บทที่ : 2
“พวกเ้าออกไปเถอะเราไม่เป็ไรแล้วขอเราพักผ่อนก่อน...” เสียงเนือยๆ ดังมาจากหญิงสาวที่เพิ่งจะฟื้นได้ไม่นาน หลังจากที่ท่านหมอกลับไปแล้วก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังคอยดูแลสิ่งต่างๆ อยู่ หญิงสาวจึงเอ่ยขึ้นเบาๆ เป็เชิงไล่แขก
ซึ่งก็เหมือนกับว่ามันจะได้ผลเป็อย่างดี เพราะหลังจากที่นางกล่าวออกไปแบบนั้นหลายๆ คนก็ดูจะไม่ได้ใส่ใจอะไรมากเพียงแค่โค้งน้อยๆ แล้วจากไป จนทั้งห้องเหลือเพียงแค่หญิงสาวที่นอนซมอยู่ที่เตียง...และอีกหนึ่งสาวใช้
“เ้าเองก็ออกไปเถอะ พักผ่อนได้แล้ว หากมีอะไรเราจะเรียกเอง”
“...”
หญิงรับใช้ทำท่าอิดออดเล็กน้อย เพราะนางยังอยากอยู่ดูแลผู้เป็นายต่อ
“ไปเถอะข้าไม่เป็ไรแล้วจริงๆ หลายวันมานี้เ้าคงจะเหนื่อยมาก ไปพักเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมาหาข้าใหม่” เมื่อเห็นหญิงที่อายุมากกว่าเ้าของร่างหลายปีทำท่าทางไม่ยินยอม จันทร์ก็เลยสำทับให้นางกลับไปพักได้แล้ว เพราะเท่าที่นางจับใจความได้จากก่อนหน้านี้นางสลบไปนานหลายวันเลย และหญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ คนนี้ก็เป็คนดูแลแทบจะไม่ไปไหน
ที่สำคัญไปกว่านั้นนางคือหนึ่งในไม่กี่คนที่รับใช้นางกับมารดามาั้แ่สมัยก่อนแล้ว และจากในความฝันที่ยาวนานนั้น นางก็เป็หนึ่งในไม่กี่คนที่สามารถไว้ใจได้จริงๆ ในตอนนี้
“เดี๋ยวนี้พี่ไม่เชื่อฟังข้าแล้วหรือ...” และเมื่อนางเห็นว่าอีกฝ่ายดูว่าจะไม่ยอมท่าเดียว นางจึงควักท่าไม้ตายที่อดีตเ้าของร่างมักจะใช้อยู่บ่อยครั้ง และเป็สิ่งเดียวที่สามารถเรียกรอยยิ้มให้กับหญิงสาวผู้อาพับคนนี้มาใน่หลายปีที่ผ่านมา ซึ่งแน่นอนว่านางไม่ลืมที่จะปิดท้ายด้วยคำพูดที่น่าสงสาร เพื่อให้ทุกอย่างง่ายขึ้น “พี่ขอบตาดำหมดแล้วรีบไปพักเถอะตอนนี้ข้าไม่เป็อะไรแล้วจริงๆ ถ้าพี่เป็อะไรไปอีกคนข้าก็ไม่เหลือใครอีกแล้วนะ...”
“ก็ได้เ้าค่ะ”
หญิงรับใช้คนสนิทเมื่อเห็นท่าทางเหมือนลูกหมาหงอยของคุณหนูของนางหัวใจก็อ่อนยวบลง แล้วโค้งน้อยๆ ก่อนที่จะจากไปในที่สุด ทำให้จันทร์ได้อยู่ในห้องนี้เพียงคนเดียวได้ในที่สุด
“ฮึบ...”
เมื่อไม่เหลือใครอยู่ในห้องนี้แล้ว จันทร์ที่รออยู่ตั้งนานแล้วก็พยายามที่จะลุกขึ้นนั่ง แล้วก็เหมือนกับว่าร่างกายที่เคยหนักอึ้งก่อนหน้านี้นั้นเบาหวิวลงอย่างปาฏิหาริย์ จนนางสามารถลุกขึ้นมานั่งได้ในที่สุด...
“...”
