบั้นก่อนกลืนเนื้อปลาลงท้อง

            และในคราวนี้เองเสียงแจ้งเตือนจากระบบก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสียที

             

    คล้ายกับเรื่องระบบกลืนกินระดับเทพ : เส้นทางวิวัฒนาการของตัวข้าผู้เป็นสัตว์อสูร (อ่อนแอ) ที่คุณอ่าน