บทที่ 142
หยกหยินหยาง
ยามวิกาลทั่วทั้งผืนท้องนภาถูกปกคลุมไปด้วยเมฆสีดำสนิท
จางหยวนหลังจากที่เดินทางกลับมาเขาเข้ามาเก็บตัวภายในห้องในช่วงยามราตรี
ในตอนนี้นำเอาบางอย่างออกมาจากกระเป๋ามิติที่เป็นความสามารถของตนเองโดยสิ่งที่ถูกนำเอาออกมาจากภายในกระเป๋ามิติมันคือหยกหยินหยาง
ตั้งแต่เดินทางกลับมาที่เมืองแห่งนี้ก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการหยกชนิดนี้อีกเลย
ทั้งที่ตอนแรกตั้งใจว่าเมื่อเดินทางกลับมาถึงเมื่อไหร่จะทำความเข้าใจกับมันให้มากขึ้น
แต่เพราะว่ามีเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นมากมายมันเลยทำให้ตัวของเขาไม่ได้จับเจ้าของสิ่งนี้อีกเลย
ตอนนี้หลังจากที่เดินตรวจตราที่ดินบริเวณเมืองรอบๆที่ตนเองประมูลมาได้เสร็จเรียบร้อย
แถมยังจัดการกับกิจการต่างๆได้ประมาณนึงแล้วก็มีเวลาที่จะมาสนใจกับเจ้าของสิ่งนี้มากขึ้น
จางหยวนนำมันออกมาแล้วก็ตั้งลงบริเวณด้านหน้า
ดวงตาของเขาในตอนนี้กำลังจ้องมองของที่อยู่บริเวณด้านหน้าของตนเอง
สิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้าแผ่นหยกขาวดำที่วางอยู่บริเวณบนโต๊ะมีขนาดเท่าจาน
จางหยวนขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันเขาหรี่ดวงตาทั้งสองข้างของตนเองเล็กลงเพื่อพยายามมองมันให้ออกมาขึ้น “มองดูจากจะเอาสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้าผิวเผินแล้วเหมือนของล้ำค่า ”
“ แต่ว่าไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ยังมองไม่ออกเลยเหตุใดของเหล่านี้ถึงมีผู้คนมากมายต้องการ”
“ แถมยังบอกว่าภายในเจ้าของสิ่งนี้มันมีความลับอันยิ่งใหญ่ที่ซ่อนเอาไว้อีก”
“ หรือว่าเจ้าของสิ่งนี้มันจะเป็นของปลอม?” จางหยวนแสดงท่าทางงุนงง
เขาหยิบมันขึ้นมาแล้วก็ใช้ดวงตาจ้องมองดูมันอย่างละเอียดลองใช้มือลูบคำลองใช้ดวงตามองไกลๆ
หลังจากที่ทำการมองและก็ไตร่ตรองมองมาสักพักก็ยังพบเห็นว่ามันเองก็ยังไม่ได้มีอะไรที่น่าสงสัย
เพราะแบบนั้นเลยคิดขึ้นมาได้อย่างนึงว่าบางทีพวกมันอาจจะเป็นของปลอมก็ได้
จางหยวนเริ่มลองสำรวจลึกขึ้นเขาพยายามดึงหรือว่าพยายามจะมองหากลไกจากภายนอกหยกหยินหยาง
“ ไม่มีไม่มีกลไกซ่อนอยู่ด้วย ”
“ ในตอนแรกคิดว่าจะเป็นเหมือนกับภายในหนังที่ของสำคัญจะมีกลไก่พวกซ่อนเอาไว้”
“ แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่มีกลไกอะไรซ่อนเอาไว้แสดงว่าเป็นหยกธรรมดาอย่างงั้นหรอ”หลังจากที่ลองหามาสักพักแล้วยังไม่ได้คำตอบจางหยวนโยนมันลงไปบนโต๊ะที่อยู่ด้านหน้า
“ ตรึง!!! ”