เมื่อสามารถลุกขึ้นมานั่งได้สำเร็จสิ่งที่นางทำเป็อย่างแรกก็คือการมองไปรอบๆ ห้องอย่างถี่ถ้วน ในขณะเดียวกันกับที่พยายามหยั่งแรงของขาทั้งสองข้างไปพลางๆ และทบทวนสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นไปในเวลาเดียวกัน จนกระทั่งผ่านไปเกือบสองเค่อเห็นจะได้ นางก็ค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วไปเดินสำรวจรอบๆ ห้อง เพื่อยืนยันความคิดที่กำลังรวนอยู่ของนางให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
“ตกลงว่านี่ตายมาแล้วจริงๆ สินะ” ผ่านไปได้ราวครึ่งชั่วยาม นางก็กลับมาที่เตียงอีกครั้ง แล้วกึ่งเปรยกึ่งบอกตัวเองเบาๆ ราวกับว่ายอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งๆ ที่มันไม่น่าจะเป็ไปได้เลยด้วยซ้ำ
“สรุปแล้วนี่โดนตัดสายเบรกแล้วรถคว้ำตาย ก่อนที่จะมาอยู่ในร่างคุณหนูผู้อาพับนี่ ที่เพิ่งจะถูกแม่เลี้ยงวางแผนฆ่าจนตาย แล้วบังเอิญว่าข้าถูกอะไรบางอย่างพามาที่นี่พอดี?”
ถึงไม่อยากจะยอมรับเท่าไหร่ แต่นางก็ต้องยอมรับความเป็จริง เพราะขนาดนางลองหยิกตัวเองลองเตะขาโต๊ะร่วมด้วย แต่สุดท้ายสิ่งที่นางได้รับก็คือความเ็ปไม่ใช่การตื่นขึ้นจากความฝัน เพราะเหตุนี้นี่เองนางที่แทบไม่รู้จักอะไรสักอย่างในโลกนี่อย่างแท้จริง นอกจากมุมมองที่แสนจะแคบแสนแคบของเ้าของร่างแล้ว นางก็ไม่รู้อะไรอีกเลย...
“มีแต่ต้องอยู่ที่นี่แล้วจริงๆ สินะ แต่ว่าเด็กนี้เองก็โดนมาหนักไม่เบาเลย คงต้องทำอะไรอีกหลายอย่างหากอยากที่จะใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุข...”
ใช่แล้ว!
เมื่อต้องอยู่นางก็จะอยู่ที่นี่อย่างมีความสุข เพราะนางไม่เคยเชื่อในเื่ความบังเอิญ ถ้าหากนางถูกอะไรบางอย่างพามาที่นี่แล้ว อย่างน้อยก็คงไม่ได้ให้นางตกตายไปง่ายๆ หรอกนะ
และเมื่อจากนี้นางต้องกลายเป็ “เยว่ฮวา” นางก็จะเป็เยว่ฮวาที่มีความสุข ไม่ใช่เยว่ฮวาหรือนางสาวจันทราที่เป็คนดีแสนดีสำหรับคนอื่น แต่ตัวเองต้องเ็ปอย่างที่ผ่านมา
แม้นางจะหวังว่าจะได้โอกาสใหม่อีกสักครั้งเหมือนในนิยายในซีรี่ย์ แต่นางก็ไม่เคยคิดเลยว่านางจะได้รับสิ่งที่แสนจะเพ้อฝันนี้มาจริงๆ
แต่เมื่อได้มันมาแล้ว นางก็จะใช้มันให้คุ้มค่าอย่างถึงที่สุด!
เมื่อคิดแบบนั้นนางก็เริ่มวางแผนการณ์ทุกอย่างที่จะทำในวันข้างหน้าต่อไปอย่างคร่าวๆ ซึ่งคราวนี้นางไม่ได้หวังที่จะทำอะไรเหมือนในชีวิตที่ผ่านมา ทุกอย่างต่อจากนี้อาจจะไม่ต้องสมบูรณ์แบบ แต่ทุกอย่างต้องสามารถทำให้นางสนุกและมีความสุขกับการใช้ชีวิตให้ได้!!
.
.
.
.
อีกด้านหนึ่ง
“นายท่าน...”
ชายวัยสี่สิบปีคุกเข่าอยู่กับพื้นเบื้องหน้าของผู้เป็นาย ในห้องที่มีคนอยู่เพียงแค่สามคน หลังจากที่จัดการทุกอย่างจนเรียบร้อยแล้ว เขาที่เป็ผู้อารักขาคุณหนูก็มาเข้าพบคหบดีจาง หรือผู้เป็บิดาของจางเยว่ฮวา ผู้ที่รอดชีวิตกลับมาจากการถูกลอบทำร้ายอย่างปาฏิหาริย์
“ข้าขออภัยที่ไม่อาจจะปกป้องคุณหนูเอาไว้ได้”
เฮ้อ...
ชายวัยห้าสิบปีถอนหายใจออกมา พลางทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง แต่สายตาของเขานั้นทอดมองออกไปไกลกว่านั้น ราวกับกำลังมองบางอย่างที่เขาไม่อาจจะมองเห็นมันได้อีกแล้ว
“มันไม่ใช่ความผิดของเ้าหรอก”
“แต่...”
