จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 40 การโต้กลับที่น่ากลัว

            ผู้คนที่อยู่ด้านล่างลานเต็มไปด้วยความโกรธเคืองต่อความไม่เป็นธรรมและบรรดาผู้กล่าวโทษเย่เฉินต่างก็เข้ามาทีละคนอย่างต่อเนื่อง

            เป็นเพราะความวุ่นวายของด้านล่างลานนี้การต่อสู้บนลานจึงหยุดลงชั่วคราว ฉีเฮ่าที่ถูกทุบตีจนล้มไม่เป็นท่านั้นจึงมีโอกาสได้หายใจ

            “การใช้วิชาปีศาจเป็นเรื่องที่ต่ำช้าไร้ยางอาย” ศิษย์ของยอดเขาเหรินหยางยังคงยึดมั่นในจุดนี้ยิ่งดุด่าก็ยิ่งฮึกเหิม

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาของเย่เฉินก็เย็นชาและกวาดสายตามองไปที่ศิษย์ของยอดเขาเหรินหยางจากนั้นกล่าวอย่างเยือกเย็น “ลองด่าดูอีกครั้งสิ”

            “ทำไมพูดไม่ได้รึไงว่าใช้วิชาปีศาจ?”  ศิษย์ชุดขาวของยอดเขาเหรินหยางคนหนึ่งตะคอกกลับมา

            “เจ้าห้ามปากของข้าคนเดียวได้แล้วเจ้าสามารถห้ามปากของทุกคนที่อยู่ตรงนี้ได้หรือ”

            “ไม่คิดจะแก้ไขแต่ดันทุรังที่จะทำผิดคิดร้าย”

            หมัดเดียวยากที่จะเอาชนะสี่มือการเผชิญหน้ากับความเท็จที่กลับดำเป็นขาวกลับขาวเป็นดำนั้น ถึงแม้จะโกรธแต่กลับไม่สามารถหยุดยั้งคำสบถต่างๆ ได้

            คำพูดของคนน่ากลัวยิ่งนัก

            สิ่งนี้ทำให้เย่เฉินเข้าใจและซาบซึ้งมากจริงๆ

            ชิ้ง!

            เมื่อความสนใจของเย่เฉินถูกดึงดูดอยู่จู่ๆ ฉีเฮ่าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็เริ่มโจมตีขึ้นทันทีแสงกระบี่รูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวก็พุ่งเข้ามา

            พัฟ!

            เมื่อเลือดกระเซ็นออกมาเย่เฉินก็ได้รับบาดเจ็บทันที หน้าอกที่ถูกฟันนั้นก็มีเลือดไหลออกมา

            “ไปตายซะ!” เสียงร้องดังก้อง ฉีเฮ่าที่มีสีหน้าดุร้ายราวกับหมาบ้ากำลังพุ่งเข้ามามีแสงสะท้อนลอยวนอยู่เหนือนิ้วชี้ของเขา จากนั้นเขาจึงชี้นิ้วออกไป

            พัฟ!

            ไหล่ขวาของเย่เฉินมีเลือดไหลออกมา

            จากนั้นจึงลอบโจมตีอีกครั้ง

            เย่เฉินที่ก้าวถอยหลังไปนั้นก็มีสีหน้าเย็นเยือกลงทันที

            ในวันนั้นที่ภูเขาด้านหลังของสำนักเหิงเยว่จู่ๆ เขาก็ถูกฉีเฮ่าทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ และฉากในวันนี้ก็คล้ายกับวันนั้นมาก

            เป็นเพราะการลอบโจมตีและได้รับบาดเจ็บอย่างต่อเนื่องทำให้เย่เฉินอยู่ในสภาพที่ล้มลุกคลุกคลานไม่เป็นท่า

            ดูเหมือนฉีเฮ่ากำลังบ้าคลั่งเขาไม่เปิดโอกาสให้เย่เฉินได้หายใจแม้แต่น้อย รอยพิมพ์ฝ่ามือห้าดารา เงาหมัดและกระบี่ต่างก็มาทั่วทุกสารทิศอย่างมืดฟ้ามัวดิน

            “บ้าเอ๊ยไอ้คนหน้าหนา” เจ้าหมีสองที่อยู่ด้านล่าง ไม่สามารถทนดูได้อีกต่อไป จึงตบโต๊ะขึ้นแล้วตะโกนด่าออกไปอย่างรุนแรง

            แต่ในตอนนี้ใครจะสนใจเขาได้

            “จัดการเขาซะ” เมื่อเห็นการตอบโต้ของฉีเฮ่า ศิษย์ของยอดเขาเหรินหยางก็ตะโกนเสียงดังสนั่น

