เวลาผ่านไปหลายชั่วยามผู้คนที่อยู่ภายในหอคอยสวรรค์แห่งนี้นั้นล้วนถูกส่งตัวออกมากันหมดแล้วจะเหลือเพียงก็แต่หลินเทียนเท่านั้นที่ตัวของเขานั้นยังคงอยู่ภายในสถานที่ที่แปลกประหลาดแห่งนี้เพียงลำพังในหมู่ศิษย์รุ่นเยาว์ที่เข้ามาภายในหอคอยสวรรค์แห่งนี้นั้นผู้ที่มีความสามารถที่สุดพวกมันสามารถมาถึงได้เพียงแค่ชั้นที่ 13 เท่านั้นเพียงแค่พวกมันก็สามารถเก็บเกี่ยวได้เป็นจำนวนไม่น้อยแล้ว เพราะภายในแต่ละชั้นผู้คนล้วนแล้วแต่พบเจอหรือเก็บเกี่ยวทรัพย์พยากรที่มีค่ามากมายณ ด้านนอกหอคอยสวรรค์“เหอๆถึงเรื่องราวของเจ้าหมิงโจวมันอาจจะทำให้ข้าปวดหัวและเสียอารมณ์ไปบ้าง แต่เมื่อได้มาเห็นภาพสถานการณ์เช่นนี้ช่างเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นยินดียิ่งนัก” ผู้อำนวยการชิงหลงกล่าวอย่างอารมณ์ดีเพราะผู้ที่เหลือรอดภายในหอคอยสวรรค์แห่งนี้เป็นคนสุดท้ายจะเป็นใครไปไม่ได้อีกนอกจากหลินเทียนและที่สำคัญไปกว่านั้นตัวของเจ้าเด็กหนุ่มผู้นี้มันยังสามารถเข้ามาถึงชั้นเดียวกันกับตนด้วย“เจ้าเด็กนี่มันร้ายนักข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่านอกจากเจ้าจะมีคนที่สามารถขึ้นไปถึงชั้นที่ 15 ได้ด้วย ชิงหลงเจ้าช่วยบอกข้าได้รึไม่ว่าแท้จริงแล้วภายในชั้นที่ 15 มันคืออะไรกันแน่” ฉินอู๋โหย่วกล่าวถามต่อสหายของตนด้วยความสงสัย นี่ก็เป็นเวลานานหลายสิบปีแล้วที่ไม่มีรุ่นเยาว์คนไหนเลยที่จะสามารถก้าวข้ามขึ้นมาถึงชั้นนี้ได้แม้แต่ทางด้านของท่านผู้ก่อตั้งก็ยังคงสามารถไปถึงชั้นที่ 18 เท่านั้น“สถานที่แห่งนั้นไม่มีสิ่งชีวิตใดๆทั้งสิ้นมันมีเพียงแต่ค่ายกลอักขระเท่านั้น แต่ข้าขอบอกเลยว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยการที่จะผ่านมันไปได้ เหอ เหอ หากจะให้ข้าพูดตามตรงเจ้าค่ายกลอักขระพวกนี้มันร้ายกาจยิ่งกว่าสัตว์อสูรตนอื่นๆที่เคยพบเจอมาเสียอีก” เจ้าสิ่งนี้นับว่าเป็นภัยร้ายที่มองไม่เห็นอย่างแท้จริง“เจ้าคิดว่าเจ้าเด็กนั่นจะผ่านมันไปได้ไหม” หากหลินเทียนสามารถก้าวข้ามผ่านชั้นนี้ไปได้ชื่อเสียงของเขานั้นจะต้องโด่งดังเป็นอย่างมากแน่นอนเพราะผู้คนต่างรู้กันทั่วว่าระดับความยากง่ายของหอคอยสวรรค์นั้นมันมากน้อยเพียงใดและนี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่ที่ตัวของเจ้าเด็กหนุ่มผู้นี้จะก้าวข้ามตัวตนที่ยิ่งใหญ่เช่นชิงหลง“แน่นอนมันย่อมทำได้! พร๊วดดดด แคร๊ก แคร๊ก” ชิงหลงถึงกับสำลักน้ำออกมาเมื่อพบเห็นว่าสัญญาณชีวิตของหลินเทียนสามารถก้าวข้ามชั้นที่ 15 ไปแล้ว“ทำไมเจ้าหนูนั่นมันผ่านไปได้รวดเร็วนัก เจ้าค่ายกลนั่นมันทำให้ข้าคางเหลืองแทบตายแท้ๆเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วอึดใจเจ้าหนูนั่นมันทำได้อย่างไร” ชิงหลงกล่าวออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เพราะตัวของมันนั้นทราบถึงความร้ายกาจที่แท้จริงของชั้นนี้เป็นอย่างดี เพราะแม้แต่ตัวของมันก็มิอาจก้าวข้ามไปได้แต่เจ้าเด็กผู้นี้มันกับสามารถทำได้อย่างง่ายดายนัก นี่นับว่าเป็นเวลาที่นานมากแล้วจริงๆที่ไม่มีผู้คนที่จะสามารถสร้างความรู้สึกตื่นเต้นเช่นนี้กับมันได้“อะไรกัน เจ้าหนูนั่นมันผ่านไปถึงชั้นที่ 16 แล้วหรือนี่ไม่อยากจะเชื่อ” แม้แต่ตัวของฉินอู๋โหย่วเองก็รู้สึกตื่นเต้นกับสถานการณ์เช่นนี้เช่นเดียวกัน เขาอยากจะรู้เสียเหลือเกินว่าแท้จริงแล้วตัวของหลินเทียนนั้นจะสามารถขึ้นไปสู่จุดสูงสุดแค่ชั้นใดกันแน่แม้แต่ผู้ก่อตั้งก็ยังคงสามารถขึ้นไปถึงเพียงชั้นที่ 18 เท่านั้น สถานการณ์ที่ด้านนอกหอคอยสวรรค์แห่งนี้นั้นนับว่าวุ้นวายเป็นอย่างมากที่มีคนสามารถก้าวข้ามผ่านชั้นที่ 