มันเดินเข้าไปถามกับกลุ่มคนที่เข้ามาก่อนหน้าพวกมัน เผื่อว่าจะได้พบเจอเข้ากับอะไรที่คลายความสงสัยของพวกมันลงได้บ้าง
“ไม่เลย…พวกข้าเข้ามาก่อนพวกเจ้าก็จริง…แต่ก็ยังไม่อาจที่จะทราบได้ว่าก็อะไรกันขึ้น”
ชายวัยกลางคนส่ายหน้ากล่าวออกมาด้วยความไม่รู้ มันเข้ามาก่อนก็พบเจอเข้ากับเรื่องเช่นนี้แล้ว ตัวมันและกลุ่มพรรคพวกก็อยากที่จะทราบเช่นเดียวกันว่ามันเกิดเรื่องอะไรกันขึ้น
มันเกิดอะไรกันขึ้นกับเมืองแห่งนี้…
แล้วพวกสัตว์อสูรเล่า?…พวกมันหายตัวกันไปไหน…
ทำไมเมืองนี้ถึงได้กลายเป็นเมืองล้างได้กัน…
แล้วเหล่ามนุษย์ที่โดนจับเอาไว้เล่า…พวกเขาหายตัวไปไหน?…
มิใช่ว่าพวกเขาถูกจับขังเอาไว้ที่เมืองนี้อย่างนั้นเหรอ…
ผ่านไปเพียงไม่นาน กลุ่มคนบริเวณภายนอกก็เข้ามาในหัวเมืองเฮ่อซุนกันจนหมด แต่น่าเสียดายที่ทุกคนต้องพบเจอเข้ากับอากาศธาตุและเมืองล้างที่ไม่น่าจะมีคนอยู่อาศัย ไม่ว่าจะหันหน้าไปมองยังทางไหนก็ไม่พ้นที่จะพบเจอเพียงแต่แมงวันแมงหวี่
“นี่มันเกิดเรื่องอะไรกันขึ้น!! ไอ้พวกสัตว์อสูรเล่า? พวกมันมุดหัวกันอยู่ที่ไหน…”
เล้งโห่วกล่าวออกมาด้วยความไม่เข้าใจ มันหันหน้ากลับไปถามเตียงหานที่เดินตามเข้ามาพร้อมกัน
“.…พวกข้าก็เข้ามาพร้อมกันกับเจ้ามิใช่เหรอ? เกรงว่าเจ้าจะกล่าวถามผิดคนแล้วกระมัง…”
หยางเจี้ยนกล่าวตอบแทนด้วยใบหน้าที่ดูกังวล แม้แต่มันก็ยังล่วงรู้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้มันไม่ค่อยที่จะปกติมากนัก
"..มันเป็นคนคิดนัดแนะให้กระทำตามแผนการนี้ขึ้นมาก็จริงอยู่ แต่มิใช่ว่าเรื่องหลังจากนี้ไป…มันขึ้นอยู่กับคำแนะนำของเจ้าแล้วมิใช่เหรอ…เอ้า!…จะเอาอย่างไรต่อดีล่ะ…ท่านผู้นำกองกำลัง?"
อี๋ลั๋วเซียนกล่าวออกมาด้วยใบหน้าและรอยยิ้มที่ผ่อนคลาย ไม่ว่าสิ่งรอบข้างจะเกิดอะไรขึ้นหรือว่าเป็นเช่นไร…นางก็ไม่สนใจสักนิด
“…..”
เตียงหานไม่ได้กล่าวตอบอะไรออกมาก็จริงอยู่…แต่ด้วยดวงตาที่มองบริเวณโดยรอบอย่างเพ่งพินิจ คิ้วทั้งสองข้างที่ขมวดเข้าหากันจนเป็นเส้นเดียว ใบหน้าที่บ่งบอกถึงความจริงจังขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
แม้แต่หมาแมวก็ยังมองออกว่ามันไม่ถูกต้อง…
สิ่งที่มันหวาดระแวงนั้นมันกำลังจะเกิดขึ้น…
บางสิ่งบางอย่างมันดูง่ายดายและฝันหวานมากจนเกินไป…
ดูเหมือนว่าไอ้พวกสัตว์อสูรพวกนี้มันจะมีผู้นำที่ฉลาดมากกว่าที่คาดเดาเอาไว้..