            “ศิษย์พี่ฉีจะแพ้ได้อย่างไร”เมื่อเห็นเย่เฉินกำลังจะพ่ายแพ้ ซูซินเยว่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

            “ไอ้บ้าเอ๊ยนี่ยังมีจริยธรรมอยู่อีกไหมเนี่ย” เจ้าหมีสองกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะพร้อมกับตะโกนเสียงดัง

            ท้ายที่สุดแล้วเขาก็เป็นเจ้ามือพนัน

            หินวิญญาณมากกว่าเจ็ดแปดหมื่นเดิมพันว่าฉีเฮ่าชนะและที่เดิมพันว่าเย่เฉินจะชนะ มีเพียงหนึ่งร้อยหินวิญญาณก็หมายความว่าหากเย่เฉินแพ้ เขาจะต้องเป็นคนเสียเจ็ดแปดหมื่นหินวิญญาณให้กับคนที่เดิมพัน

            แน่นอนอยู่แล้วว่าไม่ใช่ทั้งหมดเป็นเพราะเรื่องของหินวิญญาณ

            แม้ว่าเขาจะรู้จักเย่เฉินได้ไม่นานแต่กลับรู้นิสัยของเย่เฉินเป็นอย่างดีและเขาเป็นคนที่คู่ควรกับมิตรภาพที่ดีคนหนึ่ง เขาถือว่าเย่เฉินเป็นเพื่อนแท้เมื่อเห็นว่าเย่เฉินถูกห้อมล้อมเข้าก่อน และถูกโจมตีจากด้านหลังจึงทำให้กระตุ้นความโกรธที่มีอยู่ในใจ

            พัฟ!

            พัฟ!

            บนลานต่อสู้เลือดยังคงสาดกระเซ็นอย่างต่อเนื่อง

            ตั้งแต่ถูกฉีเฮ่าโจมตีสำเร็จเย่เฉินก็ไม่มีจังหวะได้ตอบโต้กลับเลยแม้แต่น้อยจากนั้นก็ได้ถูกฉีเฮ่าทุบตีอย่างบ้าคลั่งไปจนสุดขอบลานต่อสู้โดยไร้ซึ่งปฏิกิริยาใดๆ

            ไปตายซะ!

            ฉีเฮ่าฟาดกระบี่ทะลุอากาศพร้อมกับเสียงแผดที่ดังขึ้น

            พัฟ!

            เลือดสาดกระเซ็นอีกครั้ง

            เพียงแต่ครั้งนี้เย่เฉินไม่ได้หลบหลีกใดๆอีกอย่างเขาถูกฟันเข้าที่ไหล่ แต่ก็ไม่ได้ตกจากลานประลอง

            “วันนี้ความเกลียดชังทั้งเก่าทั้งใหม่จะนับพร้อมเข้าด้วยกัน”

            น้ำเสียงของเย่เฉินเยือกเย็นมากมือซ้ายรั้งกระบี่ยาวของฉีเฮ่าเอาไว้ และมือขวาได้อัดพลังปราณที่ทรงพลานุภาพแล้วหมัดที่แข็งแกร่งก็ชกไปที่ใบหน้าของฉีเฮ่าอย่างแรง

            ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีครั้งเดียวฉีเฮ่าถูกต่อยด้วยหมัดของเย่เฉินจนเซ

            ฉีเฮ่าไม่ทันได้ทรงตัวเย่เฉินก็ฟาดกลับด้วยฝ่ามือจนถอยหลังไป

            สู้!

            เมื่อเสียงคำรามดังลั่นเย่เฉินไม่ได้สนใจเลือดที่ไหลอยู่ราวกับสิงโตที่จ้องจะตะครุบพุ่งเข้าใส่ฉีเฮ่าอีกครั้ง

            เขาโกรธมากเมื่อเผชิญหน้ากับกลุ่มคนที่แสร้งมีจริยธรรม คนที่เจ้าเล่ห์ เขาจะไม่ละมืออีกต่อไปตอนนี้จึงมุ่งหน้าเข้าไปตรงหน้าของฉีเฮ่าความหมายอันลึกซึ้งของอสูรเดือดดาลก็ใกล้จะแสดงให้เห็นและนี้ก็เป็นการโต้กลับที่น่ากลัว

            โฮก!

            โฮก!