เขาโยนมันลงไปบนโต๊ะจางหยวนเอนหลังพิงกับเก้าอี้ที่ตนเองกำลังนั่งอยู่มองมันจะไกลแล้วก็คิด“ ไม่มีอะไรน่าสงสัยเลยแม้แต่น้อย”
“ ไม่ว่ามองอย่างไรก็ไม่น่าจะใช่ของที่มีบทบาทสำคัญหรือว่ามีความลับอะไรซ่อนอยู่”
“ หรือว่าคนพวกนั้นเพียงแค่ได้ยินเรื่องเล่าจนเกิดความโลภและก็อยากได้มันไปในครอบครอง”
“ แต่จะว่าก็ว่าเถอะมองดูจากภายนอกแล้วความงดงามของมันแตกต่างจากเนื้อหยกธรรมดาจริงๆ”
“ มันก็ไม่น่าจะใช่ของปลอมเพราะว่าถ้าตระกูลหลินต้องการมันเองก็ยืนยันได้ว่าน่าจะเป็นของจริงประมาณเจ็ดส่วน”
ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ยิ่งคุณคิดยิ่งรู้สึกสับสน
จางหยวนไม่เข้าใจเกี่ยวกับปริศนาของเจ้าสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้าของตนเองเลยแม้แต่น้อย
ของที่อยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้มันมีปริศนามากมายที่ถูกซ่อนเร้นเอาไว้หรือบางทีมันอาจจะเป็นของไร้ค่าที่ผู้คนนั้นlihk’ขึ้นมาจากเรื่องเล่าในยุคก่อนอันนี้ก็ไม่สามารถพูดได้
จางหยวนนั่งเล่นอยู่บริเวณตรงนั้นสักพักเขาพยายามคิดว่าจะเอาอย่างไรกับเจ้าของสิ่งนี้
แต่ในขณะที่นั่งเล่นอยู่นั้นดวงตาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่หน้าสนใจเข้า
บางอย่างที่ดึงดูดสายตาจนเป็นเอกลักษณ์ดวงตาของเขาจ้องมองไปอย่างไม่กระพริบตา
ของที่เขานั้นสังเกตุเห็นตัวแผ่นหยกขาวดำที่ตั้งอยู่บนโต๊ะกระทบเข้ากับแสงจันทร์ที่ส่องผ่านมาจากบริเวณหน้าต่าง
แสงจันทร์ที่ส่องผ่านเข้ามาจากบริเวณหน้าต่างส่องลอดผ่านเข้ามากระทบกับหยกขาวดำที่วางอยู่
ตัวของผิวยกสองประกายแวววาวสว่างไสวหลังจากที่มันกระทบเข้ากับแสงจันทร์ดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างปรากฏ
จางหยวนดีดตัวของตนเองขึ้นมาอย่างรวดเร็วเขายื่นหน้าของตนเองไปใกล้ๆเพื่อมองดู
“ นี่มันอะไรกัน? ”
จางหยวนมองเห็นบางอย่างเขาให้โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ
ดวงตาของเขาพยายามจ้องมองกับสิ่งเลือนลางที่อยู่บริเวณด้านหน้าพยายามทำให้มันชัดเจนมากขึ้น
หลังจากที่จ้องมองอยู่สักพักเขาก็เริ่มมองเห็นชัดเจนมากขึ้น
บริเวณตัวเนื้อหยกที่ส่องประกายแวววาวหลังจากที่มีแสงจันทราส่องลอดผ่านหน้าต่างเข้ามากระทบมันมีเหมือนกับบางอย่างปรากฏขึ้น
โดยสิ่งที่ปรากฏขึ้นบนตัวเนื้อหยกเป็นเหมือนกับเส้นบางอย่างที่ปะติดปะต่อกันเป็นเส้นทางมากมาย
จางหยวนเริ่มมองเห็นรูปร่างของมันได้ชัดเจนมากขึ้น “นี่มันแผนที่อย่างงั้นหรอ ”
นั่นคือสิ่งที่เขาสามารถคาดการณ์ได้เพราะว่าจากที่มองดูด้วยสายตาเส้นมากมายหลายเส้นที่มันร้อยเรียงปะติดปะต่อกัน