"ฮื่ม!!!!! พวกเจ้าทุกคนฟังคำฟัง!! จงค้นหาให้ทั่ว! บ้านทุกหลัง! เส้นทางทุกตรอกซอย! ข้าต้องการจะรู้ว่ามันเกิดเรื่องบ้าอะไรกันขึ้นที่นี่"
เมื่อเล้งโห่วได้ฟังก็เหมือนจะหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง บวกเข้ากับท่าทีที่คล้ายว่าจะไม่ได้ยินของเตียงหานก็ยิ่งแล้วใหญ่ มันหันหน้ากลับไปตะโกนสั่งการขึ้นไปบนท้องฟ้าเสียงดัง
เหมือนว่าเสียงที่ตะโกนของเล้งโห่วจะได้ยินทั่วกันทั้งหัวเมือง ใครที่ได้ฟังก็จะรู้ได้ว่าอารมณ์ของผู้นำกองกำลังไม่ค่อยจะเย็นดีสักเท่าไหร่
แต่อย่างไรคำสั่งก็ยังคงเป็นคำสั่ง…
เมื่อได้รับฟังแล้วจะไม่กระทำตามได้อย่างไร…
ตุบ! ตึก! ตุก! ตึง!
“เป็นไงบ้าง เจออะไรบ้างไหม! ”
“ไม่เลย แล้วเจ้าล่ะ!”
“ตัวข้าก็ไม่เลย ข้าค้นหาจนทั่วแล้ว นี่ถ้ายกบ้านขึ้นมาค้นหาได้นี่ก็ทำไปแล้ว….เห้อ…”
"เป็นไปได้ยังไง ไหนเจ้าลองไปดูตรงนั้นอีกครั้งสิ!"
เหล่าทหารและจอมยุทธ์มากมายรีบเร่งเดินเท้าค้นหาตามตรอกซอยทุกซอกทุกมุมที่จะเป็นไปได้ บ้านทั้งหมดถูกบุกเข้าไปค้นหาแทบจะไม่พลาดเกือบจะทุกหลัง แต่ไม่ว่าจะค้นหามากสักเท่าไหร่…บุกรุกตามหามากสักแค่ไหน…ก็ไม่เว้นที่จะมองเห็นเพียงแค่อากาศธาตุและเศษฝุ่น
นี่มันเกิดอะไรขึ้น…
หรือว่าเหล่าสัตว์อสูรที่ชั่วช้า…พวกมันทั้งหมดทิ้งหัวเมืองแห่งนี้หนีไปแล้วอย่างงั้นเหรอ…
แล้วมนุษย์ที่เคยอยู่ในเมืองแห่งนี้เล่า?…พวกเขาหายไปไหน…
ประชาชนตั้งหลายแสนคนเลยนะ พูดเป็นเล่น...
“อ่อ ใช่แล้ว! ข้าจดจำได้ว่ากองกำลังลอบสังหารอาสาเป็นทัพหน้าในการลอกล่อมิใช่เหรอ? ไม่ใช่ว่าสัตว์อสูรเหล่านั้นพวกมันโง่ ยกโขยงกันออกไปหมดแล้วเรอะ”
"เอ๊ะ! จริงด้วย! แบบนั้นแล้วมิใช่ว่ากองกำลังลอบสังหารกำลังจะแย่แล้วหรอกเรอะ…มีหวังได้ตายกันหมดไม่มีเหลือแน่ๆ"
ซอกแซกๆ
เสียงพูดคุยเรื่องราวคล้ายๆแบบนี้เริ่มที่จะแพร่กระจายส่งต่อกันไปทั่ว มีหรือที่จะส่งมาไม่ถึงหูของเหล่าผู้นำกองกำลังทั้งหลายในครั้งนี้
“มีเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นมาแล้ว…พวกเจ้ามีความคิดเห็นเป็นเช่นไรกันบ้าง?”