            ทุกครั้งที่เย่เฉินลงมือล้วนแต่มีเสียงคำรามของอสูรดังออกมา และความโกรธแค้นที่อยู่ด้านในก็ระเบิดออกมา

            โอ๊ย…

            ฉีเฮ่าร้องตะโกนด้วยความโกรธพร้อมกับผมที่กระเซิง เขาใช้เคล็ดวิชาลับมากมาย หลังจากที่เย่เฉินเข้ามาใกล้ก็ถูกทุบตีไปอีกครั้ง จนไม่สามารถปลดปล่อยพลังที่มีอยู่ทั้งร่างออกมาได้เคล็ดวิชาลับอีกมากมายจึงยังไม่ทันได้นำออกมาใช้

            “วิชาปีศาจเขากำลังใช้วิชาปีศาจอีกแล้ว”

            เมื่อเห็นว่าฉีเฮ่าถูกทุบตีอีกครั้งศิษย์ของยอดเขาเหรินหยาง ก็เริ่มส่งเสียงโห่ร้องขึ้นอีกครั้ง

            ในไม่ช้าบรรดาศิษย์ที่กำลังเฝ้าดูการต่อสู้อยู่นั้นก็ค่อยๆ คล้อยตามครั้งนี้จึงมีกระแสเสียงที่ดังกว่าครั้งก่อน

            ไม่ใช่ว่าศิษย์ทุกคนจะเป็นมิตรกับฉีเฮ่าแต่พวกเขาต่างปวดใจกับหินวิญญาณของพวกเขาที่เดิมพันไว้

            อย่างไรก็ตามด้านล่างลานเมฆวายุก็ยังมีการเดิมพันอยู่

            ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์นอกจากเจ้าหมีสองและเย่เฉินแล้ว ที่เหลือทั้งหมดล้วนเดิมพันว่าฉีเฮ่าจะชนะหากว่าฉีเฮ่าพ่ายแพ้ พวกเขาก็จะต้องสูญเสียหินวิญญาณไป

            “ใช้วิชาปีศาจน่าเกลียดเกินไป”

            “ไสหัวลงมาจากลานประลองเดี๋ยวนี้เจ้าไม่คู่ควรจะต่อสู้กับศิษย์พี่ฉี”

            “ลากมันไปวิหารประกาศิต”

            เสียงต่อว่าเสียงสบถด่าทอ และเสียงที่โกรธเกรี้ยวดังขึ้นอีกครั้งครั้งนี้ดังขึ้นราวกับคลื่นทะเล การใส่ร้ายว่าใช้วิชาปีศาจเป็นเหมือนหมวกใบใหญ่ที่ถูกคาดลงบนศีรษะของเย่เฉินเหมือนต้องการใช้วิธีการนี้หยุดการต่อสู้ทุกอย่างบนเวทีเพื่อซื้อเวลาหายใจให้กับฉีเฮ่า

            แต่ไม่ว่าจะวางแผนกี่ครั้ง เย่เฉินก็จะผิดพลาดอย่างเดิมได้อย่างไร

            เขายังไม่หยุดโจมตีเขาเข้าโจมตีอย่างทรงพลัง เหมือนกับสัตว์ร้ายจู่โจมเข้าหา ทุบกำปั้นลงไปจนเลือดไหลทำให้ฉีเฮ่าหมดแรงจนไม่อาจพลิกตัวไหว

            โอ๊ย...

            สีหน้าของฉีเฮ่าบิดเบี้ยวไปเล็กน้อยแต่กลับไม่ได้ช่วยอะไรเลย

            “เจ้าหนุ่มน้อยเก่งมาก” เจ้าหมีสองที่ยืนอยู่ตรงโต๊ะพนันกำลังโบกสะบัดผ้าขาวชิ้นหนึ่งที่ไม่รู้ว่าไปเอามาจากไหน อย่างสนุกสนาน

            “ศิษย์...ศิษย์พี่หญิงจะทำอย่างไรกันดี” ด้านล่างลานประลอง ศิษย์ยอดเขาเหรินหยางต่างมองไปทางซูซินเยว่

            ซูซินเยว่ตื่นตกใจเล็กน้อยนางจะไปนึกได้อย่างไรว่าเย่เฉินจะมีพลังการต่อสู้เช่นนี้ แม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บจนถึงกับถูกบังคับให้ไปยังขอบลานประลองก็ยังจู่โจมกลับได้อย่างน่ากลัวทุกสิ่งดูสิ้นหวังเหนือความคาดหมายของนาง

            โครม!