“เ้าทำงานกับข้ามากี่ปีแล้ว” ชายวัยกลางคนหันกลับมามององครักษ์ของบุตรสาวที่อยู่มาั้แ่ก่อนที่นางจะเกิดด้วยซ้ำ ก่อนที่จะกล่าวออกมา
“สักยี่สิบปีแล้วขอรับ”
“นั่นสินะ เพราะเ้าเองก็ถูกบิดาเ้าฝากมาในปีเดียวกับลูกชายคนโตของข้าถือกำเนิด...” จางเผิงไห่กลับไปนั่งลงที่โต๊ะทำงานตัวเดิมของขา แล้วเอนหลังลงไปอย่างอ่อนล้าแล้วหลับตาลงทบทวนหลายๆ อย่างที่ผ่านมาในชีวิตของเขา
แต่เดิมเขาเองก็เป็แค่ชาวบ้านธรรมดาๆ ที่ลำบากยากแค้นหลังจากผ่านยุคามา แต่ด้วยความอดทนพยายามและปากกัดตีนถีบอย่างถึงที่สุด ในระยะเวลาสามสิบปีที่ผ่านมาเขาก็สามารถขึ้นมาสู่อย่างที่เป็อยู่ในตอนนี้
และแน่นอนที่สุดคือการที่จะสามารถกลายมาเป็หนึ่งในตระกูลคหบดีที่ร่ำรวยที่สุดได้ เขาต้องผ่านมาแล้วแทบทุกอย่าง ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็สิ่งที่ดี...
หรือชั่วช้าก็ตาม...
“...”
“เ้าอาจจะสงสัย ว่าทำไมทั้งๆ ที่ข้าสามารถช่วยเหลือและปกป้องนางได้ แล้วทำไมข้าถึงปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างที่เ้าเห็น...” หลังจากไตร่ตรองอะไรหลายๆ อย่างในที่สุดชายวัยกลางคนจึงเลือกที่จะกล่าวออกมา “แต่ข้ากลับปล่อยให้ทุกอย่างเกิดขึ้น และคอยมองดูอยู่แค่ไกลๆ แบบนี้เ้ารู้ไหมว่าทำไม”
“...”
“ในฐานะองครักษ์ของพวกนางสองแม่ลูกมากว่ายี่สิบปีั้แ่เ้าเริ่มฝึกฝน เ้าน่าจะรู้ดีว่าสองคนแม่ลูกนั้นเป็บุคคนเช่นไรใช่ไหม”
“ขอรับ”
“เ้าอาจจะมองว่าข้าโหดร้ายมากในฐานะบิดาที่ไม่ได้ปกป้องนางเอาไว้” เขาถอนหายใจออกมาอีกครั้งพลางนึกถึงวันสุดท้ายที่หญิงที่เขารักที่สุดในชีวิตต้องจากไป “แต่เ้ารู้ไหมว่าั้แ่วันที่นายหญิงของเ้าจากไป มันคือวันที่ข้านั้นเ็ปหัวใจมากมายขนาดไหน”
“...”
องครักษ์ก้มหน้าลง เพราะวันนั้นเองเขาก็อยู่ในเหตุการณ์ ในวันที่ฮูหยินใหญ่ถูกมือสังหารลอบเข้ามาทำร้าย ทั้งๆ ที่พวกผู้คุ้มกันทั้งหมดจะพยายามเพื่อที่จะปกป้องนางเอาไว้อย่างสุดความสามารถ แต่ถึงอย่างนั้นนางก็เอาร่างกายของตัวเองมารับมีดที่ถูกอาบด้วยยาพิษ และตายลงไป
ั้แ่วันนั้นมาเขาก็แทบจะไม่เคยมองเห็นรอยยิ้มของนายใหญ่อีกเลย...
“ข้าไม่รู้ว่าเ้าจะเข้าใจข้าหรือไม่ แต่สำหรับข้าในฐานะพ่อและผู้นำตระกูลจาง ข้าเองก็ไม่อยากที่จะทำให้นางต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ แต่ความเป็จริงมันไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น”
“...”
“ต่อให้ไม่นับเื่การค้าที่กำลังแข่งขันกันอย่างรุนแรงและโหดร้ายกว่านี้มาก ลำพังเพียงแค่เื่ภายในนางยังไม่สามารถเอาชีวิตรอดได้ ต่อให้ข้าจะพยายามปกป้องนางสักแค่ไหน แต่สักวันข้าเองก็ต้องแก่ตัวลงและตายไป แล้วหลังจากนั้นใครกันที่จะมาคอยปกป้องนาง...ถ้าหากนางไม่เริ่มที่จะปกป้องตัวเอง”
“มันอาจจะฟังดูโหดร้าย แต่นางนั้นเป็คนดีเกินกว่าที่จะอยู่รอดในสังคมของพวกเราในตอนนี้”
......................