หยางเจี้ยนกล่าวออกมาเพื่อถามความคิดเห็นของผู้นำอื่นๆ ใบหน้าของมันดูคล้ายว่าจะกังวลเล็กน้อย แต่มือทั้งสองข้างของมันกลับกำแน่น
ถ้าหากว่าเป็นเช่นนั้น ไม่ใช่ว่าการมาครั้งนี้ของพวกมันเปล่าประโยชน์อย่างนั้นเหรอ แล้วถ้าหากว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ถ้าหากว่ากองกำลังลอบสังหารต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรพร้อมกันทั้งหมด มันอดที่จะไม่คิดถึงผลลัพธ์ที่แย่ยิ่งกว่าครั้งไหนๆไม่ได้เลย…
ดูคล้ายว่าปัญหาจะมาหามันเร็วกว่าที่คาดคิดเอาไว้บ้างแล้ว…
"หึ! ก็มีความเป็นไปได้อยู่บ้าง สมองของพวกมันก็มีขนาดเท่ากับเมล็ดถั่วอยู่แล้วไม่ใช่เหรอไง"
เล้งโห่วกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงและใบหน้าที่เต็มไปด้วยความดูถูก ทำเอาคนอื่นๆที่ได้ยินคำนั้นต้องหันหน้ามามองเล้งโห่วพร้อมๆกัน
“อะไร! เหตุใดพวกเจ้าถึงมองข้าด้วยสายตาเช่นนั้น? ข้าพูดอะไรผิดแปลกตรงไหนกัน?”
อาจเป็นเพราะว่าคนอื่นๆกำลังสับสนระหว่างสมองที่มีขนาดเท่าเมล็ดถั่วของสัตว์อสูร กับขนาดสมองของเล้งโห่วอยู่ก็เป็นได้ พวกมันทุกๆคนถึงได้หันหน้ามามองพร้อมๆกันแบบนี้
แต่ถึงอย่างนั้นก็คงไม่มีใครกล้าเปิดปากพูดวิจารณ์ผู้นำกองกำลังในครั้งนี้อยู่ดี….
"…ว้าาา…แบบนี้พวกเราก็มาเก้อน่ะสิ…ถ้าอย่างนั้น..กลับกันก่อนดีหรือไม่…ฮ้าววว….ข้ารู้สึกว่ายังนอนไม่เต็มที่เท่าไหร่นัก…"
อี๋ลั๋วเซียนกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่ดูเบื่อหน่าย ดูเหมือนว่าวันนี้สำหรับนางคงจะไม่มีอะไรที่น่าสนใจให้ดูชมอีกแล้ว ส่วนเรื่องสมาคมลอบสังหารจะอยู่หรือว่าตายนั้น…ก็อย่างที่นางได้เคยว่าไป…นางนั้นไม่สนใจสักนิด…
“….นี่พวกเจ้าไม่คิดว่ามันแปลกบ้างเลยเหรอ…ตั้งแต่พวกเรามาเหยียบที่นี่…อย่าว่าแต่สัตว์อสูรเลย…แม้แต่หมาสักตัวพวกเราก็ยังไม่เห็น…ถ้าหากว่าสัตว์อสูรยกพวกออกไปหน้าเมืองกันซะหมดจริงๆ ก็หมายความว่ามันพาเหล่าประชาชนหลายแสนคนออกไปด้วยอย่างงั้นสิ? พวกเจ้าไม่คิดว่ามันปัญญาอ่อนบ้างเลยหรืออย่างไรกัน ”
เตียงหานกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่จริงจังถึงขีดสุด มันรู้สึกว่าที่เมืองแห่งนี้มันแปลกประหลาดผิดปกติมาได้สักพักแล้ว ถ้าหากว่าพวกสัตว์ยกโขยงออกไปพร้อมกับเหล่าประชาชนหลายแสนคนจริงๆ…
มีหรือที่มันจะไม่รู้?
การกระทำที่โง่เขลาแบบนั้น ถ้าหากว่าเกิดขึ้นมาจริงๆ
มันก็คงจะประเมินผู้นำเหล่าสัตว์อสูรในครั้งนี้สูงเกินไปหน่อย…
“…….”
เหล่าผู้นำคนอื่นๆเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะคิดตาม จริงๆแล้วพวกมันไม่จำเป็นที่จะต้องให้เตียงหานกล่าวเตือนขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ
"รู้ตัวแล้วงั้นเรอะ…งั้นก็ช่วยไม่ได้…"
!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
พรึบ! พรึบ! พรึบ! พรึบ!