            บนลานประลองฉีเฮ่าถูกเย่เฉินฟาดลงไปหนึ่งฝ่ามือจากนั้นก็ลอยออกไป

            เสียงโครมดังขึ้นอีกครั้งร่างที่ล้มลงไปของฉีเฮ่าทำให้ลานประลองแตกออกจากกัน

            อย่างไรก็ตามเมื่อเขาลุกขึ้นยืน รอยยิ้มที่แสนน่ากลัวก็ปรากฏขึ้นที่มุมปาก “เย่เฉินเจ้าไม่มีทางเอาชนะข้าได้หรอก”

            ได้ยินดังนั้นเย่เฉินที่กำลังจะจู่โจมเข้าไปอีกครั้ง ก็ขมวดคิ้วขึ้นทันที

            เขาพบว่าพลังปราณที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเขา ถูกพลังอันทรงพลังพันธนาการไว้แม้แต่ทะเลลมปราณก็ยังถูกกักเอาไว้

            “คาถาวิญญาณสวรรค์”เย่เฉินเหลือบมองไปที่แขนของเขาจึงได้พบว่ามียันต์สีเหลืองแผ่นหนึ่งติดอยู่ที่แขนของเขาและได้ละลายเข้าสู่ร่างกายของเขา เมื่อมองอย่างละเอียดมันดูเหมือนจะเป็นคาถาวิญญาณสวรรค์ใช่ไหม?

            “ใช่มันคือคาถาวิญญาณสวรรค์” ศิษย์ที่อยู่ด้านล่างอยู่ในความโกลาหล คาถาวิญญาณสวรรค์มีค่ามากนึกไม่ถึงว่าฉีเฮ่าจะมียันต์คาถาเช่นนี้

            “พลังปราณถูกกักเอาไว้แล้วเย่เฉินจึงไร้เรี่ยวแรงจะพลิกตัว”

            “คราวนี้ก็ไม่ต้องเสียเงินแล้ว”

            “ที่แท้ศิษย์พี่ฉีก็มีแผนอยู่แล้วนี่เอง”ศิษย์ยอดเขาเหรินหยาง ต่างถอนหายใจแรงอย่างโล่งอก การต่อสู้ครั้งต่อไปไม่ต้องสงสัยอะไรเลย

            “ฉีเฮ่าเจ้ามันคนไร้ยางอาย” ในตอนนี้ มีเพียงหมีสองเท่านั้นที่ตะโกนขึ้นมา“ดวลกับคนขั้นรวมพลังคนหนึ่ง ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะใช้คาถาวิญญาณสวรรค์เจ้ายังทำอะไรได้อีกไหมล่ะ”

            เพียงแต่ฉีเฮ่าในตอนนี้จะไปฟังที่ไหนกัน

            เขากำลังดีใจกับความอับอายของเย่เฉินในสมองของเขาตอนนี้คิดอยู่เพียงสิ่งเดียวเท่านั้น นั่นก็คือการเอาชนะเย่เฉินไม่ว่ามันจะมีค่าสักเท่าใดก็ตาม

            ด้านตรงข้ามใบหน้าของเย่เฉินเหมือนน้ำค้างแข็ง

            นี่เป็นครั้งแรกที่เขาโดนวิชาคาถาวิญญาณสวรรค์เขารู้สึกได้ชัดถึงความน่ากลัวของคาถาวิญญาณสวรรค์ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในเวลานี้ ไม่มีทางจะทำลายมันได้

            “พลังปราณถูกกักเอาไว้ข้าไม่มีทางเอาชนะเขาได้”

            ดวงตาของเย่เฉินเปล่งประกายอย่างไม่แน่นอนทะเลลมปราณก็ถูกกักเอาไว้ และก็รู้สึกว่าอัคคีเที่ยงแท้ก็คงถูกผนึกกั้นไว้เช่นกันแม้ว่าร่างกายของเขาจะแข็งแกร่ง และมีความสามารถในการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีพลังปราณ ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเขาไม่ทางจะชนะได้เลย

            ฮ่าๆๆ...!

            ด้านฝั่งตรงข้ามรอยยิ้มอันน่ากลัวและแสนจะไร้ยางอายของฉีเฮ่าก็ปรากฏขึ้นมา

            “ข้าจะทำให้เจ้าอยู่ก็สู้ตายเสียดีกว่า” ฉีเฮ่าดึงกระบี่สังหารออกมา และเดินเข้ามาอย่างช้าๆเขาไม่ได้รีบร้อน เพียงเพราะตอนนี้เขาต้องการที่จะชื่นชมเย่เฉินที่ตอนนี้โมโหแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้

            “ใครจะอยู่ใครจะไปในเมื่อมันยังไม่จบก็ไม่มีทางรู้ได้หรอก”รอยยิ้มเย็นชาและคำพูดอันเยาะเย้ยได้ออกมาจากปากเย่เฉินพร้อมแล้วสำหรับการต่อสู้อีกครั้ง