ตัวของเขามองเห็นว่าเส้นพวกนั้นมันปะติดปะต่อกันจนกลายเป็นแผนที่
เพราะแบบนั้นจึงวิเคราะห์แล้วก็คาดการณ์สิ่งที่อยู่ด้านหน้าว่ามันคือแผนที่อย่างแน่นอน
ใบหน้าของจางหยวนที่ได้รู้ความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ดูตื่นตระหนกขึ้น“ เดี๋ยวนะเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงอย่างงั้นหรอ ”
“ แสดงว่าเรื่องที่ผู้คนมากมายพูดกันปากต่อปากว่าเจ้าหนี้เป็นแผนที่ขุมสมบัติก็น่าจะเป็นเรื่องจริงเนี่ยสิ”
“ สิ่งที่มองเห็นน่าจะเป็นแผนที่ ”จางหยวนยื่นมือของตนเองไปแล้วก็หยิบมันขึ้นมาเพื่อจะดูใกล้ๆ
ทว่าเมื่อเขายื่นมือออกไปและหยิบมันขึ้นมาดูเมื่อได้ดึงมันเข้ามามองดูใกล้ๆกับพบเห็นว่าแผนที่พวกนั้นหายไปแล้ว
แผนที่พวกนั้นหายไปต่อหน้าต่อตาจางหยวนสงสัยแต่ในเสี้ยววินาทีถัดมาก็หันไปมองบริเวณด้านนอกหน้าต่าง
“ หรือว่าตัวหยกนี้จะตอบสนองกับแสงจันทร์ด้านนอก”
จางหยวนไม่รีรอลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเขาเดินมุ่งตรงไปยังบริเวณหน้าต่างที่ถูกเปิดเอาไว้
เขาเดินไปบริเวณตรงนั้นเพื่อที่จะได้รับแสงจันทร์อย่างเต็มที่และได้มองดูสิ่งที่มันอยู่บริเวณด้านหน้า
เขายื่นหยกขาวดำของตนเองออกไปเมื่อทำการยื่นมันออกไปให้แสงจันทร์ด้านนอกสาดส่องเข้ามากระทบกับตัวหยกอย่างเต็มที่
หลังจากที่แสงบริเวณด้านนอกส่องผ่านเข้ามากระทบกับตัวหยกแผนที่ชัดเจนขึ้นมาในทันที
แผนที่ที่มันเคยเลือนลางแล้วก็หายไปก่อนหน้านี้ในตอนนี้มันกลับมาอีกครั้ง“ นี่ยังไงล่ะ ”
“ แผนที่จริงๆด้วย ”
“ มันเป็นแผนที่ที่ถูกทำขึ้นมาโดยที่สลักลงไปบนเนื้อหยกด้วยกรรมวิธีพิเศษยามกระทบกับแสงจันทร์มันจะปรากฏขึ้นมา”
“ นี่คือปริศนาของเจ้าของสิ่งนี้ ”
“ มันเป็นของจริงสิ่งนี้เป็นแผนที่ของขุมสมบัติใช่หรือไม่” จางหยวนถามกับตัวเองภายในใจ
แน่นอนว่าสิ่งที่มันปรากฏขึ้นมาบริเวณด้านหน้าตอนนี้เขามั่นใจกว่าแปดส่วนว่ามันจะเป็นแผนที่
เพียงแต่ว่าแผนที่ที่มันปรากฏขึ้นมาบริเวณด้านหน้าในตอนนี้มันจะใช้แผนที่ของขุมสมบัติหรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
“ ไม่ได้การแล้วถ้าเจ้าของสิ่งนี้เป็นของจริงตัวของข้าก็จำเป็นจะต้องสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้มากขึ้น”
จางหยวนรีบเก็บของสิ่งนั้นเอาไว้ภายในกระเป๋ามิติอย่างรวดเร็ว
เขารีบลุกขึ้นมาเพื่อที่จะไปสั่งให้คนออกตามหาแล้วก็ลองสืบข่าวเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้และนำข้อมูลของพวกมันมาหาเขาให้มากที่สุด
จบบท