อยู่ๆก็มีเสียงปริศนาก็ดังแว่วขึ้นมาใกล้ๆ เหล่าผู้นำกองกำลังทั้งสี่เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เผลอเคลื่อนไหวไวมากกว่าความคิดไม่รู้ตัว รู้สึกตัวอีกที…ทั้งสี่คนก็ไปโผล่บนหลังคาบ้านของแต่ละหลังเสียแล้ว
ตึก ตึก ตึก
ชายวัยกลางคนเดินเท้า เอามือไขว้หลังปรากฎตัวขึ้นมาแทนที่ตำแหน่งเหล่าผู้นำทั้งสี่ เขาสวมใส่เสื้อผ้าสีดำที่ดูคล้ายว่าจะเรียบร้อยแต่ก็ไม่ เขาเงยหน้าขึ้นมองเหล่าผู้นำทั้งสี่ของกองกำลังในครั้งนี้สลับไปสลับมา
“มนุษย์? ไม่สิ เจ้าเป็นสัตว์อสูรงั้นสินะ…คิดว่าแปลงกายอยู่ในรูปร่างแบบนั้นแล้ว…มันจะปกปิดความต่ำช้าและสกปรกโสโครกของพวกเจ้าได้งั้นเรอะ”
เล้งโห่วกล่าวออกมาด้วยความสงสัยเล็กน้อย ถึงภายนอกชายคนนั้นอาจจะดูคล้ายมนุษย์ แต่อย่างไรสัตว์อสูรก็ยังคงเป็นสัตว์อสูร ไม่ว่ามันจะแปลงกายเป็นมนุษย์หรือว่าแปลงกลายเป็นอะไร?
มันก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนเนื้อแท้ของมันได้..
กลิ่นสาปเหม็นเน่าของสัตว์อสูรที่ลอยฟุ้งออกมารอบๆกายนั้น…
ไม่ใช่ว่าพออาบน้ำแล้วกลิ่นสาบนั้นมันจะจางหายไปเสียหน่อย…
“ฉลาดไม่เบาเหมือนกันหนิ ถ้ามีเจ้าเพิ่มขึ้นมาอีกสักสิบคน…เกรงว่าคงสร้างปัญหาให้ข้าได้อยู่บ้าง…เจ้าเป็นผู้นำของเหล่ามนุษย์พวกนี้อย่างนั้นเหรอ….”
คิมชินเมินเชยต่อคำด่าทอของเล้งโห่ว มันหันหน้าไปกล่าวกับเตียงหานที่คล้ายว่าจะเป็นคนที่ได้สติและมองออกเป็นคนแรก
“…..เกรงว่าเจ้าจะเข้าใจผิด….ข้าเป็นเพียงแค่พ่อค้าตัวเล็กๆเท่านั้น..”
เตียงหานกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งดูคล้ายไร้ซึ่งความกลัว แต่ถึงจะเป็นนั้น…
มันก็ยังไม่อาจห้ามให้เหงื่อที่ใบหน้าของมันหยุดไหลได้…
“นี่เจ้า!! ข้าพูดกับเจ้าอยู่นะ หรือว่าสัตว์อสูรที่ต่ำช้าเยี่ยงเจ้าจะหูหนวกตาบอดไปแล้ว! ผู้นำกองกำลังน่ะมันข้าต่างหาก! ข้า-เล้ง-โห่ว-ผู้นี้!!!”
เล้งโห่วตะคอกกล่าวอออกมาด้วยความโมโห มันไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นักที่สัตว์อสูรที่ต่ำช้าในสายตามันเมินเฉยกระทำเป็นไม่ได้ยินมัน
"…พ่อค้า?…พ่อค้าคืออะไรงั้นเรอะ?"
คิมชินเมินเฉยต่อคำกล่าวของเล้งโห่วอีกครั้ง มันเอียงหน้าไปด้านข้างคล้ายว่ากำลังกล่าวถามใครบางคน..
ฟรึบ!
“เรียนนายท่าน…ถ้าจะกล่าวตามหลักความเข้าใจของพวกเรานั้น…พ่อค้าก็คือ กลุ่มคนที่เอาของมีค่าที่ตนเองมี ไปแลกเปลี่ยนกันกลับของมีค่าที่ตนเองคิดว่ามีค่ามากกว่า…แต่พวกมนุษย์ไม่ค่อยนิยมที่จะแลกเปลี่ยนอย่างตรงไปตรงมามากนัก…พวกมันนิยมที่จะหักหลักกันเองเพื่อให้ได้มาเพื่อทรัพย์สมบัติมูลค่าที่มหาศาลขอรับ”
อสูรค้าวคาวปรากฎตัวขึ้นที่ด้านข้างคิมชินอย่างกับภูมิผี มันคุกเข่าหนึ่งข้างและกล่าวออกมาด้วยความเคารพ