15 ไปได้ เพราะตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเรื่องราววุ้นวายเช่นนี้มาก่อนข่าวคราวของหลินเทียนในยามนี้นั้นถูกแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วรวมทั้งไปถึงหูของศิษย์หลักคนอื่นๆอีกด้วยแรกเริ่มเดิมทีพวกมันต่างก็ไม่ค่อยที่จะให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้อะไรมากนัก เพราะอย่างเก่งศิษย์รุ่นเยาว์ที่เข้าไปก็สามารถไปถึงเพียงแค่ชั้น 13 เท่านั้นแต่ปีนี้นั้นมันแตกต่างออกไปเพราะเจ้าเด็กหนุ่มผู้มาใหม่ผู้นี้นั้นสามารถที่จะก้าวข้ามสถิติเดิมของผู้อำนวยการชิงหลงที่เคยทำเอาไว้ได้นี่จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ศิษย์หลักทุกระดับชั้นต่างพากันมารวมตัวกันยังสถานที่แห่งนี้สีหน้าท่าทางของพวกมันแต่ละคนนั้นเต็มเปรี่ยมด้วยความจริงจังอย่างถึงขีดสุด ด้วยความสามารถระดับนี้เจ้าเด็กหน้าใหม่ผู้นี้อีกไม่นานตัวของมันคงได้ก้าวเท้าเข้ามาเป็นหนึ่งในศิษย์หลักเป็นแน่
“เจ้าเด็กหลินเทียนนั่นแท้จริงแล้วมันเป็นใครกันแน่” เจ้าของน้ำเสียงนี้นั้นเต็มเปรี่ยมไปด้วยอำนาจบารมีอย่างถึงขีดสุดแม้แต่ตัวของหมิงโจวยามที่พบเจอต่อหน้ามันผู้นี้ยังคงต้องแสดงความนอบน้อมต่อมันหลายส่วน ตำแหน่งและอำนาจบารมีของมันผู้นี้นั้นไม่เคยสั่นคลอนมาก่อน มันคือชายผู้ถูกขนานนามว่าแข็งแกร่งและทรงพลังที่สุดภายในโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้ เหิงซาน ศิษย์หลักลำดับที่ 1 น้อยคนยิ่งนักที่จะทำให้ตัวตนเช่นมันเกิดความสนใจเช่นนี้ได้“มันคือเจ้าเด็กหน้าใหม่ที่มีความดุร้ายราวกับเจ้าสัตว์เดรัจฉาน ข้าได้ยินมาว่ามันผู้นี้จับหักแขนหักขาผู้คนเป็นจำนวนนับสิบ และพวกมันเหล่านั้นจะต้องพิการไปตลอดชีวิต การกระทำของมันเช่นนี้ยังกล้าเรียกตนเองว่ามนุษย์อยู่อีกงั้นเหรอ” แม้แต่ตัวตนลำดับ 1 เช่นมันยังถึงกับคิ้วกระตุก อะไรมันจะโหดเหี้ยมปานนั้น“และข้าได้ยินข่าวมาว่าศิษย์พี่หมิงโจวต้องการที่จะท้าประลองเป็นตายกับมัน เห้อ เห็นทีว่าชีวิตของเจ้าเด็กหน้าใหม่ผู้นี้มันคงที่จะอยู่ได้อีกไม่นานนัก” ศิษย์รุ่นเยาว์ผู้นึงกล่าวออกมาด้วยความเสียดาย เพราะอนาคตของหลินเทียนยังอีกยาวไกลนักแต่กับดันไปมีเรื่องกับศิษย์หลักลำดับที่ 5 ไปซะได้แบบนี้มันไม่เท่ากับเป็นการทำลายอนาคตตัวเองหรอกหรือ ไม่ว่าใครต่างก็ไม่เชื่อว่าหลินเทียนจะเอาชนะได้ด้วยซ้ำเพราะในสายตาของพวกมันนั้นหลินเทียนมันก็ไม่ต่างอะไรไปจากเจ้าพวกที่ไม่รู้จักเจียมตัว โลกใบนี้มันช่างกว้างใหญ่เกินไปนักมันใหญ่เกินกว่าที่มันจะทำตัวอวดเบ่งไปได้มีเพียงแต่ความตายเท่านั้นที่จะสามารถสั่งสอนมันผู้นี้ก็เป็นได้“ฮ่า ฮ่า น่าสนใจจริง น่าสนใจจริง” เหิงซานกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นยินดี เพราะแม้แต่ตัวของมันเองก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าภายในโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้จะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นการประลองเป็นตายระหว่างเจ้าหน้าใหม่กับศิษย์หลักลำดับที่ 5 ไม่มีเรื่องอะไรที่มันจะน่าดูชมยิ่งกว่านี้อีกแล้ว ในอนาคตอันใกล้หลังจากนี้นั้นไม่มีผู้ใดสามารถล่วงรู้ได้ว่าชายผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดภายในโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้นั้นแท้จริงแล้วเขาเป็นมิตรหรือเป็นศัตรูต่อหลินเทียนกันแน่เพราะพรสวรรค์ที่เด็กหนุ่มแสดงออกมานั้นมันสว่างจร้าแสบตามากจนเกินไป